‘พรึ่บบบ’
หัวหน้าเว่ยเห็นสภาวะดาบของซิ่วอิงที่ฟันลง เขายืนนิ่งตาเบิกกว้างอย่างตื่นตลึง รู้ตัวดีว่าตนเองต้านรับไม่ได้อีกแล้ว จึงหลับตาลงอย่างยอมรับชะตากรรม
‘ปึก’
แต่แล้ว.. ดาบใหญ่ที่ฟันลงมาอย่างหนักหน่วง กลับถูกรั้งเอาไว้ในวินาทีสุดท้าย เปลี่ยนเป็นพาดอยู่ที่ต้นคอของเขาแทน ท่ามกลางความเงียบงันของทุกคนโดยรอบ
‘เฮือกก’
ทุกคนยืนนิ่งอ้าปากค้างด้วยความตกตลึง ผู้ใดจะไปคาดคิดว่าเด็กสาวร่างเพรียวบางในหน้ากากดำคนนี้ ขณะต่อสู้จะแข็งแกร่งและโหดเหี้ยมดุดัน จนชายอกสามศอกยังรู้ตัวว่าด้อยกว่าอย่างเทียบไม่ติด
กลุ่มทหารรับจ้างที่เป็นหญิง พากันยกมือปิดปากอย่างไม่อยากจะเชื่อ หากก่อนหน้าขณะที่ต่อสู้กันนางเอาจริงเช่นนี้ พวกเขาคงกลายเป็นละอองเลือดไปแล้ว แทนที่จะเจ็บกันคนละเล็กละน้อยแบบนี้
แม้แต่จ้าวเว่ยผู้เป็นพ่อยังแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง บุตรสาวเขาเก่งกาจขนาดนี้เชียวหรือ หัวหน้าเว่ยที่เป็นผู้มีอิทธิพลคนนึงของเมืองมังกรฟ้า ผู้นำสูงสุดของกลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬ มีพลังปราณระดับปฐพีขั้นสูง แต่กลับพ่ายแพ้ให้แก่บุตรสาวของเขาชนิดที่ไม่มีทางสู้ หรือจะพูดได้ว่าตั้งแต่เริ่มจนจบ หัวหน้าเว่ยไม่มีโอกาสได้โต้ตอบแม้สักครั้งเดียว
‘อึกกก’
‘เอื้อก’
เสียงกลืนน้ำลายของผู้คนดังขึ้นมาทำลายความเงียบในที่สุด ซิ่วอิงเอาดาบออกจากคอหัวหน้าเว่ย ก่อนจะเก็บไว้ในแหวนมิติ แล้วกล่าวขึ้นว่า
“ หัวหน้าเว่ย.. ท่านยอมรับหรือยัง..”
“ เฮือก.. ขะ ข้ายอมรับ เจ้าช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก”
ถึงจะผ่านช่วงเป็นตายไปแล้ว แต่น้ำเสียงหัวหน้าเว่ยที่เอ่ยออกมา ยังสั่นไหวจนคนที่ได้ยินรู้สึกได้
“ แล้วเรื่องข้อตกลงท่านจะเอาอย่างไร.. หากกลุ่มของท่านไม่ต้องการ ข้าก็ไม่อยากฝืนบังคับ..”
ซิ่วอิงเอ่ยออกมาอย่างให้โอกาส เพราะเธอไม่ต้องการบังคับผู้ใด
หัวหน้าเว่ยยืนนิ่งมองซิ่วอิง ซึ่งตอนนี้เก็บงำพลังของตนเอง จนดูไม่มีพลังปราณ กลายเป็นเด็กสาวธรรมดาอีกแล้ว ก่อนจะละสายตาหันไปมองลูกน้องทุกคน ครู่นึงเป็นรองหัวหน้า2 ที่กล่าวขึ้นมาว่า
“ พวกเราล้วนแล้วแต่ท่านหัวหน้า ..”
“ ได้.. ข้าเว่ยฉางโจวเป็นลูกผู้ชาย พูดคำไหนคำนั้น ในเมื่อพวกข้าเป็นผู้พ่ายแพ้.. นับแต่นี้ไป.. กลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬ คือคนของคุณหนูจ้าว”
หัวหน้าเว่ยกล่าวยอมรับออกมาในที่สุด ซิ่วอิงมองหัวหน้าเว่ยแล้วกวาดสายตาไปยังทุกคน ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ ดี.. แต่ข้ามีข้อแม้อยู่บ้าง “
“ ข้อแม้อันใด..”
หัวหน้าเว่ยเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย นางมาทุบตีพวกเขาจนยอมเป็นคนของนาง แต่เมื่อพวกเขายินยอมนางกลับมีข้อแม้เสียอย่างนั้น
“ หากต้องการติดตามข้า.. ทุกคนต้องทำพันธสัญญากับข้าก่อน พันธสัญญานี้เรียกว่า ‘พันธสัญญานายบ่าว’ หากคนไหนทรยศข้าจะถูกฟ้าดินลงทัณฑ์ แต่ในทางกลับกัน หากข้าทรยศต่อพวกท่าน ข้าจะถูกฟ้าดินลงทัณฑ์เช่นกัน ..”
“ พันธสัญญานายบ่าว..”
เสียงทหารรับจ้างทุกคนเอ่ยออกมาเบาๆ แต่ซิ่วอิงยังพอได้ยิน
“ ถูกต้อง.. ข้าให้ทุกคนตัดสินใจด้วยตนเอง หากคนไหนยินยอมมายืนตรงหน้าข้า หากไม่ยินยอมก็ออกไปจากลานแห่งนี้ได้.. ข้าจะไม่ยอมรับคนที่ไม่ยอมรับข้าเช่นเดียวกัน..”
กล่าวจบซิ่วอิงหลับตาลง ปล่อยให้ทุกคนตัดสินใจด้วยตนเอง แต่ก็ยังกางอาณาเขตวิญญาณ ตรวจสอบรอบด้านเพื่อความปลอดภัย
จ้าวเว่ยผู้เป็นบิดายืนเป็นตัวประกอบอยู่ข้างบุตรสาว เขามองการกระทำของซิ่วอิงด้วยความภาคภูมิใจอย่างยิ่งยวด จะมีผู้ใดบ้างที่มีบุตรสาวทรงพลังเช่นเขา จะมีผู้ใดบ้างที่มีบุตรสาวจัดการทุกเรื่องราว ได้อย่างชัดเจนหนักแน่นดังคนที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างมากมายเช่นนี้
เวลาผ่านไปครู่นึงซิ่วอิงลืมตาขึ้นมา เธอมองไปด้านข้างเห็นบิดายืนอยู่ หันกลับมามองด้านหน้า พบกับกุล่มทหารรับจ้างจำนวนมาก
ด้านหน้าสุดเป็นเว่ยฉางโจวหัวหน้ากลุ่ม ถัดไปเป็นรองหัวหน้าทั้งสี่ ด้านหลังรองหัวหน้าแต่ละคน มีกลุ่มทหารรับจ้างยืนต่อแถวกันอย่างมีระเบียบ รวมๆแล้วทั้งหมดมีประมาณ 100 คน
การแสดงออกถึงความมีระเบียบวินัยของพวกเขา สร้างความพึงพอใจให้ซิ่วอิงเป็นอันมาก
ซิ่วอิงมองสบตาพวกเขาอยู่ชั่วอึดใจ แล้วจึงกล่าวขึ้นว่า
“ ข้าจะทำพันธสัญญากับพวกท่านทุกคน.. เสร็จแล้วค่อยมาพูดคุยกัน”
‘วู้สสส’
กล่าวจบซิ่วอิงยกมือวาดวงเวทย์ขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะเร่งพลังลมปราณให้วงเวทย์ใหญ่ขึ้น จนครอบคลุมทุกคนรวมทั้งตัวเธอและบิดา แล้ววาดอักขระขึ้นมาซ้อนทับลงไปอีกร้อยกว่าตัว ก่อนจะสะบัดมือให้อักขระพุ่งเข้าไปกลางหน้าผากของทุกคน
‘ว้าบบ’
แสงสีขาวพลันสว่างวาบขึ้น ก่อนจะพุ่งเข้าสู่ร่างทุกคน จากนั้นวงเวทย์พลันหายไป กลับเป็นอากาศอันว่างเปล่าอีกครั้ง
เว่ยฉางโจวกับทหารรับจ้างทุกคน มองการกระทำของซิ่วอิงด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ เด็กสาวคนนี้ใยจึงมีความสามารถหลากหลายนัก
ซิ่วอิงแย้มยิ้มออกมาแล้วกล่าวขึ้นว่า
“ เอาละเสร็จเรียบร้อยแล้ว.. ต่อไปพวกท่านทุกคนคือคนของข้า ข้าจะดูแลพวกท่านทุกคนอย่างดี.. อ้อ.. ต่อไปทุกคนเรียกข้าว่า ‘นายน้อย’ .. เข้าใจหรือไม่ ”
” เข้าใจขอรับนายน้อย”
เสียงคนเป็นร้อยตอบพร้อมกันดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ หัวหน้าเว่ยมองซิ่วอิงตาเป็นประกาย ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า
“ นายน้อย.. ท่านเป็นผู้ใช้อักขระเวทย์ด้วยหรือขอรับ”
“ หัวหน้าเว่ย.. ต่อไปท่านไม่ต้องสุภาพกับข้าเช่นนี้ ข้านั้นยังเป็นอีกหลายอย่างที่พวกท่านไม่รู้ และตอนนี้ข้ายังไม่สามารถบอกกับพวกท่านได้ ”
“ เข้าใจแล้วนายน้อย”
“ อืม.. ดังที่ข้าเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ข้าจะทำการค้าไปทั่วทวีปมังกรศักดิ์สิทธิ์ จึงจำเป็นต้องใช้กำลังคนเป็นจำนวนมาก.. ดังนั้นในเมื่อพวกท่านเป็นคนของข้า ข้าจะสนับสนุนทรัพยากรบ่มเพาะ เคล็ดวิชาบ่มเพาะลมปราณ และทักษะต่อสู้ให้กับพวกท่านทุกคน.. เพราะสำหรับข้าแล้วพวกท่านนั้นมีค่ายิ่งนัก.. ”
ซิ่วอิงกล่าวด้วยถ้อยคำที่หนักแน่น
“ ขอบคุณนายน้อย..”
เสียงทุกคนกล่าวด้วยความดีใจ จะไม่ให้ดีใจได้อย่างไร เพราะพวกเขานั้นเหมือนพวกตงห่าว มีแต่ระดับพลังซึ่งได้จากการมุมานะบ่มเพาะอย่างยากเย็น แต่ไม่มีเคล็ดวิชาหรือทักษะการต่อสู้ชั้นสูง ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ หากหัวหน้าเว่ยมีทักษะการต่อสู้ชั้นสูง คงไม่พ่ายแพ้ต่อซิ่วอิงง่ายดายเช่นนั้น
ซิ่วอิงมองทุกคนด้วยความพอใจ กองกำลังกลุ่มนี้ถือว่าได้มาอย่างไม่คาดคิด อีกทั้งยังพูดได้ว่าเป็นกองกำลังที่มีคุณภาพยิ่งนัก เพราะเกินกว่าครึ่งอยู่ในระดับยอดยุทธขึ้นไป
หัวหน้าเว่ยและรองหัวหน้าอยู่ในระดับปฐพี ถือเป็นเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่ง ระดับแนวหน้าของเมืองเลยทีเดียว
ซิ่วอิงมองสำรวจรอบๆบริเวณที่ตั้งของกลุ่มฯ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆอย่างถูกใจ แล้วเอ่ยถามขี้นว่า
“ หัวหน้าเว่ย.. ที่ดินตรงนี้เป็นของผู้ใด”
“ เรียนนายน้อย.. ที่ดินและอาคารพวกนี้เป็นของเมืองมังกรฟ้า ข้าเสียค่าเช่าเป็นรายปี”
“ อืมม.. อย่างนั้นเองหรือ.. เอาไว้ข้าจะลองติดต่อซื้อขาดกับท่านเจ้าเมืองเสียเลย เพราะต่อไปข้าจะใช้สถานที่แห่งนี้ เป็นที่พักและที่ฝึกยุทธของพวกท่านทุกคน..”
ทุกคนที่ฟังอยู่ถึงกับยิ้มออกมาด้วยความยินดี
“ เอาละ.. ต่อไปข้าจะยกระดับการบ่มเพาะของพวกท่าน ให้พวกท่านแยกกันยืนตามระดับพลังยุทธ.. ข้าจะมอบโอสถทะลวงปราณให้ทุกคน”
สิ้นคำกล่าวของซิ่วอิง เสียงฮือฮาดังออกมาจากกลุ่มคนทันที ทุกคนต่างสงสัยว่าคนจำนวนมากแบบนี้ นายน้อยคนใหม่จะเอาโอสถที่ไหนมาให้พวกเขากัน หรือว่านายน้อยของพวกเขาปรุงโอสถได้เอง
ถึงในใจจะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยถามออกมา เพียงครู่เดียวทุกคนยืนเป็นกลุ่มตามที่ซิ่วอิงต้องการ
ซิ่วอิงใช้สัมผัสวิญญาณตรวจสอบพลังปราณของทุกคน แล้วต้องพยักหน้าอย่างพอใจยิ่งนัก ปราณปรมาจารย์ขั้นสูง 50 คน ปราณยอดยุทธขั้นต่ำ กลางและสูง 40 คน ปราณปฐพีขั้นต่ำ 5 คน ขั้นกลาง 4 คน และคนสุดท้ายหัวหน้าเว่ยปราณปฐพีขั้นสูง
ซิ่วอิงมองพวกเขาแล้วอดคิดไม่ได้ว่า หากเธอไม่ใช้เล่ห์กลในการต่อสู้กับหัวหน้าเว่ย หรือพวกที่มีระดับปราณปฐพีเข้ามาต่อสู้พร้อมๆกัน แทนที่จะให้ระดับปรมาจารย์และยอดยุทธเข้ามาต่อสู้ในครั้งแรก เธอคงพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย
ซิ่วอิงเก็บอาการดีใจของตัวเองเอาไว้ แล้วกล่าวขึ้นว่า
“ พวกท่านไปนำถังใส่น้ำออกมา 10 ถัง”
“ ขอรับนายน้อย”
ครู่เดียวด้านหน้าซิ่วอิงปรากฏถังใส่น้ำดื่มจำนวน 10 ถังวางอยู่ ซิ่วอิงสะบัดมือนำขวดน้ำทิพย์ดาราออกมา 2 ขวด ก่อนจะหยดลงไปถังละ 2 หยด ท่ามกลางสายตาอันตื่นตลึงของกลุ่มทหารรับจ้างทุกคน
พวกเขารู้จักสิ่งที่ซิ่วอิงหยดลงไปในถังน้ำเป็นอย่างดี นั่นคือน้ำทิพย์ดารา น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่แม้นจะมีเงินก็ยังหาซื้อไม่ได้ แต่นายน้อยของพวกเขากลับนำมาให้ดื่มกันง่ายๆแบบนี้
ซิ่วอิงทำเป็นไม่รับรู้ถึงอาการของพวกเขา เธอมองทุกคนแล้วเอ่ยว่า
“ จากนี้.. ข้าจะมอบโอสถทะลวงปราณให้พวกท่านคนละเม็ด สำหรับระดับปรมาจารย์ ยอดยุทธ์ ระดับปฐพีขั้นต้นและขั้นกลาง พวกท่านทุกคนสามารถทะลวงผ่านไปอีกขั้นได้แน่นนอน.. แต่สำหรับหัวหน้าเว่ยอาจจะไม่สามารถทะลวงผ่านได้ เนื่องจากระดับนภาเป็นระดับที่สูงมาก.. แต่ว่า.. หากท่านมีพื้นฐานพลังปราณที่แข็งแกร่ง ก็อาจเป็นไปได้เช่นกัน”
“ รับทราบนายน้อย..”
ซิ่วอิงนำโอสถทะลวงปราณออกมาหลายขวดหลายระดับ ท่ามกลางสายตาแห่งความยินดีของกลุ่มทหารรับจ้าง จากนั้นส่งให้คนที่ยืนอยู่หน้าแถว ส่งต่อๆกันไป จนเห็นว่าได้กับครบทุกคน ซิ่วอิงจึงเอ่ยขึ้น
“ เอาละ.. พวกท่านไดรับโอสถทุกคนแล้ว ก่อนอื่นให้ดื่มน้ำในถังคนละถ้วย เสร็จแล้วไปหาที่บ่มเพาะแล้วทานโอสถเข้าไปทันที.. ข้ากับท่านพ่อจะคอยดูแลพวกท่านเอง”
“ ขอรับนายน้อย..”
ซิ่วอิงกล่าวจบทุกคนกล่าวรับคำ พร้อมคำนับให้กับเธอด้วยความเคารพ ก่อนจะเดินเรียงแถวมาดื่มน้ำผสมน้ำทิพย์ แล้วแยกกันไปนั่งลงกลางลานกว้าง นำโอสถทะลวงปราณใส่ปากแล้วเริ่มบ่มเพาะกันอย่างจริงจัง โดยที่ซิ่วอิงร่ายวงเวทย์ปิดกั้นการรับรู้จากภายนอกเช่นเดิม
‘เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม’
‘ปังงงง’
‘ตู้มมม’
‘บึ้มมม’
แล้วมหกรรมทะลวงระดับลมปราณก็อุบัติขึ้น มวลอากาศภายในลานกว้างบิดผันผวนอย่างหนัก เนื่องจากมีการทะลวงระดับพร้อมกันอย่างมากมาย หากซิ่วอิงไม่ได้ร่ายวงเวทย์ปิดกั้นเอาไว้ ผู้ฝึกยุทธทั้งเมืองต้องพากันตกใจอย่างแน่นอน
ซิ่วอิงมองไปที่หัวหน้าเว่ย ถึงตอนนี้เขายังทะลวงระดับไม่ได้ แต่ความหนาแน่นของพลังปราณนั้นกลับเต็มเปี่ยม เป็นสัญญาณว่าอีกไม่นานคงทะลวงผ่านไปได้
เมื่อหันกลับไปมองผู้เป็นบิดา เห็นเขายืนมองคนในลานตาเป็นมัน แต่คงคิดว่าตนเองเพิ่งทะลวงระดับมาเป็นปฐพีขั้นต้น เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คงไม่สามารถเพิ่มระดับได้ในตอนนี้
ซิ่วอิงยิ้มบางกับท่าทางของบิดา แล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ ท่านพ่อ.. ไม่ต้องกังวลไป เย็นนี้ข้าจะทำให้ท่านและพวกลุงตง ทะลวงระดับไปอีกขั้น.. ข้าบอกทุกคนไว้แล้ว”
จ้าวเว่ยได้ยินคำของบุตรสาว เอ่ยถามออกมาอย่างไม่แน่ใจ
“ อิงเอ๋อร์.. เจ้ามีหนทางทำได้จริงๆหรือ”
“ เจ้าค่ะท่านพ่อ.. เดี๋ยวเย็นนี้ท่านจะรู้เอง”
ซิ่วอิงกล่าวจบแล้วหยุดไปชั่วครู่ สายตามองบิดานิ่งแล้วตัดสินใจเอ่ยขึ้นว่า
“ ท่านพ่อ.. ตอนตรวจดูอาการบาดเจ็บของท่าน ข้าได้ตรวจการฝึกฝนของท่านมาบ้างเล็กน้อย กลับพบว่าเคล็ดวิชาที่ท่านฝึกนั้นแปลกมาก แต่ก็เข้ากันได้ดีกับตัวท่าน.. ท่านพ่อ.. ข้าคิดว่าท่านมิใช่ชาวยุทธธรรมดา พอจะบอกความลับของท่านให้ข้ารับรู้ได้หรือไม่..”
ซิ่วอิงที่เก็บงำเรื่องนี้ไว้ในใจ ตั้งแต่วันที่เธอกลับมาจากภูเขา และได้ตรวจอาการบาดเจ็บของบิดาโดยละเอียด
“ เอ่อ.. อิงเอ๋อร์.. พ่อรู้ว่าเจ้าสงสัย แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เจ้าต้องรู้ เมื่อใดที่คิดว่าถึงเวลาพ่อจะบอกเจ้าเอง”
จ้าวเว่ยกล่าวออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา ด้วยความลับของเขานั้นอาจจะพาปัญหาใหญ่มาให้ครอบครัว พวกเขาต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ ถึงจะต่อสู้กับคนผู้นั้นได้
“ เจ้าค่ะท่านพ่อ..”
ซิ่งอิงกล่าวยอมรับในที่สุด
“ อืม.. เจ้าหาทางเพิ่มระดับพลังปราณให้พ่ออย่างเดียวพอ ส่วนเคล็ดวิชานั้นพ่อมีอยู่แล้ว..”
“ เจ้าค่ะท่านพ่อ”
ระหว่างที่สองพ่อลูกพูดคุยกันอยู่นั้น การทะลวงระดับของทุกคนได้เสร็จสิ้นไปแล้ว ยกเว้นหัวหน้าเว่ยที่ตัดผ่านไปไม่ได้ ซึ่งซิ่วอิงไม่แปลกใจเท่าใดนัก
ซิ่วอิงมองทุกคนในลานกว้าง แล้วกล่าวขึ้นว่า
“ ข้ายินดีด้วย.. ที่ทุกคนสามารถตัดผ่านระดับพลังไปอีกขั้น ต่อไปให้พวกท่านนั่งปรับพลังให้เสถียรเสียก่อน แล้วค่อยไปทำอย่างอื่น"
“ รับทราบนายน้อย..”
ทุกคนตอบรับด้วยรอยยิ้ม ซิ่วอิงจึงกล่าวต่อไป
" สำหรับตอนนี้.. ข้ายังไม่มีเรื่องอื่นใดให้พวกท่านทำ แต่ข้าจะมอบเคล็ดวิชาบ่มเพาะลมปราณ และทักษะยุทธระดับสูงให้พวกท่านได้ฝึกกัน.. โดยจะมอบไว้ที่หัวหน้าเว่ยและท่านรองทั้งสี่คน.. มีเคล็ดวิชาสำหรับธาตุพื้นฐาน หากผู้ใดมีธาตุพิเศษให้มาหาข้าด้วยตนเอง.. ทั้งหมดมี 5 เคล็ดวิชาลมปราณ และ 5 ทักษะยุทธชั้นสูง.. โดยให้คัดลอกไว้อย่างละ 10 ชุด และให้หัวหน้าเว่ยและรองทั้งสี่ เป็นผู้ตรวจสอบความเหมาะสมของแต่ละวิชากับตัวท่านทุกคน.. อีกทั้งข้าจะมอบเงินไว้ที่หัวหน้าเว่ย 1 แสนเหรียญทอง.. ต่อไปนี้พวกท่านไม่ต้องออกไปรับจ้างทำภารกิจ ให้หมั่นบ่มเพาะและฝึกฝนทักษะยุทธ.. หากมีภารกิจให้พวกท่านทำ ข้าจะแจ้งให้ทราบภายหลัง.. เข้าใจหรือไม่.. ”
“ เข้าใจแล้วนายน้อย..”
เมื่อซิ่วอิงกล่าวจบ เสียงตอบรับดังก้องกระหึ่มกว่าทุกครั้ง ก่อนที่พวกเขาทุกคนเริ่มนั่งสมาธิ ปรับฐานพลังลมปราณกันอย่างตั้งใจ
‘หน้าที่ทำการทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬ’
ในขณะที่ซิ่วอิงดูแลการปรับพลังของกลุ่มทหารรับจ้างอยู่นั้น บริเวณด้านนอกอาคารของกลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬ กลับปรากฏร่างของคนกลุ่มนึง เป็นชาย 7 คนกับสตรี 6 คน เดินผ่านประตูเข้ามาอย่างง่ายดาย เพราะไม่มีทหารยามแม้แต่คนเดียว
ผู้ที่เดินนำหน้ามาอย่างรีบร้อนเป็นตงห่าวกับสาวๆทั้ง 3 คน และที่ตามหลังมาเป็นกลุ่มคนแปลกหน้าชายหญิงอีก 9 คน
เนื่องจากตงห่าวกับ3สาวเพิ่งได้รับข่าว ซิ่วอิงบุกชิงตัวผู้เป็นบิดา จึงเร่งรีบมาช่วยเหลือ แต่มาถึงด้านนอกกลับไม่พบเจอผู้ใดแม้แต่คนเดียว
“ ไปไหนกันหมด..”
อวี้เหมยเอ่ยขึ้นมาด้วยความร้อนใจ ก่อนที่ทั้ง4 จะรีบเดินเข้าไปโถงด้านในอาคาร กลับพบแต่ข้าวของกระจัดกระจายจากการต่อสู้ ทำให้ทุกคนร้อนใจเพิ่มขึ้นไปอีก จนกระทั่งมองไปยังลานฝึกด้านข้าง
“ หือ.. เกิดอะไรขึ้น”
คนทั้ง4อุทานออกมากับภาพที่พวกเขาไม่คาดฝัน กลุ่มทหารรับจ้างทั้งชายและหญิงนับร้อย กำลังนั่งสมาธิปรับพลังปราณกันอย่างพร้อมเพรียง ส่วนนายน้อยที่เขาเป็นห่วงกับบิดาของนาง กลับกลายเป็นผู้ที่ยืนควบคุมอยู่อย่างไม่น่าจะเป็นไปได้
“ จ้าวเว่ย.. นายน้อย.. นี่มันเกิดอะไรขึ้น ”
……………………………..