ยอดหญิงชาวนาพลิกชะตาหาทางรวย (นิยายแปล)

    ตอนที่ 27 ท่านอาหญิงพูดให้กระจ่าง (2)

    ตอนที่ 27 ท่านอาหญิงพูดให้กระจ่าง (2)

            ผู้เฒ่าเถียนถอนหายใจโล่งอก ในที่สุดก็ทำให้พวกชาวบ้านไม่เห็นเนื้อหนังตรงส่วนของชุดที่ขาดบนตัวเถียนจินจวี๋ได้สำเร็จ ไม่เช่นนั้นคงอับอายขายขี้หน้าเกินทน

            เขาถูมือพลางอธิบายให้ทุกคนฟังอย่างเก้อกระดาก “เรื่องมันเป็นอย่างนี้ ข้าขอให้แม่สื่อหวังจับคู่ให้บุตรสาวข้า แม่สื่อหวังหาคู่ที่เหมาะสมให้นางได้แล้ว นั่นก็คือคหบดีจั่วของหมู่บ้านตระกูลจั่วที่อยู่ห่างออกไปร้อยลี้ ใครจะรู้ว่าฮูหยินจั่วมาแอบดูที่บ้านข้ารอบหนึ่ง นึกไม่ถึงว่าจะถูกใจไฉ่เวย บุตรสาวข้าคาดหวังต่อการแต่งงานครั้งนี้มากเหลือเกินจึงไม่พอใจจนเสียศูนย์ นางเป็นสตรีแสนดีที่มีความคิดจริงจัง ไม่ได้ล่วงประเวณีคบชู้สู่ชายคนใดเลย”

            แม้ว่าการพูดความจริงออกมาจะทำให้ผู้เฒ่าเถียนอับอาย แต่ก็ดีกว่าปล่อยให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าบุตรสาวของเขามีความสัมพันธ์กับบุรุษคนอื่น ประการแรกไม่เพียงจะถูกชาวบ้านเยาะเย้ยเท่านั้น ประการต่อมาอาจถูกชาวบ้านรังเกียจและอาจถึงขั้นนำไปขังในกรงหมูแล้วถ่วงน้ำ[1] ต่อให้ไม่ถูกกระทำเช่นนั้น ชื่อเสียงของบุตรสาวก็คงพังยับเยินจนแต่งไม่ออกจริงๆ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อการแต่งงานของรุ่นหลานด้วย คนชนบทที่ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงย่อมไม่มีใครยอมแต่งงานกับคนที่ผิดประเพณีและศีลธรรมเช่นนี้

            ในสายตาของทุกคนที่ได้ฟังล้วนบังเกิดแววดูถูกเหยียดหยาม

            ผู้ใหญ่บ้านพูดออกมาประโยคหนึ่ง “ดูแลสั่งสอนบุตรสาวเจ้าให้ดีเถิด” ก่อนจะกลับออกไปพร้อมกับทุกคน

            ทว่าผู้เฒ่าเถียนยังคงพูดอย่างหน้าซื่อใจคดว่า “ในเมื่อทุกท่านมาถึงที่นี่แล้ว ก็กินข้าวก่อนแล้วค่อยไปสิ”

            ชาวบ้านคนหนึ่งพูดเหน็บแนม “ข้าไม่กล้าอยู่บ้านเจ้านานๆ หรอก เกรงว่าจะถูกเจ้ากัดเข้า เราทุกคนค่อนข้างมีอายุแล้วก็ต้องรักษาหน้าตาหน่อย”

            ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนซื่อตรงและชนะใจผู้คนในหมู่บ้าน เมื่อครู่ผู้เฒ่าเถียนใส่ร้ายผู้ใหญ่บ้านเช่นนั้น พวกเขาทุกคนต่างเจ็บใจแทน จึงใช้โอกาสนี้ผดุงความยุติธรรมให้ผู้ใหญ่บ้าน

            ผู้เฒ่าเถียนทำได้เพียงเฝ้าดูชาวบ้านจากไปด้วยความรู้สึกพูดไม่ออก

            ความวุ่นวายนี้ล่วงเลยมาจนถึงยามซวี[2] ซึ่งเลยเวลากินมื้อเย็นไปนานแล้ว แต่ผู้เฒ่าเถียนกำลังโมโหจึงไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก

            เสี่ยวเป่ามีนิสัยเอาแต่ใจ ทนหิวไม่ได้จึงโวยวายเรื่องกิน หม่าซื่อต้องห้ามเขาไว้ ขืนไปพูดเรื่องกินกับผู้เฒ่าเถียนตอนนี้ก็เท่ากับหาเรื่องให้โดนด่า นางจึงกระซิบข้างหูเสี่ยวเป่าไปสองสามคำ

            ทันทีที่ได้ยินเสี่ยวเป่าก็รีบวิ่งออกจากห้องครัวไปที่หน้าประตูห้องเถียนจินจวี๋ เห็นว่าบุตรสาวยังคงร้องไห้ฟูมฟาย เว่ยซื่ออยากอยู่ปลอบประโลม แต่ก็ถูกนางร้องไห้โวยวายอารมณ์เสียใส่จึงออกไปก่อนหน้านี้นานแล้ว

            เสี่ยวเป่าเข้าไปผลักเถียนจินจวี๋ “ท่านอาหญิงอย่าร้องไห้ ท่านแม่ของข้านึ่งไข่ตุ๋นให้ท่านหนึ่งชามแล้ว ถ้ายังไม่เริ่มมื้อเย็นมันจะเย็นชืดหมดนะ”

            ทันทีที่พูดถึงเรื่องกิน เถียนจินจวี๋ก็ลืมความคับข้องใจทันที ประกอบกับที่นางเองก็รู้สึกว่าท้องหิวแล้วด้วย จึงยกฝ่ามืออวบอ้วนขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วเดินออกจากห้องไป เสี่ยวเป่ากำลังจะเดินตาม แต่เห็นหม่าซื่อยืนกวักมือเรียกอยู่ตรงประตูห้องครัวเสียก่อน เขาจึงเดินไปหามารดาแทน

            ไม่นาน เสียงคำรามด้วยความโกรธของผู้เฒ่าเถียนก็ดังมาจากห้องโถง “กินๆๆ นอกจากกินเจ้าทำประโยชน์อะไรได้บ้าง! โตขนาดนี้แล้ว ประโยคใดพูดต่อหน้าคนนอกได้ ประโยคใดไม่ควรพูดก็คิดเองไม่เป็น!”

            เว่ยซื่อคิดว่าเรื่องแต่งงานของเถียนจินจวี๋ยังไม่ยุติ ประกอบกับเมื่อครู่นางมีความคิดเพื่อตัวเองขึ้นมา จึงพยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้เฒ่าเถียนสงบสติอารมณ์ หลังจากบ่นพึมพำไปสักพัก ความโกรธของผู้เฒ่าเถียนถึงได้บรรเทาลงอย่างเสียมิได้

            เว่ยซื่อเดินออกจากห้องโถงด้วยใบหน้าแก่ชราที่บูดบึ้ง แล้วตะโกนไปทางห้องครัว “บ้านสาม เอาอาหารขึ้นโต๊ะได้แล้ว”

            หม่าซื่อส่งเสียง “เจ้าค่ะ!” และเริ่มลำเลียงอาหารเย็นออกมา ส่วนเสี่ยวเป่าออกไปเรียกหลินซื่อสามแม่ลูกตามปกติ

            

            เชิงอรรถ

    ^ วิธีลงโทษบุรุษหรือสตรีที่ทำผิดประเวณีนอกใจคู่สมรส^ ยามซวี คือช่วงเวลา 19.00-20.59 น.

    คล้ายกับเรื่องยอดหญิงชาวนาพลิกชะตาหาทางรวย (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน