ครืดดดดด ครืดดดดด
โทรศัพท์สั่นเตือนถึงสายเรียกเข้าฉันละสายตาจากทางถนนชั่วครู่ เพื่อกดโฟนรับสาย
“อืม…”
<ถึงไหนแล้วยัยปิ่น> เสียงหวีดแหลมของเมี่ยงดังขึ้นผ่านลำโพงรถ
“อยู่หน้าผับแล้ว กำลังหาที่จอด”
<เออๆ ฉันจอง VipCar ไว้ให้แล้ว โซนเดิม รีบมาล่ะ>
“อื้ม”
ฉันขับดิ่งเข้าล็อคจุดจอดของVip ผับ ตามที่เมี่ยงบอก ร่างบางหุ่นเพรียวสูง สวมมินิเดรสเปิดไหล่สีขาว โชว์เนินอกอิ่ม แต่งเครื่องประดับน้อยชิ้นที่รวมราคาเกือบหลักสิบล้านก้าวขาเรียวลงจากรถสปอร์ตคันหรู
“สวัสดีครับ คุณหนู”
ใบหน้าสวยพยักลงเบาๆรับคำทักทาย พร้อมส่งแบงค์สีเทาเป็สินน้ำใจให้เด็กเฝ้ารถ เขาตาวาวยกมือพนมไหว้เพราะสำหรับเขามันคงเหมือนค่าแรงตั้ง 3 วัน แต่สำหรับฉันมันก็แค่เศษงินเท่านั้น
ฉันจ้ำเท้าฝ่าสายตาหมาจรที่ลิ้นห้อย น้ำลายไหล มองส่วนโค้งเว้าบนร่างกายฉันอย่างไม่เก็บอาการ ดวงตาคู่สวยมองจรดเพียงทางเดินไม่แสดงอาการสนใจ เขินอาย หรือเปิดสะพานให้หนุ่มๆ หน้าไหนเข้ามายุ่มย่าม
แกร้ก
“ว้ายยยย คุณหนูของฉันมาแล้ว”
ทันทีที่ห้องVIP เปิดออก เมี่ยงหวีดเสียงด้วยความดีใจชูแก้วส่งมาทางฉัน ทุกสายตาของเพื่อนในกลุ่มมองมาเป็ทางเดียว แล้วปรบมือให้ดั่งพบคนดังระดับโลก
“แหม นี่คิดว่าเธอเป็ประธานงานแล้วมาตัดริบบิ้นหรอยะ”
หลินพูดจีบปากจีบคอพลางเขยิบที่ให้ฉันนั่งข้างๆ เธอ ฉันยักไหล่เบะปากส่งก่อนจะวางของขวัญราคาแพงไว้บนโต๊ะกระจกกลางห้อง ดวงตากลมโตกวาดสายตาหาพ่อหนุ่มเ้าของงาน
“พ่องานมันไปไหนแล้ว” ฉันถาม
“มันไปล่อสาวอยู่เดี๋ยวก็มา..”
ภวินพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่เขินอายคำหยาบที่ออกจากปาก เพราะมันเป็เื่ปกติที่พ่อเสือประจำกลุ่มทำเขามักหายไปกับสาวที่ถูกตาต้องใจเสมอ ก่อนจะกลับมาด้วยสีหน้าชื่นมื่นตามประสาคนได้ปลดปล่อย
คนในมหา’ลัย เรียกพวกเราว่า “SVip” เป็กลุ่มลูกคุณหนูที่เพรียบพร้อมไปซะทุกด้าน และถูกปฏิบัติยกขึ้นหิ้งอย่างออกหน้าออกตาพวกเราจะไม่รับใครเข้ากลุ่มสุ่มสี่สุ่มห้าต้องผ่านการอนุมัติจากพ่อแม่พวกเราเท่านั้น ซึ่งทั้งกลุ่มมี 6 คน คือ
ฉัน “ปิ่นมุก” ลูกสาวคนเดียวของท่านทูตไทย-อเมริกาและเป็หนึ่งใน10 ตระกูล อภิมหาเศรษฐีของไทยธุรกิจดันหลังคือเป็นายหน้าต่อรองผลประโยชน์ให้ทั้งโครงการรัฐและเอกชนแนวหน้าระหว่างประเทศปัจจุบันเรียนคณะบริหาร สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ
“แมลงเมี่ยง” หลานสาวเ้าของห้างสรรพสินค้าดังที่มีสาขาทั้งในและต่างประเทศ กว่า 600 สาขา เรียนคณะบริหารสาขาธุรกิจการค้าสมัยใหม่
“หลิน” ลูกสาวคนเล็กนักธุรกิจซอฟแวร์ด้านชิปปิ้งั์ใหญ่ของประเทศจีนและยังมีธุรกิจนำเข้า-ส่งออกแอลกอฮอล์ทั่วโลก เรียกง่ายๆลูกสาวมาเฟีย เรียนคณะบริหาร สาขาการเงินและการลงทุน
“ภวิน” หลานชายของอธิบดีมหา’ลัย เอกชลอินเตอร์อับดับหนึ่ง ซึ่งเป็ที่ที่ฉันเรียนอยู่ในตอนนี้และเป็เ้าของโรงเรียนเอกชนอีกนับร้อยทั่วประเทศไทย เรียนคณะครุศาสตรบัณฑิต สาขาธุรกิจศึกษา
“เจฟ”ลูกชายคนเล็กของประธานสภาแพทย์ เ้าของโรงพยาบาลเอกชน ที่ขึ้นชื่อทั้งในเื่ความหรูหราของโรงพยาบาลเื่ฝีมือหมอและเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยมากที่สุดในประเทศ เรียนคณะแพทย์ สาขาการบริหารงานโรงพยาบาล
และคนสุดท้าย… “ภามม์” พ่องานของวันนี้ เขาเป็ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเ้าสัวโรงแรมั์ใหญ่ที่มีสาขาทั่วประเทศไทย รวมไปถึงธุรกิจอสังหาฯ ทุกรูปแบบไม่ว่าจะที่ดิน บ้าน คอนโดโรงงานแม้กระทั่งต้นไม้ยืนต้นหายากที่ต้องประมูลแย่งกัน ทั้งในและต่างประเทศเรียนคณะบริหาร สาขาเศรษฐศาสตร์
คงไม่ต้องบอกว่าทำไมเราถึงมารวมกลุ่มกันได้
เพราะทวดเรามีผลประโยชน์ร่วมกันปู่ย่าตายายเรามีผลประโยชน์ร่วมกัน พ่อแม่เรามีผลประโยชน์ร่วมกันและจับพวกเรามารวมกลุ่มั้แ่เด็ก เพื่อสานผลประโยชน์จากรุ่นไปสู่รุ่นต่อไป
มิตรภาพที่แฝงไปด้วยเื่ผลประโยชน์...มันเป็เช่นนี้มาเสมอ
ถึงแม้จะเรียนกันคนละคณะคนละสาขา แต่หลังเลิกคลาสพวกเราจะนัดรวมตัวที่ห้อง Vip ณ ตึกบริหารการศึกษา ใต้ห้องอธิการบดี ที่ภวินขอให้ปู่สร้างให้แบบส่วนตัว เพราะเขาไม่ชอบไปนั่งในโรงอาหารหรือหอประชุมรวมกับคนอื่นๆมันทั้งร้อน อึดอัด เสียงดังน่าหนวกหู แถมคนที่เดินผ่านไปมาก็พยายามจะเข้าหาตีซี้พวกเราจนน่ารำคาญ
แปะ แปะ แปะ
“มันโผล่หัวมาแล้วโว้ยย”
ภวินหัวเราะล่าดึงสายตาไปยังพ่องาน ผมสีน้ำตาลประกายทองเด่น ตัดกับผิวขาว ใบหน้าหล่อคม สวมเสื้อเชิ๊ตสีดำเปิดกระดุมถึงกลางอกเหมือนรีบใส่ กางเกงยีนส์แต่งขาด คอมีรอยลิปสติก ยิ้มกริ่มเดินเข้ามา
ความหล่อที่ไม่เป็รองใครยิ่งความรวย ติด 1 ใน 5 ของประเทศคารมณ์ดี ใจป๋า ไม่แปลกที่เขาจะเป็สเปคในอุดมคติของผู้หญิง 99% อีก 1% คือฉันเพราะรู้ว่าเขาเป็ผู้ชายที่น่ากลัวและอันตรายแค่ไหน
“เช็ดรอยลิปที่คอหน่อยเถอะย่ะเห็นแล้วรำคาญลูกตา”
เมี่ยงแขวะขำๆแล้วโยนกล่องกระดาษทิชชู่ใส่ลำตัวภามม์
“ธรรมดาของคนพึ่งผ่านศึกหนักว่ะเมี่ยง”
ภามม์ยักคิ้วขึ้นหนึ่งข้างเอ่ยตอบแบบไม่แยแสกับคำแขวะนั้น เขาเทเหล้าแบรนด์หรูลงแก้วยกขึ้นดื่มดั่งคนกระหายน้ำ สายตาคมเบนมาทางฉันก่อนจะหยุดมองและยกมือขึ้นเอ่ยทักทาย
“มาแล้วหรอ”
“อืม..โทษทีมัวแวะไปซื้อของขวัญ”
ฉันตอบ แล้วเลื่อนกล่องนาฬิกาแบรนด์หรูราคาเกือบสิบล้านไปตรงหน้าเขาภามม์มองด้วยตาลุกวาวเพราะเป็รุ่นลิมิเดตที่เขาบ่นว่าอยากได้
“ถูกใจ ..ขอบคุณครับ คุณหนูปิ่น”
“ส่งเลขมานะฉันี้เีไปซื้อของขวัญ” ภวินบอก
“รับ 7 หลักเท่านั้นนะครับ”
“โลภมากชิบ…”
“มาๆ ตัดเค้กกัน เจฟนั่งรอพวกนายจนน้ำลายบูดแล้วมั้ง”
หลินดึงความสนใจไปทางเจฟปกติเขาเป็พวกพูดน้อย ต่อยหนัก เข้าสังคมได้แต่ชอบอยู่แบบไร้ตัวตนสิ่งเดียวที่เขาสนใจคือตัวเลขหุ้นเท่านั้น เ้าตัวเงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้ามึนๆ แล้วรับแก้วเหล้าจากหลินไปดื่ม
“ชนนนน....”
ปาร์ตี้ฉลองวันเกิดของภามม์ดำเนินอย่างต่อเนื่องมาหลายชั่วโมงแสงสีที่สลับเปลี่ยนหมุนเวียนจนลายตา เสียงเพลงเร้าอารมณ์อึกทึกครึกโครมกลิ่นเหล้าและบุหรี่ คลุ้งทั่วห้อง พร้อมเด็กเสิร์ฟทั้งชายและหญิงที่เรทติ้งดีที่สุดในร้านยืนรอให้บริการอยู่มุมประตูแทบไม่ต่างจากห้องซ่องสุมสักเท่าไร