“ออร่ามาสเตอร์!”
โดโนแวนอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ เนื่องจากอีกฝ่ายนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นผู้เยาว์และอายุน้อยกว่าเขาอย่างมาก อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายกลับใช้พลังออร่าธาตุเปลวเพลิงสีฟ้าครามที่ดูประหลาดออกมา มันกำลังล้อมรอบหมัดของเขาและหมัดนั้นกำลังตรงมาจัดการกับโดโนแวน
ด้วยความร้อนแรงของเปลวเพลิงนั้นทำให้พื้นที่บริเวณรอบๆ ตัวชายหยิ่งยโสผู้นั้นไหม้เกรียมไม่เหลือชิ้นดี แม้แต่พื้นดินเองก็ยังสูญเสียบางอย่างไป ในขณะที่อยู่สถานการณ์แห่งความเป็นความตายนั้นโดโนแวนไม่สามารถจะตอบสนองได้ทัน เพราะร่างกายของชายหนุ่มไม่สามารถขยับไปไหนได้ เนื่องจากถูกกลไกป้องกันล้อมตัวเอาไว้
แต่ในขณะนั้นเองร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งก็ได้ปรากฏตัวขึ้นรับการโจมตีของอีกฝ่ายแทนเขาเอง ชายหนุ่มคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเซนนั่นเองเขาแต่งกายในชุดเครื่องแบบของโรงเรียนวิลโลอีกด้วย
“บึ้ม!”
หมัดปะทะเข้ากับร่างของเซนอย่างจังๆ โล่ป้องกันจากกลไกป้องกันตนเองนั้นถูกสร้างขึ้นมาอัตโนมัติอย่างไรก็ตามขณะนี้มันกลับถูกบดขยี้ไปพร้อมๆ กับสิ่งแวดล้อมที่อยู่บริเวณนั้น
“ฟู้วววววว!”
เปลวเพลิงสีฟ้าที่ราวกับเป็นเปลวเพลิงของปีศาจได้พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในสนามการทดสอบ ซึ่งคาดว่ามันอาจจะทำให้ผู้คุมสอบหลายคนสามารถสังเกตเห็นได้
“รักสหายของเจ้ามากก็ตายไปซะเถอะ!”
ชายหนุ่มผู้หยิ่งยโสได้กล่าวขึ้นเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เซนเอาตัวเข้ามาขวางการโจมตีของเขาก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะถูกเปลวเพลิงสีฟ้าโหมกระหน่ำและกลืนร่างของเซนและโดโนแวนหายไป
“เฟิงหยุน! ท่านทำสิ่งใดกันเหตุใดจึงต้องสังหารเขาด้วย!”
หญิงสาวงามปริศนาที่เซนเคยพบนั้นได้กล่าวเรียกชื่อของชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งออกมา เธอในตอนนี้นั้นมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธอย่างเห็นได้ชัดดูเหมือนเธอจะซ่อนสีหน้าของเธอไม่ได้ แต่แทนที่ชายหนุ่มผู้มีนามว่าเฟิงหยุนจะรู้สึกผิดเขากลับหัวเราะเสียงเย็นก่อนที่จะกล่าวตอบ
“หากเขาไม่ได้คิดที่จะทำร้ายเจ้า ข้าคงไม่ต้องลงมือ…”
“ท่านมันบ้าไปแล้วหรือไง นี่เป็นการทดสอบ แล้วท่านกลับทำผิดกฎที่ทั้งสองทวีปตกลงกันเอาไว้!”
หญิงสาวดูเหมือนจะไม่ยอมสีหน้าของเธอยิ่งมายิ่งโกรธขึ้นเรื่อยๆ นั่นทำให้เฟิงหยุนนั้นต้องกลืนน้ำลายด้วยท่าทางยากลำบากแต่แน่นอนว่าเขานั้นไม่ใช่คนที่จะยอมอะไรง่ายๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะกับหญิงสาว
“กฎระหว่างทวีปแล้วอย่างไร? เหตุใดทวีปที่ต้อยต่ำอย่างทวีปเอวาถึงมาทำสัญญากับพวกเราได้? พวกเขาไม่มีสิทธิ์ตั้งแต่ต้นแล้ว…”
ในระหว่างที่เฟิงหยุนกำลังกล่าวคำพูดอยู่นั้นเสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นเบื้องหน้าของเขาในขณะที่เปลวเพลิงสีฟ้าค่อยๆ มอดดับลงช้าๆ
“ดูจากคำพูดของเจ้าดูเหมือนจะเป็นคนอีกทวีป? แต่เจ้าไม่สมควรจะเข้ามาแทรกแซงการสอบโดยเฉพาะการสอบของนักเรียนระดับนี้…”
เฟิงหยุนได้ตกตะลึงอย่างมากที่มีมนุษย์ของทวีปนี้สามารถรอดจากการโจมตีของเปลวเพลิงปีศาจของเขาได้ อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะได้ตอบสนองต่อเสียงมืออันซีดขาวข้างหนึ่งก็ได้โผล่เข้ามาและจับกุมคอของเขาเอาไว้
“บัดซบ!”
เฟิงหยุนกรีดร้องออกมาราวกับเจอผี เขาระเบิดเปลวเพลิงออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจซึ่งมันแน่นอนว่าเปลวเพลิงในครั้งนี้นั้นมีพลังทำลายล้างสูงกว่าครั้งที่แล้วเสียอีก เนื่องจากชายหนุ่มนั้นไม่ได้กั๊กมันเอาไว้และปลดปล่อยมันออกมาโดยความไม่ตั้งใจ
อย่างไรก็ตามแม้ว่าเฟิงหยุนจะปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมารุนแรงอย่างไรมือข้างนั้นที่กุมคอของเขาอยู่กลับไม่ได้คายออกเลยแม้แต่นิดเดียว กลับกันมันกลับบีบแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเฟิงหยุนก็ยอมแพ้พร้อมกับมองไปที่ชายเบื้องหน้าของเขา
“ขอบคุณท่านมากท่านเซน”
โดโนแวนที่ดูเหมือนจะมีสติอยู่ได้กล่าวขึ้นก่อนที่กลไกจากเข็มกลัดนั้นจะนำพาชายหนุ่มออกจากสนามทดสอบอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกันเซนก็ได้ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อโดโนแวนจากไป เพราะหากโดโนแวนยังคงอยู่เขาอาจจะต้องปกป้องและต่อสู้ไปด้วยซึ่งชายหนุ่มนั้นไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้เท่าไหร่นัก
“เป็นเจ้า! เจ้ายังไม่ตาย!”
หญิงสาวประหลาดกล่าวขึ้นเมื่อเห็นเซนยังมีชีวิตอยู่ สีหน้าของเธอเห็นได้ชัดว่ากำลังตื่นเต้นและดีใจเมื่อพบว่าเป็นเซนนั้นเองที่กำลังกุมคอของเฟิงหยุนอยู่
สภาพของเซนตอนนี้สวมใส่เสื้อผ้าที่มีรอยไหม้และฉีกขาดหลายส่วน ในขณะเดียวกันเข็มกลัดที่ติดอยู่บนปกคอเสื้อของชายหนุ่มนั้นมันได้สูญเสียพลังไปทั้งหมดแล้ว ไม่มีแม้แต่แสงสีแดงปรากฏเหมือนกับว่ามันได้พังไปแล้ว
“พลังอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง…เจ้าเคยได้ยินคำกล่าวนี้หรือไม่?”
เสียงของเซนได้ดังขึ้นอีกครั้ง เขากล่าวถามเฟิงหยุนที่อยู่ในกำมือของเขาพร้อมกับค่อยๆ คายมือลงเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายสามารถพูดโต้ตอบกับเขาได้ อย่างไรก็ตามแม้ว่าเฟิงหยุนจะอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบเช่นนี้แต่เขากลับไม่ได้ร้องขอชีวิตเลยและความหยิ่งทะนงยังไม่ลดน้อยลง
“ความรับผิดชอบ? เหอะ! อย่าพูดให้ขำหน่อยเลย ผู้คนนั้นแสวงหาพลังเพื่อที่จะได้เป็นอิสระต่างหาก”
“นั่นมันสำหรับพวกไร้จิตสำนึกต่างหาก เหมือนกับเจ้าที่มักจะเก่งแต่ใช้พลังข่มผู้ที่อ่อนแอกว่า”
เซนกล่าวพร้อมกับบีบมือแน่นขึ้นทำให้เฟิงหยุนนั้นดิ้นรนอย่างเจ็บปวด อย่างไรก็ตามเฟิงหยุนนั้นยังไม่ยอมนั่นทำให้เซนค่อนข้างจะรำคาญ
“แล้วตอนนี้ไม่ใช่ว่าเจ้ากำลังรังแกข้าอย่างนั้นหรือ? มันแตกต่างกันงั้นสิ!?”
เซนเมื่อได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มอันเย็นชาก่อนที่เขาจะกล่าวตอบอีกฝ่ายด้วยเสียงดังฟังชัด
“ข้านั้นแตกต่างกับเจ้า ข้าทำไปเพื่อช่วยเหลือสหาย ด้วยการโจมตีของเจ้าเมื่อครู่มันสามารถสังหารเขาได้อย่างง่ายดาย หากข้ามาช้ากว่านี้ไปวินาทีเดียวชีวิตของเขาต้องจบลงที่นี่….”
“แปะๆๆๆ”
เมื่อเซนกล่าวจบเสียงปรบมือของใครก็ดังขึ้น พร้อมๆ กันนั้นเซนได้เห็นการปรากฏตัวของขายชราคนหนึ่งที่แต่งตัวประหลาด แววตาของเขาสดใสแตกต่างกับเซนอย่างสิ้นเชิง ภายในดวงตาของเขานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและพลังแห่งการมองโลกในแง่ดี อย่างไรก็ตามมันกลับอัดแน่นไปด้วยประสบการณ์ชีวิตและดูไม่ไร้เดียงสาเลยแม้ตานิดเดียว
“ท่านกล่าวได้ถูกต้องแล้ว…”
ชายชราคนนั้นกล่าวขึ้นก่อนที่หญิงสาวประหลาดพึ่งจะรู้ตัวว่าชายชราผู้นี้ปรากฏข้างกายเธอ เธอจึงร้องออกมาด้วยความประหลาดใจพร้อมกับกล่าว
“ผู้อาวุโสอันดับสอง! เหตุใดท่านจึงได้อยู่ที่นี่”
ชายชราผู้ที่ถูกเรียกว่าผู้อาวุโสอันดับสองได้ยิ้มขึ้นพร้อมกับมองไปที่หญิงสาวประหลาดด้วยสายตาที่อบอุ่นพร้อมกับกล่าว
“แน่นอนว่าข้าต้องตามมาปกป้องคุณหนูอย่างลับๆ แต่ไม่อยากจะเชื่อว่าว่าทวีปแห่งนี้กลับปรากฏตัวตนที่ยิ่งใหญ่เช่นเขา…”
เซนนั้นรู้ว่าคำกล่าวของชายชราคงหมายถึงเขาอย่างไรก็ตามสีหน้าของชายหนุ่มกลับไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ในขณะที่ภายในใจของเขาลอบประเมินความสามารถของชายชราเบื้องหน้าผู้นี้ แต่ในขณะเดียวกันชายชราเองก็ได้ลอบประเมินเซนเช่นเดียวกัน ยิ่งเขามองชายหนุ่มเท่าไหร่เขาก็ยิ่งประหลาดใจมากเท่านั้น ก่อนที่เขาจะกล่าวออกมา
“อายุของท่านยังน้อยมาก แต่พลังของท่านเป็นของจริง ท่านคงผ่านอะไรมาเยอะมากแววตาของท่านบอกอะไรชายชราผู้นี้หลายๆ อย่าง…เห้อ…แม้แต่ในทวีปของพวกเรายังไม่มีผู้เยาว์ที่กลายเป็นกึ่งเทวะเช่นท่านปรากฏขึ้นมาก่อน”
เซนตกตะลึงอย่างมากเมื่อได้ฟังเช่นนั้น เขารีบกล่าวถามชายชราที่ถูกเรียกว่าผู้อาวุโสลำดับสองทันที
“ท่านรู้ถึงพลังของข้า?”
“แน่นอนว่าข้ารู้ ข้าที่อยู่ในระดับเดียวกันย่อมต้องสามารถรู้ถึงมันได้อย่างดี”
ชายชรากล่าวพร้อมกับแสดงรอยยิ้มออกมา ในขณะเดียวกันเฟิงหยุนที่ได้ยินการสนทนาของทั้งสองฝ่ายนั้นร่างกายของเขาก็เริ่มสั่นสะท้านพร้อมกับมองที่เซนด้วยความหวาดกลัว
“ระดับกึ่งเทวะ…มันจะเป็นไปได้อย่างไร มันเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้กัน เจ้า…เจ้า! ต้องหลอกลวงพวกเราอยู่แน่ๆ …”
เฟิงหยุนได้กล่าวออกมาในขณะเดียวกันผู้อาวุโสลำดับสองนั้นก็แสดงสีหน้าดุๆ ออกมาพร้อมกับกล่าวกับเฟิงหยุนว่า
“อย่าได้เสียมารยาท เขามีสถานะเท่ากับผู้อาวุโสในนิกายของเรา โทษของเจ้าช่างหนักยิ่งนักที่ดันไปสร้างความบาดหมางให้กับเขา”