คนที่ไปรวบรวมข้อมูลก็รู้สึกตกใจเช่นกัน ตอนที่พวกเขาหาข้อมูลมาได้และพบว่าเป็นพวกคนแคระในหัวก็มีคำถามไปต่างๆนาๆ อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ชักช้าและส่งข้อมูลทั้งหมดให้กับโจ
“ทุกคนกลับไปรวมตัวกันบนยาน!!” โจออกคำสั่งเสร็จก็หาซอยแคบๆลับตาคนก่อนจะวาร์ปกลับไปบนยานบัญชาการ
ไม่เกิน 5 นาทีทุกคนก็กลับมากันครบ
“เหตุผลที่เรียกทุกคนกลับมาก็คงรู้กันหมดแล้ว เป้าหมายภารกิจพวกเราค้นพบแล้วและดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะไม่เป็นความลับของพวกชาวมูนัน อย่างไรก็ตามยังสรุปไม่ได้ว่าพวกเขาเป็นมิตรกับคนแคระหรือไม่” โจมองไปรอบๆและพูดต่อว่า “ผมอยากให้พวกคุณเตรียมความพร้อมเอาไว้ และรอคำสั่งจากผม”
“ผมจะลงไปดูก่อนว่าคนแคระอยู่ที่ไหน หากมีเหตุการณ์รุนแรงผมจะเรียกพวกคุณลงไป” พูดจบโจก็กลับลงไปบนดาว
จุดหมายครั้งนี้คือตามหาว่าพวกคนแคระอยู่ที่ไหน เขากระโดดไปตามตึกและมองจากมุมสูง
……
ณ ที่แห่งหนึ่ง เป็นพื้นที่ปิดและโล่งกว้าง มีเครื่องมือขนาดใหญ่หลายชนิด นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนในชุดเกราะพร้อมอาวุธอยู่ทั่วทุกที่ หากมีการบุกรุกพวกเขาพร้อมจะเปิดฉากยิงทันที
ชายชราเดินไปหน้าประตูขนาดใหญ่พลางล้วงการ์ดสีดำแถบทองออกมา แล้วแตะลงบนเครื่องข้างประตู ชายชราคนนี้คือคนเดียวกับที่คุยกับโจที่สวนสาธารณะ บุคลิกตอนอยู่ในสวนสาธารณะเหมือนคุณตาใจดี แต่เมื่ออยู่ที่นี่กลับมีสีหน้าเคร่งขรึมและจริงจังเหมือนพวกทหาร
“ยินดีต้อนรับท่านนายพล” เสียงเครื่องสแกนบัตรดังขึ้นเมื่อชายชราทาบไปที่มัน จากนั้นประตูเหล็กขนาดใหญ่ก็ค่อยๆเปิดออก ประตูนี้สามารถต้านแรงระเบิดจากขีปนาวุธได้สบายๆ
เสียงดังออกมาจากกระบอกสูบไฮดรอลิกและยังมีแรงลมพุ่งออกมาพร้อมควันสีขาว ประตูเหล็กขนาดใหญ่ถูกปลดล็อกทีละชั้น จนในที่สุดมันก็เปิดออกทั้งหมด
ภายในนั้นเผยให้เห็นร่างหลายร่างกำลังเคลื่อนไหวไปมา เมื่อควันสีขาวกระจายหายไปร่างเหล่านั้นก็หยุดลงและหันมามองที่ประตู
“โอ้ ท่านนายพลนูลมีเหตุด่วนอะไรรึเปล่า?” เสียงเล็กน่ารักดังขึ้น
ใบหน้าชราของนายพลนูลเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้ม “ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากมาดูเฉยๆน่ะ”
“งั้นหรอกเหรอ” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง “มาก็ดีแล้ว พอดีต้องการวัสดุเหล่านี้อีกหน่อย”
พูดจบเจ้าตัวก็เดินเข้าไปหาชายชรา เผยให้เห็นร่างสูงเพียงครึ่งของความสูงมนุษย์ ส่วนหัวเหมือนกับแมวน้ำทั่วทั้งตัวมีขนสีน้ำตาลที่ดูนุ่มนิ่ม นอกจากนี้บนร่างกายยังสวมชุดช่างที่ทำมาจากหนังสัตว์ บนหัวมีแว่นป้องกันคาดเอาไว้ นอกจากนี้เขามีสองแขนและยืนสองขา
ชายชรารับกระดาษและดูเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า “ตกลง” เขาเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ใกล้เสร็จแล้วเหรอ?”
พูดจบเขาก็มองไปข้างในเห็นยานอวกาศห้อยอยู่ด้านบน มันมีขนาดใหญ่พอๆกับตึก 5 ชั้น นี่เป็นเพียงยานอวกาศขนาดเล็ก อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าส่วนท้ายของมันจะยังไม่เสร็จดี
บีบีหันไปมองเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า “ใช่แล้ว แล้วก็อย่าลืมข้อตกลงล่ะ”
……
โจใช้เวลาอยู่สิบห้านาทีในการหาข้อมูลที่อยู่ของพวกคนแคระ มันดีที่เรื่องนี้ไม่เป็นความลับทำให้เขาหาได้ไม่ยาก
“อยู่แถวๆใจกลางเมือง?” โจคิดขณะมุ่งหน้าไปใจกลางเมือง ที่นี่เจริญกว่าที่อื่นๆและยังเต็มไปด้วยตึกสูง แต่ที่น่าแปลกใจคือยิ่งใกล้ใจกลางเมืองมากเท่าไรก็จะยิ่งเจอทหารมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้หากประชาชนคิดจะเข้าออกจำเป็นต้องมีบัตรระดับสูงเพื่อเข้าไปไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าไปได้
การคุ้มกันแน่นหนามากแม้กระทั่งบนตึกก็มีทหารเฝ้าอยู่ ท้องฟ้ามีเครื่องบินคล้ายเฮลิคอปเตอร์บินวนไปวนมา อย่างไรก็ตามสำหรับโจแล้วมันง่ายที่จะผ่านเข้าไป
เมื่อเข้ามาได้เขาก็ใช้จิตสัมผัสกวาดไปทั่วก่อนจะสะดุดไปยังจุดหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างเหมือนกับบังเกอร์เหล็กขนาดยักษ์ โจเข้าไปใกล้ๆแล้วใช้จิตสัมผัสแทรกซึมผ่านเหล็กหนา
เป็นเพราะความหนาของเหล็กทำให้เขาต้องเข้าไปใกล้ๆและเพ่งสมาธิเพื่อให้จิตสัมผัสสามารถผ่านเหล็กหนากว่า 12 นิ้ว
หลังจากจิตสัมผัสผ่านเข้าไปได้แล้วก็กวาดไปทั่ว หลังจากนั้นไม่นานเขาก็สัมผัสได้ถึงชายชราที่เคยคุยกับเขาที่สวนสาธารณะ แม้ว่าจะประหลาดใจแต่ก็เพียงเศษเสี้ยวเดียวก่อนจะเลิกสนใจแล้วใช้จิตสัมผัสควานหาไปทั่ว
“เจอแล้ว” ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงพวกคนแคระ อย่างไรก็ตามปัญหาคือเขาจะเข้าไปอย่างไร? บังเกอร์เหล็กหนา 12 นิ้ว นอกจากจะทำลายก็ไม่มีทางอื่นอีก
“ถ้าพวกคนแคระเผยตัวตนก็หมายความว่าชาวมูนันก็รู้ว่าพวกคนแคระเป็นสิ่งมีชีวิตต่างดาวและแน่นอนว่าพวกคนแคระมีนิสัยบ้าการวิจัยไม่มีทางที่จะอยู่บนดาวล้าหลังแบบนี้ไปตลอด คงจะทำข้อตกลงอะไรบางอย่างกับพวกเขาสินะ” โจกล่าวพึมพำพร้อมกับความคิดโลดแล่นภายในหัว
โจเป็นคนที่ฉลาด การคาดเดาของเขามักจะตรงเสมอ มันจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงมีชีวิตรอดมาได้ขนาดนี้แม้ว่าจะลุยเดี่ยวในอวกาศ
แม้แต่คนในสหพันธ์ก็ยำเกรงในความฉลาดของเขา เพียงแค่เผยอะไรเล็กน้อยให้เขารู้เขาก็จะประติดประต่อทุกอย่างเข้าด้วยกันได้ไม่ยาก
ในขณะนั้นเองประตูบังเกอร์ก็เปิดออกพร้อมและนายพลนูลเดินออกมา
โจหันไปมอง ‘จะใช้ช่วงเวลานี้เข้าไปข้างในหรือจะลองคุยกับชายแก่คนนี้ก่อนดี’ โจครุ่นคิดเล็กน้อย
สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจที่จะไม่บุกเข้าไป เพราะถึงอย่างไรเขาเองก็พิจารณาว่าชาวมูนันไม่ได้ทำอันตรายกับพวกคนแคระ
ขณะที่นายพลนูลเดินก้าวออกมาจากบังเกอร์ เบื้องหน้าเกิดเงาและปรากฏเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง นายพลนูลยืนตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ในเสี้ยววิก็กลับมาเคร่งขรึมและระมัดระวัง
เมื่อมองไปที่ใบหน้าของชายหนุ่ม ชายชราก็เกิดความประหลาดใจเพราะเบื้องหน้าเขาคือชายหนุ่มที่คุยกับเขาเมื่อไม่นานมานี้
“นี่เธอ…?” นายพลนูลเอ่ยเล็กน้อย
แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรต่อไปทหารทุกนายเล็งอาวุธไปที่ชายหนุ่ม การที่จู่ๆมีใครไม่รู้เข้ามาในเขตหวงห้ามไม่ต้องคิดให้ยากที่คือการบุกรุก!!
“เดี๋ยวก่อน!!” นายพลนูลยกมือขึ้นห้ามไม่ให้ทุกคนทำอะไรผลีผลามก่อนจะกลับไปมองชายหนุ่มอีกครั้ง
“ฉันจะไม่ถามว่าเธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไงแต่ฉันอยากรู้ว่าเธอมาทำอะไร?” นายพลนูลกล่าวพลางมองไปที่โจด้วยสายตาคมกริบ เขาพร้อมที่จะจับผิดหากโจพูดอะไรมั่วๆ
“ให้ผมเข้าไปหาพวกเขาหน่อยครับ” โจกล่าวขึ้นมาง่ายๆโดยไม่อ้อมค้อม
“พวกเขา?”
“พวกคนแคระน่ะครับ”
“เธอจะไปหาพวกเขาเพื่ออะไร?” นายพลนูลกล่าวถามด้วยความระมัดระวัง
โจรู้อยู่แล้วว่าหากไม่มีเหตุผลดีพอเขาคงจะเข้าไปไม่ได้ง่ายๆ ดังนั้นเขาจึงปิดเครื่องพรางตัว
ร่างของโจเรืองแสงเล็กน้อยก่อนที่เส้นสีดำรอบดวงตาจะหายไป
“ผมไม่ใช่ชาวมูนัน ผมเหมือนกับพวกเขาที่พวกคุณมักจะเรียกกันว่าสิ่งมีชีวิตต่างดาว” โจกล่าว