บทที่ 14 ช่วยด้วย
ทั้งหมดนี้คือเป้าหมายของนาง!
ทันใดนั้น บนหน้าจอโฮโลแกรมปรากฏจุดสีแดงพร้อมเครื่องหมายใ ซึ่งเป็สัญญาณว่าโดรนอัจฉริยะตรวจพบสิ่งผิดปกติ เจียงเหลียนจูจึงรีบกดเข้าไปดูทันที
ขยายภาพ!
ภายในมุมมืดแห่งหนึ่งของถ้ำดูเหมือนจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ นั้นคือหมาป่าหรือหมูป่ากันแน่?
ขยายภาพต่อไป!
ภาพค่อย ๆ ชัดขึ้น สิ่งนั้นคือชายหนุ่มคนหนึ่ง ร่างกายสูงโปร่งสวมอาภรณ์หรูหราดูท่าจะได้รับาเ็สาหัสเืตามตัวส่วนใหญ่เริ่มแห้งแล้ว แต่าแที่ขาและเอวยังมีเืสด ๆ ซึมออกมาเป็ระยะ และเขาก็หมดสติไปแล้ว
เกิดอะไรขึ้นกับคนผู้นี้ เหตุใดจึงมานอนสลบไสลอยู่ในป่าลึกเช่นนี้ได้ จะว่าเป็นายพรานที่ถูกสัตว์ป่าทำร้ายก็ไม่ใช่ เพราะดูจากการแต่งกายแล้วไม่เหมือนนายพรานเลยสักนิด
รอยตัดของาแเหล่านี้ก็ไม่เหมือนฝีมือสัตว์ป่า แต่เหมือนถูกของมีคม?
เจียงเหลียนจูลังเลว่าควรจะทำเป็ไม่เห็นแล้วบังคับโดรนให้บินจากไปดีหรือไม่ ตอนนี้นางเป็เพียงหญิงชาวบ้าน แถมยังต้องดูแลลูกน้อยอีกสามคน ไม่อยากหาเื่เดือดร้อนใส่ตัวโดยไม่จำเป็
าเ็หนักเพียงนี้คงสิ้นใจไปแล้วมั้ง
ดูจากแผนที่ จุดที่เขาอยู่กับจุดที่นางอยู่ห่างกันอย่างน้อยหนึ่งถึงสองลี้
อย่าได้ดูแคลนระยะทางเพียงหนึ่งถึงสองลี้เพราะที่นี่ไม่มีถนน หากบอกว่าห่างหนึ่งถึงสองลี้ ไม่แน่ว่าอาจต้องข้ามเขาสักสองสามลูก ซึ่งไกลมาก
อืม คงตายแล้วแน่นอน
ไม่ต้องช่วยหรอก
ต่อให้ยังไม่ตายก็ใกล้ตายแล้ว รอจนนางไปถึงก็คงสิ้นใจพอดี
แต่ในตอนนั้นเอง ชายหนุ่มผู้นั้นไม่รู้ว่าััได้ถึงสิ่งใด เขาค่อย ๆ อ้าปาก และขยับริมฝีปากเอ่ยคำสองคำออกมาอย่างไร้เสียง
"ช่วยข้าด้วย..."
เจียงเหลียนจู "…"
เื่นี้ทำให้นางลำบากใจยิ่งนัก
หากเห็นคนกำลังจะตายแล้วไม่ช่วยก็ดูจะไร้น้ำใจเกินไป
ช่างเถอะ เจียงเหลียนจูรีบสะพายตะกร้ามุ่งหน้าไปทันที
ด้วยแผนที่จากโดรน เจียงเหลียนจูเลือกเส้นทางที่สั้นที่สุด เดินไปเพียงสิบกว่านาทีก็ถึงถ้ำที่ชายหนุ่มผู้นั้นพักอยู่
รอบด้านเงียบสงัดไร้ผู้คน มีเพียงเสียงแมลงและนก ชายหนุ่มอาจจะนอนอยู่ที่นี่มานานแล้ว บนตัวจึงมีมดแมลงไต่เต็มไปหมด
เจียงเหลียนจูลองตรวจลมหายใจของเขา ยังพอมีลมหายใจอยู่เพียงแ่เบา
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการล้างาแให้เขา เพราะการเสียเืมากเกินไปจะทำให้หมดสติและเสียชีวิตได้ ในยุคโบราณเช่นนี้ไม่มีวิธีถ่ายเืได้เลย
ในตะกร้าของเจียงเหลียนจูมีสมุนไพรห้ามเื นางจึงนำออกมาบดให้ละเอียด
เมื่อเลิกเสื้อของชายหนุ่มขึ้นก็เผยให้เห็น่เอวและหน้าท้อง
เฮ้อ ชายผู้นี้ดูภายนอกผอมบางแต่พอเลิกเสื้อขึ้นร่างกายกลับกำยำไม่น้อย ถึงกับมีกล้ามอกและกล้ามท้อง
บริเวณเอวและหน้าท้องน่าจะเป็แผลจากดาบ มีรอยแผลขนาดใหญ่หลายแห่งและเืเริ่มเปลี่ยนเป็สีดำ
น่าจะเป็ดาบที่อาบยาพิษ
เจียงเหลียนจูไม่รู้ว่าคนผู้นี้โชคร้ายได้อย่างไร นางใช้น้ำสะอาดที่พกมาจากบ้านล้างาแให้ชายหนุ่ม กระบอกน้ำใบนี้เ้าของร้านแถมให้ตอนที่นางซื้อหม้อและกะละมังเมื่อวานนี้
หลังจากล้างแผลแล้ว ขั้นแรกคือการถอนพิษ โชคดีที่ในตะกร้าของนางมีสมุนไพรถอนพิษอยู่พอดี นางบดสมุนไพรแล้วทาลงบนาแ จากนั้นจึงพอกสมุนไพรห้ามเืแล้วฉีกเสื้อผ้าให้เป็แถบผ้าเพื่อพันแผลให้เขา
เดิมทีเจียงเหลียนจูตั้งใจจะฉีกเสื้อผ้าของเขา
ทว่าเนื้อผ้าที่เขาใส่นั้นดีเกินไปหากไม่ใช้แรงฉีกให้มากก็คงไม่ขาด สู้เสื้อผ้าขาด ๆ ของนางเองฉีกง่ายกว่า
ดังนั้นนางจึงฉีกชายขากางเกงของตนเองออกมาเล็กน้อย
นับว่าโชคดีในความโชคร้ายที่วันนี้ไม่ได้สวมเสื้อผ้าชุดใหม่มา มิเช่นนั้นคงน่าเสียดายยิ่งนัก
าแที่ขาของชายหนุ่ม เจียงเหลียนจูก็จัดการรักษาในลักษณะเดียวกัน
ส่วนที่อื่น ๆ ยังพอไหว
สุดท้าย นางป้อนน้ำให้ชายหนุ่มดื่มหนึ่งคำเพื่อให้ริมฝีปากชุ่มชื้น
เมื่อตรวจลมหายใจอีกครั้ง ดูเหมือนจะคงที่ขึ้นมากแล้ว
ชีวิตน่าจะพ้นขีดอันตราย
เจียงเหลียนจูไม่รู้ว่าคนผู้นี้เป็ใคร มีภูมิหลังอย่างไรนางไม่อยากยุ่งเกี่ยวเื่วุ่นวาย จึงวางสมุนไพรขับแมลงไว้บนตัวเขาแล้วแอบเดินกลับทางเดิมอย่างเงียบ ๆ
ไม่ควรอยู่ที่นี่นาน
เจียงเหลียนจูจงใจเลี่ยงทิศทางที่ชายหนุ่มอยู่ แล้วไปล่าสัตว์ที่อื่นแทนเพื่อเลี่ยงการพบเจอเื่ที่ไม่ควรเจอ
ไม่รู้ว่าเป็เพราะทำความดีหรือไม่ หลังจากนั้นโชคของนางจึงดีเป็พิเศษ เพียงครู่เดียวก็ล่าไก่ป่าได้สามตัวและยังเก็บไข่ไก่ป่าได้อีกยี่สิบกว่าฟอง
ยังจับกระต่ายตัวอ้วนได้อีกสองตัว
เก็บเห็ดขาวได้ครึ่งตะกร้า
และสมุนไพรอีกครึ่งตะกร้า ซึ่งมีหลายชนิดที่มีราคาสูงและที่ทำให้นางประหลาดใจที่สุดคือพบโสมป่าหนึ่งต้น ซึ่งมีอายุอย่างน้อยร้อยปีขึ้นไป
แม้จะไม่พบสัตว์ป่าขนาดใหญ่ตัวอื่นอีก แต่ราคาของโสมป่าต้นนี้ย่อมไม่ต่ำกว่าหนังหมาป่าแน่นอน
เจียงเหลียนจูพอใจมาก เมื่อเห็นว่าท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว จึงเตรียมตัวกลับบ้าน
โดรนยังคงอยู่บนท้องฟ้า ขณะที่นางตั้งใจจะเรียกมันกลับมา ทันใดนั้นโดรนก็ปรากฏเครื่องหมายเตือนสีแดง!
[ถูกโจมตี! ถูกโจมตี!]
เจียงเหลียนจูใจนสะดุ้ง บัดซบ หรือว่าจะมีคนพบโดรนอัจฉริยะของนาง แต่นี่มันอยู่สูงจากพื้นดินหลายสิบเมตร ใครจะโจมตีมันได้?
นางเพ่งมองดูอีกครั้ง
บนหน้าจอแสดงให้เห็นนกขนาดใหญ่สองตัวกระพือปีกบินเฉียดโดรนไปอย่างหวุดหวิด แรงลมจากปีกเกือบจะทำให้โดรนพลิกคว่ำ
นี่คืออินทรีทอง!
์!
อินทรีทองคือาาแห่งนกผู้น่านฟ้า นึกไม่ถึงเลยว่าในป่าลึกแห่งนี้จะมีอินทรีทองอยู่ทั้งยังดูเหมือนจะมาเป็คู่ด้วย!
เมื่อเห็นอินทรีทองสองตัวนั้นใช้ท่าทางในการล่าเหยื่อ พุ่งดิ่งลงไปอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบ ปีกสยาย กรงเล็บทรงพลัง ท่าทางทั้งรวดเร็วและสง่างาม
เจียงเหลียนจูสงสัยว่าพวกมันกำลังล่าอะไร จึงรีบขยายภาพติดตามทิศทางที่อินทรีทองมุ่งไป
ที่แท้ด้านล่างคือฝูงหมาป่าขนาดเล็ก...
พวกมันกำลังวิ่งหนีกันกระจัดกระจาย อินทรีทองพุ่งลงไปจิกเข้าที่ดวงตาของหมาป่าตัวเต็มวัยตัวหนึ่ง ซึ่งส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ป!
เจียงเหลียนจูนึกขึ้นได้ว่า หมาป่าตาเดียวที่นางล่าได้ก่อนหน้านี้ที่แท้ถูกอินทรีทองจิกจนตาบอดหรือนี่?
ช่างเป็การต่อสู้ดุเดือดจริง ๆ
นี่คืออินทรีทองตัวเต็มวัยสองตัวพลังมหาศาล ลงมือรวดเร็ว ฝูงหมาป่าก็ขัดขืน บางครั้งเมื่อหนีไม่พ้นก็เงยหน้าขึ้นกัด ขนบนปีกของอินทรีทองจึงร่วงหล่นกัดทีหนึ่งได้ขนเต็มปาก
อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตของเจียงเหลียนจู หมาป่าที่ขัดขืนมีไม่มากน่าจะมีเพียงจ่าฝูงเท่านั้นที่ขัดขืนได้
หมาป่าตัวอื่น ๆ ทำได้เพียงวิ่งหนีกระจัดกระจายและถูกอินทรีทองจิกจนตาบอดไปหลายตัว
เจียงเหลียนจูไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นฉากการต่อสู้ของสัตว์โลกที่ดุเดือดเช่นนี้ อินทรีทองสมกับเป็ผู้น่านฟ้า าาแห่งปักษาจริง ๆ
แต่ฝูงหมาป่าก็ไม่ใช่สิ่งที่จะรังแกได้ง่าย ๆ หมาป่าทั่วไปถ้าไม่ตายก็วิ่งหนีไปหมด สุดท้ายตัวที่ต่อสู้กับอินทรีทองอย่างดุเดือดน่าจะเป็จ่าฝูง!
จ่าฝูงมีขนาดตัวใหญ่ ขนสีขาวโพลนไม่มีขนสีอื่นปน สุดท้ายจ่าฝูงตัวเดียวต้องสู้กับอินทรีทองสองตัว ขนปลิวว่อน เืสาดกระจาย ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับาเ็และในที่สุดจ่าฝูงก็พลาดท่าถูกอินทรีทองจิกจนตาบอด
ถึงตอนนี้ จ่าฝูงแหงนหน้าหอนขึ้นฟ้าด้วยความสิ้นหวัง
ดูเหมือนจะไม่ยินยอม แต่ร่างกายก็หมดแรงแล้วไม่สามารถเอาชนะอินทรีทองสองตัวได้ จึงต้องรีบหนีเอาตัวรอด
หนีเอาชีวิตรอด
โดยมีอินทรีทองบินไล่ตามหลังมันไปตลอดทาง
เจียงเหลียนจูหาโอกาสดูเื่สนุกเช่นนี้ได้ยาก นางอยู่ห่างไกล อินทรีทองจึงไม่พบตัวนางและไม่มีอันตราย นางจึงขยายภาพดูอินทรีทองไล่ตามจ่าฝูงข้ามเขาสองสามลูกจนสุดท้าย จ่าฝูงวิ่งไม่ไหวและตกลงไปในหน้าผา...