ตอนที่ 34 ใต้หินหลอมเหลว
ทุกที่เต็มไปด้วยแสงสีแดง สีส้ม รอบตัวของเขาถูกแสงสว่างวาบกลืนกินอย่างรวดเร็ว ทันทีที่กระแสจิตของเขาสัมผัสกับถุงจักรวาล แสงสว่างวาบคลุมร่างของเขาแทรกซึมเข้าสู่ภายในถุงจักรวาล
รอบตัวมีแต่สีขาวเต็มไปหมด มันให้ความรู้สึกว่างเปล่า สมปองก้มมองพื้นที่ตนเองเหยียบ เขาพบว่ามันเป็นพื้นสีขาวเช่นเดียวกัน เพียงแต่มีหมอกควันจาง ๆ ลอยคลุ้งอยู่เหนือพื้น ความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นที่ด้านหลัง สมปองหันขวับไป ร่างหนึ่งค่อย ๆ ปรากฎขึ้นตรงหน้าเขา
ชายคนนี้เขาเคยพบมาก่อน ใช่แล้วนี่คือหลงปิง มังกรบรรพกาลตัวนั้น เขาตายไปแล้วแต่เหตุใดจึงมาปรากฎตัวในที่นี้ เขาคิดในใจ หลังปิงกลัวเขาเข้าใจผิดจึงรีบเอ่ยปาก
“อยู่ในถุงจักรวาลนี้พวกเจ้าจะปลอดภัยจากหินหลอมละลาย”
“ผู้อาวุโสหลงปิง”
“ใช่ ข้าเอง ถุงจักรวาลของข้ายังมีความสามารถที่เจ้าไม่ล่วงรู้อีกมาก”
“เอ่อ ขอบคุณผู้อาวุโส แต่พวกเราจะออกจากถุงจักรวาลได้อย่างไร”
สมปองเอ่ยถามด้วยสีหน้ากังวล ด้วยประสบการณ์ของหลงปิงเขามองสมปองแล้วส่ายศีรษะ เขายื่นตำราสองสามม้วนให้กับสมปอง
“ข้าจะไม่ห้ามหากเจ้าอยากออกไป แต่ลองคิดดูก่อนว่าออกไปแล้วทำยังไง” หลงปิงมองสมปองนิ่งอยู่อย่างนั้น
สีหน้าของสมปองเปลี่ยนไปมา แน่นอนหากเขายืนกรานจะออกไปหลงปิงก็คงส่งเขาออกไป แต่สิ่งที่ทำให้เขาเกิดความลังเลคือ ภายนอกเป็นหินหลอมเหลว หากออกไปคงกลายเป็นหินละลายแน่ แต่หากรอดออกไปได้ก็ยังมีปัญหา
“ยังแข็งแกร่งไม่พอ นี่เป็นปัญหาที่ท่านหมายถึงสินะ”
สมปองเริ่มตั้งสติ เขารับตำราและม้วนคัมภีร์ที่หลงปิงยื่นให้ การใช้เวลาฝึกบำเพ็ญในสถานที่นี้ ปราศจากภัยอันตรายใด ๆ แน่นอนว่าไม่มีใครมารบกวนพวกเขาได้ยกเว้นว่ามีพวกสามารถแหวกว่ายอยู่หินหลอมเหลวได้
“ตำราและคัมภีร์เหล่านี้อาจมีประโยชน์กับเจ้า ในเขตสองมีหินวิญญาณที่เก็บไว้ก็มากพอให้พวกเจ้าทะลุระดับนิพพานได้ เมื่อเจ้าพร้อมค่อยออกไป”
“ข้าสามารถพัฒนาไปถึงขั้นไหน?”
“เรื่องนั้น เจ้าต้องทดลองดูด้วยตัวเอง”
เงาร่างของหลงปิงจางลงเล็กน้อย “เจ้าต้องมั่นใจในตนเอง เอาละ ข้าต้องไปจำศีลแล้ว เรื่องหลังจากนี้พวกเจ้าต้องหาหนทางเอง”
“ดะ เดี๋ยวก่อน ผู้อาวุโส”
เศษจิตวิญญาณหลงปิงหายไปทิ้งให้สมปองยืนงงอยู่ตรงนั้น ภายนอกเป็นหินหลอมละลาย ถุงจักรวาลสามารถทนความร้อนได้จริงหรือ แต่หากทนความร้อนไม่ได้เวลานี้ควรจะไหม้ทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ดังนั้นหากตอนนี้ภายในถุงจักรวาลยังไม่ลุกไหม้แสดงว่ามันสามารถทนความร้อนได้จริง ๆ
เขาเดินสำรวจพื้นที่ภายในถุงจักรวาล พื้นที่ทั้งหมดแบ่งออกเป็นสิบส่วน สามส่วนเก็บอาหารและน้ำ สมปองมองคลังอาหารที่กองซ้อนกันเป็นภูเขา ภาพห้างสรรพสินค้าปรากฎขึ้นในความคิด ส่วนที่เก็บอาหารและน้ำถูกบรรจุใส่หีบห่อและภาชนะวางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ
สมปองเคลื่อนกระแสจิตเข้าไปในส่วนเก็บตำราและอาวุธ พื้นที่นี้เป็นเพียงพื้นที่เล็ก ๆ มีชั้นวางตำราอยู่ด้านหนึ่ง นอกนั้นเป็นหีบไม้เต็มไปด้วยม้วนคัมภีร์สุมรวมกันไว้หลายหีบ อีกด้านเป็นแคร่ยาว บนแคร่ยาววางอาวุธมีแทบทุกชนิด อาวุธและเครื่องมือประหลาดก็วางอยู่ในนี้ ตรงที่ว่างตรงกลางมีร่องรอยการไหม้และรอยขีดข่วน คล้ายมีคนทดสอบอาวุธกันที่นี่
พื้นที่สี่ส่วนเต็มไปด้วยหินวิญญาณ จริงอย่างที่หลงปิงบอกไว้ หินวิญญาณที่อยู่ในนี้มีจำนวนมากพอให้สมปองทะลวงผ่านระดับสูง ๆ ได้ เขาส่งกระแสจิตกลับไปยังส่วนสุดท้าย พื้นที่ส่วนนี้เก็บเสื้อผ้าเครื่องนอนไว้ หลี่ซุนกับต้วนหลงซางนอนอยู่บนเตียงหยกเย็นของหลงปิงที่สามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายให้คนทั้งสองขณะสลบไสลไม่ได้สติ
สมปองตัดสินใจปลุกหลี่ซุนกับต้วนหลงซางก่อน เขาหยิบยาออกจากกล่องของหลงปิง หยดยาไหลซึมเข้าปากของหลี่ซุนและต้วนหลงซาง ประสิทธิภาพของยาช่วยปลุกหลี่ซุนกับต้วนหลงซางจากการหลับไหล พวกเขามองสมปองอย่างงง ๆ
“พี่หลี่ พี่ต้วน ข้ามีเรื่องต้องแจ้งพวกท่าน”
หลี่ซุนยกมือกุมศีรษะอย่างมึนงง ภาพสุดท้ายที่เห็นคือพวกเขาหล่นลงรอยแยกของแผ่นดินขณะเดินทางไปส่งต้วนหลงซางกลับต้าหลี่ เช่นเดียวกับต้วนหลงซาง พวกเขากำลังรวบรวมสติ แต่หลังจากได้ยินสมปองพูด พวกเขาหันไปมองสมปองด้วยความสงสัย
“พี่หลี่ พี่ต้วน พวกเราตกอยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติ”
“ไม่ปกติเหรอเข่อเจี้ยน” หลี่ซุนบีบเค้นขมับของตนเองอย่างแรง
“พวกเราอยู่ที่ไหนกัน” ต้วนหลงซางสะบัดหน้าก่อนถาม
“เอ่อ พวกเราอยู่ในถุงจักรวาลของข้า”
“ถะ ถุงจักรวาล เป็นไปได้ยังไง” หลี่ซุนกลับต้วนหลงซางเกือบจะร้องออกมาพร้อม ๆ กัน
“น้องเข่อ พวกเราอยู่ในถุงจักรวาลจริงเหรอ”
“พี่หลี่ ข้าไม่ได้หลอกท่าน พวกเราติดอยู่ในถุงจักรวาลของข้า ด้านนอกเป็นหินหลอมเหลว”
“ถ้าด้านนอกเป็นเหินหลอมเหลว ทำไมพวกเรายังไม่ถูกเผาไหม้” ต้วนหลงซางถามด้วยความสงสัย
“ข้าขออธิบายก่อน ถุงจักรวาลของข้าได้มาจากมังกรสายฟ้าบรรพกาล มันสามารถทนความร้อนของหินหลอมเหลวได้”
“พวกเราจะไม่ถูกหินหลอมเหลวละลายจริงเหรอ”
ต้วนหลงซางถามด้วยความสงสัย เขาไม่ได้เชื่อใจสมปองแบบเดียวกับหลี่ซุน
“พี่ต้วน ข้ารับรองได้เลย หากเข่อเจี้ยนบอกว่าทนได้ก็ต้องทนได้”
ต้วนหลงซางมองหลี่ซุนก่อนถามคำถามต่อไป
“ถ้างั้นเรื่องที่เจ้าจะบอกพวกข้าคืออะไรกัน”
“ข้าต้องขออภัย หลังจากพวกท่านหมดสติไป ข้าส่งพวกท่านเข้ามาในถุงจักรวาลเพื่อความสะดวกในการหลบหนี” สมปองเริ่มอธิบายเหตุการณ์ต่อจากการหล่นลงมาในรอยแยกจนกระทั่งมาติดอยู่ในถุงจักรวาล
“ที่แท้เป็นเช่นนี้”
“นี่เป็นม้วนคัมภีร์ที่จะช่วยให้พวกเราทะลวงผ่านระดับ”
ทั้งสามล้อมวงดูคัมภีร์ที่สมปองได้มาจากหลงปิง เนื้อความรวบรัดไม่ได้อธิบายอะไรมาก เพียงแต่มีขั้นตอนเรียบง่าย บอกไว้เพียงแค่ด่านต่าง ๆ ที่ต้องทะลวงระดับ
หลอมปราณ . . .7.8.9 ขั้น
กลั่นผลึกปราณ . . . 9 . 10 . 11 . 12 ขั้น
หลอมสร้างเม็ดพลัง . . . . 4 . 5 . 6 ขั้น
ปฐพี (ผสานฟ้าดิน) . . . 7 . 8 . 9 ขั้น
นิพพาน . . . 4 . 5 . 6 ขั้น
มหานิพพาน . . . 1 . 2 . 3 ขั้น
. . .
ทั้งสามยืนนิ่งไปสักพักหลังจากได้อ่านข้อความส่วนแรก ระยะทางช่างห่างไกล และในบันทึกมีเพียงแค่ระดับมหานิพพานซึ่งแม้แต่หลงปิงเองก็ยังไปไม่ถึงขั้นนั้นแต่ต้องเสียชีวิตไปก่อน
“ตอนนี้ข้ามาถึงกลั่นผลึกปราณขั้นสาม ต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนกว่าจะออกไปได้นะ” สมปองรู้สึกท้อแท้อย่างช่วยไม่ได้
“ลองอ่านตรงนี้ดูสิ” หลี่ซุนชี้ให้สมปองดู
ทั้งสามอ่านข้อความข้างล่างอย่างตื่นเต้น
“อาาา า นี่ เตียงหยกที่ให้พวกท่านนอน”
“ไม่น่าเชื่อ”
“มันมีวิธีใช้แบบนี้นี่เอง”
“เตียงหยกมีเตียงเดียว พวกเราต้องผลัดเปลี่ยนกัน”
“เข่อเจี้ยน เจ้าใช้เตียงหยกนี่ก่อน”
“พี่หลี่ พี่ต้วน ข้าไม่อาจเห็นแก่ตัวเช่นนี้”
“น้องเข่อ เจ้ามีขั้นสูงกว่า ให้เจ้าใช้ก่อนย่อมมีประโยชน์มากกว่า หากให้พวกเราสองคนใช้ กว่าจะบรรลุระดับที่ต้องการคงนานเกินไป”
“พี่หลี่ท่าน”
“น้องเข่อเจี้ยน เจ้าไม่ต้องกังวล พวกเราจะฝึกทักษะยุทธรอก่อน เจ้าผ่านระดับที่สูงกว่าพวกเราไปแล้ว หากฝึกต่ออีกนิดมีโอกาสจะทะลวงผ่านระดับได้สูงกว่า”
หลี่ซุนโอบไหล่ต้วนหวงซางออกไป ในมือถือตำราอีกสองม้วน “พี่ต้วนเป็นเพื่อนข้าฝึกซ้อมหน่อยเป็นไร”
“หลี่ซุน เจ้าอย่าหวังให้ข้าออมมือ”
ทั้งสองเดินออกไปทิ้งให้สมปองยืนถือคัมภีร์ม้วนนั้น เขาไม่อยากเอาเปรียบใคร แต่ในเมื่อทั้งสองคนเสียสละให้เขาใช้ก่อนเป็นคนแรกเขาก็ต้องพยายามใช้โอกาสนี้ก้าวหน้าไปให้ได้มากที่สุด
เวลาผ่านไปยาวนานไม่รู้วันเวลา เสียงเปรี๊ยะ ๆ ดังขึ้นรอบตัวสมปอง หินวิญญาณที่กองสุมรวมกันนับพันก้อนแตกละเอียดจนหมดสิ้น แต่นี่ไม่ใช้หินวิญญาณทั้งหมด มันถูกใช้ยังไม่ถึงหนึ่งในสิบจากหินวิญญาณที่กองสุมรวมกันทั้งหมด สมปองเพิ่งผ่านความทุกข์ทรมานในการทะลวงระดับปฐพีขึ้นสู่ระดับนิพพาน
การดูดซับหินวิญญาณใช้เวลานานกว่าเดิม เขาออกจากฌาณสมาธิส่งตัวเองไปยังส่วนของคลังอาวุธ หลี่ซุนกับต้วนหลงซางเปลือยลำตัวท่อนบนเอนพัก อย่างเหนื่อยอ่อน ร่างกายพวกเขาผอมแห้งกว่าเดิมแต่ดูเข้มแข็งกว่าเดิมมาก
“พี่หลี่ ถึงตาท่านละ”
“อ่าว ทำไมหยุดซะละ เจ้าเพิ่งบรรลุระดับนิพพานเองนะ”
“อย่าเกรงใจเลย รีบผ่านระดับนั้นไป พวกเรารอได้”
“ท่านทั้งสองอย่าได้กล่าวอะไรเลย การดูดซับหินวิญญาณเริ่มช้าลง ข้าคิดว่าหากดูดซับต่อเนื่องเกินไปอาจไม่เป็นผลดี”
“อ่อ เช่นนี้เอง” หลี่ซุนไม่รอช้า เขาเดินไปตบไหล่สมปองแล้วเข้าไปที่เตียงหยกทันที
“พี่ต้วน มาดูกันว่าท่านฝึกอะไรได้บ้างแล้ว” สมปองเดินไปยังกลางห้องพร้อมอาวุธคู่มือ
“ระดับข้าต่ำกว่าเจ้า”
“ไม่ต้องห่วง ใช้แต่ทักษะไม่ใช้เขตขั้นเด็ดขาด”
“ฮะ ๆ เจ้าแน่ใจหรือ ข้าฝึกกับหลี่ซุนมาสองร้อยกว่าวันแล้วนะ”
“อะไรนะ สองร้อยกว่าวัน”
“ใช่ เพิ่งผ่านมาสองร้อยกว่าวันเจ้าก็ทะลวงผ่านระดับนิพพานแล้ว น่าตกใจจริง ๆ”
“เตียงนั่นแปลกมาก ทุกอย่างดูง่ายดายเมื่อทำผ่านเตียงหยกนั่น”
สมปองฝึกทักษะการต่อสู้กับต้วนหลงซางอีกร้อยกว่าวันหลี่ซุนก็ลุกออกจากเตียง ตอนนี้หลี่ซุนทะลวงผ่านระดับหลอมสร้างเม็ดพลังมาสูขระดับปฐพีหนึ่ง เขาจำได้ว่าสมปองกล่าวถึงปัญหาการดูดซับที่ช้าลง เมื่อเขารู้สึกว่าการดูดซับช้าลงอย่างที่สมปองบอกจึงลุกขึ้นมากจากเตียงหยก
ต้วนหลงซางเพิ่งเริ่มผ่านไปเพียงสี่สิบวันก็กลับออกมาแล้ว เขาเพิ่งผ่านการหลอมสร้างเม็ดพลังขั้นที่สี่เท่านั้น
ทั้งสามสลับผัดเปลี่ยนกันใช้เตียงหยกในการดูดซับและทะลวงผ่านด่านเช่นนี้อีกหลายครั้ง ภายหลังสมปองแยกออกไปฝึกวิชาในคัมภีร์ที่หลงปิงมอบให้กับเขาโดยเฉพาะ บางครั้งก็กลับไปฝึกอาวุธร่วมกับหลี่ซุนและต้วนหลงซาง การกักตัวบ่มเพาะผ่านไปยาวนานหลายสิบปี สมปองย่างก้าวเข้าสู่ระดับมหานิพพานเต็มตัวแล้ว
ในที่สุดหินวิญญาณก็ร่อยหรอไปเกือบครึ่งห้อง วันนี้สมปองนั่งสมาธิที่มุมหนึ่ง เขาส่งกระแสจิตออกไปภายนอกถุงจักรวาล ตอนแรกเขาไม่กล้าเพราะเกรงว่าจิตวิญญาณจะถูกเผาไหม้ แต่การส่งกระแสจิตครั้งนี้กลับมีบางอย่างที่แตกต่างออกไป หินหลอมละลายที่ควรจะร้อนกลับให้ความรู้สึกอุ่น ๆ
“ระดับมหานิพพานนี่ดีจริง ๆ” สมปองตั้งสมาธิแผ่กระแสจิตออกไปรอบ ๆ ไกลขึ้นเรื่อย ๆ
แม้สมปองจะดูดซับหินวิญญาณจนบรรลุพลังระดับมหานิพพานแล้วแต่ความเข้าใจเกี่ยวกับพลังและการใช้งานยังน้อยนิด ความเคยชินจากโลกก่อนที่ต้องพึ่งพาร่างกายมากกว่าพลังปราณยุทธ์ทำให้การต่อสู้ล้วนเกิดความชะงักงัน เขาใช้เวลาในการครุ่นคิดและปรับปรุงการตอบสนองระหว่างร่างกายกับปราณยุทธ์ การเคลื่อนไหวของร่างกายขณะต่อสู้การเสริมการต่อสู้ด้วยปราณยุทธ์ เขาค่อย ๆ ค้นพบความสามารถของตนเองที่เพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้เขายังแบ่งเวลาส่งกระแสจิตออกไปสำรวจภายนอกถุงจักรวาลนานขึ้น ไกลขึ้น แต่นอกจากแผ่นหินด้านบนแล้วยังไม่พบเกาะแก่งที่สามารถยึดเกาะหรือทางขึ้นใด ๆ การดูดซับของหลี่ซุนและต้วนหลงซางทำได้ช้ากว่าสมปองมากนัก ผ่านมาแล้วเกือบร้อยวัน หลี่ซุนเพิ่งแตะระดับปฐพีขั้นที่สี่ สำหรับต้วนหลงซางสามารถผ่านมาถึงระดับปฐพีได้ก็เยี่ยมยอดแล้ว
ม้วนตำราที่หลงปิงให้มานั้นพวกเขาฝึกฝนกันจนหมดสิ้นแล้ว หินวิญญาณที่เก็บไว้เหลือเพียงสองส่วนสุดท้ายที่ทั้งสามคิดว่าจะเก็บไว้สำหรับคราวจำเป็นอื่น ๆ หลี่ซุนกับต้วนหลงซางเดินกลับมาหาสมปองที่นั่งขัดสมาธิอยู่ที่ห้องหนังสือ ตำรามากมายที่มีอยู่นี้ สมปองอ่านจนหมดสิ้นแล้ว แต่ตอนนี้เขาไม่ได้อ่าน จิตวิญญาณของเขาไต่ระดับลงไปยังส่วนลึกของหินหลอมเหลว มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาทำให้เขาทดลองมุดลงไปข้างล่างแทนที่จะฝ่ากลับไปข้างบน
“หือ”
เสียงอุทานของเขาทำให้หลี่ซุนกับต้วนหลงซางที่นั่งรออยู่ด้านข้างเกิดความสงสัย
“น้องเข่อพบอะไรกันนะ”