ขบวนรถเทียมม้าแล่นผ่านแนวป่าอุทยานหลวง
สองเ้าแผ่นดินนั่งนิ่งสงบบนรถม้า
กองทหารราชองครักษ์นำขบวนเดินทางไปยังประตูวังทิศเหนือ
แนวป่าสองข้างทางคือกำแพงธรรมชาติในการป้องกันข้าศึก
แต่สำหรับเฟซองกับกลุ่มของแซคซอนและไวกิงสามารถเคลื่อนตัวไปตามแนวป่าเร็วจนตามทันขบวน
แม้ว่ารากไม้ใบไม้จะเป็อุปสรรคใหญ่ที่อาจเปิดเผยการซุ่มจู่โจมครั้งนี้
แต่พวกแซคซอนนั้นสอนเื่การเคลื่อนตัวตามโคนต้นไม้พวกเขาจึงตามทันขบวน แม้ต้องรอศาสนขุนพลถอนกำลังจากชายป่าครู่หนึ่ง
พวกไวกิงชำนาญเื่การล้มต้นไม้ใหญ่เมื่อถึงจุดหนึ่งเฟซองก็เป่าแตรสัญญาณครั้งหนึ่ง
เมื่อกองทหารคุ้มกันขบวนรถม้ารู้ว่าตกเป็เป้าก็รีบเร่งฝีเท้าทันที
เฟซองยิ้มมุมปากพร้อมชักม้ากระโจนออกไปไล่ตามขบวนที่กำลังตื่นตระหนกจนไม่ทันระวังต้นไม้ใหญ่ล้มลงปิดทางส่งผลให้กองทหารราชอารักขาเสียหลักชนต้นไม้เข้าอย่างแรงจนร่างถลาลงกระแทกพื้น
เสียงกู่ร้องสั่งดังลั่นกองทหารพุ่งตีขนาบออกจากสองข้างทางเข้าสังหารทหารราชองครักษ์เบอร์กันดี
รองแม่ทัพรีบชักม้าเข้าประชิดรถเทียมม้า
ร่างม้าตัวใหญ่กระแทกบานประตูรถเทียมม้าสกัดทางหนีของสองเชื้อพระวงศ์
โยมุสใช้ด้ามขวานกระแทกประตูตู้เทียมม้าแหลกในสามที
เฟซองคว้าข้อมือดันเต้ซึ่งยกสูงขึ้นป้องกันตนเองและกีเนเวียก่อนจะกระชากร่างาาต่างเมืองลงจากตู้เทียมม้า
โยมุสเหยียบร่างดันเต้แล้วเหวี่ยงวงขวานเร็วจนไม่ได้ยินเสียงร้องขอชีวิต
“ฟรองเซ! ฟรองเซ!” ทหารกู่ร้องคำรามกับชัยชนะ
“ฟรองเซ! ฟรองเซ!” จากนั้นทหารก็ยกอาวุธให้แก่เฟซอง
รองแม่ทัพกุมศีรษะราชินีกีเนเวียลงจากรถเทียมม้า
ปราสาทเลจีสตัง
เสียงสำราญสุขจากคาร์ลปนเสียงหวีดแว่วกรีดร้องจากเ้าหญิงเลเน่ดังลั่นวัง
ดอกลิลลี่ทองคำโลมเลียเล่นกับเ้าสิงโตแสนสวยสิงโตน้อยก็กระโจนเล่นไปกับเครือดอกลิลลี่หิวเืสด มันไชรากฝังลึกหาความสดของสิงโตน้อยแล้วดูดกลืนความชุ่มฉ่ำกลับมาเติมเต็มชีวิต
เ้าสิงโตน้อยทั้งกัดทั้งข่วนจนกลีบใบกลีบดอกช้ำแต่ดอกลิลลี่ก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ กลีบดอกบานขยำเนื้อนวลพาสิงโตสาวต้องร้องคราง บิดกายถูทุ่งดอกลิลลี่จนแตกฟองน้ำหวาน
ชายฉกรรจ์รุ่นคราวพ่อหอบถี่ในอ้อมอกของเ้าหญิงน้อยโหนกแก้มซุกอยู่บนเนินนุ่มนิ่มที่เขาปรารถนา
เขาได้พรากความบริสุทธิ์จากเ้าหญิงผู้เลอโฉมเร่าร้อนบนเตียงเหลือเพียงคราบคาวโลกีย์ เื และน้ำตา
เ้าหญิงเลเน่โอบเรียวขากอดอยู่บนสะโพกคาร์ลมือข้างหนึ่งกุมศีรษะโล้น อีกข้างลูบใบหน้าเขาเล่น
การขยับเรียวขานั้นทำให้ดอกลิลลี่ติดไฟอีกครั้ง“เ้าชอบไหม”
ใบหน้าย่นของเ้าหญิงและคราบน้ำตากลับทำให้ชาล์ยิ้มย่อง
“สำหรับการที่พวกเ้าไม่ยอมข้าแต่แรก”ชาล์บดเรียวปากขยี้ขยำให้หนำใจ “ขอร้องให้ข้าหยุดสิ”
ริมฝีปากบางกัดอมคำพูดไว้กับเรือนร่างงาม
“ขอร้องข้าสิ” คาร์ลกระซิบแ่แล้วชิมเนื้อบนลำคอนุ่ม“ข้าจะสอนให้พวกโลธาริ่งได้รู้ว่าใครคือาา”
สิงโตน้อยครางแ่ถึงกับโยกกายส่ายสะโพกหยอกล้อยอดเกสรดอกลิลลี่ดอกไม้ป่าไม่อาจต้านทานเนื้อััจึงทะลักน้ำหวานอีกครั้งและอีกครั้งจนกลีบช้ำ
แม่นางน้อยหัวเราะพร้อมกับเสียงครางกระเส่าแ่เบาจากสามีผู้หมดเรี่ยวหมดแรงบนกายของเธอ
“ฟรองเซ! ฟรองเซ!ฟรองเซ!” เสียงทหารกู่ร้องกำลังดังขึ้น
“ดูสิ ทหารของท่านเสริมกำลังใจมาถึงห้องนอนแล้วเพคะ”เลเน่ส่งยิ้มหวานหลอมใจว่าที่กษัตริย์
คาร์ลคำรามแ่เบาแล้วดันกายขึ้นจูบริมฝีปากบางครั้งหนึ่ง“พวกเขาคงดีใจที่มีเ้าเป็ราชินี” เขาดีดตัวขึ้นยืนข้างเตียงแล้วสวมชุดคลุม
เด็กสาวได้แต่คว้ากอดอากาศเธอส่งตาหวานเพื่อเรียกคาร์ลกลับขึ้นเตียง เมื่อเห็นว่าสามีกำลังถอยห่างจากเตียงนางจึงลุกขึ้นนั่งด้วยแววตาเศร้า
“อย่าเสียใจไปเลย”คาร์ลลูบพวงแก้มชื้นน้ำตา “ข้าขอไปร่วมแสดงความยินดีกับพวกเขาสักหน่อย”
“ท่านอย่าปล่อยให้ข้านอนหนาวเพียงลำพังนะเพคะ”เลเน่บอกเสียงสั่นเครือ
คาร์ลงับหยอกบนสันจมูกเด็กสาว“เ้าแมวน้อยแสนน่ารัก คืนนี้อีกยาวไกล” ว่าที่กษัตริย์ขยำกลีบปากนุ่มอีกครั้ง
เลเน่กระพือแผงขนตาหว่านเสน่ห์เกินห้ามใจ“แล้วท่านมีความสุขไหม”
ท่านคาร์ลย่นหัวคิ้วทำให้เธอใช้นิ้วชี้แตะระหว่างคิ้วเขาสามครั้ง
“ท่านชอบทำตาแบบคนใจร้าย”เลเน่หันหลบสายตาดุตรงหน้า
คาร์ลถึงกับหัวเราะแ่“หากเ้า้าผู้ชายนุ่มนวล เห็นจะมีแต่พวกบ่าวรับใช้และพวกเล่นกล” เขาเชยคางภริยามาสบดวงตาดุ“หากเ้าประสงค์เป็ราชินี เ้าก็ต้องชอบทุกสิ่งที่าาควรมี”
“เพคะ”เลเน่ใบหน้าจับสี “ท่านนั้นเป็าาผู้องอาจที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบ”เด็กสาวยิ้มใสซื่อให้แก่เขา
“เช่นนั้นเ้าจงรอข้าที่นี่”คาร์ลหัวเราะเต็มเสียงแล้วถอยตัวออกจากร่างงาม เมื่อพ้นประตูคาร์ลก็ชายตามองทหารยาม “ห้ามนางออกจากห้อง”
ว่าที่าาเดินตัวปลิวด้วยหัวใจอันปรีดามุ่งตรงไปยังโถงกลางปราสาท
“ท่านแกรนด์ดยุก”เหล่าหัวหน้าเผ่าเปลี่ยนชื่อของเขาใหม่
จากนี้ไปคาร์ลจะเป็แกรนด์ดยุกแห่งฟรองเซ
ตาสีเข้มมองไปยังโต๊ะอันประดับด้วยศีรษะเ้าแคว้นพรอว็องค์และเบอร์กันดี
ทันใดนั้นร่างของชาล์กลับหยุดนิ่ง เกร็งไปทั้งตัวเมื่อมองใบหน้าใต้แสงกองไฟกลางปราสาทให้ชัดเจนมากขึ้นมือหนาชี้ขึ้นไปยังห้องหอ เสียงขบกรามดังลั่นจนเหล่าทหารหยุดรื่นเริงยินดี
“นั่น!ไม่ใช่กีเนเวียและดันเต้” คาร์ลใบหน้าแดงก่ำด้วยโทสะ เขาตรงไปผลักศีรษะคนแปลกหน้าทั้งสองลงจากโต๊ะไม้ร่างสั่นหันตัวกระแทกเท้าไปเกือบสิบก้าว
โยมุสรีบเข้าไปคว้าข้อมือคาร์ลไว้“ท่านชาล์! โปรดลดโทสะลงเสียก่อน” ชายร่างใหญ่รีบเอาตัวเข้ามาขวางประตู“อย่างไรเ้าหญิงก็เป็ภริยาตามกฎหมาย หากนางตายท่านจะถูกต้องโทษเป็แน่”
คาร์ลกระชากข้อมือกลับแล้วหมุนตัวไปถีบโต๊ะไม้เปื้อนเืจนล้มครืนลง“เราต้องถามนางให้รู้แจ้ง” คาร์ลจ้องตาโยมุส พร้อมสงบอาการสั่นของตนเองลง
เมื่อเห็นว่าโยมุสไม่หลีกถอยคาร์ลก็ส่งยิ้มไปให้ชายตรงหน้า
“เราต้องรู้ว่านางนั้นรวมหัวกับพวกเหลือบไรต้นไม้หรือไม่”ชาล์คำรามแล้วผลักไหล่โยมุสให้พ้นทาง าาหน้าแดงก่ำพุ่งตัวขึ้นโถงทางเดินครู่เดียวก็มาหยุดอยู่หน้าห้องหอทหารยามไม่ทันตั้งตัวจึงเปิดทางให้ไม่ทัน
ประตูไม้กลอนลั่นสนั่นพาร่างบางสะดุ้งตัวขึ้นนั่งบนเตียงราชินีสาวส่งดวงตากลมโตตอบสามี ั์ตาสีทองมองลงมายังมือขวา จับจ้องคมดาบสะท้อนแสงเทียนด้วยดวงตาเป็ประกายบริสุทธิ์
ทหารราชองครักษ์หน้าตื่นตระหนกระหว่างกุมด้ามดาบในมือคาร์ล
“มีเื่อันใดหรือเพคะ”เลเน่ถามเสียงแตกเครือ ดวงตาสั่นไหวด้วยความกลัว
ทันใดนั้นคาร์ลก็ได้สติเขาปล่อยดาบคืนแก่ราชองครักษ์แล้วหันมาถามภริยาคนสวย “พ่อและแม่ของเ้าเดินทางไปที่ใด”
เ้าหญิงตอบทันควัน “ท่านบอกเพียงว่าจะเดินทางไปพรอว็องค์ทันทีเพราะเบอร์กันดีเป็ของท่านแล้ว” ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้าง ใบหน้าซีดเผือด“มีเื่อันใดเกิดขึ้นหรือเพคะ”
คาร์ลกลืนน้ำลายฝืดคอ “กองลาดตระเวนรายงานว่าขบวนเสด็จถูกโจมตีเห็นว่าภายในเบอร์กันดีเกิดฏ”
“แล้วท่านพ่อและแม่ของข้าล่ะเพคะ”เธอลงจากเตียงตรงมากุมมือคาร์ล “ท่านเป็เช่นไรเพคะ” หญิงสาวน้ำตาไหลนองพวงแก้มพร้อมเสียงแตกเครือ
ว่าที่าาเห็นอาการขนลุกบนผิวภริยาสาวเมื่อเห็นเขานิ่งไปครู่ใหญ่เธอก็ถอยตัวกลับเตียงเหมือนจะเป็ลมล้มพับลงเขาจึงรีบเข้าไปประครองภริยา “จงสบายใจ ทหารของเราพบว่าไม่ใช่ดันเต้และกีเนเวีย”
ชาล์ััได้ว่าหัวใจดวงน้อยกำลังเต้นสนั่นอก“หมายถึง...ท่านพ่อกับท่านแม่ปลอดภัยหรือเพคะ”
สามีพยักหน้าพร้อมบีบมือนุ่มปลอบเด็กสาว
นางลดความวิตกลงด้วยรอยยิ้ม“ดีจังเลยเพคะ” ก่อนจะถอนหายใจยาวพร้อมปาดน้ำตาออกจากพวงแก้ม
“พวกเขาบอกว่าจะเดินทางไปพรอว็องค์เหรอ”คาร์ลสบตาหาความจริง
เลเน่ไม่หลบตาตอบพร้อมพยักหน้า“ใช่เพคะ ข้าบอกท่านแล้ว เบอร์กันดีเป็ของท่านแล้ว”
คิ้วที่เกร็งจนขึ้นสันเริ่มคลายลง“ดัชเชสแห่งเบอร์กันดี” เขาปาดคราบน้ำตาออกจากพวงแก้มนุ่ม
“เราต้องรีบเดินทางกลับนอร์มันดี”เด็กสาวเตือนคาร์ล “หากท่านไม่ได้เป็แกรนด์ดยุก ข้าจะเสียแผ่นดินเบอร์กันดีเชียวนะเ้าคะ”เด็กสาวลูบร่องหัวคิ้วของชาล์เล่น “และก็เลิกทำคิ้วดุได้แล้ว”
คาร์ลขยำจูบนางหลอมละลายในอ้อมกอดของเขาทันทีทันใด
เรียวปากหยาบกลั้นใจถอยตัวออก“ข้าขอไปสั่งหน่วยทหารไปยังพรอว็องค์” มือหยาบลูบกลีบปากบวมแดงเล่น
“เพคะ ข้าจะรอท่าน”เลเน่ยิ้มหวานให้ชาล์เหมือนก่อนที่เขาจะถอนตัว
ว่าที่กษัตริย์ปิดประตูห้องอย่างเบามือแล้วหันมาปะทะสายตากับเหล่าขุนพล
“ดันเต้กับกีเนเวียเดินทางไปพรอว็องค์”ชาล์ดันหัวไหล่เฟซองและโยมุส โอบคนทั้งสองเดินออกห่างจากประตูห้อง เส้นทางยาวไปยังสะพานโล่งเชื่อมปราสาทปีกตะวันตกกับสายลมเย็นพัดแรงแสงไฟจากห้องหอดึงความสนใจจากคนทั้งสามให้แหงนหน้าขึ้นมองเด็กสาวผู้ยิ้มสวยลงมาคาร์ลจึงโบกมือให้ภริยา “นางรู้ว่าดันเต้และกีเนเวียไปพรอว็องค์”
“นางอาจจะร่วมมือกับคนทั้งสอง”เฟซองไม่มองตามคาร์ล เขาหันหลบเ้าหญิงคนสวย“นางร้ายกว่าที่ท่านเห็น”
ชาล์พยักหน้า“แต่นางดูซื่อบริสุทธิ์ ราวกับเด็กสาวผู้ไม่รู้เห็นสิ่งใด”
“ข้าเห็นด้วย”โยมุสผ่อนลมหายใจ “นางเป็เด็กสาวอายุเพียงสิบสี่เท่านั้น เื่มารยายังไม่เจนโลกเลย”
“แต่!”เฟซองกัดปากตนเองแล้วเงยหน้ามองฟ้า “นางเคยเหน็บแนมข้า”
โยมุสตบไหล่รองแม่ทัพแรงๆ ไปหนึ่งที “เ้าเถียงแพ้เด็ก แล้วจะเก็บมาแค้นไม่ได้” ขุนทหารไวกิงมองไปทางชาล์“พวกข้าไม่สามารถยกทัพเข้าพรอว็องค์ได้”
“ข้ารู้” ชาล์สูดลมหายใจเข้าลึก“แผนจัดการเ้าตัวดีล้มเหลวไม่เป็ท่า”
“เราเป็คนจนมุมเสียเอง”เฟซองหลุดปากพาให้ชาล์ตบปากเขาเต็มแรง
“ไปจัดการให้เรียบร้อย”ชาล์ชี้นิ้วเตือน
เฟซองถอยไปได้ครึ่งก้าวหลังรับคำสั่ง
คาร์ลดึงกระชากคอเสื้อเฟซองเข้าหาตัว“ข้าจะเดินทางกลับนอร์มันดีพรุ่งนี้”
นี่ไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็คำเตือนจากคาร์ล