“ โอ้ว……” กรรมกรร่างล่ำปรือตาลอย กายกำยำเกร็งสุดกู่ ด้วยรับรู้ถึงความคับแน่น ส่วนผู้ใช้แรงงานอีกคนก็ทำท่าลุ้น เพราะอยากรู้ว่าเพื่อนเกลอของตนรู้สึกยังไง
“ เฮ้ย….เป็นไงบ้างวะ เสียบเข้ารึเปล่า…..”
“ อู้ว….เกือบว่ะ แม่งโคตรแน่นเลย ” กรรมกรร่างล่ำสารภาพบาป ดวงตาหยีเล็กน้อย
“ งะ….งั้นก็รีบทำให้เสร็จๆสิ กูอยากต่อ…”
“ อู้ว….ใจเย็นๆสิวะ ต้องใช้เวลาหน่อย กว่าจะล่วงล้ำให้ถึงที่สุด…” กรรมกรร่างล่ำพูดจบ ก็ลองเขยื้อนเอวเบาๆ เพื่อให้คืบหน้ามากกว่านี้
“ โอ๊ย….ซี้ด….ยะ…อย่า….” ศรีสมรร้องห้ามแผ่วเบา สีหน้าฟ้องถึงอาการเจ็บเสียว
แน่นอนว่ากรรมกรร่างล่ำย่อมไม่ยอมรับฟัง แถมยังแอบโยกเอวเล็กน้อย เพื่อดึงกายออก ก่อนจะทิ่มกลับเข้าไปแบบเน้นหนัก ทำให้เรียกเสียงครวญจากคุณนายสาว
“ โอ้ว…ยะ…ซี้ด….”
กรรมกรร่างล่ำรู้สึกว่ามือบางที่คอยดันกายของตน เริ่มอ่อนกำลังลง ในที่สุด ก็แปรเปลี่ยนเป็นจิกหัวไหล่ ใบหน้างามแลเหยเก อันสะท้อนถึงแรงสยิวที่กำลังถาโถม
“ อื้อ…อ้า…..”
เมื่อเป็นเช่นนี้ กรรมกรร่างล่ำจึงก้มลงไปเล้าโลม กายอวบอัดของศรีสมรก็แอ่นสูง เพื่อรับรสสัมผัสจากบุรุษหนุ่มอย่างเต็มที่
“ อ่า…..อื้อ…..”
“ โห….แม่เจ้าโว้ย….นังคุณนายคนสวยนี่ร้อนแรงกว่าที่คิด ” เพื่อนกรรมกรอีกคนรู้สึกกลัดมัน จึงรีบสำเร็จโทษตัวเอง ดวงตาจ้องมองฉากสวาทเบื้องหน้า เพื่อระบายความใคร่ และเมื่ออารมณ์ของหนุ่มผู้นี้ได้ที่ เขาก็ขอความช่วยเหลือ
“ อ้า….ช่วยผมหน่อยเถอะ คุณนายศรีสมร….”
ตามปกติ ศรีสมรคงเบือนหน้าหนี แต่แทนที่เจ้าหล่อนจะหลบหลีก กลับตอบสนอง ทำให้กรรมกรผู้นั้นถึงกับฟินจนตัวลอย
“ อู้ว……สุดๆไปเลย คุณนายคนสวย ”
กรรมกรร่างล่ำมองเหยื่อสวาทของตนปรนเปรอให้เพื่อนเกลอ จึงยิ้มเย้ยนิดๆ
“ เมื่อกี้ทำดีดดิ้น แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้ร่านนัก ดูสิ ถึงขั้นไประบายอารมณ์กับเพื่อนของกูเลย ” กล่าวจบ กรรมกรร่างล่ำก็กระแทกหนักๆ เลยคืบหน้ามากขึ้น และนั่นได้ส่งผลให้คุณนายสาวเผลอครางดังจนสุดเสียง
“ อ้า……..”
“ เฮ้ย…ไอ้ห่า ทำเบาๆหน่อยสิวะ คุณนายจะได้ไม่เลิกบริการกู ” กรรมกรอีกคนเอ็ดตะโร เพราะการร่วมรักของเพื่อนร่างล่ำนั้นดุเดือดจนดึงสมาธิของเหยื่อสวาทไปทั้งหมด
“ โธ่…อย่าบ่นไปเลยว่ะ ไอ้กร๊วก เพราะอีกไม่นาน มึงก็จะได้ต่อเเล้ว ” สีหน้าของกรรมกรร่างล่ำแลเหยเก เนื่องจากถูกกระตุ้นเร้าอย่างหนักหน่วง ทำให้เจ้าตัวเกือบจะเสร็จสมเสียให้ได้ แต่แน่นอน เขาไม่ยอมหยุดอยู่แค่นี้ เพราะหมายมั่นว่าถ้าจะกระฉูดทั้งที มันต้องเดินหน้าให้สุดทาง
“ กะ…กูจะล่มปากอ่าวไม่ได้ และนี่คือการตีประตูเมืองครั้งสุดท้าย ”
และในขณะที่กรรมกรร่างล่ำเกร็งบั้นเอว เพื่อโหมจู่โจม เจ้าตัวก็สัมผัสได้ถึงบาทาที่ค่อนข้างยาว ซึ่งฟาดมายังใบหน้า ส่งผลให้ร่างกำยำกระเด็นไกล ท่อนทวนที่ค้างคา จึงต้องหลุดออกจากอู่สวาท
“ อั้ก…..” ด้วยความแรงในเพลงเท้า เลยทำให้กรรมกรร่างล่ำถึงกับหลับในตีนเดียว แต่ก่อนที่หมอนั่นจะเข้าสู่นิทรารมณ์โดยสมบูรณ์ ก็ได้พ่นพิษร้ายสีขาวขุ่น ความรุนแรงของมันส่งไปไกลจนถึงโคนขาอ่อนขาวอวบ
“ ว้าย…….” ศรีสมรรีบชักขาหนี เพราะสำนึกดีๆเริ่มกลับคืน จากนั้นก็เหลือบมองเจ้าของบาทา ซึ่งหนีไม่พ้น…….นายยอด
“ เฮ้ย….นี่มึง…คิดจะทำอะ…..” กรรมกรอีกคนเตรียมโวยวาย แต่ไม่ทันแหกปากจนจบประโยค ก็โดนเตะก้านคอเข้าไปอีกดอก ส่งให้สิ้นสติ และล้มลงไปฟุบคาทรวงอกอวบใหญ่ของคุณนายสาว
“ ว้าย….ไอ้บ้า ทำไมทะลึ่งมาล้มตรงนี้ ” ศรีสมรกรีดร้องอีกครั้ง ก่อนจะรีบผลักไสร่างแกร่งเกร็งที่ปราศจากไขมัน แล้วควานหาเสื้อผ้าที่เหลืออยู่มาปิดบังกายเปลือยของตนเอง จากนั้นก็สายตาเขียวขุ่นไปให้นายยอด
“ เหอ เหอ เหอ คุณนายจะด่าด้วยสายตาทำไม ผมเพิ่งช่วยคุณนายให้รอดพ้นจากการถูกรุมโทรมนะ มันควรจะขอบคุณกันมากกว่า ” ยอดทวงบุญคุณ ในขณะที่สองตาก็พยายามจับจ้องเรือนร่างกึ่งเปลือยของคุณนายสาว ภายในใจแอบขบคิด
“ อืม…..นังคุณนายสาวนี่เด็ดดวงกว่าที่คิด แถมเท่าที่ชมการร่วมรักเมื่อครู่ ก็พบว่าไอ้ล่ำทะลวงถ้ำสวาทได้ยากพอสมควร ซึ่งก็แปลว่าเหยื่อสวาทรายนี้…….สดใหม่อย่างแน่นอน ”
ศรีสมรพูดไม่ออก เพราะนายยอดพูดถูกทุกอย่าง ถ้าเมื่อกี้ หมอนี่ไม่ยื่นมือมาช่วย เธอคงโดนสองกรรมกรรุมชำเราเป็นแน่ แต่ที่เลวร้ายกว่านั้นคือ…เจ้าหล่อนดันมีอารมณ์ร่วมจนเผลอใช้ปากลิ้นให้หนึ่งในนั้น อันเป็นอะไรที่เสื่อมจิตสุดๆ
“ บ้าชะมัด ทำไมเราถึงเป็นคนแบบนี้….” และในระหว่างที่คุณนายสาวก่นด่าตัวเอง นายยอดก็ร้องขัด
“ นี่…จะมัวเศร้าไปถึงไหน เซ็กส์น่ะเป็นเรื่องธรรมชาติ การที่คุณนายจะหลวมตัวไปกับมัน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ดังนั้นเลิกคิดมากเถอะ ”
ศรีสมรรู้สึกประหลาดใจที่ถูกคนอย่างนายยอดปลอบ แม้ว่าหัวข้อที่พูด จะเป็นเรื่องใต้สะดือก็ตาม แต่ในวินาทีต่อมา เธอก็ต้องตกใจ ด้วยชายวัยกลางคนร่างใหญ่ได้ก้มตัวลงมา และทำท่าท่าโอบอุ้ม เจ้าหล่อนจึงแผดเสียงใส่ พร้อมยกมือปัดป้องเป็นพัลวัน
“ ว้าย! แกจะทำอะไรน่ะ ปล่อยชั้นนะ ”
“ จะโวยวายไปทำไม ก็คุณนายเองไม่ใช่เหรอที่เสนอให้มีเซ็กส์ได้ในทีแรก อีกประการ ผมก็ช่วยลดจำนวนคนที่มาขอซั่ม จากสี่เหลือแค่หนึ่ง น่าจะทำให้คุณนายเหนื่อยน้อยลง ” ยอดทวงสัญญา ใบหน้าแลยิ้มกริ่ม เลยทำให้ท่าทีของคุณนายสาวดูเบาลง ก่อนจะแก้ตัวตะกุกตะกัก
“ กะ….ก็ใช่ ชั้นพูดแบบนั้นจริง ตะ….แต่วะ…ว่า….ขะ…ขอทำใจหน่อยไม่ได้เหรอ ”
“ แล้วคุณนายจะทำใจด้วยวิธีใด….” ยอดลองหยั่งเชิง ดวงตาเปล่งประกายคมวาว
“ นายกะ…ก็ต้องกินเหล้าแก้วนั้นก่อน พอได้ที่ ชั้นถึงจะไปอาบน้ำ แล้วค่อยมาร่วมหลับนอนกัน ” คุณนายสาวบุ้ยใบ้ไปที่แก้วเหล้าบนโต๊ะ
“ ฮะ ฮะ ฮะ อันที่จริง ผมเองก็กระดกไปตั้งแก้วนึงแล้ว แต่ในเมื่อคุณนายขอ มีหรือผมจะกล้าขัด ” พอพูดจบ ยอดก็หันกลับไป พร้อมกระดกแก้วเหล้าเข้าปากทันควัน
ทว่านั่นไม่ช่วยให้คุณนายสาวแน่ใจเท่าไหร่ เพราะในจังหวะที่นายยอดทำตามคำสั่ง หมอนั่นได้หันหลังให้ ทำให้ไม่เห็นการกระทำดังกล่าวแบบจะๆ แต่ไม่นาน ชายร่างใหญ่ก็หวนกลับมาประจัน พร้อมยกแก้วเหล้าที่ว่างเปล่าให้ดู
“ นี่ไงล่ะครับ ล่อซะเกลี้ยงแล้ว แบบนี้พอใจหรือยัง ” สิ้นคำกล่าว ยอดก็ปรี่เข้ามาสวมกอด จากนั้นก็ทำท่าจะจูบ แต่คุณนายสาวก็ไวพอจะยกมือขึ้นยันอก แล้วบ่ายเบี่ยง
“ ใจเย็นๆสิ ที่ตกลงกันยังเหลืออีกข้อนึง…ชั้นต้องอาบน้ำก่อน เราถึงจะร่วมรักกันได้ ”
ยอดจ้องตาแน่วนิ่ง มุมปากคลายรอยยิ้มลง คล้ายกำลังจะไตร่ตรอง เพียงสองสามอึดใจ เขาก็ได้ข้อสรุป นั่นก็คือ…ยอมโอนอ่อน
“ โอเค ในเมื่อยืนกรานแบบนี้ ผมก็ตามใจ ขัดสีฉวีวรรณให้หอมแล้วกัน ผมจะนอนรออยู่บนเตียง ”
คุณนายสาวพยายามยิ้มยั่ว แต่ด้วยความที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาหมาดๆ จึงทำให้ดูฝืนๆยังไงชอบกล จากนั้นทั้งสองก็แยกกัน ทิ้งให้เศษสวะทั้งสามนอนแผ่สามสลึงบนพื้นพรมที่แสนหรู
……………………….
“ ปัง…..” เสียงประตูปิดดังสนั่น พร้อมความสงบที่เข้ามาเยือน แต่นั่นมันก็แค่ชั่วคราว ด้วยในเสี้ยวนาทีต่อมา ความกลัดกลุ้มทั้งหลายก็ถาโถมเข้ามาในจิตใจของคุณนายสาวอีกครั้ง
“ ตายแล้ว….ถึงหนีรอดมาได้ แต่ไอ้ยอดก็ยังรอกินตับอยู่ข้างนอก จะทำยังไงดีนะ ”
ทว่าพอล้วงเข้าไปในกระเป๋าเล็กที่เย็บติดข้างเดรส ก็พบกับถุงพลาสติกขนาดจิ๋ว ที่ในนั้นบรรจุยานอนหลับชนิดร้ายแรง ซึ่งบดเป็นผง และนั่นทำให้ศรีสมรยิ้มออกมาได้
“ เออ…แต่เรายังมีไอ้นี่เป็นอาวุธนี่นา มันส่งผลให้นายอ้วนหลับสนิท และในตอนนี้ ไอ้ยอดก็ได้กินเข้าไปผ่านเหล้าที่เราแอบผสม ดังนั้นอีกไม่นาน หมอนั่นก็น่าจะร่วงล้มลงไปนอนอีกคน ” พอถึงตรงนี้ ศรีสมรเริ่มวางใจ แต่เพื่อการันตีให้ชัดเจน เลยแอบแง้มประตูเล็กน้อย เพื่อดูสถานการณ์ภายนอก ทำให้พบกับนายยอดที่กำลังนั่งเอกเขนกอย่างสบายอารมณ์บนเก้าอี้หนังนิ่มๆ ดวงตาจับจ้องมายังเธอ ปากก็ร้องทัก
“ อ้าว…ว่ายังไงครับ ทำไมไม่อาบน้ำซักที หรือว่า….คุณนายจะเปลี่ยนใจ ลุยเกมรักซะเดี๋ยวนี้ ”
ศรีสมรแอบกำขอบประตูไว้แน่น หัวใจเต้นแรง ภายในนึกภาวนา
“ ยานั่นต้องออกฤทธิ์สิ… อีกไม่นานหมอนี่ต้องหลับแน่ๆ ”
ทว่าท่ามกลางเงามืดตรงเก้าอี้ นายยอดกลับหัวเราะแผ่วต่ำ ดวงตาที่มองมายังเธอ ดูวาวโรจน์ ดุจพยัคฆ์ที่จ้องตะครุบเหยื่อ
“ ยังไงซะ คืนนี้คุณนายก็หนีผมไม่พ้น ” ยอดเอ่ยเสียงพร่า สิ้นคำกล่าว ร่างสูงใหญ่ก็ลุกขึ้นยืน และเริ่มก้าวเข้ามาหาอย่างเชื่องช้า ทำให้ศรีสมรรู้สึกเย็นวาบไปทั้งสันหลัง
“ หรือว่า…ยาที่เราใส่ลงไป มันจะไม่ออกฤทธิ์ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
