กระบี่นิรนาม: ตำนานจอมยุทธ์พลิกฟ้า (The Nameless Blade: Legend of the Sky-Reverser)

    ตอนที่ 58 บันไดเลือดสู่โอลิมปัส และจุดจบของสามมหาอำนาจ

     

    **ปฐมบทแห่งการเหยียบย่ำซากหยกและบันไดสวรรค์**

     

    ฝุ่นผงของหยกขาวและทองคำที่เคยประกอบกันเป็น'ประตูสวรรค์' อันยิ่งใหญ่ล่องลอยคว้างอยู่ในอากาศธาตุประหนึ่งหิมะที่ตกลงมาในฤดูร้อนซากปรักหักพังของปราการด่านสุดท้ายที่ปกป้องชนชั้นปกครองของนครสวรรค์บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษหินปูทางให้แก่บุรุษผู้สวมชุดคลุมหนังสัตว์ขาดวิ่น

     

    หลินเทียนก้าวเดินผ่านซากประตูสวรรค์อย่างเชื่องช้าทว่าทุกย่างก้าวของเขากลับทำให้แผ่นดินของนครสวรรค์ชั้นในต้องสั่นสะเทือน!รองเท้าบูทที่เปื้อนคราบเลือดและโคลนตมจากสลัมเบื้องล่าง เหยียบย่ำลงบน 'บันไดศิลาหยกสวรรค์' ที่ทอดยาวขึ้นสู่หมู่เมฆสีทองซึ่งเป็นเส้นทางเดียวที่มุ่งตรงสู่ **'ยอดเขาโอลิมปัสแห่งสวรรค์'** ที่ประทับขององค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริง

     

    เบื้องหลังของเขาเซียวเฉียนและเหยียนฟานกำลังรับมือกับกองทัพองครักษ์เกราะทองคำนับพันนายพายุหิมะสีฟ้าศูนย์สัมบูรณ์และมังกรเพลิงสีแดงชาดเริงรำสอดประสานกันอย่างงดงามและดุดัน สกัดกั้นไม่ให้มีสวะหน้าไหนหลุดรอดขึ้นไปรบกวนการเดินทัพของราชันมังกร

     

    "มุ่งหน้าไปเลย หลินเทียน!ทางนี้พวกข้าเอาอยู่!" เหยียนฟานตวาดลั่นขณะแทงหอกทะลวงอกองครักษ์ไปสามคนรวด

     

    "ฝากด้วย" หลินเทียนตอบสั้นๆโดยไม่หันกลับไปมอง เขาเชื่อใจในสัจธรรมของสหายทั้งสอง

     

    ยิ่งก้าวขึ้นบันไดสูงเท่าใด ปราณฟ้าดินก็ยิ่งหนาแน่นและบริสุทธิ์มากขึ้นเท่านั้นทว่ามันกลับแฝงไปด้วย 'แรงกดดัน' ที่พยายามจะผลักไสและบดขยี้ผู้บุกรุกบันไดแต่ละขั้นถูกสลักด้วยอักขระเวทปฐมกาลที่คอยสูบกินพละกำลังของผู้ที่ไม่มีสายเลือดของชนชั้นสูงทว่าสำหรับหลินเทียน ผู้ซึ่งหลอมรวมสัจธรรมแห่งการกลืนกินเข้ากับแสงสว่างอักขระเหล่านั้นไม่ต่างอะไรกับอาหารว่างเขาดูดซับพลังงานของบันไดสวรรค์เข้ามาเสริมสร้างเส้นชีพจรของตนเองในทุกๆ ก้าว!

     

    **สามประมุขจุติ และค่ายกลสังหารเทพ**

     

    *ครืนนนนน! เปรี้ยง!*

     

    เมื่อหลินเทียนก้าวขึ้นมาถึงจุดกึ่งกลางของบันไดสวรรค์ท้องฟ้าสีทองก็พลันถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทะมึนและพายุสายฟ้า!กลิ่นอายแห่งความตายที่เข้มข้นที่สุดสามสาย พุ่งทะยานลงมาจากยอดเขาโอลิมปัสกระแทกลงบนขั้นบันไดเบื้องหน้าของหลินเทียนดังกัมปนาท!

     

    แรงระเบิดทำให้บันไดหยกขาวแตกร้าวฝุ่นควันจางลง เผยให้เห็นร่างของตัวตนที่ทรงอำนาจที่สุดสามคนแห่งมหาทวีปฝั่งตะวันออก!

     

    คนแรกทางซ้าย... **'ผู้อาวุโสมารเงา'** แห่งหอหมื่นวิญญาณร่างกายของมันถูกห่อหุ้มด้วยหมอกสีดำวิญญาณแค้นนับหมื่นดวง

    คนขวา... **'เจ้าสำนักเหมันต์ดับสูญ'** ผู้มีเรือนผมสีขาวโพลนถือกระบี่น้ำแข็งที่แผ่ไอเย็นจนมิติเยือกแข็ง

    และตรงกลาง... **'ประมุขอัสนีม่วง'** ที่ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดสีแดงแห่งความเคียดแค้นสายฟ้าสีดำม่วงปะทุรอบกายดุจเทพแห่งการทำลายล้าง!

     

    พวกมันทั้งสาม คือยอดฝีมือระดับ **'ผสานจิตวิญญาณขั้นปลาย ระดับสูงสุด' (PeakLate-stage Soul Merge)** ผู้นำของสามมหาอำนาจที่สูญเสียศิษย์และทายาทไปด้วยน้ำมือของหลินเทียน!

     

    "ไอ้เด็กนรก!วันนี้แกต้องชดใช้ด้วยวิญญาณของแก!" ประมุขอัสนีม่วงคำรามลั่น"แกคิดว่าทำลายประตูสวรรค์ได้แล้วจะก้าวล่วงขึ้นไปถึงยอดเขาโอลิมปัสได้งั้นรึ! ข้ามศพพวกข้าสามคนไปให้ได้ก่อนเถอะ!"

     

    หลินเทียนหยุดฝีเท้าเขามองดูผู้นำทั้งสามด้วยดวงตาสี sapphire ที่สงบนิ่งและว่างเปล่า

     

    > **"เมื่อหมาป่าสูญเสียลูกของมันมันจะสู้ถวายหัวด้วยสัญชาตญาณความรัก... ทว่าเมื่อพวกขุนนางสูญเสียทายาทพวกเจ้ากลับสู้ถวายหัวเพราะสูญเสีย 'เครื่องมือ' ในการสืบทอดอำนาจ... ความโกรธแค้นของพวกเจ้าช่างจอมปลอมและเหม็นคาวเสียจริง"**

     

    "หุบปาก!อย่ามัวเสียเวลาเจรจากับมัน! กางค่ายกล!" เจ้าสำนักเหมันต์ดับสูญตวาด!

     

    ผู้นำทั้งสามไม่ประมาทหลินเทียนอีกต่อไปพวกมันรู้ดีว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าสามารถปัดเป่าทูตสวรรค์หกปีกได้พวกมันจึงประสานมือพร้อมกัน ปลดปล่อยสมบัติประจำตระกูลออกมา!

     

    **"ค่ายกลสามพิฆาต: ตรวนสวรรค์ดับสูญวิญญาณ!" (Three-Pronged Extermination Array:Heaven’s Fetters, Soul Extinction!)**

     

    *วูบบบบ!*

     

    ธงอาคมสามสี ดำ ขาว และม่วงพุ่งไปปักลงบนบันไดสามทิศทางล้อมรอบหลินเทียน!มิติรอบกายของเขาถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง! ภายในค่ายกลนี้แรงโน้มถ่วงเพิ่มขึ้นหมื่นเท่า อุณหภูมิลดลงต่ำกว่าศูนย์สัมบูรณ์และมีหมอกพิษกัดกินวิญญาณที่แม้แต่ระดับจักรพรรดิยังต้องปวดร้าว!

     

    มันคือค่ายกลที่สี่มหาอำนาจใช้เพื่อกักขังและสังหารอสูรระดับตำนาน!

     

    "ฮ่าๆๆ! ภายใต้ค่ายกลสามพิฆาตแม้แต่เทพเจ้าก็ต้องหลั่งน้ำตา! ร่างกายของแกจะถูกบดขยี้ วิญญาณของแกจะถูกแช่แข็งและสายฟ้าของข้าจะเผาแกให้เป็นเถ้าธุลี!"ประมุขอัสนีม่วงระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

     

    ผู้นำทั้งสามพุ่งทะยานเข้ามาในค่ายกลพร้อมกัน!พวกมันประสานการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในชีวิต!

     

    หมัดมารเงาที่เจาะทะลุวิญญาณ!

    กระบี่เหมันต์ที่ผ่ามิติแช่แข็ง!

    และฝ่ามืออัสนีสวรรค์ที่ทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง!

     

    การโจมตีทั้งสามสายพุ่งเข้าหาหลินเทียนที่ถูกแรงกดดันของค่ายกลตรึงเอาไว้ตรงกลาง!ไม่มีทางหลบหนี ไม่มีทางรอด!

     

    **สัจธรรมแห่งการผ่าแยกและจุดจบของความจอมปลอม**

     

    หลินเทียนยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางค่ายกลมรณะร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของเขาถูกแรงโน้มถ่วงกดทับจนเลือดซึมออกมาจากผิวหนังหมอกพิษพยายามจะกัดกินดวงตา ทว่า... แผ่นหลังของเขายังคงเหยียดตรงดุจขุนเขา!

     

    เขาหลับตาลง...

     

    > **"ค่ายกลที่ถูกสร้างขึ้นจากการประสานความหวาดกลัวของคนสามคน...มันจะไปมีความแข็งแกร่งได้อย่างไร? ในเมื่อจุดเชื่อมต่อของมันเต็มไปด้วยความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน... สัจธรรมที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องยืมมือใคร"**

     

    หลินเทียนลืมตาขึ้น! ดวงตาสี sapphire แปรเปลี่ยนเป็น **'สีทองคำบริสุทธิ์'** (TrueDragon's Eyes)!

     

    เขาไม่ได้ชักกระบี่มังกรพลิกฟ้าออกจากฝัก!ทว่าเขากำด้ามกระบี่ด้วยมือขวา และใช้หัวแม่มือดันโกร่งดาบให้เปิดออกเพียง 'หนึ่งชุ่น' (ประมาณ 1 นิ้ว)!

     

    *กิ๊ง!*

     

    แสงสว่างสีขาวบริสุทธิ์ที่หลอมรวมกับปราณอัสนีสีม่วงทองระเบิดออกจากช่องว่างของฝักกระบี่! มันไม่ใช่คลื่นพลังที่กระจายตัว ทว่ามันคือ 'เส้นแสง' ที่บางเฉียบประหนึ่งเส้นด้าย ทว่าอัดแน่นไปด้วย**'สัจธรรมแห่งการแตกหัก'** ที่เขาเรียนรู้จากการทำลายหอคอยชั้นที่ห้าสิบ!

     

    **"วิชากระบี่นิรนาม:สัจธรรมสะท้อน... เส้นด้ายผ่าจักรวาล!"**

     

    หลินเทียนหมุนตัวเพียงครึ่งรอบพร้อมกับตวัดฝักกระบี่ที่แง้มอยู่!

     

    *ซืดดดดดดดดดดดดด!*

     

    เสียงที่เกิดขึ้นไม่ใช่เสียงระเบิดกัมปนาท ทว่ามันคือเสียง 'ฉีกขาด' ของมิติที่เรียบเนียนที่สุด!เส้นแสงสีม่วงทองและขาว พุ่งกวาดเป็นวงกลม 360 องศา ผ่านร่างของผู้นำทั้งสามผ่านธงอาคมทั้งสามด้าม และผ่านค่ายกลสังหารเทพ!

     

    ทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีร้อยวา... **'หยุดนิ่ง'** โดยสมบูรณ์!

     

    หมัดมารเงาหยุดอยู่ห่างจากหน้าหลินเทียนหนึ่งคืบกระบี่เหมันต์ค้างอยู่กลางอากาศ ฝ่ามืออัสนีดับวูบลงประหนึ่งถูกเป่าเทียน

     

    ประมุขอัสนีม่วงเบิกตากว้างมันพยายามจะขยับตัว แต่กลับพบว่า 'โลกทั้งใบ' ของมันกำลังเลื่อนไถล!

     

    *เพล้งงงงง!*

     

    ค่ายกลสามพิฆาตแตกละเอียดกลายเป็นเศษกระจกในพริบตา!

     

    และสิ่งที่น่าสยดสยองที่สุดก็เกิดขึ้น...ร่างของ 'ผู้อาวุโสมารเงา' และ 'เจ้าสำนักเหมันต์ดับสูญ' ที่ลอยอยู่กลางอากาศ พลัน **'ขาดครึ่ง'** บริเวณช่วงเอว!รอยตัดเรียบเนียนจนไม่มีเลือดไหลออกมาในวินาทีแรกก่อนที่เลือดสีแดงสดจะพุ่งทะลักประหนึ่งน้ำพุ!ร่างท่อนบนและท่อนล่างของพวกมันร่วงหล่นลงมากระแทกบันไดหยกดังกึก!

     

    พวกมันยังไม่ตายในทันทีทว่าจุดตันเถียนและรากฐานลมปราณถูกตัดขาดสะบั้น!สองผู้นำมหาอำนาจร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดและตื่นตระหนกที่สุดในชีวิตพวกมันพยายามใช้มือตะเกียกตะกายคลานไปตามพื้นหยกขาวเลือดสีแดงฉานย้อมบันไดสวรรค์ให้กลายเป็นลานประหาร!

     

    ส่วนประมุขอัสนีม่วง...มันรอดจากการถูกตัดตัวขาดมาได้อย่างหวุดหวิด ทว่า 'แขนขวา' ของมันที่ใช้ซัดฝ่ามืออัสนี ถูกตัดขาดกระเด็นหายไปในอวกาศ!

     

    "อ๊ากกกกกก! แขนข้า!แขนข้า!" ประมุขอัสนีม่วงทรุดลงคุกเข่า กุมหัวไหล่ที่เลือดพุ่งกระฉูดใบหน้าที่เคยหยิ่งยโสบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความกลัวสุดขีดมันมองดูหลินเทียนประหนึ่งเห็นมัจจุราชที่แท้จริง

     

    การตวัดดาบเพียงครั้งเดียว... โดยที่ยังไม่ได้ชักออกจากฝักอย่างสมบูรณ์!ทำลายค่ายกลที่แข็งแกร่งที่สุดและบดขยี้ยอดฝีมือระดับสูงสุดของมหาทวีปถึงสามคนพร้อมกัน!

     

    **การก้าวข้ามซากศพสู่ยอดเขาโอลิมปัส**

     

    หลินเทียนดันกระบี่มังกรพลิกฟ้ากลับเข้าฝักดัง*กริ๊ก* เขาไม่ได้ปรายตามองอดีตผู้นำที่กำลังคลานหนีตายอยู่แทบเท้าเขาก้าวเดินต่อไปบนบันไดสวรรค์ รองเท้าบูทของเขาเหยียบย่ำลงบนกองเลือดของพวกขุนนางทิ้งรอยเท้าสีแดงสดไว้บนหยกขาวบริสุทธิ์

     

    "แก...แกคิดว่าจะชนะงั้นรึ!..." ประมุขอัสนีม่วงตะโกนไล่หลังด้วยความคลุ้มคลั่ง"องค์จักรพรรดิ... พระองค์ตื่นขึ้นแล้ว! แกจะต้องถูกลบเลือน...แกจะต้องตายอย่างหมาข้างถนน!"

     

    หลินเทียนหยุดฝีเท้าเขาเอี้ยวหน้ากลับมามองเพียงเสี้ยวเดียว ดวงตาสีทองทอประกายเยือกเย็น

     

    "หมาข้างถนนอย่างข้า...เพิ่งจะสับเจ้านายของพวกเจ้าเป็นชิ้นๆ ไปเมื่อครู่... หากพระเจ้าของพวกเจ้ามีจริงก็จงสวดภาวนาให้พระองค์หนีไปให้ไกลที่สุดเสียเถอะ... เพราะกระบี่ของข้ายังกระหายเลือดของเทพเจ้าอยู่"

     

    หลินเทียนก้าวเดินต่อไปทิ้งสามประมุขมหาอำนาจให้นอนรอความตายอย่างน่าสมเพชท่ามกลางความหนาวเหน็บของนครสวรรค์

     

    บันไดหยกขาวทอดยาวขึ้นไปจนสุดสายตาทว่าบัดนี้ เมฆหมอกสีทองที่บดบังยอดเขาโอลิมปัสได้แหวกออกแล้ว!

     

    เบื้องหน้าของหลินเทียน...คือยอดเขาที่ถูกตัดเรียบเป็นลานกว้างขนาดยักษ์ ตรงกลางลานนั้นมี 'วิหารทองคำ' ที่ลอยตัวอยู่เหนือพื้น ภายในวิหารมี 'รังไหมแสงสว่าง' ขนาดยักษ์ที่กำลังเต้นเป็นจังหวะประหนึ่งหัวใจของจักรวาลกลิ่นอายพลังระดับ 'จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริง' (True HolyEmperor) แผ่ซ่านออกมาจนอวกาศรอบยอดเขาเกิดรอยปริร้าว!

     

    นี่คือที่ประทับของ **'องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์'** ผู้หลับใหลมานับหมื่นปี! และบัดนี้รังไหมแสงสว่างกำลังเริ่มมีรอยปริร้าว!

     

    "สวรรค์ที่แท้จริงงั้นรึ..."หลินเทียนยกมือขวาขึ้นปลดพันธนาการผ้าพันแผลที่แขนออกเผยให้เห็นรอยแผลเป็นสีม่วงทองที่ส่องสว่าง "มาดูกัน ว่าพระเจ้า...จะหลั่งเลือดสีอะไร"

     

    การต่อสู้ครั้งสุดท้ายเพื่อตัดสินชะตากรรมของมหาทวีปกำลังจะอุบัติขึ้น ณ ยอดสูงสุดของนครสวรรค์! มังกรบรรพกาล ปะทะ เทพเจ้าผู้สร้าง!

     

    **จบบทที่ 58(บันไดเลือดสู่โอลิมปัส)**

    คล้ายกับเรื่องกระบี่นิรนาม: ตำนานจอมยุทธ์พลิกฟ้า (The Nameless Blade: Legend of the Sky-Reverser) ที่คุณอ่าน