เหวินจงแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเขาได้ยินว่าเจียวจิงมีคนที่หมายตาเอาไว้แล้ว เขาจดจ้องร่างบางตรงหน้าไม่วางตา ความมั่นอกมั่นใจที่เคยมีก่อนหน้านี้กลับหายไปจนหมดสิ้น สองมือของเขาจับไหล่บางของเจียวจิงแน่นขึ้นอย่างลืมตัว
โดยที่เหวินจงไม่ได้รับรู้เลยว่า การกระทำของตนเองนั้นสร้างความเจ็บให้กับเจียวจิงมากน้อยเพียงไร เหวินจงยังคงเพิ่มแรงจับที่ไหล่เล็กทั้งสองข้างมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีทีท่าว่าจะลดผ่อนแรงที่มีลงเลยเสียด้วยซ้ำ ในเวลานี้ร่างกายเจียวจิงจึงเกิดอาการสั่นเทาตามแรงบีบที่เหวินจงมอบให้
"..."
ทว่าเจียวจิงกลับไม่มีสีหน้าของความเ็ปออกมาให้ได้เห็น เขานั่งยังคงอยู่ที่เดิมและไม่ได้ขัดขืนการกระทำของเหวินจงเลยแม้แต่น้อย ใบหน้างดงามมีแต่ความนิ่งเฉยเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่จริงแล้วเจียวจิงแทบจะเก็บสีหน้าตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ เมื่อแรงบีบที่เหวินจงมอบให้มากเกินกว่าร่างกายตนเองจะรับได้ไหว
เจียวจิงอยู่ในความคิดตัวเอง หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อสะกดกั้นความเจ็บที่ได้รับ เขาคิดว่าจะพูดเช่นไรออกไปดี คุณชายเหวินจงถึงจะเอามือคู่นั้นออกจากไหล่ของเขา
"คุณชายเหวินขอรับ..." เจียวจิงพูดด้วยเสียงอันสั่นเทาราวกระซิบ เมื่อร่างกายของเขาเกินกว่าจะรับความเจ็บได้อีกต่อไป เขาอยากให้คนตรงหน้าปล่อยมือออกจากบ่าตัวเองเสียที ไม่เช่นนั้นแล้วร่างกายของคงทนต่อความเจ็บที่ได้รับไม่ไหวอย่างแน่นอน
เจียวจิงมองใบหน้าหล่อเหล่าของบุรุษตรงหน้าอีกเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเก็บสิ่งที่ตนเตรียมเอ่ยพูดลงลำคอตามเดิม เมื่อเขาเห็นว่าใบหน้าเหวินจงเป็เช่นไร
เพียงเท่านี้... มันก็ทำให้เจียวจิงเกิดความกลัวและประหม่าขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เขาจึงรีบก้มใบหน้าตัวเองมองพื้นเรือนตามเดิม เพื่อหลบหลีกสายตาของคนที่จ้องมองมา
"!" ฮูหยินผู้เฒ่ายกมือทาบอกด้วยความใ นางถึงกับทำสิ่งใดไม่ถูกเมื่อเห็นการกระทำและความโกรธที่บุตรชายมีต่อเจียวจิง
นางไม่คิดว่าเหวินจงจะมีอาการของความโกรธมากมายถึงเพียงนี้ เพียงเพราะเจียวจิงปฏิเสธการเป็อนุเท่านั้น ผิดกับการกระทำที่บุตรชายของนางมีต่อภรรยาทั้งสามอย่างลิบลับ ไม่ว่าภรรยาทั้งสามจะทำอะไรให้ไม่พอใจ เหวินจงกับไม่เคยมีความโกรธมาถึงเพียงนี้
กว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะเรียกสติตัวเองกลับมาครบก็นานอยู่พอสมควร นางมองเจียวจิงด้วยแววตาสงสารจับใจ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปััมือของบุตรชายเอาไว้ เพื่อเป็การเรียกสติบุตรชายให้กลับมา แล้วลูบมือคู่นั้นเบาๆ
"อาเหวิน" ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกชื่อบุตรชายไม่ถึงกับดังมากนัก ใบหน้าของนางประดับไปด้วยรอยยิ้ม "แม่ว่าอาเหวินของแม่ต้องใจเย็นกว่านี้นะลูก" ฮูหยินผู้เฒ่าบอกบุตรชายด้วยเสียงนุ่มนวล
"..."
เหวินจงไม่ได้ตอบรับคำพูดมารดาตนเองเลยแม้แต่น้อย เขายังคงจ้องมองร่างบางตรงหน้าด้วยแววตาโกรธเกรี้ยว ภายในใจของเขา้ารู้ให้ได้ว่าเป็ใครกันแน่ คนที่เจียวจิงได้หมายตาเอาไว้
"มันผู้นั้นเป็ใครกันเจียวจิง..." เหวินจงกดเสียงต่ำถามผ่านลอดไรฟัน น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความกดดันจนน่ากลัว
ในทีแรกเหวินจงมีความมั่นอกมั่นใจอยู่มาก ว่าอย่างไรแล้วเจียวจิงไม่มีทางปฏิเสธคำของมารดาตนอย่างแน่นอน เพราะไม่ใช่เื่ง่ายๆ เสียด้วยซ้ำ ที่ผู้เป็นายของจวนจะเอ่ยปากออกมาเช่นนี้
...แต่เขากลับคิดผิด คิดว่าเจียวจิงไม่มีทางปฏิเสธคำของมารดาตนอยู่แล้ว และยินดีมาเป็อนุของตนอีกคนแน่นอน ทว่าทุกอย่างกลับไม่เป็เหมือนอย่างที่เขาได้คิดเอาไว้ เมื่อเขาได้ยินคำปฏิเสธออกมาจากร่างบางตรงหน้า
เหวินจงยอมรับว่าตัวเขาเองรู้สึกไม่พอใจอยู่มาก เพราะไม่เคยมีผู้ใดเลยสักคนที่กล้าเอ่ยคำพูดปฏิเสธสกุลเหวิน คงจะมีเจียวจิงเป็คนแรกเสียแล้วกระมัง ที่ดูจะใจกล้าและเอ่ยคำพูดปฏิเสธออกมาเช่นนี้
"..."
เจียวจิงพูดสิ่งใดไม่ออกเมื่อเขาได้ยินคำถามของคนตรงหน้า ในเวลานี้เจียวจิงจึงตอบไม่ได้เพราะสิ่งที่เขาพูดออกมาทั้งหมด เพียง้าปฏิเสธการเป็อนุของคุณชายเหวินจงก็เท่านั้น เจียวจิงจึงนั่งเงียบๆ ตามเดิมและไม่คิดจะตอบคำถามของคนตรงหน้า
นานอยู่พอสมควรที่เหวินจงยังคงรอฟังคำตอบของเจียวจิง แต่ทว่าเหวินจงกับได้รับแต่ความเงียบกลับมาเป็คำตอบ
"..."
เมื่อเขาเห็นว่าเจียวจิงไม่ยอมเอ่ยพูดสิ่งใดออกมาเสียที เขาจึงปล่อยมือออกมาจากไหล่บางของเจียวจิง
เหวินจงจ้องมองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังประตูห้องบานใหญ่แล้วเปิดมันออก "ในเมื่อเ้าไม่้ามาเป็อนุของข้าก็ไม่เป็ไรเจียวจิง เ้าก็ทำหน้าที่เลี้ยงม้าของเ้าต่อไปก็แล้วกัน" ทุกอย่างที่เหวินจงพูดเป็เื่จริง ก่อนที่เขาจะเดินจากไป
ในเมื่อเจียวจิงไม่้าเป็อนุของเขา เขาเองก็ไม่อยากฝืนใจเจียวจิงเหมือนกัน ถ้าเช่นนั้นก็สมควรให้เจียวจิงเป็บ่าวอุ่นเตียงยามที่เขา้าก็แล้วกัน