พระอาทิตย์ค่อย ๆ คล้อยต่ำลงความมืดยามราตรีเริ่มคืบคลานมายังตัวเมือง
เรย์ใช้กล้องส่องทางไกลตรวจตราพื้นที่รายรอบอย่างละเอียดดวงตาของเขาจ้องมองไปที่ตัวอาคารและบริเวณรอบ ๆ ด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีปัจจัยใดๆ มาก่อกวนได้ เขาพิจารณาภูมิทัศน์อย่างละเอียด มองหาจุดที่อาจใช้ประโยชน์ได้ไม่ว่าจะเป็จุดเข้าถึง การซ่อนตัวหรือแม้กระทั่งตำแหน่งสูงที่สามารถใช้เป็ที่เฝ้าระวัง
แสงสุดท้ายของวันทอดเงายาวไปบนผืนดินรอบโรงเรียนประถมที่กลุ่มกองกำลังปริศนาได้ยึดครองพื้นที่รอบโรงเรียนเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดที่พาเศษใบไม้ปลิวว่อนเสียงลมที่พัดผ่านรั้วลวดหนามทำให้เกิดเสียงหวิวดังประหลาด ๆเหมือนเสียงครางของความมืดที่กำลังกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง
พื้นที่กว้างขวาง รอบ ๆโรงเรียนมีสนามฟุตบอลที่ล้อมรั้วเหล็กไว้ และอาคารเรียนมีหลายชั้น พื้นที่สนามใกล้ตัวอาคารมีเครื่องเล่นเด็กที่ถูกทิ้งร้างลานกว้างที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก ๆบัดนี้กลับกลายเป็สถานที่ที่เต็มไปด้วยความเงียบงัน
พวกคณะของกลุ่มกองกำลังปริศนายึดโรงเรียนประถมแห่งนี้เป็ค่ายพักห่างออกไปไม่ไกลจากถนนเส้นหลักและอยู่ห่างจากที่พักของพวกเขาประมาณสามกิโลเมตรจากทางใต้เพียงเท่านั้น
ไม่นานนักมีคนจุดไฟหลายกองขึ้นกลางสนามฟุตบอลพวกมันพากันถอดชุด วางอาวุธแล้วยืดร่างกายอันเมื่อยล้า พวกมันนั่งล้อมวงรอบกองไฟบ้างก็ต้มน้ำ บ้างก็ต้มข้าวต้มอย่างผ่อนคลาย
เรย์และเพื่อนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บนอาคารแห่งหนึ่งไม่ไกลจากโรงเรียนมากนักนี่เป็ตำแหน่งที่ดีที่สุดในการสอดส่องไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว
“ในลานมีคนเฝ้าอยู่ยี่สิบสองคนส่วนบนตึกยังมีอีกเกือบยี่สิบคน”
เรย์กล่าวเขาใช้เนตรมารมองสำรวจภายในอาคาร เห็นสัญญาณเส้นแสงของสิ่งมีชีวิตเป็สีสันต่างกันกำลังอาศัยเดินไปมาอยู่ภายในได้อย่างชัดเจน
บนลานกว้างเขาเห็นชายคนหนึ่งนั่งหดตัวอยู่บนพื้นอย่างตื่นกลัว เหงื่อไหลเต็มใบหน้า ส่วนคนที่ดูเหมือนเป็ผู้นำกลุ่มกองของคนร้ายกำลังนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าชายคนดังกล่าวใช้ปากกระบอกปืนจิ้มหน้าผากของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ว่ากำลังถามอะไร
คนเกือบครึ่งร้อยถูกกวาดต้อนมาอยู่รวมกันในสนามเทนนิสด้านข้างซึ่งมีกรงขนาดใหญ่ล้อมรอบทั้งสี่ทิศคนร้ายนับสิบคนในลานควบคุมสภาพแวดล้อมของพวกเขาอย่างเข้มงวด ไม่เปิดโอกาสให้หลบหนี
เวลานี้กลับเห็นคนร้ายคนหนึ่งดึงผมของหญิงสาวหนึ่งคนออกจากกลุ่มคน ขาคู่ของหญิงสาวพยายามดิ้นรนสุดแรงแต่ทว่าสุดท้ายยังถูกลากหายเข้าไปในตัวอาคารเรียนซึ่งอยู่ด้านหลัง เหล่าคนที่ถูกจับดูฉากนี้อย่างหวาดผวามีผู้ชายในกลุ่มหลายคนอยากลุกขึ้น แต่ถูกปากกระบอกปืนเย็นเยียบจี้กดให้นั่งกลับลงไป
ไม่มีคนกล้าต่อต้าน ใน่เวลาแบบนี้ใครๆ ก็ไม่สามารถใช้คุณธรรมมาต่อว่า การเอาตัวรอดของมนุษย์ตอนที่ตกอยู่ในอันตรายเป็สัญชาตญาณชนิดหนึ่งเหล่าผู้คนที่ไม่เคยประสบกับการฝึกอย่างมืออาชีพความหวาดกลัวจึงเป็อารมณ์ที่พวกเขาควรพึงมี
ผ่านไปไม่นานคนร้ายคนนั้นก็เดินออกมาจากในตัวอาคาร เขาตบไหล่ของพวกพ้องอย่างกระปรี้กระเปร่า
“ตานายแล้ว รีบจัดการซะ”
เหล่าผู้คนที่ถูกจับได้ยินประโยคนี้ก็ถดตัวถอยหลังอย่างหวาดกลัวทันทีเห็นเพียงคนร้ายเ่าั้หัวเราะฮิฮะ สายตากวาดไปมาอยู่ในกลุ่มคนเหล่าหญิงสาวและเด็กสาวพากันก้มหน้าไม่กล้ามองตรงเหมือนกับว่าอย่างนี้ตนเองจะไม่ถูกค้นพบ
ถึงแม้ไม่รู้ว่ายังมีคนอื่นซุ่มหรือกำลังเสริมด้านนอกอยู่หรือไม่ก็ตามเรย์และเคนจิไม่สามารถอดทนรอได้อีกต่อไป นี่เป็จังหวะเวลาที่ควรเริ่มลงมือ
เปรี้ยง!
เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดฮารุโตะใช้ปืนไรเฟิล ซุ่มยิงไปยังขาชายคนหนึ่ง ขณะกำลังยืนคุมแถวอยู่กลางลาน เสียงร้องเ็ปดังขึ้นไม่ทันไร ไม่กี่อึดใจต่อมาเสียงปืนก็ดังต่อเนื่องอีกหลายนัด
ทั้งกลุ่มโจรและผู้คนที่ถูกจับตัวเริ่มตื่นตัวทันทีหลังจากได้ยินเสียงปืนั้แ่นัดแรก
“บัดซบ! มีคนลอบโจมตี!”
เหล่าชายฉกรรจ์ชักอาวุธออกมา แต่ก็ยังไม่มีใครจับตำแหน่งที่แน่นอนได้ว่าศัตรูยิงมาจากทิศทางไหนจากนั้นก็คนที่สอง คนที่สาม กุมขาล้มลงกองกับพื้น เืไหลเจิ่งนอง
“กระจายตัวไปลากคอไอ้มือปืนนั่นออกมาซะ! อย่าให้มันมาหยามเราได้ ส่วนพวกแกทุกคนนั่งลงไปให้หมด ถ้ายังไม่อยากตาย”
เสียงะโดังแหวกความโกลาหลยามค่ำคืนบรรยากาศในค่ายพลันเดือดพล่านขึ้นมาทันตา จากนั้นตามด้วยเสียงเพล้งเหมือนขวดแตก ก่อนจะมีไฟโหมลุกขึ้นตามจุดต่างๆ รอบโรงเรียน พวกมันต่างพากันหลบเข้าที่กำบังอย่างช่วยไม่ได้
ขณะที่ชายคนหนึ่งกำลังวิ่งหลบะุเข้าไปยังตัวอาคารกลับถูกอสูรสี่เท้าตัวใหญ่ตะครุบลากหายเข้าไปในความมืดต่อหน้าเพื่อนของตน
“อ๊าก— ช่วยด้วย!”
เงาดำของอสูรใหญ่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วร่างของชายผู้โชคร้ายถูกกัดคอแล้วลากเข้าไปในความมืด ความเงียบชวนขนลุกแผ่ปกคลุมเขาพยายามหันไปมองซ้ายขวา แต่ไม่ทันที่จะทำอะไรเสียงกรีดร้องของเพื่อนที่ถูกลากไปก็ทำให้ใจของเขาหล่นวูบดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นกลัว หัวใจเต้นระรัวและมือที่จับดาบเริ่มสั่น
“เกิดอะไรขึ้น!?”
“คะ... คุณอาม่อนหมอนั่นถูกอะไรบางอย่างลากหายไปทางนั้นครับ”
ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ชี้ไปยังทิศทางหลังอาคารเรียน
“ช่างหัวมันไปก่อนคงเป็ความสามารถของใครสักคน พวกแกไปรวบรวมคนมาให้ฉันครึ่งหนึ่งเราจะบุกไปจัดการพลซุ่มยิงที่อาคารฝั่งตรงข้ามนั่น”
“แล้วพวกคนที่จับมาให้ทำยังไงครับ”
“ก็ให้คนที่เหลือเฝ้ากันไปสิวะไม่งั้นฉันจะพาพวกแกออกมาทำอะไรกันเยอะแยะ”
แม้คนเหล่านี้จะทำตัวเป็โจรแต่ก็ยังขาดทักษะการต่อสู้เป็อย่างมาก พวกเขาตอบสนองได้อย่างเชื่องช้าไร้ระเบียบ ชายที่ชื่ออาม่อนแม้จะแสดงความหงุดหงิดออกไปบ้างแต่เขาก็ยังพยายามควบคุมสถานการณ์อย่างใจเย็นท่ามกลางเสียงปืนที่ยิงเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง
จากทิศทางของเสียง อาม่อนรับรู้ได้ว่าเป็การยิงจู่โจมมาจากมุมตึกสูงที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
ฮารุโตะประจำตำแหน่งบนตึกสูงอย่างที่อีกฝ่ายคิดเปิดฉากยิงจู่โจมเรียกร้องความสนใจได้สำเร็จทำให้กองกำลังกว่าครึ่งต้องออกมาตามล่า
“ฉันคงอยู่ตรงนี้ได้อีกไม่นานที่เหลือต้องฝากพวกนายสองคนต่อแล้วล่ะเพื่อน”
ฮารุโตะพึมพำ แม้ว่าเพื่อนทั้งสองคนที่เขาพูดถึงจะไม่ได้อยู่รับฟังด้วยกันตรงนี้แล้วก็ตาม
เงาร่างสองเงาพุ่งเข้ามาทางหน้าต่างม้วนตัวหนึ่งตลบยืนขึ้นชิดผนัง การเคลื่อนไหวทั้งหมดไหลลื่น ซ้ำยังแ่เบา ทั้งเรย์และเคนจิต่างลอบเข้ามาในอาคารเรียนได้อย่างง่ายดายเมื่อรอบนอกพื้นที่ของโรงเรียนเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
“ใครน่ะ!?”
ชายหนึ่งซึ่งกำลังเดินลาดตระเวนอยู่กับพรรคพวกในอาคารมันหันมาพบกับเรย์เข้าโดยบังเอิญนับว่าปฏิกิริยาของชายคนดังกล่าวไม่ช้าหลังจากตะลึงอยู่เพียงเสี้ยววิ มันรีบคว้ามีดมาเชเต้เล่มยาวออกจากซองหนังวิ่งแทงตรงเข้าใส่เรย์ ด้วยท่าทางบ่งบอกว่า ผ่านการฝึกฝนใช้มีดมาเป็อย่างดี
แต่นั่นทำได้เพียงเรียกอารมณ์ตกตะลึงอันหนักกว่าให้เกิดขึ้นเมื่อเรย์พุ่งสวนท่าวิ่งแทงของอีกฝ่าย แล้วเข้ามาประชิดตัว เขาใช้ด้ามดาบกระแทกใส่ข้อมือจนเบี่ยงออกแล้วพลิกหมุนรอบตัวศัตรู ใช้สันดาบฟาดลงไปยังตำแหน่งท้ายทอยน็อคอีกฝ่ายกลางอากาศสร้างความลังเลขึ้นอย่างกะทันหันในหมู่เพื่อน ๆ ของพวกมัน เมื่อเห็นพรรคพวกของตนถูกจัดการอย่างง่ายดาย
เรย์และเคนจิพุ่งเข้าใส่คนที่เหลือการจู่โจมอันฉับไว ประเคนทั้งดาบและหมัดจนคนทั้งหมดล้มลงไปกองกับพื้น
เสียงเอะอะเรียกพรรคพวกที่เหลือเข้ามาในพื้นที่ทว่าเมื่อเห็นพรรคพวกตัวเองนอนหมอบอย่างสิ้นสภาพต่างก็ต้องผงะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
กว่าพวกเขาจะมาถึงผู้ลงมือได้เคลื่อนย้ายตำแหน่งไปเรียบร้อยแล้ว
“มีคนลอบเข้ามากระจายกำลังไปลากคอพวกมันออกมาให้ได้!”
เรย์ค้นหาคัตเอาท์จนพบเขาทำการสับสวิตช์ปล่อยให้ทั้งโรงเรียนตกอยู่ท่ามกลางความมืดซึ่งสำหรับตัวเขานั้นไม่ใช่ปัญหา
สีสันของทุกสิ่งมีชีวิตตกอยู่ในสายตาได้อย่างชัดเจนผ่านโลกทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปเขาตั้งสมาธิขยายััการมองเห็นออกไปเพื่อรับรู้ตัวตนผ่านเนตรมาร
ตอนนี้เขาเริ่มควบคุมมันใช่งานได้คล่องดั่งใจนึกเหมือนเป็ส่วนหนึ่งของร่างกาย
“แปดคนที่ทางเดินบนอาคารชั้นสามในห้องเรียนห้าคน อีกคนน่าจะเป็ผู้หญิงที่ถูกลากตัวเข้าไปทางขึ้นบันไดชั้นสองยังมีอีกสอง และตีนบันไดชั้นสามอีกสี่นอกนั้นกระจายตัวอยู่บนอาคารอีกแห่งและกองกำลังส่วนใหญ่ของพวกมันยังอยู่แถวเขตสนาม”
พลังพิเศษบอกให้เขารู้ตำแหน่งของศัตรูอย่างแม่นยำแม้ตกอยู่ในความมืด
“ดวงตานายนี่สะดวกจังเลยแฮะตราบใดที่มองเห็น พวกดักซุ่มโจมตีก็ไม่มีความหมายอะไรเลย”
“แต่มันก็มีข้อเสียที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เหมือนกันมันไม่สามารถเปิดใช้งานได้ตลอดเวลา เอาเถอะหลังจากนี้ให้ทำตามแผนฉันจะล่อพวกมันไว้เอง ที่เหลือฝากนายด้วยเคนจิ”
“จะพยายามไม่ให้เอิกเกริกก็แล้วกันว่ะ”
พวกเขาชนหมัดกันเบา ๆก่อนแยกทางกันลงมือ
เรย์วิ่งตามระเบียงท่ามกลางความมืดเขาตรงประชิดเข้าไปทางขึ้นตีนบันไดเหมือนลื่นไถล อย่างไร้สุ้มเสียง
ศัตรูที่ดักเฝ้าทางขึ้นบันไดทั้งสองถูกจู่โจมกะทันหัน
ดาบซึ่งยังอยู่ในฝักถูกเหวี่ยงฟาดออกไปชั่วพริบตาเมื่อตวัดเข้ากระทบกับคนหนึ่งเขาก็วิ่งเลยผ่านไปอยู่ด้านหลังอีกคนหนึ่งแล้ว
เรย์ล้มศัตรูลงไปได้สองคนภายในไม่กี่วินาทีกล้ามเนื้อทุกส่วนรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่าง
กลุ่มเฝ้าดักรออยู่้าบันไดเพิ่งรับรู้ถึงการบุกรุกของเขา เมื่อได้ยินเสียงพรรคพวกล้มโค่นฟาดพื้นดังตึง คนหนึ่งชักมีดวิ่งลงมาทันทีส่วนอีกคนพยายามเล็งปืนอยู่ด้านหลัง แต่ทว่าตัวของมันและพรรคพวกก็ต้องใเมื่อมีอสูรสี่เท้าะโข้ามหัวเด็กหนุ่มที่กำลังวิ่งขึ้นมาแยกเขี้ยวกระโจนใส่จนล้มหงาย
อีกทางหนึ่งมีชายตัวใหญ่อีกคนโผล่ออกมาใช้ของมีคมทรงโค้ง น่าจะเรียกว่าดาบสั้นมากกว่ามีดฟันจู่โจมเข้าใส่เรย์จนตัวเขาต้องชักดาบตั้งรับ
ทั้งสองฝ่ายกดดาบผลักประลองกำลังกันส่วนความแตกต่างของกำลังข้อมือจากขนาดของร่างกายไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบในการปะทะกันครั้งนี้
“ไอ้หนูแกไม่รู้หรอกว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร ยอมแพ้ซะเถอะ!”
เรย์เพิ่มแรงกดปะทะขึ้นมาเพียงชั่ววูบจากนั้นเบี่ยงตัวผ่อนแรงลงอย่างกะทันหัน
กลายเป็อีกฝ่ายซึ่งแรงมากกว่าถลำหน้าสลับตำแหน่งกดดันบนล่างกับเขาแบบฉับพลัน
เป็เทคนิคง่าย ๆ แต่ก็ได้ผลชะงัด
ชายร่างใหญ่หันรีหันขวางกลัวว่าจะโดนโจมตีขนาบข้างจากอสูรที่กำลังตะปบพรรคพวกตัวเองอยู่ด้านหลัง
แต่ชายคนนี้ไม่ได้รู้ตัวเลยว่ากำลังทำพลาดอย่างมหันต์
เรย์อาศัยจังหวะเมื่ออีกฝ่ายละสายตาจากตนเพียงเสี้ยววินาที ค่อยผ่อนแรงกดอีกครั้งย่อตัวลดศูนย์ถ่วงลงต่ำพลิกตัวหมุนรอบคู่ต่อสู้แล้วตวัดสันดาบเข้าบริเวณท้ายทอยอีกฝ่ายจนล่วงลงไปนอนกอง
เสียงการต่อสู้นี้เกิดขึ้นอย่างเอิกเกริกจนเรียกความสนใจจากศัตรูที่เหลือให้มารวมกันเต็มระเบียงทางเดิน
“ฆ่ามันซะ!”
เรย์สูดหายใจลึก รวบรวมกำลังไว้ที่ขาทั้งสองข้างและกระโจนออกไป
ที่หน้าอาคารเกิดการต่อสู้ขนาดย่อมขึ้นเช่นกันทันทีที่ศัตรูจำนวนมาก วิ่งกรูกันเข้าไปสมทบการต่อสู้ในตัวอาคารเรียน
เคนจิพุ่งอัดเข้าใส่ชายคนหนึ่งขณะกำลังยืนหันหลังเฝ้าคนที่ถูกจับตัวมา
ชายอีกสองคนเมื่อเห็นพรรคพวกลงไปนอนกองก็รีบชักอาวุธปรี่เข้าใส่
เคนจิใช้ความสามารถของตัวเองเสริมพลังให้สนับมือเขาชกสะท้อนกลับด้วยความต่างของพละกำลัง อีกฝ่ายล้มกระเด็นหงายหลังก่อนจะหันมาปัดกระบองโลหะที่เหวี่ยงฟาดมาจากอีกทิศ ทั้งยังจับมันบิดจนงอผิดรูปกระชากหัวอีกฝ่ายลงมาแทงเข่าใส่จนสิ้นสภาพในกระบวนท่าเดียว
“พวกแกนี่มันอ่อนเป็บ้า แบบนี้ถึงได้เอาแต่รังแกคนที่ไม่มีทางสู้งั้นสินะ”
ถึงจะมีอาวุธครบมือ แต่ก็ยังเป็แค่ผู้ร้ายฝึกหัดขนอ่อนเพิ่งจะงอกไร้ประสบการณ์ อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ตระหนักถึงหมัดจู่โจมของเคนจิมองภายนอกเหมือนใช้แค่เพียงกำปั้นเปล่า ๆแต่หารู้ไม่ว่าพลังทำลายแฝงของมันนั้นราวกับลูะุปืนใหญ่
เคนจิออกแรงกระชากโซ่ประตูจนขาดปลดปล่อยคนที่ถูกควบคุมตัวทั้งหมด
“ขอบคุณมากแต่ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งถูกพวกมันจับไป ได้โปรดช่วยเธอด้วย”
ชายคนหนึ่งได้เอ่ยขอร้อง พร้อมกับชี้ไปยังทิศทางที่ผู้หญิงคนนั้นถูกนำตัวไป
“เข้าใจแล้วครับคุณรีบพาคนที่เหลือหนีไปทางนั้น อีกไม่นานกำลังเสริมพวกมันน่าจะกลับมาแล้ว”
เคนจิชี้เส้นทางหลบหนี แล้วชูมือยิงพลุสัญญาณขึ้นฟ้า
ทางฝั่งเรย์ทันทีเมื่อเห็นสัญญาณเขารีบวิ่งทะลวงฝ่าศัตรู โดยมีซีซ่าคอยถ่วงเวลาให้จนเข้าถึงห้องที่หญิงสาวคนหนึ่งถูกจับตัวมา ทว่าภาพที่พบกลับทำให้เขารู้สึกอยากเบือนหน้าหนีด้วยความเวทนา
หญิงสาวที่ถูกจับมานั้นอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าไร้ลมหายใจสองมือถูกขึงไว้กลางเพดานห้องเรียน รอยฟกช้ำบนร่างกายสะท้อนถึงสิ่งที่เธอต้องพบ ถัดไปไม่ไกลมีกล้องถ่ายวิดิโอพร้อมขาตั้งดูเหมือนพวกมันตั้งใจบันทึกภาพตอนทารุณกรรมหญิงสาวเอาไว้
ตัววิดิโอแสดงให้เห็นถึงภาพอื่น ๆที่มีผู้ชายและผู้หญิงเปลือยกายถูกผูกเข้ากับสายจูงดึงออกมานับสิบชีวิตร่างกายเพรียวซีดของพวกเขาถูกล่ามโซ่กับกุญแจมือ ถูกปฏิบัติราวกับสัตว์
พวกเขาถูกบังคับให้ร่วมประเวณีกันเองหากใครไม่สมยอม ก็จะถูกลงมือเฆี่ยนตี
มีภาพบังคับให้ใช้ร่างกายเพื่อแลกเปลี่ยนกับอาหารหรือถูกทำให้อัปยศโดยกลุ่มคน
‘โลกนี้มันบ้าไปแล้วหรือไง’
เด็กหนุ่มขบริมฝีปากแน่นเขาััถึงอาการสั่นสะท้านคล้ายความหนาวเหน็บอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนแม้มองไม่เห็นใบหน้าตัวเองก็ตระหนักถึงอารมณ์ขมึงทึงที่ฉาบบนนั้น
พวกมันที่ทำเื่เหล่านี้หาใช่มนุษย์ไม่
พวกมันคือสัตว์ประหลาดโดยบริสุทธิ์—ผู้ซึ่งกระทำตามปรารถนาแห่งตนโดยไม่แยแสต่อหลักศีลธรรมจรรยา
เรย์สะบัดดาบฟันไปที่กล้องถ่ายวิดิโอจนแหลกเป็ชิ้นๆ ก่อนจะตัดเชือกปลดร่างไร้ิญญาของหญิงสาวออกจากพันธนาการ
เสียงฝีเท้าและเสียงะโโหวกเหวกดังใกล้เข้ามา
เด็กหนุ่มนำเสื้อที่ตกอยู่ไม่ไกลมาคลุมร่างหญิงสาวไว้ลวกๆ เขาถีบกระจกหน้าต่างด้านหลังจนแตก อุ้มร่างของเธอะโหนีออกมาทางด้านหลังอาคาร
เคนจิเห็นเรย์อุ้มหญิงสาวคนหนึ่งตามมาที่จุดนัดพบบริเวณสวนสวนสาธารณะคุริสึติดสะพานข้ามแม่น้ำคันดะทันทีที่เห็นแววตาของเพื่อน เคนจิได้แต่สังหรณ์ใจไม่ดี
“เธอเป็ไงบ้าง”
เขาได้แต่ส่ายหน้าตอบเคนจิไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้
“ไอ้พวกระยำ... โถ่เว้ย!!”
เคนจิกัดฟันกรอด ชกกำแพงหลายครั้งอย่างเจ็บใจหลังสงบสติอารมณ์ได้ก็หันมากล่าวกับเขาเบา ๆ
“อย่างน้อยเราก็ช่วยคนอื่นๆ ออกมาได้ ...รีบไปสมทบกับฮารุโตะกันเถอะ”
อาม่อนรู้สึกหงุดหงิดที่หลงกลแผนโง่ ๆอย่างการล่อเสือออกจากถ้ำของพวกมัน
ทันทีที่เข้าใกล้ได้เ้ามือปืนนั่นหยุดยิงทันที แล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เขาไม่ทราบว่าพวกลูกน้องที่ส่งไปไล่ล่าเป็ยังไงบ้างแต่เป็ที่แน่นอนว่าเหยื่อตระหนักถึงพวกของตนและพวกมันก็หลบหนีไปทันทีราวกับหนูท่อ
ในไม่ช้าก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรแม้ว่าจะสั่งลูกน้องให้ทุ่มสุดกำลังแต่ความพยายามของพวกมันนั้นไร้ประโยชน์ เ้าพวกนั้นเคลื่อนไหวได้อย่างเหนืุ์เกินไปดูเหมือนจะปรับตัวเข้ากลับสภาพแวดล้อมใหม่นี้ได้พอ ๆ กับคุณคุราเบะ
เขาเป็นักเลงภายใต้แก๊งยากูซ่าอันโด่งดังเคยลุยกับกลุ่มแก๊งคู่อริมานักต่อนัก ทำให้มักได้รับคำชมจากหัวหน้าใหญ่อยู่เสมอ แม้ว่ายังไม่ใช่คนที่มีความสำคัญแต่เขานั้นมีกลุ่มลูกน้องผู้ติดตามเป็นักเรียนหัวรั้นเรียกเขาว่า ‘ลูกพี่’
ชีวิตก่อนหน้าเขาใช้เวลาส่วนใหญ่เป็คนเฝ้าหน้าร้านไนต์คลับของแก๊งคอยเก็บเงินบางส่วนให้หัวหน้า มันเป็วิถีชีวิตที่ยอดเยี่ยมสำหรับเขา ทว่าตอนนี้ผลงานที่เขาควรจะได้รับความชื่นชมกลับพังพินาศเพราะไอ้พวกเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมพวกนั้น
“แกไปสั่งให้พวกมันยุติการค้นหาซะเสียงดังขนาดนี้อีกไม่นานเ้าพวกซามูไรนั่นคงโผล่มาเป็ขบวนแน่”
“รับทราบครับลูกพี่”
อาม่อนจิตใจไม่สงบนอกจากเหยื่อที่พวกเขาจับมา ล้วนหนีออกไปได้ทั้งหมดการสูญเสียลูกน้องใต้บังคับบัญชาไปหลายคนทำให้เขาไม่อยากนึกภาพตัวเองตอนที่จำเป็ต้องกลับไปรายงานเื่นี้ให้หัวหน้าใหญ่ฟังเลยสักนิด