ภายในซุ้มเกวียนม้าที่ค่อนข้างแออัดไปด้วยสินค้านานาประการมีร่างอ้วนกลมของเด็กหญิงวัยห้าขวบนอนคุดขู้อยู่ในนั้น
ฮะ…เฮือก!!!
ไม่นานเสียงหายใจหอบเหนื่อยก็ดังขึ้นมาพร้อมๆ กับจังหวะที่ตันเจี๋ยสะดุ้งตัวตื่น สามวันมาแล้วที่ฝันถึงแต่เื่เดิม ๆ ไม่ว่าตันเจี๋ยอยากจะลืมเื่ราวอันแสนรันทดนั้นขนาดไหนแต่ตันเจี๋ยก็ลบเลือนมันออกไปจากสมองไม่ได้อยู่ดี
ตันเจี๋ยนิมิตฝันถึงบิดามารดาของตนและนิมิตฝันถึงเื่ราววุ่นวายก่อนที่ตนเองจะได้ลงมาอยู่ในโลกมนุษย์
เื่มันมีอยู่ว่า…
เมื่อห้าร้อยปีก่อนมีลำแสงสีทองพุ่งทะยานลงมาจากท้องฟ้ามุ่งลงสู่'ป่าฉวนหนง' ซึ่งเป็ถิ่นที่อยู่อาศัยของเหล่าสัตว์เทพ เมื่อเสิ่นเทียนตี้หรือประมุขเผ่าเทพเห็นลำแสงสีทองดวงนั้นเข้าจึงรีบเหาะเหินเดินอากาศไปยังที่หมาย เขาได้พบเด็กชายตัวน้อยวัยราว ๆ 30 ปีเทพ (10 ปีเทพ เท่ากับ1 ปีมนุษย์) นั่งอยู่ในโพรงหญ้าด้วยกันสองคนทั้งคู่มีหน้าตาเหมือนกันราวกับแกะ สิ่งที่ต่างกันออกไปก็คือคนหนึ่งมีสัญลักษณ์ดวงไฟสีแดงที่หน้าผากส่วนอีกคนหนึ่งมีสัญลักษณ์ดวงไฟสีขาวที่กลางหน้าผาก
ทันทีที่เห็นสัญลักษณ์นั้นประมุขเทพผู้มีนามว่า ‘เสิ่นเทียนตี้’ ก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กทั้งคู่คือสิ่งมีชีวิตที่ไม่ธรรมดาเมื่อใช้พลังเทพตรวจสอบดู จึงพบว่าเด็กชายคนแรกคือเสือเพลิงกัมปนาทส่วนเด็กชายคนที่สองคือเสือหิมะ ทั้ง ๆที่ในตำราเก่าแก่บันทึกไว้ว่าสัตว์เทพชนิดนี้สูญหายไปจากแดน์ั้แ่พันปีก่อนแล้วไฉนอยู่ ๆ เสือเทพทั้งสองตนถึงได้ถือกำเนิดขึ้นที่นี่กันเล่า?
หลังยืนครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งว่าจะเอาอย่างไรดีกับเด็กชายฝาแฝดทั้งสองคนท้ายที่สุดแล้วเสิ่นเทียนตี้ก็ตัดสินใจอุ้มเด็กชายตัวน้อยกลับไปยังเผ่าเทพและเพื่อไม่ให้สัตว์เทพล้ำค่าทั้งสองตนตกไปอยู่ในมือผู้อื่นเสิ่นเทียนตี้จึงรับพวกเขาไว้เป็บุตรบุญธรรม ผู้มีสัญลักษณ์ดวงไฟสีแดงที่หน้าผากตั้งชื่อให้ว่า ‘เสิ่นซานหมัว’ ส่วนผู้ที่มีสัญลักษณ์ดวงไฟสีขาวที่กลางหน้าผาก ตั้งชื่อให้ว่า‘เสิ่นไป๋เฉียน’
สองร้อยปีผ่านไปทั้งเสิ่นซานหมัวและเสิ่นไป๋เฉียนนับว่าเติบโตมาอย่างดีทั้งคู่ถูกกล่าวขานว่าเป็เทพรูปงาม และถูกลือว่าเป็เทพรุ่นเยาว์ที่มีฤทธิ์มากนอกจากนี้ทั้งคู่ยังหมั่นฝึกฝนบำเพ็ญเพียรอยู่ตลอดเพื่อที่จะไต่เต้าขึ้นสู่ระดับมหาเทพให้จงได้
แต่อยู่มาวันหนึ่งขณะฝึกวิชาเจ็ดจินดาบรรพตจนเกือบจะบรรลุเป็มหาเทพได้สำเร็จเสิ่นซานหมัวดันถูกจิตมารเข้าครอบงำ แล้วกลายเป็จอมมารในที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความโกลาหลเสิ่นเทียนตี้จึงผนึกจอมมารเสิ่นซานหมัวไว้ในเขตแดนสนธยาและมอบหมายให้เสิ่นไป๋เฉียนเป็ผู้เฝ้าประตูทางเข้า
วันเวลาผ่านไปร่วมสองร้อยปีเต็มๆ ที่จอมมารเสิ่นซานหมัวถูกขังให้อยู่ในเขตแดนสนธยาเพียงลำพัง แต่แล้วจู่ ๆก็มีเ้างูน้อยตัวหนึ่งหลุดเข้ามาในเขตแดนของจอมมารเสิ่นซานหมัวที่ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตอื่นมานานแล้ว จึงจับเ้างูน้อยมาเลี้ยงเป็สหายโดยหารู้ไม่ว่างูน้อยตนนั้นคืองูวารีบุตรสาวของเทพาที่แม้แต่ประมุขเผ่าเทพอย่างเสิ่นเทียนตี้ยังต้องประสานมือทำความเคารพ
เจียวหรงอี๋ ถูกบังคับให้แต่งงานกับบุตรชายของเทพบูรพาซึ่งเป็ตระกูลัน้ำที่ปกครองทะเลบูรพาทอดยาวไปจนถึงขอบเขตมหาสมุทรทิศอุดรเพื่อหนีงานแต่งนี้นางจึงแปลงกายเป็งูตัวเล็กและเลื้อยขึ้นมายังแดน์เพื่อหาที่ซ่อนตัว ประจวบเหมาะกับเป็่ที่เทพเสิ่นไป๋เฉียนเหาะไปปราบปีศาจร้ายฉยงฉีที่แท่น์เ้างูน้อยที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางจึงเลื้อยมาถึงประตูทางเข้าเขตแดนสนธยาได้อย่างง่ายดาย
แล้วขณะที่กำลังจะเลื้อยต่อไปยังจุดอื่นจู่ ๆ ก็มีพลังงานบางอย่างดูดร่างของนางเข้าไปในนั้น!โดยที่ตัวนางเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัวเสียด้วยซ้ำ
ทั้งที่ความเป็จริงเขตแดนสนธยาถูกเสิ่นเทียนตี้ร่ายข่ายมนตราไว้ค่อนข้างแ่าทั้งมีระฆังิญญาครอบงำไว้อีกชั้นหนึ่งแต่น่าแปลกที่งูวารีเช่นนางสามารถเข้าไปในนั้นได้อย่างง่ายดายราวกับว่านี่เป็ชะตาฟ้าลิขิตก็ไม่ปาน...
ด้วยความที่แดนสนธยาเป็เขตแดนรกร้างและหนาวเหน็บเ้างูน้อยร่างกายอ่อนแออาจจะหนาวตายได้ เสิ่นซานหมัวที่กลัวว่าตนเองจะขาดสหายจึงนำเ้างูน้อยมานอนกกกอดทุกคืน ทำเช่นนี้ก็เพื่อมอบความอบอุ่นให้แก่มันแต่แล้วคืนหนึ่งร่างงูตัวน้อยที่เขาคุ้นเคยก็คืนสภาพกลายเป็สตรีแสนงาม
ยอมรับว่า...เพียงได้พบนางคราแรกจอมมารเสิ่นซานหมัวก็เกิดใจรักใคร่เสน่หาต่อสตรีนางนั้นอย่างไม่มีข้อยกเว้น
ด้านเจียวหรงอี๋ก็ใช่ว่าน้อยหน้าเพราะความจริงแล้วนางก็เกิดใจรักใคร่เสน่หาต่อเสิ่นซานหมัวั้แ่แรกเห็นเช่นเดียวกันเมื่อต่างฝ่ายต่างมีใจรักใคร่เสน่หาต่อกันและตัวนางเองก็สามารถยอมรับสถานะจอมมารของเขาได้ ทั้งคู่จึงตกลงปลงใจคบหากันกระทั่งถลำลึกถึงขั้นได้เสียกันนับครั้งไม่ถ้วนไม่นานนักเจียวหรงอี๋ก็ตั้งท้องลูกของจอมมาร
เดิมทีนางควรตั้งท้องเพียงแค่ยี่สิบปีเทพแต่กับการตั้งครรภ์ลูกของจอมมาร นางกลับต้องอุ้มท้องนานถึงแปดสิบปีเทพเมื่อคลอดไข่ใบโตออกมาแล้ว นางยังต้องฟูมฟักไข่ใบนั้นต่ออีกราว ๆ ยี่สิบปีเทพคนเป็พ่อแม่นอนนับวันนับคืนที่จะได้พบหน้าบุตรของตนอย่างใจจดใจจ่อ
และแล้ววันที่เปลือกไข่เริ่มแตกกะเทาะก็มาถึงเสียทีอีกเพียงเสี้ยวอึดใจเดียวสามคนพ่อแม่ลูกก็จะได้พบหน้ากัน แต่ทว่าจู่ ๆท้องฟ้าในเขตแดนสนธยาก็สั่นะเืเลื่อนลั่น เพียงปราดเดียวประมุขเผ่าเทพและเทพาเฟิงเจ๋อพร้อมกับบริวารอีกหลายสิบชีวิตก็ปรากฏตัวขึ้น
ดูก็รู้ว่าเทพาเฟิงเจ๋อผู้เป็บิดาของเจียวหรงอี๋โกรธเกรี้ยวขนาดไหนที่เห็นบุตรสาวของตนขลุกอยู่กับชายที่ถูกตราหน้าว่าเป็จอมมารด้วยกลัวว่าบุตรของตนที่กำลังกะเทาะเปลือกไข่อยู่นั้นจะถูกสังหารเจียวหรงอี๋ผู้เป็แม่จึงสร้างข่ายพลังิญญาบดบังไข่ใบนั้นเอาไว้พร้อมทั้งยังมอบเกล็ดงูวารีที่เปรียบเหมือนหัวใจของตนให้ซึมผ่านเข้าไปในเปลือกไข่้าให้ของวิเศษชิ้นนี้ช่วยกลบกลิ่นอายของจอมมารในกายบุตรหวังให้บุตรของตนได้อยู่รอดปลอดภัยตลอดจนหลุดพ้นจากเงื้อมมือของคนเหล่านี้
เทพาเฟิงเจ๋อสั่งให้บริวารของตนเข้ามาคุมตัวบุตรสาวออกไปจากที่นี่แล้วนำนางไปจองจำไว้ที่หอคอยเทพชั้นบนสุดเพื่อเป็การลงโทษที่นางทำให้งานวิวาห์ล่มส่วนจอมมารเสิ่นซานหมัวถูกเสิ่นเทียนตี้สั่งให้ลงทัณฑ์ด้วยแส้อสุนีบาตจำนวนหนึ่งร้อยครั้ง
เสิ่นซานหมัวถูกจิตมารครอบงำก็จริงแต่เขายังไม่เคยทำร้ายใคร ยิ่งไม่เคยสังหารเทพองค์ใดจนตายนั่นก็เพราะซานหมัวใช้จิตเทพอีกซีกหนึ่งที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของตนให้กดข่มจิตมารส่วนนั้นไว้ดังนั้นจะบอกว่าเขาเป็จอมมารที่ร้ายกาจก็คงไม่ถูกต้องนัก
เขายอมถูกจองจำอยู่ในเขตแดนสนธยานานห้าร้อยปีไม่ใช่เพราะเขายอมรับสถานะจอมมาร แต่เขาเพียงแสดงความรับผิดชอบต่อเผ่าเทพในฐานะบุตรบุญธรรมของเสิ่นเทียนตี้เพราะซานหมัวคำนึงอยู่เสมอว่าครั้นวันหนึ่งวันใดที่เขาควบคุมจิตมารไม่ได้อีกต่อไปแล้วอาจเกิดภัยพิบัติต่อเผ่าเทพเป็วงกว้างเพื่อตัดปัญหาซานหมัวจึงยอมถูกจองจำอยู่ในเขตแดนสนธยาแต่โดยดี
แต่สำหรับเื่ที่เขาอยู่กินกับเจียวหรงอี๋ เขามั่นใจว่าทั้งเขาและนางไม่ได้ทำอะไรผิดยิ่งไม่ได้ทำให้ใครตาย เช่นนั้นเื่อะไรที่เขาจะปล่อยให้นางถูกนำไปจองจำแล้วเื่อะไรที่เขาจะยอมรับแส้อสุนีบาตตั้งหนึ่งร้อยเส้น
เมื่อเสิ่นซานหมัวลั่นวาจาว่าจะไม่ยอมเสียทั้งนางและจะไม่ยอมรับโทษทัณฑ์ใด ๆ การปะทะกันระหว่างสองฝ่ายก็เริ่มต้นขึ้นทันที
แน่นอนว่าต่อให้เสิ่นซานหมัวจะเป็ผู้มีฤทธิ์มากแต่เมื่อเทียบกับเทพาและประมุขเผ่าเทพแล้วนั้น ยังถือว่าห่างชั้นอยู่มากโขอีกทั้งขุมพลังเกินกว่าครึ่งของเขาถูกผนึกไว้ ด้วยเหตุนี้เองพอต่อสู้กันไปได้พักหนึ่งเสิ่นซานหมัวก็เป็ฝ่ายพ่ายแพ้ และทันทีที่เขาทรุดกายลงโซ่ตรวนแห่งความตายก็ผุดขึ้นมาจากผืนดิน แล้วรัดตรึงสองแขนของเขาไว้ไม่นานแส้สายฟ้าอสุนีบาตก็ฟาดลงมาบนร่างของเสิ่นซานหมัวซ้ำ ๆทำเอาเขตแดนทั้งเขตแดนสั่นะเืเลื่อนลั่นไปถึงด้านนอก
เห็นชายคนรักถูกลงทัณฑ์ต่อหน้าต่อตามีหรือที่เจียวหรงอี๋จะทนไหวเมื่อสบโอกาสนางจึงดิ้นรนเข้าไปรับสายฟ้าอสุนีบาตแทนสามีเพียงแค่สายฟ้าสิบเส้นเท่านั้น ร่างทั้งร่างของนางก็แหลกสลายกลายเป็ผุยผงด้านเสิ่นซานหมัวที่รับไม่ได้กับการจากไปของภรรยา และโกรธแค้นที่เทพงี่เง่าพวกนี้มาพรากคนรักของเขาไปเสิ่นซานหมัวที่เสียใจจนสติหลุดไปแล้ว จึงเปิดทางให้จิตมารเข้าครอบงำได้เต็มที่ผนวกกับใช้พลังเทพเฮือกสุดท้ายปลุกเร้าให้ตนเองลุกขึ้นมาต่อสู้ทั้งกับสายฟ้าอสุนีบาตและกับทวยเทพงี่เง่าทั้งหลาย
พละกำลังมหาศาลของจอมมารที่สั่งสมอยู่ในร่างกายของเสิ่นซานหมัวเมื่อถูกปล่อยทะลักออกมาในคราวเดียว ทำให้ประมุขเทพอย่างเสิ่นเทียนตี้และเทพาเฟิงเจ๋อได้รับาเ็สาหัสส่วนบริวารอีกหลายสิบชีวิตที่พลังเวทย์ต่ำกว่าเทพทั้งสององค์แน่นอนว่าแหลกสลายกลายเป็จุณไปในชั่วพริบตา
เมื่อสะสางแค้นจนหมดสิ้นแล้วร่างทั้งร่างของเสิ่นซานหมัวก็ค่อย ๆ กลายเป็หนึ่งเดียวกับสายลมในห้วงอากาศจะเหลือไว้ก็เพียงจิตมารที่ย้ายจากร่างของเขาไปสู่ร่างของเ้าเด็กตัวน้อยที่เพิ่งกะเทาะเปลือกไข่ออกมาได้ครึ่งเดียว…
เป็เช่นนี้แล้วจะบอกว่าเด็กที่ยังไม่รู้ประสีประสาคือผู้สืบทอดตำแหน่งจอมมารคนต่อไปก็นับว่าไม่ผิดนัก