เมื่อเห็นว่าชายวัยกลางคนผู้นี้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ฝูงชนที่มุงดูอยู่รอบๆก็เกิดอาการมึนงง!
นอกจากผู้ป่วยบางราย เหล่าแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาลประชนสาขาที่ 2 ล้วนรู้ดีว่าคนผู้นี้ก็คือคณบดีของโรงพยาบาลแห่งนี้ หลี่เซิ่ง!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อลูกตระกูลเฉิน พวกเขาถึงกับเหงื่อตก จบสิ้นแล้ว ทำไมคนใหญ่คนโตอย่างเขาถึงปรากฏตัวออกมาได้?
“อะไร ทุกคนเป็นใบ้กันหมดแล้วหรือไง? ใครกล้าเรียกอาจารย์ของฉันว่าเป็นนักต้มตุ๋นเฒ่า?” หลี่เซิ่ง กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะ จะต้องรู้ว่าหากไม่มี เหยาฉีหวง ในวันนั้น คงไม่มี หลี่เซิ่ง ในวันนี้!
ว่ากันว่าเป็นอาจารย์แค่วันเดียว เปรียบเหมือนเป็นพ่อตลอดชีวิต ในสายตาของเขาแล้ว เหยาฉีหวง ไม่ได้สำคัญน้อยกว่าพ่อแท้ๆของตน ทั้งยังอาจจะเคารพมากยิ่งกว่าด้วย!
เหล่าหมอ พยาบาล และผู้ป่วย หันไปหาหมอหนุ่มคนนั้นโดยอัตโนมัติ เพราะเป็นเขาเองที่พูดออกมาว่านักต้มตุ๋นเฒ่า!
เมื่อสายตารอบข้างหันไป หลี่เซิ่ง จึงหันไปเองโดยสัญชาตญาณ เขามองหมอหนุ่มด้วยสายตาที่เย็นชาแล้วเอ่ยขึ้น “เฉินอวี้ เป็นแกเองเหรอ?”
“เอ่อ ท่านคณบดี ผมไม่รู้ว่า...” ร่างกายของหมอหนุ่มสั่นเทิ้ม และอยากจะเอ่ยอธิบายออกมา
“แกยังเห็นฉันเป็นคณบดีอีกเหรอ? ฉันถามแกหน่อย เขาเป็นอาจารย์ของฉัน เป็นอาจารย์ที่ฉัน หลี่เซิ่ง เคารพรักมากที่สุด แต่แกเรียกเขาว่านักต้มตุ๋นเฒ่า งั้นฉันเป็นอะไร? ห๊ะ? บอกฉันทีสิ ว่าฉันเป็นอะไร?!” หลี่เซิ่ง ถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“คณบดีครับ เฉินอวี้ ยังเล็ก เขายังไม่ประสีประสา...” เฉินต้าไห่ เห็นว่า หลี่เซิ่ง กำลังตำหนิลูกชายของตน จึงอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมา
“แกหุบปากไปซะ!”
เหมือนว่าคำพูดของ เฉินต้าไห่ ได้กลายเป็นน้ำมันที่ราดไปบนกองเพลิง หลี่เซิ่ง หันไปมอง เฉินต้าไห่ “ลูกของแกอายุยังน้อย ไม่ประสีประสา งั้นแกก็ด้วยเหรอ?”
“ผม...”
“เฉินต้าไห่ แกปล่อยลูกจนเคยตัว ถ้ามันทำตัวกำเริบเสิบสานอยู่แค่ในแผนกเนื้องอกวิทยาก็ยังนับว่าไม่เป็นไร แต่นี่กล้าเรียกคนที่เป็นอาจารย์ของฉันว่านักต้มตุ๋นเฒ่าเลยเหรอ?” หลี่เซิ่ง พูดจบ เขาก็ชี้มาที่ตัวเอง “งั้นฉันก็คงเป็นนักต้มตุ๋นเด็กละมั้ง? ฉันเป็นนักต้มตุ๋นเด็ก แล้วพวกแกละเป็นอะไร?!”
“.......”
เฉินต้าไห่ ต้องถูก หลี่เซิ่ง ด่าทอต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ เขาจึงรู้สึกโกรธเนื่องจากความละอาย คิดอยากจะโต้เถียงกลับไป ทันใดนั้นเขานึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ เขาหันไปแล้วเบิกตากว้างมองไปที่ เหยาฉีหวง
อาจารย์ของ หลี่เซิ่ง?
ได้ยินมาว่าอาจารย์ของ หลี่เซิ่ง ก็คือ 1 ใน 3 แพทย์แผนจีนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศ เหยาฉีหวง!
ยากจะคาดคิดได้ว่าชายชราในชุดเสื้อผ้าโบราณที่อยู่ด้านหน้าคือ เหยาฉีหวง ผู้เป็นประธานกิตติมศักดิ์ของสมาคมการแพทย์จีน?!
“คุณ คุณคืออาจารย์เหยางั้นเหรอ?”
ใบหน้าของ เฉินต้าไห่ ซีดเซียว เขาเอ่ยถามด้วยร่างกายที่สั่นไม่หยุด
“ตอนนี้รู้สถานะของอาจารย์ฉันแล้วใช่ไหม? กลัวเหรอ? แต่มันสายไปแล้ว!”
คำพูดของ หลี่เซิ่ง ได้ยืนยันสถานะของอาจารย์เหยาแล้ว นี่ทำให้แข้งขาของ เฉินต้าไห่ อ่อนยวบจนทรุดลงไปนั่งอยู่บนพื้น
ความจริงแล้วเขาไม่ได้รู้สึกกลัว หลี่เซิ่ง มากเท่าไหร่ เป็นเพราะเขาก็มีคนหนุนหลังอยู่! ยิ่งกว่านั้นเขายังได้ข่าวมาว่า อย่างมากก็อีกแค่สามเดือน เขาจะได้เลื่อนตำแหน่งอีกครั้ง และอาจจะได้กลายเป็น 1 ในคณบดีของโรงพยาบาลประชาชนสาขาที่สอง.....
อย่างไรก็ตามเมื่อรู้ว่าชายชราที่อยู่เบื้องหน้าเขาคือ เหยาฉีหวง เขาก็เริ่มหวาดกลัวขึ้นมา!
เหยาฉีหวง เป็นผู้มีชื่อเสียงในหมู่แพทย์แผนจีน นักเรียนของเขามีอยู่ทั่วทุกมุมโลก เขามีลูกศิษย์ลูกหามากมายที่อยู่ภายในเครือข่ายของวงการแพทย์!
แม้แต่คนใหญ่คนโตหลายคนในเมืองจีน ยังต้องมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับเขา
ไม่ต้องพูดถึงผู้อำนวยการแผนกเนื้องอกวิทยาอันจิ๊บจ้อยอย่างเขาเลย นี่คือคนที่อยู่เหนือความคาดหมาย...แม้กระทั่งนายกเทศมนตรีของเมืองหลงไห่ เมื่อเขาเห็น เหยาฉีหวง ยังต้องเอ่ยทักทายด้วยความสุภาพ!
ท้ายที่สุดคนที่ได้กินธัญพืช 5 อย่าง ไม่มีใครกล้ารับประกันว่าจะไม่เป็นโรคร้าย แต่หากมีสายสัมพันธ์กับหมอเทวดา ย่อมมีโอกาสที่ดีที่จะมีชีวิตรอดในช่วงเวลาสำคัญได้!
ด้านหลี่เซิ่ง จ้องมอง เฉินต้าไห่ ในใจยิ้มเย็น เฉินต้าไห่ เอ้ย แกคงคิดว่าแกจะได้กลายเป็นใหญ่แล้วใช่ไหม หึความจริงแล้วแกไม่อยู่ในสายตาฉันเลย...ในเมื่อแกมีเรื่องขัดข้องกับอาจารย์ของฉัน อย่าว่าแต่แกเลย แม้แต่คนที่อยู่เบื้องหลังแกยังต้องสั่นคลอน!
“มีใครอธิบายได้มั่งว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?” หลี่เซิ่ง กวาดสายตาไปรอบด้าน ท้ายที่สุดสายตาของเขาก็ไปตกอยู่บนร่างของรองคณบดีซึ่งเป็นคนของเขาเช่นกัน!
เมื่อรองคณบดีรู้แล้วว่า หลี่เซิ่ง กำลังมองมาที่ตัวเองอยู่ หัวใจพลันเต้นแรง เขารีบก้าวเดินออกมาแล้วอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นให้ หลี่เซิ่ง ได้ฟัง
“คณบดีหลี่ ผมมีคลิปวิดีโออยู่ 1 คลิป ผมคิดว่าคุณจะต้องสนใจมันแน่!” ในขณะที่เหตุการณ์กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด เซียวเฉิน ก็เอ่ยปากขึ้น
“โอ้? ไม่ทราบว่าเป็นคลิปอะไรเหรอครับ?” หลี่เซิ่ง เอ่ยออกมาอย่างสุภาพ เขาได้ยินคนของตัวเองพูดแล้วว่าชายหนุ่มผู้นี้ได้เดินทางมาด้วยกันกับอาจารย์ของตน!
ในใจของเขารู้สึกสงสัย หรือว่าอาจารย์ของเขารับลูกศิษย์คนใหม่? การที่สามารถติดตามอาจารย์อยู่ข้างกายได้ อนาคตในวงการการแพทย์ย่อมสดใสมาก!
“หลี่เซิ่ง ฉันขอแนะนำให้นายรู้จัก คนผู้นี้คือ เซียวเฉิน” อาจารย์เหยาแนะนำตัวให้ เซียวเฉิน
เมื่อ หลี่เซิ่ง ได้ยินอาจารย์ของตนเองเป็นผู้เอ่ยแนะนำตัวก็ยิ่งประหลาดใจ ดูเหมือนว่าอาจารย์ของเขาจะให้ความสำคัญกับ เซียวเฉิน ผู้นี้มาก หรือว่าเขาเป็นลูกศิษย์คนสนิทของอาจารย์กัน?
จะต้องรู้ว่าในประเทศจีนนักเรียนกับลูกศิษย์นั้นไม่เหมือนกัน อย่างหลังจะมีความสำคัญยิ่งกว่า ลูกศิษย์นั้นเป็นเหมือนกับผู้สืบทอดมรดกและวิชาของผู้อาจารย์!
หลี่เซิ่ง ยังไม่ทันได้เอ่ยทักทายก็ได้ยิน อาจารย์เหยาพูดขึ้นมาอีกว่า “สหายเซียวเป็นเพื่อนคุยของฉันเอง ถือว่าเขาเป็นอาจารย์อาของนาย!”
“......”
หลี่เซิ่ง มองอย่างตะลึง!
ห๊ะ?
เพื่อนคุย?
อาจารย์อา?
เซียวเฉิน พูดไม่ออก อาจารย์อาอย่างงั้นเหรอ? แล้วนี่จะนับรุ่นกันยังไงเนี่ย?
“แค่กๆ คณบดีหลี่ครับ คุณเรียกชื่อผมก็พอแล้วครับ”
หลี่เซิ่ง หันไปมองที่ เหยาฉีหวง เมื่อเห็นว่าเขาไม่คัดค้านอะไรก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก การที่เขาต้องเรียกชายหนุ่มคนหนึ่งว่า ‘อาจารย์อา’ ต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้แล้วเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน?
ในเวลาเดียวกัน เขาก็รู้สึกประหลาดใจ การที่คนหนุ่มสามารถเป็นเพื่อนคุยกับอาจารย์ได้ เขาจะต้องเป็นคนเช่นไรกัน? และแน่นอนว่าต้องไม่ใช่คนธรรมดา!
หลี่เซิ่ง แสดงรอยยิ้มที่เป็นมิตรพร้อมกับยื่นมือออกไป “ฮ่าๆๆ ตกลง งั้นฉันจะเรียกชื่อของนาย! ส่วนนายไม่จำเป็นต้องเรียกฉันว่าคณบดีหลี่หรอก เรียกฉันว่าเหล่าหลี่ก็พอแล้ว!”
“ตกลง พี่หลี่ นี่คลิปวิดีโอที่ว่า คุณลองดูหน่อยสิ” เซียวเฉิน ยื่นมือออกไปจับมือ หลี่เซิ่ง พร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือไปให้เขา
ด้านหลี่เซิ่ง ได้ยิน เซียวเฉิน เรียกตัวเองว่าพี่หลี่ ตัวเขาก็รู้สึกเบิกบานใจ เขารับโทรศัพท์มาดู เพียงแค่ไม่นานใบหน้าเขาก็เปลี่ยนสี
“นี่แกยังเป็นหมออยู่ไหม? แกทำตัวได้น่าอายยิ่งกว่าพวกมาเฟียใต้ดินอีก! เรื่องนี้จะต้องถูกจัดการอย่างจริงจัง!”
สีหน้า เฉินต้าไห่ ซีดเซียวลง เขารู้ว่าตัวเองจบสิ้นแล้ว ครั้งนี้แม้ว่าเขาจะไม่ตายแต่ก็ต้องจบไม่สวยแน่!
“ฉันขอประกาศให้ เฉินต้าไห่ เฉินอวี้ หยุดปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ขอให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย!” หลี่เซิ่ง โกรธจัด เขาไม่คิดว่าพ่อลูกคู่นี้จะทำตัวเย่อหยิ่งจองหองได้ถึงเพียงนี้!
เมื่อเฉินต้าไห่ ได้ยินคำประกาศนี้ก็ต้องทรุดลงไปนั่งบนพื้น ถ้าพวกเขาถูกตรวจสอบ ชีวิตของเขาก็เป็นอันจบกัน!
สำหรับ เฉินอวี้ นั้นแย่ยิ่งกว่า ภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือพ่อของเขา แต่ทว่าพ่อของเขากลับต้องจบสิ้นลงไปพร้อมกับตัวเองด้วย!
“เอาละทุกคนแยกย้ายไปได้แล้ว!” หลี่เซิ่ง ขี้เกียจจะให้ความสนใจกับพ่อลูกตระกูลเฉินอีก การที่ทำเช่นนี้ต่อหน้าผู้ป่วยจำนวนมากไม่ใช่เรื่องดี… หากว่าข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ก็เท่ากับว่าชื่อเสียงของโรงพยาบาล ต้องเป็นอันมัวหมอง!
“เซียวเฉิน นี่โทรศัพท์ของนาย” หลี่เซิ่ง ยื่นโทรศัพท์กลับไปให้ เซียวเฉิน จากนั้นยกยิ้มขึ้น “เรื่องในวันนี้ฉันขอเป็นตัวแทนของโรงพยาบาลขอโทษพวกนายด้วย ส่วนคลิปวิดีโอนี้ลบมันเถอะนะ”
“ครับ”
เซียวเฉิน พยักหน้า ตอนนี้พ่อลูกตระกูลเฉินถูกจัดการแล้ว และเขาก็ขี้เกียจเกินกว่าจะโพสต์ลงอินเทอร์เน็ต เขาจึงลบคลิปวิดีโอนี้ต่อหน้า หลี่เซิ่ง
“ส่วนท่านนี้คงเป็นคุณหลี่สินะ?” หลี่เซิ่ง มองไปที่หลี่หานโฮ่ว แล้วเอ่ยขอโทษ “พวกคุณจะได้รับการรักษาที่นี่ต่อไป ส่วนเรื่องค่ารักษากับค่ายา....”
“คณบดีหลี่ ค่ารักษามันเท่าไหร่หรอครับ เดี๋ยวพวกเราจะจ่ายให้เอง… อีกอย่างช่วยย้ายคุณป้าไปอยู่ห้องผู้ป่วยเดี๋ยวเถอะครับ สภาพแวดล้อมที่นี่วุ่นวายมากเกินไป ไม่เหมาะกับการพักฟื้นร่างกายของเธอ”เซียวเฉิน พูดขึ้น
“หลี่เซิ่ง นายต้องจัดการให้เรียบร้อยนะ” เหยาฉีหวง ก็เปิดปากพูดขึ้นมาด้วย
“ครับ อาจารย์ ผมจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเอง!” หลี่เซิ่ง รีบพยักหน้าตอบรับ
“อาจารย์เหยา ผมผิดไปแล้ว ผมสำนึกผิดแล้วจริงๆ ได้โปรดให้โอกาสผมด้วยเถอะครับ!” ทันใดนั้น เฉินต้าไห่ ที่ล้มลงไปอย่างหมดเรี่ยวแรงบนพื้น ก็คลานมาหา เหยาฉีหวง พร้อมกับเอ่ยอ้อนวอน
ด้านเหยาฉีหวง ก้มลงไปมอง เฉินต้าไห่ แววตาของเขาไม่มีอาการเห็นอกเห็นใจเลยสักนิด “แกทำสิ่งไหนเอาไว้ ย่อมได้รับสิ่งนั้น!”
ร่างกาย เฉินต้าไห่ สั่นสะท้าน เขาล้มลงไปบนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงอีกครั้ง
“เอาตัวพวกมันไปส่งให้กับแผนกตรวจสอบ!” หลี่เซิ่ง เอ่ยสั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จากนั้นมองไปที่ เหยาฉีหวง แล้วพูดว่า “อาจารย์ มีอะไรจะสั่งอีกไหมครับ?”
“ไม่มีแล้ว” เหยาฉีหวง ส่ายหน้า แล้วถาม เซียวเฉิน “สหายเซียว นายเพิ่งจะตรวจชีพจรเสร็จ ตอนนี้นายวินิจฉัยได้หรือยัง?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่เซิ่ง ก็เกิดอาการตะลึง เซียวเฉิน ก็เป็นหมอด้วยงั้นเหรอ? เขาคิดอยู่ตลอดว่า เซียวเฉิน ต้องมีที่มาที่ไปไม่ธรรมดา ไม่งั้นคงไม่สามารถเป็นเพื่อนคุยกับอาจารย์ได้....ดูเหมือนว่าตอนนี้มันจะเป็นเช่นนั้น!
หลี่หานโฮ้ และคุณนายหลี่ก็มองมาที่ เซียวเฉิน ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะคุณนายหลี่ เธอไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้!
ก่อนหน้านี้ เธอคิดว่าชายชราที่สวมชุดโบราณนี้จะเป็นคนที่มีชื่อแซ่เดียวกับ เหยาฉีหวง แต่ไม่กล้าจะคิดเลยว่าคน ๆ นี้เป็น เหยาฉีหวง จริงๆ !
ตอนนี้ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์เรื่องก่อนหน้านี้ได้แล้ว เขาไม่ใช่คนที่มีชื่อแซ่เดียวกัน แต่ทว่าเขาเป็น เหยาฉีหวง ประธานกิตติมศักดิ์ของสมาคมการแพทย์จีนจริงๆ!
ดังนั้นเธอจึงแปลกใจอย่างมาก ลูกชายของเธอไปเชิญ เหยาฉีหวง ผู้นี้มาได้ยังไงกัน?
แต่ในไม่ช้าเธอก็เข้าใจแล้วว่า ไม่ได้เป็นลูกชายที่เชิญเหยาฉีหวงมาได้ แต่เป็นชายหนุ่มที่มีชื่อว่า ‘เซียวเฉิน’ ต่างหาก!
“พวกเราย้ายห้องผู้ป่วยก่อนค่อยพูดกันจะดีกว่า”
เนื่องจากว่าในห้องผู้ป่วยนี้ยังมีผู้ป่วยอยู่อีก 2 คน จึงไม่เหมาะที่จะพูดบางเรื่องขึ้นที่นี่
ไม่ใช่เพราะว่า เซียวเฉิน เป็นคนใจจืดใจดำ ทว่าความสามารถของคนเราย่อมมีขีดจำกัด และเขายังให้ราคากับเรื่องนี้ด้วย!
หากพูดอย่างเห็นแก่ตัว มีผู้คนมากมายบนโลกที่กำลังเจ็บป่วยสาหัส ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขา และแม้ว่าเขาจะเหนื่อยแทบตายเขาก็ไม่สามารถช่วยเหลือทุกคนได้!
ด้านเหยาฉีหวง หรี่ตาลง เป็นไปได้ไหมว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะมีความคิดเห็นเป็นอย่างอื่น? เขามองไปที่ หลี่เซิ่ง คนหลังก็พยักหน้าตอบรับ จากนั้นก็เริ่มจัดการธุระต่าง ๆ ให้
เมื่อมีคณบดีอย่าง หลี่เซิ่ง อยู่ด้วย การย้ายห้องผู้ป่วยก็ดำเนินการไปได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ 10 นาที คุณนายหลี่ก็ได้ย้ายไปอยู่ในห้องผู้ป่วย วีไอพี แล้ว
“เอาละ สหายเซียว ตอนนี้ไม่มีคนนอกแล้ว เชิญพูดมาเถอะ” เหยาฉีหวง ถามขึ้นอย่างอดไม่อยู่
“อาจารย์เหยา ผลวินิจฉัยของผมไม่ต่างกับคุณมาก การเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย อย่างไรก็ตามยังดีที่ยังไม่มีการลุกลาม...เมื่อดูจากชีพจร คุณป้าคงอยู่ได้อีกอย่างมากก็ 2 เดือน”
เซียวเฉิน หยุดคิดแล้วกล่าวต่อ
เหยาฉีหวง พยักหน้าตอบรับ ผลวินิจฉัยของเขาก็ไปในทางเดียวกัน แม้กระทั่งเวลาที่เหลืออยู่ก็เช่นกัน นี่สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่า ทักษะการแพทย์ของ เซียวเฉิน ไม่ได้ด้อยไปกว่าตนเองเลย
“2 เดือน?”
นัยน์ตาหลี่หานโฮ่ว แดงก่ำ แม่ของเขาจะต้องจากเขาไปในเวลาอีกแค่ 2 เดือนอย่างงั้นเหรอ?
เซียวเฉิน ตบไปที่บ่าของหลี่หานโฮ่ว แล้วเอ่ยปลอบขึ้น “ต้าหาน แม้ว่าฉันจะไม่มีวิธีในการรักษาแม่ของนาย แต่ว่าฉันสามารถชะลอความเจ็บปวดและยืดอายุขัยของเธอไปได้อย่างน้อย..3ปี!”
อย่างน้อย
3 ปี!
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนก็สั่นสะท้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหยาฉีหวง เขาถึงขั้นลุกยืนขึ้นมาโดยพลัน