ชิงดวงตัดบทคำพูดของเขาและจบคำพูดของตนด้วยการบดขยี้ริฝีปากอวบอิ่มของตนเข้ากับริมฝีปากงามได้รูปของชายหนุ่ม ซึ่งเขาก็ตอบสนองไปเล็กน้อยพอเป็พิธีก่อนดันร่างเย้ายวนที่พยายามจะเบียดเข้าหาให้ออกห่าง ก่อนค่อยๆออกรถ
มันออกจะเป็เื่ปกติที่เมื่อเลิกจากงานปาร์ตี้แล้วเขาก็มักมีผู้หญิงตามกลับไปที่คอนโดด้วยเสมอๆซึ่งเขาก็ถือว่ามันเป็กำไรชีวิตของวัยหนุ่ม แต่ระยะหลังๆนี้เขากลับไม่ได้รู้สึกเร่าร้อนกับมันอย่างที่เคย แต่จะเป็เพราะอะไรนั้นเขาก็ไม่อาจพูดอธิบายให้ใครเข้าใจได้ เพราะแม้แต่ตัวเขาก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
เป็เวลาเดือนเศษนับจากวันนั้น เกริกเกียรติก็ได้นำรถเข้ามาจอดที่หน้าไร่บัวรินทร์แห่งนี้อีกเป็ครั้งที่สาม แต่ไม่ใช่ด้วยคำสั่งของผู้เป็พ่ออย่างสองครั้งแรก หากเดาไม่ผิดก็รู้สึกว่าจะเป็หัวใจของเขานั้นเองที่รบเร้าอยู่ทุกวันให้พามา ทนไม่ไหวเขาจึงต้องตามใจหัวใจ
เขาออกจะแปลกใจตัวเองอยู่ไม่น้อยที่ตลอดเวลาเดือนเศษที่ผ่านมานั้นเขารู้สึกเบื่อแม่พวกผู้หญิงรสจัดที่เคยโปรดปรานนักหนานั้นอย่างไม่น่าเชื่อ คอยแต่จะนึกถึงใบหน้าของผู้หญิงที่เคยค่อนคอดว่าจืดชืด นึกถึงสีหน้าและแววตาเ็าเมื่อยามที่มองเขา นึกถึงกิริยาชดช้อยอ่อนหวานสมเป็กุลสตรีไทยอย่างที่หาไม่ได้ง่ายๆในสมัยนี้
ชายหนุ่มถอนใจลึก ก่อนเปิดประตูรถแล้วก้าวลงไป ล๊อกรถเรียบร้อยจึงเข้าไปเปิดประตูรั้วที่เพียงแต่ปิดเอาไว้เฉยๆอย่างเคยก่อนจะเดินไปตามทางเข้าไร่
พอผ่านรั้วเข้ามาได้สักครู่ชายหนุ่มจึงนึกขึ้นได้ว่าบ้านนี้หมาดุนัก เหลียวซ้ายแลขวาตั้งใจจะหาไม้ถือติดมือไปซักอัน เผื่อยังไงถ้าเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินอย่างวันนั้นขึ้นจะได้พอช่วยตัวเองทัน แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นนายนรินทร์กำลังเดินอยู่ในส่วนของสวนชมพู่พอดีจึงร้องเรียก
“คุณอาครับ คุณอานรินทร์”
นายนรินทร์หันมาตามเสียงเรียก
“อ้าว คุณเกริกเกียรติ”
ชายหนุ่มยิ้ม เดินลัดแถวชมพู่เข้าไปหาเ้าของสวน
“กำลังทำอะไรอยู่หรือครับคุณอา”
ชายหนุ่มถามหลังจากที่ยกมือไหว้ผู้สูงวัยกว่าแล้ว
“เดินดูลูกชมพู่ ว่ามันแก่พอที่จะเก็บได้หรือยัง”
“แล้วเป็ไงครับ”
“ก็เกือบได้ที่แล้วหละ สิ้นเดือนนี้คงเก็บได้”
“ขายกันยังไงครับ เออ ผมหมายถึงต้องเอาไปส่งที่ไหน”
“ไม่ต้องไปส่งหรอก พร้อมจะเก็บเมื่อไหร่ ก็นัดวันเดี๋ยวแม่ค้าก็เข้ามารับถึงที่ เองแหละ”
ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจ ระหว่างที่พูดคุยกันอยู่นั้นเขาก็เดินตามหลังนายนรินทร์ซึ่งเดินลัดเลาะไปตามแนวแถวของต้นชมพู่ ที่แต่ละต้นมีผลดกมาก เขามองไม่เห็นผลของมันเพราะถูกห่อไว้ด้วยถุงกระดาษ แต่สังเกตได้จากกิ่งที่อ่อนลงมาเพราะรับน้ำหนักไม่ไหวจนต้องใช้ไม่ค้ำไว้กับถุงกระดาษที่ห่อผลซึ่งมากกว่าใบของชมพู่ในแต่ละต้นเสียอีก
สักครู่ผู้ที่สูงวัยกว่าก็หันมาถามอย่างพึ่งนึกขึ้นได้
“ดูซิ อาหรือก็ชวนคุยอยู่ได้ตั้งนาน ยังไม่ได้ถามเลยว่าคุณเกริกเกียรติมาที่นี่มีธุระอะไร”
ชายหนุ่มยิ้มเจื่อนๆยกมือขึ้นเกาท้ายทอยอย่างไม่รู้จะตอบว่าไงดี ผู้สูงวัยกว่าเห็นแล้วก็ยิ้มนิดๆ แต่ไม่ได้เอ่ยว่ากระไรนอกจากชวนเขาเข้าไปที่บ้าน ชายหนุ่มเดินตามไปด้วยความเก้อเขินอย่างบอกไม่ถูก ปกติเขาออกจะปราดเปรียวและเชื่อมั่นในตัวเองสูงไม่เคยเลยสักครั้งที่จะรู้สึกเก้อเขินจนวางสีหน้าไม่ถูกอย่างนี้ แล้วยังจะรอยยิ้มคล้ายจะรู้ทันของนายนรินทร์นั้นอีก...
?.........
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐