เช้าวันเสาร์ใน่วันหยุดยาว ทิมนริน นที และมายด์ กำลังจะเตรียมตัวออกเดินทางไปเที่ยวใน่วันหยุดนี่เป็การเที่ยวกับพ่อครั้งแรกในรอบ 10 ปี ของมายด์ที่หลังจากพ่อของเขาเกลี้ยกล่อมให้ออกมาเที่ยวด้วยกันเป็ครอบครัวใน่วันหยุดยาว
ด้วยความที่นทีเองก็เป็ฝ่ายชักชวนเธอให้ไปด้วยในที่สุดเธอก็ยอมใจอ่อนจนได้ ทิมเตรียมแผนที่จะเที่ยวอยู่ 3 วันโดยจะออกไปตามต่างจังหวัดโซนภาคใต้ เป้าหมายก็คือการเที่ยวทะเล
พวกเขาออกเดินทางกันั้แ่ 9 โมงเช้าระหว่างทางก็มีแวะเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ กว่าจะไปถึงที่พัก ก็เกือบ 6 โมงเย็นแล้วทิมได้จองรีสอร์ตเอาไว้ 2 หลังใกล้กัน ซึ่งเป็รีสอร์ตของญาติเพื่อนเขาเองโดยแยกหลังหนึ่งสำหรับตัวเองกับนริน และอีกหลังสำหรับนทีกับมายด์
ทิม : “นทีกับมายด์พักด้วยกันได้ใช่มั้ย?”
นที : “เอ๋?.. ”
นทีหันมองมาที่มายด์
มายด์ : “ได้ค่ะ.. หนูไม่มีปัญหา”
ทิม : “ตอนนี้สองคนสนิทกันแล้วพ่อก็เลยไม่ได้จองแยกอีกหลังไว้ให้ คงจะไม่ทะเลาะกันใช่มั้ย?”
//ยิ้ม
นที : “อ๋อ.. ไม่ครับพวกเราโตกันแล้ว ไม่หาเื่ทะเลาะกันหรอกครับ”
: “แหะๆ”
ทิม : “อาหยอกเล่นน่ะ.. รีสอร์ตมันหลังใหญ่พักสองคนได้สบายๆ ไม่อึดอัดหรอก”
: “อีกอย่างถ้ามายด์แยกนอนคนเดียว อาก็เป็ห่วง”
นที : “ครับ..ไม่ต้องห่วงครับอาทิมผมสบายๆอยู่แล้วครับ”
//ยิ้ม
ทิม : “โอเค งั้น.. อีกชั่วโมงเจอกันนะจะได้ไปกินมื้อเย็นกัน”
บรรยากาศตอนนี้ใกล้มืดแล้ว ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าจากระเบียงที่รีสอร์ต สามารถมองเห็นทะเลได้อย่างชัดเจนสวยงาม เป็บรรยากาศที่น่าถ่ายภาพเก็บไว้มากหาดทรายที่นี่สวยงามสะอาดตา ไม่มีผู้คนพลุกพล่านถือว่าทิมค่อนข้างทำการบ้านมาดีที่มาพักที่นี่ ดูจากวิวทิวทัศน์ที่ได้แล้วค่าที่พักก็คงจะไม่ใช่ถูกๆอย่างแน่นอน
มายด์เปิดประตูเข้ามาในห้องเจอกับสภาพห้องที่สะอาดสะอ้านมาก รีสอร์ตหลังนี้สร้างจากไม้ทั้งหลังถูกออกแบบมาในรูปทรงโมเดิร์น มีลักษณะเรียบง่ายแต่ดูเก๋มีบานกระจกขนาดใหญ่สำหรับรับชมวิวด้านนอก ด้านหนึ่งเป็ฝั่งทะเลอีกด้านหนึ่งเป็สวนที่ถูกตกแต่งไว้อย่างร่มรื่น มีการทำลำธารขนาดเล็กมีโต๊ะม้านั่งไว้สำหรับนั่งสังสรรค์กันสำหรับ 2-3 คน
รีสอร์ตเป็ลักษณะบ้านหลังเล็กๆ 2 ชั้น ชั้นแรกจะเป็ห้องโถงมีโซนนั่งเล่น ห้องน้ำ และโซนครัว ส่วนชั้นสองจะเป็ห้องนอน เตียงเดี่ยวขนาด 3.5 ฟุต สองเตียง วางแยกคนละฝั่งกันเตียงนอนวางชิดกับผนังบานกระจก ปิดด้วยผ้าม่านสีขาว มีห้องน้ำส่วนตัวในห้องและห้องน้ำข้างนอกที่ตกแต่งพิเศษติดกับระเบียงในฝั่งสวนหลังรีสอร์ต ที่สามารถนอนแช่อ่างอาบน้ำชมวิวกลางแจ้งได้
มายด์ : “โหว.. ที่นี่น่าอยู่จัง”
มายด์นำกระเป๋าสัมภาระวางไว้ที่โต๊ะ แล้วเดินไปจองเตียงที่ติดกับฝั่งวิวทะเล
มายด์ : “หนูขอนอนเตียงนี้นะ”
//ยิ้ม
นที : “ตามสบายเลย พี่นอนเตียงไหนก็ได้”
มายด์นั่งลงบนเตียง แล้วขย่มเตียงนอนเหมือนเด็ก จนเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด
มายด์ : “หู้วว.. ที่นอนเด้งดีจัง!”
มายด์ยิ้มหัวเราะชอบใจ
นที : “นั่งดีๆสิ! เดี๋ยวของเขาก็พังกันพอดี”
: “เล่นเป็เด็กไปได้”
มายด์ : “หนูก็ยังเด็กอยู่นี่..”
นที : “อายุ 18 แล้ว ไม่เด็กแล้วนะ!”
มายด์ : “ถ้าเป็ผู้ใหญ่แล้วมันต้องเครียดโน่นก็ทำไม่ได้ นี่ก็ห้ามทำ งั้นหนูขอกลับไปเป็เด็กดีกว่า..”
นทียืนมองพร้อมกับส่ายหัว
.......................
เวลา1 ทุ่มกว่า ทั้ง 4 คนได้ออกมาทานมื้อค่ำ ที่ศูนย์อาหารในรีสอร์ตแสงไฟระยิบระยับถูกประดับประดาตกแต่งอยู่รายรอบ รายการอาหารส่วนใหญ่ของที่นี่ก็หนีไม่พ้นอาหารทะเลที่เป็เมนูหลัก มีบาร์ที่สามารถสั่งเครื่องดื่มได้หลากหลายประเภทบาร์เทนเดอร์แต่งตัวในชุดฮาวายเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศริมทะเล บรรยากาศมีทั้งแบบนั่งกลางแจ้งและแบบนั่งในห้องแอร์ มีเครื่องดื่มครบครัน และการแสดงดนตรีสด
ทั้ง4 คนได้จองโต๊ะนั่งที่กลางแจ้ง เพื่อรับชมบรรยากาศและรับลมจากด้านนอกมายด์นั่งฝั่งเดียวกันกับนที ส่วนทิมก็นั่งฝั่งเดียวกันกับนริน
ทิม : “เป็ไงมั่งนทีอาหารที่นี่อร่อยมั้ย?”
นที : “อร่อยมากเลยครับอาทิม”
ทิม : “อร่อยก็กินเยอะๆอยากกินอะไรก็สั่งเต็มที่เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”
นที : “ขอบคุณครับ.. แต่แค่นี้ก็กินจะไม่หมดอยู่แล้วครับ”
: “แหะๆๆ”
//ยิ้มแบบเกรงใจ
ทิม : “แล้วมายด์ล่ะ อร่อยมั้ยลูก?”
มายด์ : “อร่อยค่ะ”
ทิม : “เมื่อปีก่อนพ่อกับน้ารินเคยมาพักที่นี่แล้วเราทั้งสองก็รู้สึกประทับใจ ครั้งนี้ก็เลยอยากชวนลูกมาด้วย”
นริน : “น่าเสียดายที่มาถึงค่ำไปหน่อยเลยอดเล่นน้ำทะเลเลย”
: “หนูมายด์ชอบเล่นน้ำทะเลมั้ย?”
มายด์ : “เอ่อ.. ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ค่ะ”
//ยิ้มหน้าเจื่อนๆ
ทิม : “สมัยก่อนตอนที่มายด์ 6 ขวบผมเคยพาแกไปเล่นน้ำทะเล ตอนนั้นคลื่นแรงมาก เลยซัดเธอจนจมแล้วสำลักน้ำ ั้แ่ตอนนั้นมาเธอก็ไม่ชอบเที่ยวทะเลอีกเลย”
นริน : “เอ๋.. งั้นเหรอ? แต่ตอนนี้มายด์ก็โตแล้วนี่ อาจจะเปลี่ยนใจแล้วก็ได้นะ”
มายด์ : “ไม่ดีกว่าค่ะ..หนูชอบนั่งดูมากกว่า”
//ยิ้ม
ทั้ง4 คน นั่งทานอาหารกันอย่างเพลิดเพลินจนถึง 4 ทุ่ม บรรยากาศในร้านกำลังครึกครื้นทิม นริน และนที ได้มีการดื่มสังสรรค์กัน จนเริ่มกรึ่มๆส่วนมายด์ก็นั่งดื่มน้ำผลไม้ตามเดิม
นริน : “นี่ทิม.. ลูกก็อายุ 18 แล้วคุณยังไม่อนุญาตให้เธอดื่มแอลกอฮอล์อีกเหรอ?”
ทิม : “เอ้อ!.. จริงสิ! ผมลืมนึกถึงเื่นี้ไปเลย”
: “มายด์ ถ้าลูกอยากลองดื่มดู ก็ลองได้นะลูก”
: “ร้านนี้มีเครื่องดื่มหลายประเภท แถมรสชาติดี ดื่มง่ายลองดื่มแบบอ่อนๆก่อนก็ได้”
: “เอามั้ย!? เดี๋ยวพ่อสั่งให้”
มายด์//ส่ายหัว
…..
นที : “น้องไม่ดื่มหรอกครับ! เดี๋ยวจะเรียนไม่รู้เื่เอา”
: “น้องน่าจะเหมาะกับน้ำผลไม้ที่สุดแล้ว”
: “หมอจะรักษาคนป่วยได้ไงล่ะครับ ถ้าดันมาป่วยซะเอง”
นทีพูดออกไปด้วยอาการเมา พร้อมกับหัวเราะก๊ากออกมา
มายด์มองค้อนมาที่นทีรู้สึกไม่สบอารมณ์
มายด์ : “อยากลองดื่มดูเหมือนกันค่ะพ่อสั่งให้หนูหน่อยสิคะ!”
นทีมองหน้าเสีย
นที : “หืม?”
ทิม : “…..”
“ได้สิ! ‘งั้นเดี๋ยวพ่อสั่งค็อกเทลให้ละกัน เอาเป็แบบที่ดื่มง่ายๆหน่อย”
………………………
หลังจากที่ได้ลองดื่มค็อกเทลไปแก้วแรกมายด์ก็เริ่มรู้สึกติดใจในรสชาติของเครื่องดื่มชนิดใหม่ที่เขาได้ลองดื่มมันเป็ครั้งแรกจากนั้นเธอก็ได้ลองสั่งมาอีกเรื่อยๆ หลายๆแก้ว หลายๆแบบเพราะมีหลากหลายรสชาติให้เธอได้ลองดื่มแบบไม่มีเบื่อ จนในสุดท้ายเธอก็เริ่มแสดงอาการมึนเมาออกมา
มายด์ : “ให้ตายสิ! หนูไม่เคยกินน้ำผลไม้ที่รสชาติแปลกๆพวกนี้มาก่อน”
: “ตอนแรกนึกว่ารสชาติจะแย่กว่านี้แหะ..”
: “ถึงจะออกขมๆหน่อย แต่ก็อร่อยดีเหมือนกัน”
: “รู้อย่างงี้หนูน่าจะสั่งมากินตั้งนานละ”
หลังจากที่เริ่มเมา มายด์ก็เริ่มพูดมากกว่าปกติ
ทิม : “พ่อบอกแล้วว่ามันดื่มง่าย..แต่ตอนนี้ลูกดื่มไปเยอะมากแล้วนะ พอก่อนดีมั้ย?”
มายด์ : “โหวพ่อ.. หนูยังลองไม่หมดเลยนะยังเหลืออีกตั้ง 10 กว่าแบบ ที่ยังไม่ได้ลอง”
ทิม : “แต่สภาพลูกเริ่มเมามากแล้วนะระวังพรุ่งนี้จะตื่นไม่ไหวเอา”
มายด์ : “งั้นพรุ่งนี้หนูขอนอนทั้งวันเลยละกันไหนๆก็มาเที่ยวพักผ่อนแล้วนี่”
: “ก็ไม่ต้องพยายามตื่นเช้าแล้ว..”
มายด์พูดด้วยน้ำเสียงคนเมา
นริน : “ดื่มเยอะระวังตื่นมาแล้วจะปวดหัวเอานะหนูมายด์”
มายด์ : “ปกติหนูก็ปวดหัวทุกเช้าอยู่แล้วนะคะเวลาไปเรียนหนังสือ..”
//หัวเราะ
ทิมเข้ามากระซิบกับนที
ทิม : “นทีช่วยพาน้องกลับไปนอนหน่อย..น้องเพิ่งเคยดื่ม อายังไม่อยากให้เธอดื่มเยอะ”
นที : “อ่อ.. ได้ครับๆ”
นทีลุกมาดึงตัวมายด์ขึ้น มายด์หันมองด้วยความสงสัย
มายด์ : “อะไร!?”
นที : “ป่ะ..เดี๋ยวพี่พาไปนอน..”
มายด์ : “นอนทำไม? หนูยังไม่ง่วง!”
นที : “แต่ตอนนี้มายด์เมามากแล้วนะ”
มายด์ : “เมาอะไร!? หนูไม่ได้เมาซะหน่อย!!”
นที : “จะไม่เมาได้ไงอาการมันฟ้องขนาดนี้”
มายด์ : “ไม่เมา..หนูยังคุยรู้เื่อยู่เห็นมั้ย?”
นที //ถอนหายใจ
: “อ่ะ..ไหนลองยืนขึ้นซิ!”
นทีพูดยุแยง มายด์จ้องนทีแล้วรีบลุกยืนขึ้นมาจากนั้นเธอก็ตัวเอียงเซไปเซมาเหมือนทำท่าจะล้ม นทีรีบเข้ามาจับประคองเธอไว้ทันที
มายด์ : “ทำไมรู้สึกเหมือนโลกมันเอียงๆยังไงไม่รู้..”
นที : “ดื่มเยอะขนาดนี้จะไม่เอียงได้ไงล่ะ!”
นทีพูดเสียงดุ
นริน : “พาน้องกลับไหวมั้ยนที?..ลูกเองก็ดื่มไปเยอะเหมือนกันนะ”
นที : “สบายมากครับ! ตอนอยู่กับเพื่อนผมดื่มกันเกือบถึงเช้า ยังมาเรียนต่อไหวเลย”
มายด์ : “แหน่ะ! นี่พูดขิงแม่ตัวเองอยู่เหรอ?”
นริน //หัวเราะ
: “ค่อยๆเดินละกัน..ดูแลน้องดีๆล่ะ”
มายด์ : “พี่เขาดูแลหนูดีอยู่แล้วค่ะ คุณน้าไม่ต้องห่วง..”
ทิม นริน และนที ต่างพากันแปลกใจกับคำพูดของมายด์ ปกติเธอไม่ค่อยจะพูดชมใครง่ายๆแต่วันนี้เธอคงจะเมามาก ถึงได้กล้าพูดแบบนี้ออกมา
ทิม : “อาฝากด้วยนะนที..”
//ยิ้ม
นที : “ครับๆ.. ไม่ต้องห่วงครับ”
นทีพยุงมายด์เดินกลับไปที่รีสอร์ต ทิมกับนรินนั่งมองทั้งสองอย่างหน้าชื่นตาบาน
ทิม : “พวกเขาเข้ากันได้ดีกว่าที่เราคิดไว้อีกนะ”
นริน : “นั่นสิ! ดูเป็พี่น้องกันจริงๆเลย”
ทิม : “มายด์ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะมากเมื่อก่อนเวลาคุยกับผม เธอแทบจะไม่สบตากับผมเลย”
: “พออยู่กับนทีแค่สองเดือน เธอก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด”
: “นี่ถ้าไม่ติดว่านทีเป็ลูกชายคุณนะ ผมเชียร์ให้นทีคบกับมายด์แน่ๆ”
นริน : “บ้า!! พูดเหลวไหลเกินไปละ!”
………………………
นทีประคองมายด์ขึ้นมาบนชั้นสอง แล้วจับเธอนอนลงที่เตียงระหว่างทางเธอพูดยียวนกวนประสาทนทีมาตลอดทางด้วยอาการมึนเมา กว่าจะเดินมาถึงห้องได้ก็เล่นเอานทีเหนื่อยเหมือนกัน
นทีถอดแว่นของเธอออกแล้วจัดการท่าทางการนอนของเธอให้เรียบร้อย เขามองดูเธอแล้วยิ้มหัวเราะให้กับท่าทีที่ดูไร้เดียงสาของเธอ
มายด์ : “หัวเราะทำไม?.. มีอะไรติดหน้าหนูเหรอ?”
มายด์นอนจ้องหน้านทีด้วยใบหน้าอมชมพู และสายตาเคลิบเคลิ้มจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป
นที : “หัวเราะคนเมา”
//ขำ
มายด์ : “ก็บอกว่าไม่เมาไง..”
นที : “เดินเป๋ขนาดนั้นยังจะบอกว่าไม่เมาอีก”
มายด์ : “ก็แค่เสียการทรงตัวนิดหน่อยเองน่า..”
นที : “เฮ้ออ.. คนเพิ่งเคยเมาครั้งแรกก็แบบนี้แหละนะ”
มายด์ //นอนยิ้ม
: “กอดหนูหน่อยสิ!”
นที //ใ
: “อะไรนะ!?”
มายด์ : “ก็น้องสาวอยากแสดงความรักกับพี่ชายไง”
: “กอดหนูหน่อยยย”
ร่างของสาววัยใสนอนทอดกายอยู่บนเตียงเธอสวมเสื้อยืดคอกว้างที่ตอนนี้มันแง้มออกไปด้านข้าง จนเผยให้เห็นสายชุดชั้นในสีขาวที่ใส่อยู่กระโปรงที่เธอสวมอยู่ก็เลิกขึ้นไปข้างบนจนมองเห็นต้นขาขาวเนียน
มายด์ทำหน้าออดอ้อน พร้อมกับอ้าแขนรอรับกอดจากนทีนทีนั่งมองดูเธอพร้อมกับจังหวะหัวใจที่เต้นแรงและถี่ขึ้นยิ่งตอนที่เธอไม่ได้ใส่แว่น ทำให้ใบหน้าของเธอนั้นดูเป็สาวมากขึ้นกว่าเดิม
มายด์ : “จะนั่งจ้องหนูอีกนานมั้ย?บอกให้มากอดไง”
นทีทำใจดีสู้กับความรู้สึกเชิงกามราคะที่อัดอั้นอยู่ในใจของตัวเอง
“เอาวะ! ก็แค่พี่น้องกอดกันมันเื่ปกติอยู่แล้ว”
นทีคิดในใจ
จังหวะที่นทีกำลังจะโน้มตัวลงมาเพื่อให้มายด์ได้สวมกอดมายด์ก็เอื้อมตัวขึ้นมากอดคอเขาแล้วทิ้งตัวนอนลงที่เตียงนทีล้มนอนทับลงบนตัวของมายด์ ใบหน้าของเขาได้ซุกเข้าไปที่ซอกคอของเธอ กลิ่นหอมของเธอคลุ้งอยู่ในจมูกของนทีมันเป็กลิ่นที่เขาคุ้นเคย
นที : “จะดึงพี่ลงทำไมเนี่ย!?”
มายด์ //หัวเราะ
: “ก็อยากนอนกอดแนบนี้นี่นา..”
นทีรับรู้ได้ถึงร่างกายของอีกฝ่ายที่เขากำลังนอนคร่อมทับอยู่เนื้อนวลนิ่มของมายด์ เย้ายวนให้เขาอยากจะััมันในทุกสัดส่วนทุกซอกหลืบ ภายใต้เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่
นทีค่อยๆถอนหน้าของเขาออกมาจากซอกคอของมายด์ตอนนี้ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ใกล้กันจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย ทั้งสองสบตากันด้วยความเคลิ้มเมาของทั้งคู่ ทำให้พวกเขากล้าสบตากันอย่างไม่มีใครยอมใครดูเหมือนว่า สายตาของพวกเขา กำลังสื่อสารออกมาแทนคำพูด ว่าตอนนี้ทั้งสองอยากจะทำความรู้จักกับอีกฝ่ายให้ลึกซึ้งมากกว่านี้แค่ไหน
ด้วยบรรยากาศ ที่พัก และสภาพที่เมากรึ่มๆแบบนี้ มันช่างเย้ายวนให้หนุ่มสาวทั้งสองอยากจะทำกิจกรรมร่วมรักกันในค่ำคืนนี้ซะเหลือเกิน
มายด์ : “เอ๋..ได้มองหน้าพี่ใกล้ๆแบบนี้แล้ว”
: “ทำให้หนูยิ่งหวงพี่มากกว่าเดิมอีกนะเนี้ย”
นที //หัวเราะ
: “ทำไม..พี่หล่อขนาดนั้นเลยเหรอ?”
มายด์ : “ทั้งหล่อ ทั้งใจดีด้วย..”
//ยิ้มหวาน
นทีหลบตามายด์แล้วแอบยิ้มเขิน มายด์เห็นนทีเขินก็ยิ่งยิ้มตามรอยยิ้มที่หวานฉ่ำของเธอกำลังมัดใจนทีให้อยู่หมัด
มายด์ : “พี่ว่า.. หนูเป็ไงมั่ง?”
นที : “เอ๋?.. ยังไงเหรอ?”
มายด์ : “หนูสวยมั้ย?”
นทียิ้มเขิน แล้วทำท่าเหมือนจะลุกแต่มายด์ก็กอดคอเขาเอาไว้แล้วดึงให้โน้มลงมาอีก
…..
มายด์ : “พี่อย่าหลบตาหนูสิ! เขินหนูขนาดนั้นเลยเหรอ?”
นที : “เปล่าซะหน่อย ไม่ได้เขิน..”
นทีหน้าแดงไปถึงใบหูแล้ว เขาไม่กล้าที่จะสบสายตากับมายด์ต่อตอนนี้เธอกำลังส่งสายตาหวานใส่เขาอยู่อย่างไม่ลดละ
มายด์ : “แล้วสรุปว่าหนูสวยมั้ย? ตอบมา..”
นที : “อืมม..สวยสิ..”
มายด์เอื้อมหน้ามาหอมแก้มนทีฟอดใหญ่ แล้วไล่จูบไปที่คิ้ว หน้าผาก สันจมูกคาง ก่อนจะมาต่อที่ปาก แต่เธอก็ดันชะงักขึ้นมาเหมือนว่าตอนนี้เธอกำลังจะแสดงความ้าออกมาเกินขอบเขตซะแล้ว
ส่วนนทีก็ปล่อยนิ่งยอมให้เธอกระหน่ำจูบไปทั่วใบหน้าราวกับอยากจะให้เธอทำต่อไปอีก บรรยากาศในห้องตอนนี้เงียบมาก เพราะห้องถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันเสียงรบกวนจากข้างนอกเงียบจนได้ยินเสียงแอร์ภายในห้องที่เปิดอยู่กับเสียงลมหายใจที่ร้อนผ่าวของกันและกัน
อุณหภูมิในร่างกายเริ่มร้อนขึ้นในขณะที่เปิดแอร์25 องศา ร้อนจนอยากจะปลดเปลื้องชุดที่ใส่อยู่ออกไปซะให้หมดฤทธิ์แอลกอฮอล์ไม่ได้ทำให้เราทำให้สิ่งที่ผิดพลาด แต่มันกระตุ้นให้เราทำให้สิ่งที่หัวใจเรียกร้องต่างหากหรือพูดในอีกแบบก็คือ มันลบเหตุผลและข้อจำกัดทุกอย่างออกไปจากสมการเหลือไว้แค่ความรู้สึกที่อยู่ตรงหน้าเพียงเท่านั้น
มายด์ : “ถ้าหนูไม่ใช่น้องสาวพี่พี่จะชอบหมูมั้ย?”
คำถามนี้ทำให้นทีใจเต้นระรัวจนมายด์รู้สึกได้จากการััที่แนบชิดกันอยู่
นที : “ชอบสิ!”
นทีตอบโดยไม่ลังเล
มายด์ : “งั้น..ถ้าให้เลือกระหว่าง..พี่เบล กับ มายด์ พี่จะเลือกใครคะ?”
นที : “เอ๋?.. ”
: “ทำไมต้องเลือกด้วยล่ะ? เบลก็เป็เพื่อนพี่ ส่วนมายด์ ก็เป็น้องสาวพี่”
มายด์ //ถอนหายใจ
: “เห้ออ..พี่คงไม่เก็ตสินะ!”
: “เอางี้.. ถามใหม่ พี่อยากจูบใครมากกว่ากัน ระหว่างพี่เบล กับหนู..”
ทั้งสองมองหน้ากันแน่นึ่ง แล้วหลังจากนั้น พวกเขาก็กดริมฝีปากของตัวเองมาประกบเข้าด้วยกันแล้วจูบกันอย่างดูดดื่ม ราวกับกระเหือดกระหายอยากจะทำสิ่งนี้มานานแล้ว