บทที่105 รูอินปรากฏกาย
“นี่ๆ เอลล่าอาธูเรีย นายท่านชวนพวกเราไปเที่ยวด้วยล่ะ” ฟีเรียตะโกนเสียงดังลั่น
เอลล่าที่กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่เงยหน้าขึ้นมาและถามด้วยความสนใจ บ“นายท่านชวนพวกเราไปเที่ยวหรอ ไปที่ไหนล่ะ” ส่วนอาธูเรียที่กำลังเช็ดดาบอยู่ก็หันมามองด้วยความสนใจเช่นกัน
“เห็นบอกว่าจะพาไปสวนสนุกน่ะ”ฟีเรียบอกอย่างร่าเริง
“สวนสนุกเหรอมันเป็นที่แบบไหนกันล่ะ” เอลล่าถามด้วยความสงสัย
“ข้าอธิบายไม่ถูกเหมือนกันเอาเป็นว่ามันเป็นที่ที่สนุกมากก็แล้วกัน” ฟีเรียกล่าวตัดบท
“แล้วนายท่านบอกหรือเปล่าจะไปเมื่อไร”อาธูเรียถามขึ้นมา
“นายท่านคงไปถึงที่นั่นก่อนแล้วค่อยเรียกพวกเราไปล่ะมั้ง เห็นว่าจะพาไปรู้จักกับเวโรเนียด้วยน่ะ” ฟีเรียว่า
“แล้วนี่ข้าต้องแต่งตัวสวยๆไปหรือเปล่าเนี่ย”เอลล่าถามขึ้นมา
“แน่นอนสิเราต้องแต่งให้สวยที่สุดเลยนะงานนี้ ให้สมกับที่เป็นผู้ติดตามของนายท่าน” ฟีเรียว่า
อาธูเรียลุกขึ้นจากโซฟาก่อนจะกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นก็รีบแต่งตัวเถอะเกิดนายท่านเรียกพวกเราไปตอนนี้จะแย่เอานะ”
“จริงด้วยพวกเรารีบแต่งตัวกันเถอะ” ฟีเรียว่า และรีบลุกขึ้นจากโซฟาเอลล่าเองก็ลุกจากโต๊ะทำงานเช่นกันทั้งสามหายเข้าไปด้านหลังม่านเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า
“แต่งชุดอะไรไปดีล่ะ”เอลล่าถามขึ้น
“ข้าว่าจะใส่ชุดโกธิคที่นายท่านซื้อให้ไปน่ะ”อาธูเรียว่า และหยิบเอาชุดนั้นออกมาทำท่าจะเปลี่ยน
“เดี๋ยวๆอาธูเรียข้าว่าเราแต่งชุดนี้ดีกว่า” ฟีเรียค้านและเอาชุดที่เธอไปซื้อกับเอลล่าที่เมืองเซบัลออกมา มันคือชุดแซกสามตัวสามสีนั่นเอง
“หืม..นี่มันชุดที่เจ้าไปซื้อกับเอลล่ามานี่ให้แต่งแบบนี้ไปเหรอ” อาธูเรียถามและขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“ใช่แล้วล่ะของข้าสีขาว ของเจ้าสีฟ้า ของเอลล่าสีดำไง” ฟีเรียแจกแจงและส่งชุดให้ทั้งสองคน อาธูเรียกับเอลล่ารับชุดนั้นไว้ และมองมันอย่างพิจารณา
“จะว่าไปก็สวยดีเหมือนกันนะชุดนี้”อาธูเรียบอกกับฟีเรีย
“ก็แน่ละสิมันทำจากไยใหมฟ้านี่นา” ฟีเรียกล่าวด้วยความภูมิใจ
“ถ้าอย่างนั้นมันก็แพงมากน่ะสิแล้วนายท่านรู้เรื่องนี้หรือเปล่า” อาธูเรียถามด้วยความสงสัย
“แน่นอนต้องรู้อยู่แล้วล่ะน่า” ฟีเรียบอกปัดไปก่อน
“ข้าว่าเรารีบแต่งตัวกันเถอะแล้วค่อยมาคุยกันต่อดีกว่านะ” เอลล่าเตือนทั้งสามจึงรีบเปลี่ยนชุดไปอยู่ในชุดแซกเมื่อเปลี่ยนชุดเรียบร้อยทั้งสามก็ออกมาที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้งหนึ่ง
ฟีเรียหมุนซ้ายหมุนขวา ก่อนจะกล่าวว่า“สวยจริงๆเลยนะ สงสัยว่างานนี้จะมีหนุ่มๆหลงข้ากี่คนกันนะ”
“อืม..สวยมากเลย”เอลล่าเองก็เห็นด้วยเช่นกัน เธอหมุนตัวไปมาเพื่อดูความงามของชุด
“ข้าว่าเจ้าเลิกโปรยเสน่ห์เสียทีเถอะฟีเรียหาเรื่องปวดหัวตามมาทีหลังเปล่าๆ” อาธูเรียเตือน
“เชอะ!! ข้าเลิกก็ได้น่า” ฟีเรียรับปากแต่ในใจคิดว่าจะทำตอนอาธูเรียเผลอ
“เดี๋ยวข้าสั่งให้ทหารไปบอกผู้เฒ่ามิทาเอลก่อนนะไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวนานหรือเปล่า” เอลล่าว่าเพราะคราวที่เธอออกไปซื้อของกับฟีเรียนั้น ถึงแม้จะไปแค่สองชั่วโมงแต่ก็เล่นเอาทั้งปราสาทยุ่งกันไปหมดทีเดียว เพราะอยู่ๆราชินีหายตัวไปเสียเฉยๆแถมไม่บอกด้วยว่าจะไปไหนอีกต่ออีกต่างหาก
“ดีแล้วล่ะข้าไม่อยากโดนพ่อเฒ่ามิทาเอลบ่นหูชาอีก” ฟีเรียเห็นด้วยเพราะคราวที่แล้ว เธอโดนพ่อเฒ่ามิทาเอลอบรมไปเป็นชั่วโมงเหมือนกันโทษฐานที่พาราชินีของเขาออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกโดยไม่บอกกล่าว
“ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้วเราก็นั่งคอยนายท่านเรียกตัวกันเถอะ” อาธูเรียว่าและนั่งลงบนโซฟาเพื่อรอราดิชเรียกตัว เอลล่ากับฟีเรียก็นั่งลงบนโซฟาเช่นเดียวกัน
ขณะที่เอลล่า ฟีเรียและอาธูเรียเตรียมตัวกันอยู่นั้นทางด้านเวโรเนียที่ปราสาทรัตติกาลก็มีการเตรียมตัวเช่นเดียวกัน เธอเดินไปเดินมาเหมือนหนูติดจั่น
“ใส่ชุดไหนไปดีนะ”เวโรเนียเริ่มคิดหนัก
“มีอะไรหรือเจ้าหญิง”หัวหน้าองครักษ์ถาม
เวโรเนียหยุดเดิน ก่อนจะหันมาตอบว่า “ก็นายท่านราดิชจะชวนข้าไปเที่ยว และบอกให้แต่งชุดสวยๆไปด้วยนะสิข้าเลยคิดอยู่นี่ไงว่าจะแต่งชุดไหนไปดี”
“เจ้าหญิงจะไปเที่ยวอย่างนั้นหรือขอให้พระองค์สนุกนะพะยะค่ะ แต่เรื่องชุดนี่ข้าก็จนปัญญาเหมือนกัน” หัวหน้าองครักษ์บอกอย่างจนใจ
“เราคงต้องฝากให้ท่านดูแลที่นี่ด้วยนะ”เวโรเนียว่า “ลองไปดูที่ตู้เสื้อผ้าก่อนดีกว่าเพื่อจะมีตัวที่ถูกใจ” เวโรเนียหายไปจากห้องนั่งเล่นเพื่อไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่อยู่ติดกันเธอเปิดตู้เสื้อผ้าขนาดยักษ์ออกและกวาดตามองทุกชุดที่อยู่ในนั้น
“ชุดนี้ก็สวยชุดนี้ก็เลิศ เลือกไม่ถูกเลย” เวโรเนียเริ่มเลือกไม่ถูกจนกระทั่งเธอไปสะดุดตากับชุดตัวหนึ่งเข้า เธอหยิบมันออกจากที่แขวนและเอามาทาบกับตัวเองดู
“ต้องชุดนี้สิรับรองนายท่านจะต้องชอบอย่างแน่นอนเลย” เวโรเนียยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับตัวเองชุดที่เธอเลือกมานั้น คือตัวที่ใส่ในวันที่จากกับราดิชมันเป็นเสื้อราตรีเกาะอกเปิดไหล่สีขาว ที่ถูกตัดจากไยไหมฟ้านั่นเองเธอจัดการเปลี่ยนมาใส่ชุดขาวตัวนั้นอย่างรวดเร็ว
เวโรเนียเดินไปที่กระจกและหมุนซ้ายหมุนขวาดูชุดอย่างพอใจ“รับรองว่าข้าสวยไม่แพ้ใครๆแน่นอน และนายท่านต้องชอบข้าที่สุดเลย” เวโรเนียยิ้มอย่างมั่นใจ และออกมายังห้องนั่งเล่นอีกครั้ง
หัวหน้าองครักษ์เห็นเวโรเนียเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วก็เลยถามว่า “เจ้าหญิงจะไปนานหรือเปล่าพะยะค่ะ”
เวโรเนียส่ายหน้า “ไม่รู้สิ เห็นนายท่านบอกว่าจะพาข้าไปรู้จักกับคนอื่นๆน่ะส่วนเรื่องเวลานี่ยังไม่รู้เลย แต่ตอนที่เราไม่อยู่ท่านก็ช่วยดูแลที่นี่ด้วยก็แล้วกัน”
“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะดูแลที่นี่เป็นอย่างดี ระหว่างที่พระองค์ไม่อยู่” หัวหน้าองครักษ์รับปากอย่างแข็งขัน
“ขอบใจท่านมากนะ”เวโรเนียขอบคุณ และนั่งรอการเรียกตัวของราดิชอย่างใจจดใจจ่อ
พวกราดิชใช้บริการวาร์ปอันแสนสะดวกรวดเร็วจากเมืองฉางอานมายังเมืองดรีมทอยในชั่วอึดใจ แต่น่าแปลกมากที่ค่าบริการมาที่เมืองดรีมทอยแค่1,000 โกล์ดเท่านั้นเอง ต่างจากเมืองอื่นๆที่เขาเคยไปมากเพราะแต่ละเมืองที่เหลือนี่ใช้ค่าใช้จ่ายทีเป็นล้านในการเดินทางแต่ละครั้งวาเลนไทน์จึงอธิบายให้เขาฟังว่าเป็นเพราะนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยงจึงทำให้ค่าวาร์ปไปยังเมืองท่องเที่ยวมีราคาถูกนั่นเอง หลังออกจากอาคารวาร์ก็พบว่าที่ด้านหน้าของพวกเขามีทางเข้าสวนสนุกอยู่ทางด้านซ้ายเป็นอาคารภารกิจ ส่วนทางด้านขวามีทั้งร้านค้า โรงแรม และภัตตาคารตั้งอยู่ไม่ไกลออกไปมากนักตอนนี้ทั้งหกคนยืนอยู่หน้าอาคารวาร์ป และยังไม่ได้ตัดสินใจจะไปไหนกันต่อดี
เมืองดรีมทอยนั้นเป็นหนึ่งในเมืองแห่งการท่องเที่ยวของเกมที่นี่เป็นที่ตั้งของสวนสนุกขนาดยักษ์ที่รวมเครื่องเล่นต่างๆในโลกเอาไว้ตัวสวนสนุกกินพื้นที่กว่า 70 % ของเมือง คิดเป็นพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ทั้งหมดของเมืองส่วนพื้นที่ด้านเหนือหรือส่วนที่ราดิชอยู่ในปัจจุบัน เป็นส่วนของอาคารวาร์ปและอาคารต่างๆของระบบมีตั้งแต่ภัตตาคาร ร้านค้าของระบบและผู้เล่น รวมไปถึงโรงแรมที่พักต่างๆที่มีไว้รองรับนั่งท่องเที่ยวจำนวนมากนั่นเอง
ที่ด้านหน้าของเขาตอนนี้คือทางเข้าสวนสนุกมันเป็นทางเข้าขนาดใหญ่กว้างและสูงกว่า 10 เมตร ลักษณะเป็นซุ้มประตูที่ประดับด้วยรูปการ์ตูนและตัวตลกต่างๆที่ด้านหน้าซุ้มมีอาคารขายตั๋วเปิดให้บริการอยู่และตอนนี้ก็มีนักท่องเที่ยวเริ่มมาใช้บริการกันบ้างแล้วเพราะตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบ 8 โมงเช้าแล้วเช่นกัน
ราดิชหันไปถามเรื่องสวนสนุกกับมิคังเธอจึงอาสาเป็นคนนำเที่ยวเอง เธอบอกว่าสวนสนุกแห่งนี้เปิดบริการตั้งแต่ 8 โมงเช้าและปิดตอน 4 ทุ่ม แต่ตั๋วจะเริ่มขายตั้งแต่ 7 โมงเช้า และยังมีภารกิจให้รับมาทำขณะเที่ยวอีกด้วยเป็นภารกิจเกี่ยวกับการเล่นเครื่องเล่นและบริการของสวนสนุกถ้าเล่นครบตามภารกิจภายในสามวัน จะได้รับรางวัลใหญ่แต่ถ้าไม่ครบก็จะได้ตามเท่าที่ทำได้มิคังยังบอกด้วยว่าภารกิจของเมืองนี้ทำได้ครั้งเดียว และเธอกับซากุระก็ทำภารกิจที่ว่านี้แล้วดังนั้นทั้งสามหนุ่มและเอรีน่าจึงตัดสินใจรับภารกิจนี้มาทำด้วยระหว่างเที่ยวด้วยเหมือนกัน
ราดิชเดินไปหาตรอกลับตาคนแถวนั้นเพื่อเรียกพวกฟีเรียมาทุกคนเองก็ตามไปด้วยเพื่อทำความรู้จักกับพวกเธอด้วย เมื่อเข้ามาสุดตรอกเขาก็เริ่มร่ายเวทอัญเชิญโดยเรียกอาธูเรียมาก่อน เมื่อเธอปรากฏกายออกมาเรียบร้อยแล้วเธอก็มองซ้ายมองขวาและเห็นเพื่อนของราดิช แต่ก็ยังไม่เดินเข้าไปหา เธอรอคนอื่นก่อนราดิชก็เริ่มร่ายเวทต่อเพื่อเรียกเอลล่าและฟีเรียออกมา เมื่อทั้งสองปรากฏกายออกมาทั้งสองก็ตกเป็นเป้าสายในทันที เพราะเอลล่านั้นทุกคนยังไม่เคยเห็นเธอส่วนฟีเรียนั้นซากุระกับมิคังยังไม่เคยเจอส่วนเอรีน่านั้นมองพวกเธอด้วยความสนใจมากทีเดียว เหลือแค่เวโรเนียเป็นคนสุดท้ายราดิชจึงร่ายเวทอัญเชิญครั้งสุดท้าย ไม่นานเวโรเนียก็ปรากฏโฉมออกมาให้ทุกคนเห็นพวกฟีเรียมองเธอด้วยสายตาพิศวง และรีบเข้าทำความรู้จักในทันที
“เจ้าคือเวโรเนียเหรอ”ฟีเรียถาม และเข้าไปจับไม้จับมือเวโรเนีย
“ค่ะข้าเองเวโรเนีย” เวโรเนียตอบเธอเองยังตั้งตัวกับเหตุการณ์ตรงหน้าไม่ทัน
“ตาเจ้าสวยดีนะ”อาธูเรียชม
“ดูผมเธอสิทั้งยาวทั้งสวยเลยล่ะ” เอลล่าว่า
“อะ...เอ่อ คือ”เวโรเนียพูดไม่ออก เธอส่งสายตาขอความช่วยเหลือมาทางราดิช
ราดิชรีบเดินเข้าไปแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกันก่อนจะกล่าวว่า “เวโรเนียครับนี่คือเพื่อนๆของเธอยังไงล่ะ” ราดิชผายมือไปที่ทั้งสามคน “นั่นเอลล่า ฟีเรีย และก็อาธูเรียน่ะ” ราดิชกล่าวแนะนำทุกคนให้เวโรเนียรู้จัก
“สวัสดีค่ะ”เวโรเนียกล่าวทักทาย และย่อตัวลงถอนสายบัวอย่างงดงามเธอเองก็รับรู้ได้เช่นกันว่าทั้งสามคนมีระดับที่ไม่ต่างจากตัวเองเลยแม้แต่น้อย
“สวัสดีจ้า”ฟีเรียกล่าวอย่างร่าเริง และเข้าไปเกาะติดเวโรเนียทันทีส่วนเอลล่าและอาธูเรียได้แต่ส่ายหน้ากับชะตากรรมของเวโรเนียดูท่าฟีเรียจะถูกใจเธออยู่มิใช่น้อยทีเดียว
“ราดิชนายไม่คิดจะแนะนำให้พวกเรารู้จักมั่งหรือไง” มิคังเตือน
“โทษทีผมลืมสนิทเลย” ราดิชว่าและยิ้มแหยๆ ก่อนที่เขาจะลากทั้งสี่คนไปทำความรู้จักกับเพื่อนๆในกลุ่มของเขา หลังทำความรู้จักกันแล้วพวกสาวๆก็เริ่มจับกลุ่มคุยกันตามประสาได้อย่างรวดเร็วอาจจะมีแค่เอลล่าที่ยังอายอยู่บ้างเล็กน้อยเธอจึงยังพูดตะกุกตะกักอยู่บ้างในช่วงแรก แต่ก็เริ่มปรับตัวได้ในไม่ช้า
พวกเขาคุยกันได้ไม่นานก็ถึงเวลาที่สวนสนุกจะเปิดให้บริการแล้วมิคังจึงเอ่ยชวนทุกคนให้ออกจากที่นั่นไปรับภารกิจและจะได้เข้าไปเที่ยวกันต่อแต่ราดิชก็ทัดทานไว้ก่อน
“เดี๋ยวก่อนครับผมอยากแนะนำคนอีกคนให้ทุกคนรู้จักด้วย” ราดิชบอกทำให้ทุกคนสงสัยเป็นอันมาก ว่าเขาจะแนะนำใครให้รู้จักอีก
“นายจะแนะนำใครอีกล่ะหรือยังมีผู้ติดตามคนอื่นมาเพิ่มอีก” มิคังถามด้วยความสงสัย
“คอยดูก็แล้วกันนะครับ”ราดิชบอก เขาชักดาบออกมา และยื่นมันออกไปข้างหน้าเสมออกท่ามกลางสายตาสนอกสนใจของทุกคน เขาเร่งพลังใส่ดาบจำนวนมากในครั้งเดียวจนเกิดเปลวเพลิงสีขาวห่อหุ้มตัวดาบในทันที เขาสะบัดดาบอย่างรุนแรงเปลวไฟที่ห่อหุ้มตัวดาบก็หลุดออกไปจากตัวดาบ แต่มันไม่ได้กระเด็นไปตามแรงสะบัดมันหยุดอยู่กับที่และดับลงในทันที พร้อมมีร่างหนึ่งปรากฏกายออกมา
ผู้หญิงคนนั้นอยู่ในชุดรัดรูปสีดำแขนกุดที่ผ่าข้างสูงถึงโคนขาผมสีเขียวยาวสยายของเธอปลิวเล็กน้อยเมื่อต้องลม เธอมีใบหน้ารูปไข่คิ้วโก่งราวกับเสี้ยวพระจันทร์ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากสีชมพูอวบอิ่มและผิวที่ขาวราวกับไข่มุก เธอค่อยๆลืมตาขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีทองกลมโตคู่หนึ่งที่รับกับใบหน้าของเธอเป็นอย่างดี
“ราดิชเจ้าเรียกข้าออกมาหรือ” ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยปากถามราดิชเสียงของเธอช่างไพเราะราวกับระฆังสวรรค์
“ใช่แล้วล่ะผมคิดว่าจะชวนเธอออกมาเที่ยวน่ะ ไหนๆผมก็เรียกเธอออกมาได้แล้วนี่นา” ราดิชตอบคำถามของผู้หญิงคนนั้น
“ใครล่ะนี่รู้สึกจะสวยเกินไปหน่อยล่ะมั้ง” มิคังเอ่ยกับซากุระ
ราดิชหันไปมองเพื่อนๆทุกคนก่อนจะกล่าวว่า “นี่คืออาวุธวิญญาณของผม รูอินเทพธิดาแห่งการทำลายล้าง”
“อาวุธวิญญาณ!!/เทพธิดาแห่งการทำลายล้าง!!” วาเลนไทน์และมิคังอุทานด้วยความตกใจ
“นี่มันเรื่องอะไรกันหรือคะ”เอรีน่าที่ยังงงกับเรื่องตรงหน้าเลยถามออกมา
“ยายหัวเขียวออกมาได้แล้วหรือเนี่ยหรือว่านายท่านจะใช้พลังนั้นได้แล้ว” ฟีเรียบ่นกับตัวเอง
“สวัสดีทุกคน”รูอินกล่าวทักทายกับทุกคน และเดินเข้ามาหาพวกเขา พวกเขาต่างก็แนะตัวกันใหม่อีกรอบดูเหมือนมิคังจะติดใจเธอเป็นพิเศษ เลยชวนคุยได้อย่างสนุกสนานส่วนวาเลนไทน์ก็เข้ามากระซิบถามเขาว่าพวกนี้มีรูปร่างด้วยเหรอราดิชจึงอธิบายว่าแต่ละเล่มจะมีรูปร่างไม่เหมือนกันแล้วแต่เจ้าของและลักษณะของอาวุธชิ้นนั้น วาเลนไทน์พยักหน้าอย่างเข้าใจเพราะมันเป็นความรู้ใหม่สำหรับเขาทีเดียว
หลังจากพวกเธอทักทายกันจนสนิทกันดีแล้วา พวกเขาก็ยกขบวนกันออกจากตรอกข้างอาคารภารกิจแห่งนั้นและพากันเข้าไปในอาคารภารกิจกันทั้งหมด แต่มีแค่สี่คนที่เข้าไปรับภารกิจส่วนที่เหลือก็พากันหาที่นั่งรอ อาคารภารกิจแห่งนี้มีผู้ใช้บริการค่อนข้างมากเพราะมีภารกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอยู่เยอะเหมือนกันกว่าจะถึงคิวของทั้งสี่คนก็ต้องรออยู่หลายนาที เมื่อถึงคิวของแต่ละคนพวกเขาก็รีบเข้าไปเพื่อรับภารกิจ เอรีน่ารับเสร็จเป็นคนแรกเธอเดินกลับมาหาทุกคนด้วยสีหน้าเหน็ดเหนื่อย และต้องรออีกสิบกว่านาทีกว่าวาเลนไทน์กับดีวาจะตามมาพวกผู้หญิงที่เห็นสภาพของวาเลนไทน์ต่างพากันหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานเพราะวาเลนไทน์ที่ดูมาดเข้มตลอดเวลาตอนนี้หัวฟูยุ่งเหยิงจากการเบียดฝูงชนและกำลังอารมณ์บูดทีเดียวเหลือแค่ราดิชที่ต้องไปรับภารกิจเพิ่มเติม รออยู่อีกพักราดิชก็ตามมาสมทบกับทุกคน
หลังออกจากอาคารภารกิจมิคังก็พาทุกคนไปยังอาคารขายตั๋ว มันเป็นอาคารสามชั้นขนาดย่อมทาสีขาวที่ชั้นแรกด้านหน้ามีช่องขายตั๋วอยู่หลายช่องไว้บริการตอนนี้มีคนมาต่อแถวอยู่ประปราย มิคังเดินนำพวกเขาไปยังช่องที่ว่างอยู่เธอเดินเข้าไปซื้อตั๋วกับพนักงานขายตั๋ว รวมทั้งหมด 11 คนกับสัตว์เลี้ยงอีก 2 ตัวเป็นทั้งหมด 130,000 โกลด์ หลังได้ตั๋วมาเธอก็แจกตั๋วให้กับทุกคนแน่นอนว่าทุกคนก็จ่ายเงินค่าตั๋วให้เธอตามปกติ เมื่อได้ตั๋วกันครบแล้วเธอก็ออกเดินนำหน้าทุกคนไปยังซุ้มประตูทางเข้าอย่างมั่นใจ
“ตามมาเลยเดี๋ยวฉันจะพาทุกคนเที่ยวเอง” มิคังกล่าวอย่างอารมณ์ดี
“มิคังเขามาเที่ยวที่นี่บ่อยน่ะค่ะเลยรู้จักที่นี่เป็นอย่างดี” ซากุระเสริมขึ้นมา ทุกคนพยักหน้าอย่างเข้าใจและเดินตามเธอเข้าสู่สวนสนุกแห่งนี้