ซูเจินเดินกลับจวนด้วยท่าทางที่อารมณ์ดี ในมือมีจานขนมหยุนลี่ นางหยิบกินไป พูดคุยที หัวเราะทีกับอาเหมย เนื่องจากแผนที่นางวางไว้มันได้ผลดีเกินคาด อี้เถียนพยุงสนมลีกลับจวน ซูเจินเองก็เดินกลับจวนด้วยท่าทีร่าเริง ครั้นมาถึงจวนนางก็ต้องหุบยิ้มอัตโนมัติเมื่ออี้เฉียนนั้นกำลังนั่งมองหน้านางด้วยสายดุหน่อยๆ ซูเจินรีบยื่นจานขนมให้อาเหมยเอาไปเก็บเพราะกลัวว่าอี้เฉียนจะยึดไป
"ไหนเจ้าบอกว่าอยากพักผ่อน แล้วนี่เจ้าไปไหนมา?"
"ข้าก็…ออกไปเดินเล่นตามประสาข้านั่นแหละ…"
"แต่ท่าทางการเดินของเจ้า มันไม่เหมาะกับการออกไปเดินเล่นเลยแม้เเต่น้อย ตกลงเจ้าไปไหนมา?"
"ก็ไปเดินเล่น…จริงจริ๊ง!!"
"ถ้าเจ้ายังจะโกหก ข้าจะยึดขนมของเจ้าไป อาเหมย!!"
"อ้ะๆๆๆ..บอกแล้วๆ ข้าไปศาลากลางน้ำมา"
"ไปทำไม?"
"ก็ไปทำให้อี้เถียนกับสนมลี รู้ใจตัวเองยังไงล่ะ นี่เจ้ารู้อะไรไหม..พออี้เถียนเห็นสนมลีโดนสนมฮงตบ เขาก็รีบขี่ม้าขาวมาช่วยนางทันทีเลยนะ โรแมนติกมากๆเลยอ่ะ งื้อ!!"
"น้องสามไม่เคยขี่ม้าสีขาวและที่เมืองหยุนเปิงไม่มีอาชาสีขาว"
"โอย…ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น…คือแบบว่าเปรียบเปรยน่ะ…เอ่อ..ชั่งเถอะว่าเเต่..เจ้ามาที่นี่ทำไม?"
"ข้าก็เตรียมยามาให้เจ้าดื่มน่ะสิ เเต่ก็ไม่ยักคิดว่าเจ้าจะไม่อยู่ที่จวน แถมยังออกไปเล่นซนข้างนอกอีก ไม่สบายอยู่มิใช่หรือไง?"
"แล้วใครล่ะ ที่ทำให้ข้าต้องเป็นแบบนี้อ่ะ!" ซูเจินทำหน้าเชิด ชักสีหน้าไม่พอใจใส่ ทว่าอี้เฉียนนั้นกลับสบถยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ เขากวักมือให้นางไปนั่งที่โต๊ะแล้วสั่งให้ทุกคนออกไปก่อน ซูเจินเดินไปนั่งอย่างไม่พอใจ สีของยาในถ้วยมันทำให้ซูเจินอยากจะวิ่งออกไปตอนนี้เลย ยิ่งกลิ่นด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึงเลย
"หน้าตามันดูเเย่มาก นี่สาบานนะว่ากินได้จริงๆ เเค่กลิ่นก็จะอ้วกแล้ว ข้าไม่กินไม่ได้หรอ?"
"เจ้าไม่ชอบกินยาน้ำ…งั้นข้ามีแบบเม็ดให้" ซูเจินชักสีหน้าใส่เมื่ออี้เฉียนนั้นดักคอนางไว้ทุกทางเลย อี้เฉียนรู้อยู่แล้วว่านางจะไม่ยอมกินยาน้ำ เขาจึงให้อาฉางอัดยาเป็นเม็ดมาเผื่อด้วยนั่นเอง
"ถ้าอยากหายดี ก็ต้องรีบกินยา เร็วเข้า..ต้องกินตอนร้อนๆจะได้หายใจโล่งคอด้วย" ซูเจินมองถ้วยยาอย่างลังเล นางชัดเจนกับตนเองว่าไม่อยากดื่มยาถ้วยนั้น ซึ่งมันมีอยู่วิธีเดียวคือทำให้ยาถ้วยนั้นหายไปจากตรงนี้ให้ได้ ซูเจินแกล้งจะหยิบถ้วยยามาดื่มเเต่ทำทีเป็นถ้วยหล่นจากมือตกพื้น ทำให้ยาหกกระจายเต็มห้องไปหมด
"โอ้ย!!หกเลอะหมดเลย ทำไงได้ล่ะก็มันร้อนนี่นา แล้วแก้วมันก็ลื่นด้วย ถ้างั้นข้าก็คงไม่….."
"อาฉาง!!"
"พะยะค่ะ!!"
"เอายาถ้วยใหม่เข้ามาให้ข้าที!!"
"พะยะค่ะ!!..ยามาแล้วพะยะค่ะองค์ชาย พระชายาเชิญดื่ม" ซูเจินหันไปมองถ้วยยาที่อาฉางนำมาเสิร์ฟให้นางใหม่ด้วยความตกใจ สลับกับหันไปมองหน้าอี้เฉียน เขาเอียงคอแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะพยักหน้าให้นางดื่มยาเเต่โดยดี ซูเจินรับถ้วยยามาด้วยอาการมือสั่นๆ นางหันไปมองหน้าอี้เฉียนสลับกับอาฉางและแกล้งทำถ้วยตกอีกครั้ง เพล้ง!!!
"โอ้ย!! ตกอีกแล้วอ่ะ..ข้านี่ใช้ไม่ได้จริงๆเลย เอ่อ อี้เฉียน..ข้าว่า…….."
"ใช่..เจ้านี่ใช้ไม่ได้จริงๆ อาฉาง..ไปเอายาถ้วยใหม่มา..ไม่สิ!!...เอาเข้ามาทั้งโถเลยและก็เอาถ้วยชามาเพิ่มด้วย ข้าจะเป็นคนกรอกยาใส่ปากนางเอง!!"
"ยังไม่หมดอีกหรอ…นี่ท่านต้มยาเยอะเเค่ไหนเนี้ย?" ทันทีที่อาฉางยกไหยาเข้ามา ซูซูเจอนั้นถึงกับชะงักเพราะไฟใส่ยาต้มนั้นมันใหญ่พอกับถังสังฆทานที่บ้านของเธอเลย อาฉางยกมาวางตรงกลางระหว่างอี้เฉียน กับซูเจิน อี้เฉียนหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมาแล้วตักยาใส่พร้อมกับยื่นให้ซูเจินรอบที่สามด้วยตนเอง
"ไม่ว่าเจ้าจะทำหล่นเเตกกี่ถ้วย ข้าก็มีเติมให้เจ้าใหม่เสมอหรือถ้าเจ้าไม่ชอบดื่มจากถ้วย ข้าก็ยินดีเทจากโถใส่ปากเจ้าได้ ดื่มสิ!"
"มันขมอ่ะ..ไม่เอาหรอก ไม่กินๆ" ซูเจินไม่ยอมรับเอาถ้วยยา นางยกมือขึ้นมาปิดปากไว้เพราะเป็นตายร้ายดียังไงนางก็ไม่อยากดื่มมัน อี้เฉียนรู้ได้ทันทีว่าซูเจินกำลังจะเล่นเหลี่ยมกับเขาอีก เพื่อจัดการกับคนดื้ออย่างซูเจิน อี้เฉียนจึงต้องจัดการขั้นเด็ดขาด เขาเทยาในถ้วยนั้นใส่ปากตัวเองทำเอาซูเจินตกตลึง จังหวะนั้นเองอี้เฉียนเอื้อมไปดึงมือนางออกแล้วประกบปากกับนางทันที ซูเจินไม่ทันได้ตั้งตัวอี้เฉียนก็พ่นยาเข้าไปในปากของซูเจินเสียแล้ว เสียงกลืนน้ำลายดังเฮือก! ซูเจินตาเหลือก หน้าเหวอ ช็อคทำตัวไม่ถูก มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่นางกลืนยาลงท้องไปแล้ว อี้เฉียนถอนปากออกแล้วจ้องหน้าซูเจิน เขายิ้มที่เอาชนะความเจ้าเล่ห์ของซูเจินได้แล้ว
"ไม่เห็นขมเลย…ข้าว่ามันหวานมากกว่า"
"บ้า…ทะลึ่ง..ทำอะไรเนี้ย คนเยอะเเยะ"
"ก็เจ้านั่นแหละ..ไม่ยอมกินยาดีๆ ข้าถึงต้องใช้วิธีนี้ยังไงล่ะ คราวหลังถ้าเจ้าดื้ออีก ข้าก็จะทำเช่นนี้ล่ะ"
"พอเลย!!" อี้เฉียนฉีกยิ้มและเอื้อมมือไปลูบหัวซูเจินอย่างแผ่วเบา ซูเจินเขินจนหน้าแดงเพราะตอนที่อี้เฉียนป้อนยาด้วยปากนั้น อาเหมยกับอาฉางก็อยู่ ตอนนี้ซูเจินรู้สึกว่าเธอกำลังเป็นนางเอกที่อยู่ในซีรี่ย์ซักเรื่อง ซึ่งมีพระเอกมาคลั่งรักถึงสองคนด้วยกัน พอคิดได้แบบนั้นนางก็อดยิ้มและบิดตัวไปมาด้วยความฟินไม่ได้เลย
"เจ้าชอบที่ข้า ป้อนยาให้เจ้าเช่นนี้หรือ?"
"อะไร..ใครบอก!!"
"ก็ข้าเห็นเจ้าแอบยิ้ม บิดตัวไปมา แบบนี้เรียกว่าเจ้ากำลังเอียงอายต่อข้า ใช่หรือไม่?"
"เพ้อเจ้อ!!...ข้าไม่ได้คิดอย่างนั้นซะหน่อย เอ้า!!หมดธุระแล้วก็กลับจวนไปสิ ยังนั่งอยู่อีกทำไม..กลับไปได้แล้ว ข้าจะพักผ่อนแล้ว"
"เจ้าอยากให้ข้าพาเจ้าไปพักผ่อนหรือไม่…อืม..เเต่ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่ได้…..อื้ม!" ซูเจินเอื้อมมือไปปิดปากอี้เฉียนไว้เพื่อไม่ให้เขาเผลอปาก พูดอะไรแผลงๆออกมาอีก อี้เฉียนยิ้มเยาะที่เขาสามารถทำให้ซูเจินแก้มแดงระเรื่อขึ้นมาได้ ซึ่งการที่ซูเจินเอียงอายเช่นนี้ก็หมายความว่าซูเจินนั้น เริ่มมีใจผูกพันธ์กับเขาแล้วนั่นเอง…..