เช้าวันรุ่งขึ้นของในเกม สมิทและกลุ่มเพื่อนของเขามารวมตัวกันที่ปราสาทกิลด์ของอาทิตยา ในห้องรับรองพิเศษ อาทิตยานั้นนั่งรออยู่ในห้องแล้ว โดยมีอัศวินในเกราะทองใส่เกราะปิดบังใบหน้า คอยยืนข้างๆ คนๆนี้สมิททราบว่าเป็นองครักษ์ส่วนตัว นามว่าสิทธา
“ฉันเตรียมผู้เล่นคนหนึ่งที่จะช่วยเธอแล้วล่ะนะเพชร ไม่สิสมิท” อาทิตยากล่าวเสียงเรียบก่อนจะทำท่าผายมือไปที่อัศวินในชุดเกราะทองของเธอ
“ผมมีนามว่าสิทธา” อัศวินเกราะทองกล่าวแนะนำตัว เสียงของเขาเล็ดลอดออกมาจากเกราะที่ปิดบังใบหน้า “เป็นชื่อจริง และชื่อในเกม แต่ถ้าหากชื่อในเกม คงเป็นสิทธาลำดับที่สิบแปดล่ะนะ”
“ครับคุณสิทธา” สมิทกล่าวก่อนจะยื่นมือไปเพื่อจับมือกับอีกฝ่าย “ผมสมิท ชื่อนอกเกมคือเพชรครับ...เอ่อ คุณสิทธานี่อายุเท่าไหร่ครับ จะได้เรียกถูก”
“ฉันอยู่มหาลัยปีหนึ่งน่ะ น่าจะเป็นรุ่นพี่เธอแหละ” สิทธากล่าวพลางหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะก้องสะท้อนในชุดเกราะจนออกมาแหลมแปลกๆ “แต่ฉันไม่ถือสาเรื่องอายุ เรียกสิทธาเฉยๆก็ได้ ไม่ต้องมีอะไรนำหน้าหรอก”
“ตามกฏแล้ว ห้ามคนมีตำแหน่งลงประลอง” สมิททวนกฏกติกาที่ตกลงเอาไว้กับกิลด์มันดาลา “คุณสิทธาที่เป็นองครักษ์ จะไม่ผิดกฏหรือครับ”
“ถ้าเอาตามกฏแล้ว ลงได้น่ะ” อาทิตยากล่าว “นอกเหนือไปจากฉันแล้ว ทุกคนในกิลด์อะซูไรท์ สามารถช่วยเหลือเธอได้หมดเลยล่ะนะ”
“ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะครับ” สมิทกล่าวด้วยความสงสัย “หรือว่านอกจากคุณอาทิตยาแล้ว สมาชิกที่เหลือเป็นสมาชิกทั่วไปหมดเลย”
“ตามนั้นแหละเพชร” พลอยใสกล่าว “ทำไมนายไม่เอะใจล่ะ ว่าฉันที่เป็นหัวหน้าหน่วยสามถึงลงประลองได้ นั่นก็เพราะนอกจากพี่อาทิตยาที่เป็นหัวหน้ากิลด์แล้ว สมาชิกที่เหลือไม่ได้รับการปรับตำแหน่งจากระบบเลย แต่ให้เป็นที่รู้กันเอง ว่าใครดำรงตำแหน่งใหนยังไงล่ะ”
“ผู้ที่จะช่วยเธอลงประลองมีสามคนแล้ว คือพลอยใส สิทธา และแพร อีกคนหนึ่งจะเป็นใครดีล่ะ” อาทิตยากล่าวพลางมองไปที่แจ็ค เมย์ และสาที่นั่งเงียบไม่พูดอะไร ด้านหลังแจ็คนั้นมีชายหนุ่มผมดำเงียบขรึมในชุดสูทยืนอย่างสงบ ชายหนุ่มคนนั้นเป็นมอนสเตอร์ร่างมนุษย์ มีนามว่าเบรฟ เนื่องจากเบรฟพึ่งเปลี่ยนร่างไม่นาน จึงไม่มีใครรู้ฝีมือของเขา
ส่วนสานั้นมียูกิยืนอยู่ด้านหลัง จุดเด่นของยูกิคือทวนยาวสะพายหลัง และหูแมวกับหางแมวบ่งบอกว่าเป็นมอนสเตอร์กึ่งมนุษย์
อาทิตยาให้ความสำคัญกับสองคนนี้มากกว่าสา เพราะสาซึ่งเป็นสมาชิกใหม่ของหน่วยที่สามนั้นมีฝีมือต่อสู้ที่ด้อยที่สุด ซ้ำมอนสเตอร์ของเธอยังเป็นระดับC การเอาไปลงประลองในคราวนี้จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยง แน่นอนว่าเธอมีมารยาทพอที่จะไม่พูด
“เลือกยากนะ ว่าจะให้ใครร่วมทีมคนสุดท้าย ระหว่างคุณสากับคุณแจ็ค” สิทธากล่าวพลางมองไปยังทั้งสองคน “การประลองจะเริ่มพรุ่งนี้แล้ว ดังนั้นพวกคุณสองคนช่วยตกลงกันได้ไหม ว่าใครจะประลอง”
แจ็คและสามองหน้ากัน พวกเขาทั้งสองคนอยู่กลุ่มเดียวกับสมิท ซ้ำยังจัดว่าเป็นเพื่อนในเกม จึงอยากจะลงประลองทั้งคู่
“ยูกิเป็นเผ่าพันธ์จันทราเหมือนลิลี่” แจ็คกล่าวพลางถอนใจ “หากอยู่กับลิลี่แล้วน่าจะทำประโยชน์ได้มากกว่าเบรฟของฉัน ให้เธอลงก็ได้นะสา”
“ต้องขอโทษด้วยนะครับ” สิทธากล่าวพลางโค้งตัวเล็กน้อย “จริงๆแล้วพวกคุณมีสิทธิลงประลองกันทั้งสองคน แต่เนื่องจากเรื่องของหนูแก้วก็เป็นเรื่องของเราเช่นกัน จึงต้องทำเช่นนี้”
“ต้องให้สิทธาลงด้วยน่ะค่ะ” อาทิตยากล่าว “เพราะว่าเขาเคยเป็นมือวางอันดับหนึ่งของเซิฟเวอร์ไต้หวันมาก่อน จึงวางใจในฝีมือของเขาได้”
...แพรยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เมื่อได้ยินเช่นนั้น แน่นอนว่าไม่มีใครสังเกตุเห็น
“เคยเป็น” สมิทกล่าวทวนคำ “คุณสิทธาแข็งแกร่งมากเลยสินะครับ แบบนี้ก็มั่นใจได้แล้วว่าชนะหนึ่งคู่แน่ๆ”
“หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะฝ่ายนั้นเองก็มียอดฝีมือ” อาทิตยากล่าวก่อนจะเปิดหน้าต่างผู้เล่นของเธอ และเลือกฉายภาพให้ทุกคนได้เห็น ในภาพมีชายหนุ่มร่างผอมสูงคนหนึ่ง หน้าตาอิดโรยเหมือนพวกขี้ยา แต่งชุดคล่องตัว และด้านหลังสะพายดาบยักษ์ยุโรป ที่มีชื่อว่าดาบเฟลมเบิร์ก รูปร่างของเขากับอาวุธนั้นช่างย้อนแย้งกันเองสิ้นดี...ชนิดที่ว่าถ้าไม่ใช่ในเกม ชายในภาพคงใช้ดาบนี้ไม่ได้แน่ๆ
“ดาบเพลิงนรก มาร์กัส ยอดฝีมือด้านPVPอันดับสามของประเทศไทย” สิทธากล่าวเมื่อเห็นคนในภาพ “ไอ้หมอนี่เคยเล่นที่เซิฟเวอร์เกาหลีใต้ด้วย แต่ที่เกาหลีไอ้หมอนี่ไม่ติดอันดับเลขตัวเดียว แต่ถึงอย่างนั้นฝีมือก็ร้ายกาจเอามากๆ”
“กิลด์มันดาลาลงทุนซื้อตัวดาบเพลิงนรก มาร์กัส ให้มาเข้ากิลด์ของตนเพื่อลงการประลองครั้งนี้โดยเฉพาะ ทางเราจึงจำเป็นต้องส่งยอดฝีมือลงไปบ้าง” อาทิตยากล่าว “หากฉันไม่ใช่หัวกิลด์แล้วล่ะก็ คงลงประลองด้วยแล้วเหมือนกัน”
“ผมถึงบอกไงล่ะครับ ว่าตอนสร้างกิลด์ ให้ผมเป็นหัวกิลด์ให้เอามั้ย” สิทธากล่าวพลางหัวเราะ “เพราะถ้าพี่ยะหยาลงไปเองคงจบเรื่องแล้วล่ะนะ”
“ช่วยไม่ได้นี่” อาทิตยากล่าว “หากไม่มีใครสักคนคิดจะทำตัวเป็นตำรวจหรือตุลาการโลกเพื่อรักษาความสงบสุข สภาพสังคมในเกมMROคงกลายเป็นนรกบนดิน เป้าหมายของฉันที่สร้างกิลด์อะซูไรท์มาก็เพื่อการนี้ยังไงล่ะ”
“จะว่าอะไรไหมครับคุณแพร ถ้าผมขอถามอะไรสักเล็กน้อย” สิทธากล่าวขึ้นพลางมองมาที่เลวี่จัง มอนสเตอร์เด็กสาวผมน้ำเงินในชุดเดรสขาวม่วง ซึ่งเป็นมอนสเตอร์ประจำตัวของแพร “คุณรู้วิธีได้บอสดันเจี้ยนลับตัวนี้มาจากไหนหรือครับ โดยเฉพาะการทำให้มันเป็นมอนสเตอร์คู่หู ไม่ใช่มอนสเตอร์พันธสัญญาแบบคนอื่นๆ”
“ความลับค่ะ” แพรกล่าวพลางส่งยิ้ม “MROทั่วทั้งโลกฉันเป็นคนที่สาม ที่มีเลวี่จังในครอบครอง ดังนั้นฉันไม่อยากเผยข้อมูลนี้หรอกค่ะ”
“คนแรกของโลกคือไอวี่ สาวน้อยชาวอังกฤษที่ได้รางวัลจากการเปิดตัวเซิฟเวอร์ยุโรป ส่วนคนที่สองคือราชินีทวิลักษณ์ มือวางอันดับหนึ่งแห่งไต้หวันคนล่าสุด” สิทธากล่าวพลางจ้องมองมาที่แพร “แต่รู้อะไรมั้ยครับ ราชินีทวิลักษณ์ตัวจริงของเธอคือคนไทย และเธอสละสิทธิทุกๆอย่างของไต้หวัน เพื่อกลับประเทศเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้บัลลังค์PVPอันดับหนึ่งของไต้หวันในตอนนี้ต้องว่างเว้นลง”
“เล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังทำไมหรือคะ” แพรถามพลางยิ้มอ่อน
“ก็แค่คิดน่ะ...ว่าราชินีทวิลักษณ์คนนั้น อาจอยู่ตรงหน้าผมแล้วตอนนี้” สิทธากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ในขณะที่เลวี่จังหัวเราะคิกคัก ส่วนแพรนั้นมีทีท่าสบายๆ ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธอีกฝ่าย
“งั้นสรุปทีมที่จะลงประลองพรุ่งนี้ มีผม พลอยใส แพร คุณสิทธา และสานะครับ” สมิทกล่าวพลางมองไปยังทุกๆคน “ขอโทษแจ็คและเมย์ด้วยนะครับ ทั้งที่อุตส่าห์ร่วมฝึกซ้อมกันแล้วแท้ๆ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” เมย์กล่าวพลางยิ้มแห้งๆ “มอนสเตอร์ของฉันเป็นระดับC ต้องฝึกฝนอีกมาก ถ้าลงไปตอนนี้กลัวจะเพิ่มแต้มต่อให้อีกฝ่ายมากกว่า”
“ของฉันถึงจะน่าเสียดาย แต่ทั้งหมดก็เพื่อชัยชนะของทุกคน” แจ็คกล่าว “สู้ๆนะทุกคน”
“ลิลี่ พวกเราต้องชนะ” สมิทหันไปหากระต่ายสาวที่อยู่ด้านหลัง ลิลี่นั้นมีกำลังใจเต็มเปี่ยม แววตาของเธอมุ่งมั่น เพราะหากชนะ นั่นหมายความว่าเธอเข้าใกล้โลกแห่งความเป็นจริงไปแล้วอีกก้าว
หลังจากนั้น กลุ่มของสมิทก็หารือกันถึงแผนการ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การต่อสู้ อีกทั้งยังไปลงประลองPVPแบบทีมละห้าคนเพื่ออุ่นเครื่อง
อีกทั้งยังมีการฝึกนอกรอบ สมิท สา แจ็ค และเมย์ได้รับการฝึกอย่างเข้มงวดจากสิทธาและแพร จนพวกเขามีฝีมือขึ้นมาอีก และทั้งสองยังถูกบังคับให้ลงประลองPVPแบบสุ่มชนิดตัวต่อตัวนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง และความคุ้นชินในการต่อสู้ให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้
เมย์นั้นรู้สึกปลาบปลื้มใจ เพราะตัวเองไม่ได้ลงประลองแท้ๆ แต่ทว่ายังได้รับการเอาใจใส่ อย่างเช่นการฝึกฝนในครั้งนี้ สิทธานั้นให้เหตุผลว่าในอนาคตเธออาจต้องต่อสู้เพื่อตัวเองหรือกิลด์เข้าสักวัน จึงจำเป็นต้องได้รับการฝึกฝน
ทางด้านของกิลด์มันดาลา ก็ได้เตรียมคนสำหรับลงประลองเอาไว้เช่นกัน กฏการประลองมีอยู่ว่าห้ามผู้มีตำแหน่งของกิลด์ลงประลอง ให้เพียงสมาชิกเท่านั้น ที่สามารถลงประลองได้ ทางขวัญจิรา หัวหน้ากิลด์มันดาลาจึงจ้างมืออาชีพด้านPVPมาเข้ากิลด์โดยเฉพาะกิจ
“มาร์กัส มือวางอันดับสาม นางสาวต้นข้าว มือวางอันดับแปด คุณขอนไม้ มือวางอันดับสิบเจ็ด และสุดท้าย ไพ่ตายของเรา กลาเซียร์ เจ้าหญิงเยือกแข็ง อดีตมือวางอันดับสามแห่งเซิฟเวอร์ยุโรป ผู้ที่มีสถิติแพ้แค่สองครั้งเท่านั้น นับตั้งแต่PVPมา”
ขวัญจิรากล่าวพลางมองไปยังผู้เล่นสี่คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับเธอ มาร์กัสนั้นมีสีหน้าหื่นกระหาย เมื่อได้เห็นสาวงามอยู่ข้างๆ หญิงสาวผมขาว ดวงตาสีม่วง ในชุดคลุมสีขาวปกปิดมิดชิดทั้งตัว เธอคือกลาเซียร์ ผู้เล่นที่เคยเป็นยอดฝีมือจากเซิฟเวอร์ยุโรปนั่นเอง
“แค่ลงประลองครั้งเดียว ถึงกับจ้างฉันหนึ่งล้านบาท...การชนะครั้งนี้มันมีค่าขนาดนั้นเลยหรือคะ”
“ใช่ สำคัญมากเลยล่ะ” ขวัญจิรากล่าวตอบกลาเซียร์ไป “ไม่ว่ายังไงก็ตาม การประลองครั้งนี้จะต้องชนะ ทุกอย่างจะได้จบลงเสียที”
กลาเซียร์กล่าวพลางรับถ้วยชาจากหญิงสาวผมดำซอยสั้นในชุดเมดคนหนึ่ง เมดสาวคนนี้ไม่ใช่คนรับใช้ในกิลด์มันดาลา หากแต่เป็นมอนสเตอร์ประจำตัวของเธอ มีชื่อว่าเอลิซ่าผู้ภักดี เมดสาวผู้ที่ทำหน้าที่สนับสนุนเจ้านายได้อย่างดีในการPVP และเป็นมอนสเตอร์ระดับSS
“ถ้าจ้องมองคุณหญิงไปมากกว่านี้ ฉันจะฆ่าคุณค่ะ”
เมดเอลิซ่ากล่าวพลางมองไปที่มาร์กัส ซึ่งจ้องสัดส่วนร่างกายของกลาเซียร์อย่างไม่ปกปิด แต่ทว่ากลาเซียร์นั้นไม่มีทีท่าใส่ใจผู้เล่นมือวางอันดับสามของประเทศไทยคนนี้เลยแม้แต่น้อย
“ฉันจะฆ่าเธอ ถ้าเธอจะฆ่าท่านมาร์กัส”
ผู้ที่กล่าวโต้กับเมดเอลิซ่าคือชายชราร่างกำยำในชุดคลุมสีดำสนิท มีเขาควายทั้งสองงอกออกมาจากหัวของเขา พร้อมลุกด้วยเปลวเพลิงตลอดเวลา เขาเป็นมอนสเตอร์กึ่งมนุษย์ มีนามว่าอดีตจอมมารเฒ่า ระดับSS
หลังจากมอนสเตอร์กึ่งมนุษย์ทั้งสองตัวพูดตอบโต้กันเสร็จ ทั้งสองต่างก็เงียบสนิท ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะเจ้านายทั้งสองนิ่งเงียบ มอนสเตอร์จึงสงบปากสงบคำตาม การกระทำของมอนสเตอร์นั้นเป็นไปตามกลไกในการปกป้องเจ้านายเฉยๆ ไม่ได้มาจากอารมณ์หรือความรู้สึกส่วนตัว
ผู้เล่นมือวางอันดับแปด ที่ชื่อว่านางสาวต้นข้าวนั้น เป็นหญิงสาวใส่ชุดเกราะหนังเน้นเคลื่อนที่คล่องตัว ด้านหลังของเธอมีมีดพกสองอันเรืองแสงสีม่วงของธาตุพิษอยู่ มอนสเตอร์ของเธอ ไททั่นนาคา มอนสเตอร์ระดับSSนั้นตัวใหญ่เกินไป จึงไม่สามารถเข้ามาในห้องรับรองได้
ส่วนคุณขอนไม้ หญิงสาวผู้เล่นมือวางอันดับสิบเจ็ด เป็นนักบวชสาวในชุดสีน้ำเงินเข้ม ด้านหลังของเธอมีมอนสเตอร์กึ่งมนุษย์เป็นภูตินางไม้ระดับสูงยืนอยู่ด้านหลัง ซึ่งภูตินางไม้ตนนี้นั้นเป็นนางพญาแห่งภูติ ระดับSS
“มาครบกันสี่คนแล้วสินะครับ ท่านหัวหน้า”
เสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งกล่าวก่อนจะเดินเข้ามาในห้องโถงไปคนสุดท้าย เด็กหนุ่มวัยสิบเอ็ดปี ในชุดสูทสีขาว หน้าตาค่อนข้างกวนและรู้มาก มือขวาของเขาถือคฑาเวททองคำ หัวไม้เท้านั้นหล่อเป็นนกฟินิกซ์ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเด็กคนนี้ต้องเป็นจอมเวทแน่ๆ
“มาได้ซะทีนะ ฟรีวิล (Freewill)” ขวัญจิรากล่าวเสียงตำหนิ “ถึงจะแค่ชั่วคราว แต่เธอก็ควรจะมาดูสมาชิกร่วมทีมตัวเองนะ”
“โถ่ ท่านหัวกิลด์ เล่นจ้างยอดฝีมือมาตั้งสี่คน ไม่ชนะก็ให้มันรู้ไปสิครับ เผลอๆผมไม่ต้องออกโรงด้วยซ้ำ”
ฟรีวิล หรือตัวจริงคือเจตจำนงค์ ลูกชายของขวัญจิรา เขาเป็นน้องชายต่างมารดาของแก้ว หรือลิลี่ ถึงแม้จะเป็นเด็กวัยสิบเอ็ดปี แต่เขาก็เป็นเกมเมอร์ที่มีฝีมือคนหนึ่ง ตัวเขาในเวลานี้ มีของระดับSสวมใส่ตัว และมีมอนสเตอร์ชั้นสูงคู่กายไม่น้อยหน้าใคร แม้ว่าตำแหน่งในกิลด์ของเขา จะเป็นแค่สมาชิกก็ตาม
เสือขาวตัวใหญ่ท่าทางสง่างามเดินตามหลังฟรีวิล เท้าทั้งสี่ของมันมีเปลวไฟสีทองลุกไหม้ตลอดเวลา มันเอาหัวที่ใหญ่กว่าขนาดตัวของเด็กชายถูไถหลังของฟรีวิลไปมา ทำเอาเขารู้สึกจั๊กจี้
“หนึ่งในสี่สัตว์เทพ พยัคฆ์ขาว” มาร์กัสกล่าวพลางมองด้วยสายตาสนใจ “เควสระดับโลกการตื่นของสี่สัตว์เทพยังไม่เปิด นั่นหมายความว่าวิวัฒนาการด้วยตัวเองสินะไอ้หนู”
ฟรีวิลพยักหน้าตอบรับ เขาไม่บอกอะไรมากกว่านั้น อันที่จริงเขาใช้กลโกงและเส้นสายของGM090 เพื่อช่วยเหลือเขาจนเลี้ยงดูวิวัฒนาการได้สัตว์เทพมา ซึ่งตรงนี้ผู้เล่นทั่วไปไม่จำเป็นต้องรู้
“ถึงแม้ว่าเปอร์เซนต์การชนะของเราจะสูง” กลาเซียกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา พลางมองไปที่ขวัญจิรา “แต่เราก็ควรรู้นะคะ ว่าอีกฝ่ายมีใครบ้างที่แข็งแกร่ง...คุณพอจะทราบมั้ย ว่าเราต้องระวังใครในนั้น”
“ไม่รู้สิ เราไม่ทราบเลยว่าอีกฝ่ายจะส่งใครมา รู้แค่ว่ากิลด์อะซูไรท์จองสนามPVPในเมืองเมฆาจนหมด ให้ทุกคนฝึกซ้อมต่อสู้ เลยคาดการณ์ลำบากน่ะ”
“พูดแบบนี้แสดงว่าไม่มีใครที่น่าจะเข้าตาสินะคะ” กลาเซียกล่าว “งั้นฉันขอลงประลองคนแรกแล้วกัน และฉันจะรีบจบมันให้ไวที่สุด เพื่อให้คุ้มค่าจ้างหน่อย”
“คุณผู้หญิง เหลือไว้ให้ผมบ้างแล้วกัน” มาร์กัสกล่าวพลางแสยะยิ้ม “ขอไอ้ตัวเป้าหมายของฝั่งนั้นก็ได้...ชื่อว่าอะไรนะ อ้อสมิท มอนสเตอร์กระต่ายสาวของมันน่ะ ข้าขอเล่นอะไรสนุกๆก่อนฆ่าแล้วกัน”
“จะเหลือไว้ให้แล้วกัน” กลาเซียกล่าว “ถ้าพวกมันรอดจากการโจมตีของฉันไปได้น่ะนะ”