ยังไม่ทันที่ลมหายใจของเหล่าทหารและองค์ชายใหญ่จะได้ผ่อนคลายลงอย่างเต็มที่ เสียงกลองศึกของทัพแคว้นหลีหยางก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งราวกับเสียงอสนีบาต! คราวนี้ดังใกล้และหนักหน่วงกว่าเดิมหลายเท่า เสียงเขาสัตว์ถูกเป่าเป็สัญญาณยาวเหยียด ปลุกเร้าให้ทหารหลีหยางในชุดเกราะสีดำทะมึนดาหน้าเข้าประชิดกำแพงเมืองดุจคลื่นั์ถาโถม
"พวกมันเริ่มบุกแล้ว!" นายกองผู้หนึ่งร้องะโ
คันศรนับร้อยถูกน้าวสายพร้อมกัน ลูกธนูจากฝ่ายศัตรูพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าดุจฝูงตั๊กแตน ก่อนจะโค้งตกลงมาปักใส่เหล่าทหารบนกำแพงและในลานเมืองเสียงดังเครกคร้าว ทหารเจียนเซียนตอบโต้ด้วยการยิงธนูสกัดกั้นอย่างสุดกำลัง หินก้อนใหญ่ถูกส่งลงมาจากเครื่องดีดศิลาเสียงดังสนั่น แต่ทัพหลีหยางมีจำนวนมหาศาลเกินไป พวกมันใช้โล่ไม้ขนาดใหญ่กำบังและดันรถกระทุ้งประตูเมืองเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัว ขณะที่บันไดพาดและเชือกตะขอถูกเหวี่ยงขึ้นมาเกาะเกี่ยวเชิงเทินกำแพงอย่างต่อเนื่อง!
"พลธนู! ยิงสกัดพวกที่ปีนกำแพง! ทหารโล่! ตรึงกำลังที่ประตูเมืองไว้ให้มั่น! ทหารช่าง! เตรียมน้ำมันเดือดและท่อนซุง!" จ้าวหลิงเฟิงทรงออกคำสั่งอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด พระสุรเสียงดังกังวานเหนือเสียงโห่ร้องและโกลาหล แม้จะเป็การบัญชาการรบครั้งใหญ่ครั้งแรก แต่ความรู้จากตำราพิชัยาที่ทรงศึกษามาอย่างแตกฉานก็มิได้สูญเปล่า พระองค์ชี้จุดอ่อนของข้าศึกและสั่งการเสริมกำลังป้องกันได้อย่างแม่นยำ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่เหล่าทหารที่กำลังเสียขวัญได้ไม่น้อย
เฟยหลงยืนหยัดอยู่ข้างพระวรกายองค์ชายใหญ่ไม่ห่าง เงียบสงบดุจขุนเขาที่ไม่หวั่นไหวต่อพายุ กระบี่ในมือยังคงอยู่ในฝัก แต่ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์รอบด้านอย่างระแวดระวัง พลังลมปราณโคจรอยู่ภายใน พร้อมที่จะตวัดกระบี่ออกไปได้ทุกวินาที ทุกครั้งที่มีลูกธนูหลุดรอดเข้ามาใกล้บริเวณที่ประทับ ฝ่ามือหรือชายแขนเสื้อของเขาก็จะสะบัดออกไปปัดป้องมันให้กระเด็นหลุดไปด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ
"พวกมันขึ้นมาได้แล้ว!" เสียงทหาระโลั่น
ทหารหลีหยางกลุ่มแรกสามารถปีนบันไดพาดขึ้นมาถึงเชิงเทินได้สำเร็จ พวกมันมีสีหน้าเหี้ยมเกรียม ตวัดดาบเข้าใส่ทหารเจียนเซียนทันที เกิดเป็การต่อสู้ระยะประชิดขึ้นบนกำแพงแคบๆ เสียงเหล็กกระทบกันดังเคร้งคร้าง เืสาดกระเซ็น
เฟยหลงชักกระบี่ออกจากฝักในที่สุด! แสงสีเงินเยียบเย็นวาบขึ้น ร่างของเขากลายเป็พายุหมุน ทะยานเข้าสู่กลางวงต่อสู้ เพลงกระบี่ของเทพกระบี่ถูกใช้ออกมาอย่างเต็มกำลัง กระบี่ในมือพลิ้วไหวดุจสายน้ำ แต่ก็รุนแรงปานอัสนีบาต ทุกกระบวนท่าสั้นกระชับแต่เด็ดขาด ร่างของทหารหลีหยางที่บุกขึ้นมาล้มลงไปทีละคนๆ อย่างรวดเร็วราวกับใบไม้ร่วง เขาไม่ได้เพียงแค่สังหาร แต่ยังควบคุมสถานการณ์ ป้องกันไม่ให้ศัตรูคนใดสามารถฝ่าเข้ามาใกล้บริเวณที่องค์ชายใหญ่ประทับบัญชาการอยู่ได้เลย
ทันใดนั้น! ยอดฝีมือในชุดเกราะสีดำทะมึนผู้หนึ่งของฝ่ายศัตรูก็ทะยานข้ามหัวเหล่าทหารขึ้นมาบนกำแพงได้สำเร็จ มันตวัดทวนด้ามยาวในมือเข้าใส่จ้าวหลิงเฟิงโดยตรงด้วยพลังอันหนักหน่วง!
"ฝ่าา!" เฟยหลงตวาดพร้อมกับทะยานร่างเข้าขวาง ใช้กระบี่รับทวนนั้นไว้เสียงดังเคร้ง! แรงปะทะมหาศาลทำให้ร่างทั้งสองถอยกรูดไปหลายก้าว
จ้าวหลิงเฟิงทรงตั้งหลักได้อย่างรวดเร็ว ชักกระบี่ออกมาเตรียมพร้อม "ระวังตัวด้วยเฟยหลง! มันเป็ยอดฝีมือ!"
บัดนี้ กลายเป็การต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่อย่างแท้จริง เฟยหลงเข้าปะทะกับยอดฝีมือฝ่ายศัตรูด้วยเพลงกระบี่อันลึกล้ำ ขณะที่จ้าวหลิงเฟิงคอยป้องกันการโจมตีจากทหารเลวคนอื่นๆ ที่พยายามจะเข้ามาสมทบ แม้ฝีมือขององค์ชายจะเทียบไม่ได้กับเฟยหลง แต่ด้วยไหวพริบและการตัดสินใจที่รวดเร็ว พระองค์ก็สามารถช่วยเหลือเฟยหลงได้ด้วยการสร้างจังหวะ หรือสกัดกั้นศัตรูที่เข้ามาทางจุดบอด ทำให้เฟยหลงสามารถทุ่มสมาธิไปที่การต่อสู้กับยอดฝีมือตรงหน้าได้อย่างเต็มที่ ทั้งสองเคลื่อนไหวเข้าขากันอย่างน่าประหลาด ราวกับได้ฝึกซ้อมร่วมกันมานานปี สายใยแห่งความเชื่อใจก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือด
ในมุมหนึ่งใกล้กับบันไดทางขึ้นลงกำแพง องค์หญิงน้อยจ้าวเยว่ซินในคราบทหารเกณฑ์ตัวเล็กๆ ยืนตัวสั่นเทาปะปนอยู่กับกลุ่มทหารลำเลียงศร นางมองภาพการต่อสู้อันโหดร้ายเบื้องหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้าง ภาพเืที่สาดกระเซ็น เสียงร้องโหยหวนของผู้าเ็ กลิ่นคาวคละคลุ้งในอากาศ... นี่คือาที่แท้จริง มันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่นางเคยจินตนาการไว้ร้อยเท่าพันทวี เมื่อเห็นเสด็จพี่หลิงเฟิงตกอยู่ในอันตราย หัวใจนางแทบหยุดเต้น และเมื่อเห็นเฟยหลงเข้าปกป้องด้วยวรยุทธ์อันน่าทึ่ง นางก็รู้สึกโล่งใจระคนหวาดเสียว นางกำมีดสั้นที่ซ่อนไว้ในอกเสื้อแน่น รู้สึกถึงความไร้พลังของตนเองอย่างที่สุด
การต่อสู้บนกำแพงดำเนินไปอย่างดุเดือดอยู่พักใหญ่ ในที่สุด ด้วยความร่วมมือของจ้าวหลิงเฟิงและเฟยหลง ยอดฝีมือฝ่ายศัตรูก็พลาดท่าถูกคมกระบี่ของเฟยหลงสังหารลงได้สำเร็จ! การสูญเสียยอดฝีมือไปทำให้ทหารหลีหยางที่บุกขึ้นมาเสียขวัญกำลังใจอย่างหนัก และในที่สุดก็ถูกทหารเจียนเซียนตีโต้จนต้องล่าถอยกลับลงไปจากกำแพง ระลอกแรกของการบุกโจมตีอันหนักหน่วงได้ถูกต้านทานไว้ได้สำเร็จ!
เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีของเหล่าทหารเจียนเซียนดังขึ้น แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ควันไฟและฝุ่นควันยังคงคละคลุ้ง ศพและผู้าเ็นอนเกลื่อนอยู่บนกำแพง กลิ่นคาวเืแรงขึ้นจนแทบสำลัก
จ้าวหลิงเฟิงยืนหอบหายใจเล็กน้อย พระพักตร์มีรอยเขม่าควันแต่แววตายังคงมุ่งมั่น พระองค์ทอดพระเนตรไปรอบๆ เพื่อประเมินความเสียหาย ก่อนจะหันมาหาเฟยหลงที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างๆ กระบี่ในมือมีหยาดโลหิตเกาะพราว
"ขอบใจเ้าอีกครั้ง เฟยหลง" องค์ชายใหญ่ตรัสด้วยสุรเสียงที่แฝงความรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง "หากวันนี้ไม่มีเ้าอยู่ข้างกายข้า..."
เฟยหลงสบพระเนตรองค์ชายใหญ่ เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ใช้ผ้าเช็ดคราบเืบนกระบี่อย่างใจเย็น ก่อนจะเก็บเข้าฝัก "เป็หน้าที่ของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย" คำพูดสั้นๆ แต่แฝงไว้ซึ่งความภักดีที่หนักแน่น...