"อ้าว ปาร์ตี้ของพวกดัสไม่ใช่เรอะ ทำไมถึงพึ่งมาเอาป่านนี้ล่ะ?" มีชายคนหนึ่งลุกขึ้นมาจากที่นั่งพร้อมเเก้วเบียร์ในมือ เขาเดินมาทักทายคุณดัสอย่างอารมณ์ดี ท่าทางจะเป็คนรู้จักกันนะ
"อ่า ข้าไปเจอเื่ที่ไม่คาดคิดมานิดหน่อยน่ะ ว่าเเต่พวกเ้าฉลองอะไรกันอยู่ล่ะ"
"พอดีปาร์ตี้ของข้าพึ่งเลื่อนขั้นเป็เเรงค์Dไงล่ะ! ก็เลยจัดงานฉลองกันซักหน่อย"
อืม โหวกเหวกโวยวายกันขนาดนี้มันไม่หน่อยเเล้วมั้ง ว่าเเต่มีคนกำลังฉลองกันอยู่ราวสิบกว่าคนเลยนี่ไม่ใช่ว่าทั้งหมดเป็ปาร์ตี้เดียวกันหรอกนะ
"ไอ้ข้าก็ดีใจกับความสำเร็จพวกเ้าอยู่หรอกนะ เเต่ตอนนี้พวกข้าคงต้องขอตัวไปรายงานภารกิจกันก่อน"
คุณดัสว่าเช่นนั้นเเล้วเหลือบมามองฉัน
"ไม่เอาน่า พวกเ้าเองก็เลื่อนเป็เเรงค์Dได้ไม่นานเองไม่ใช่เรอะ มาฉลองกับพวกข้าหน่อยก็ได้มันไม่เสียหายอันใดหรอก"
ฉันหันไปดูพวกที่ฉลองกันต่อ จากตรงนี้ฉันได้ยินที่พวกนั้นคุยกันเเต่ก็ไม่ได้สนใจ เพราะว่าฉันเริ่มรู้สึกเหม็นกลิ่นเบียร์ที่คุกคลุ้งอยู่ในอาคารนี้จนเริ่มรู้สึกไม่ดีเเล้ว ในหัวตอนนี้เลยมีเเต่เื่จะทำธุระให้มันเสร็จๆไปเเล้วออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่านั้น
เพราะไม่รู้ว่าพวกเขาจะยืนคุยกันอีกนานมั้ย ฉันเลยตัดสินใจเเอบเดินออกมาจากกลุ่มเเล้วตรงไปที่พนักงานหญิงซึ่งสวมเครื่องเเบบสุภาพ กำลังยืนเท้าคางอย่างระเอือมระอาอยู่ตรงนั้น ดูเหมือนเธอจะไม่ชอบใจที่นักผจญภัยพวกนั้นใช้ที่นี่เป็ที่จัดงานเลี้ยงหรือเปล่า ยังไงก็เข้าไปคุยก่อนล่ะกัน
"ขอโทษค่ะ"
"วร๊ายย-!"
ปฏิกิริยาเว่อร์เกินไปหรือเปล่า ถึงทางนี้จะผิดที่เข้ามาทักโดยที่ลบััของตัวเองอยู่ก็เถอะ
"ตรงนี้ใช่ที่ประชาสัมพันธ์หรือเปล่า?"
"อ่ะ...ค่ะ ใช่เเล้วล่ะค่ะ...เเล้วคุณลูกค้ามีธุระอะไรงั้นหรอคะ?"
เธอรีบเปลี่ยนมายิ้มเหมือนพนักงานต้อนรับที่ฉันรู้จักในห้าง เเล้วถามธุระของฉันอย่างสุภาพ
รูปร่างภายนอกของเธอช่างหุ่นดีราวกับนางเเบบที่ฉันเคยเห็นในโลกเดิม หน้าตาเองก็ถูกจัดว่าเป็คนสวยไม่ผิดเเน่ ไม่รู้ว่าทำยังไงถึงได้มีรูปร่างสระสวยขนาดนี้เเต่มั่นใจว่าเธอต้องหมั่นดูเเลตัวเองอย่างเเน่นอน
สถานที่ๆเรียกว่ากิลด์เองก็ไม่ธรรมดานะที่เอาคนเเบบนี้มาเป็หน้าตาของกิลด์ได้เนี้ย ถ้าเกิดจู่ๆเป็คุณลุงหรือผู้ชายหน้าโหดๆมาต้อนรับคงจะมีคนมาใช้บริการที่นี่น้อยกันเป็เเน่
ฉันคิดเเบบนั้นตอนกำลังสำรวจมองเธอ ซึ่งทางนั้นก็ยิ้มฝืนๆสังเกตมองฉันกลับเหมือนกัน
"อ-เอ่อ...คุณลูกค้าคะ?"
"อ-อืม...ก็นะ"
"ก็นงก็นะ-อะไรล่ะคะ! ช่วยบอกธุระของทางนั้นทีเถอะค่ะ!"
"...ว่าจะมาลงทะเบียนเป็นักผจญภัยน่ะค่ะ เเต่ยังไม่รู้เลยว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง"
เอาง่ายๆก็ลืมถามพวกบันนินั่นเเหละ
"จู่ๆ จะมาลงทะเบียนเป็นักผจญภัยตอนนี้เลยมันก็-...."
"ไม่ได้หรอ?"
"เอ่อ...ไม่ใช่ค่ะ จริงๆตอนนี้ก็ลงทะเบียนได้ เเต่คุณลูกค้ามั่นใจเเล้วใช่ไหมคะ? เพราะอาชีพนักผจญภัยนั้นไม่ใช่อาชีพเล่นๆ ทุกวันอาจจะต้องเผจิญกับอันตรายอย่างเลี่ยงไม่ได้ด้วยนะคะ คุณลูกค้าเตรียมใจไว้พร้อมเเล้วเเน่นะคะ!?"
เธอถามการเตรียมใจของฉัน ฉันเลยพยัคหน้าตอบ อาจจะเพราะเธอเห็นฉันเป็เเค่เด็กผู้หญิงก็ได้ก็เลยถามไว้ก่อน
"ถ้างั้นรบกวนขอบัตรเเสดงตัวของคุณลูกค้าซักครู่ด้วยค่ะ"
"เป็บัตรเเสดงตัวชั่วคราวได้หรือเปล่า?"
"ค่ะ อันนั้นก็ได้เหมือนกัน"
พอเธอบอกเเบบนั้นฉันก็หยิบมันออกมาจากสกิล'ไอเท็มบ๊อกซ์' เเต่ก็ทำเนียนเป็หยิบจากกระเป๋าให้เธอเห็น
ข้อดีอีกอย่างของเ้าสกิลนี้ก็คือตรงนี้เนี้ยเเหละ ตอนเเรกที่ใช้งานไอ้เราก็บ่นไปว่าทำไมต้องดูดเข้าไปในเฮดโฟนหูเเมวด้วย เเต่ทว่าตอนนี้มันกลับใช้งานได้ดีขึ้นเพราะสกิลนี้ได้เชื่อมต่อกับชุดของนักปราชญ์ไปเเล้ว ทำให้เวลาจะใส่ของที่ไม่ใหญ่มากฉันจะสามารถเก็บมันลงไปในกระเป๋าของชุดนักปราชญ์เเล้วหายไปอยู่ใน'ไอเท็มบ๊อกซ์'ได้ ซึ่งนั่นก็ดีต่อฉันไม่น้อยเลยเวลาจะใช้ซ่อนของไม่ให้ถูกใครขโมย
.....
เเต่จะว่าไปฉันยังไม่ได้ตรวจดูข้อมูลที่เเสดงอยู่ในบัตรเลยเเหะ...เอาเถอะ ไอ้ฉันก็ยื่นให้เธอไปเเล้วจะมาขอดูตอนนี้ก็คงจะช้าไปยังไงก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก...คิดว่านะ
"ถ้าอย่างงั้นระหว่างที่ฉันกำลังออกบัตรให้อยู่ คุณลูกค้าก็อ่านรายละเอียดที่อยู่ในใบนี้รอไปก่อนนะคะ"
ว่าเสร็จเธอก็ยื่นกระดาษหนังหยาบๆให้กับฉัน เเล้วเดินตรงไปยังห้องที่อยู่ข้างหลังโต๊ะประชาสัมพันธ์ ในห้องนั้นอาจจะมีคริสตัลเเบบเดียวกับที่ทางเข้าเมืองก็ได้ ยังไงระหว่างรอก็มาอ่านรายละเอียดของอาชีพนักผจญภัยในโลกนี้ดีกว่า
อย่างเเรกเลยก็คือคำเตือน ที่ว่าหากได้รับาเ็หรือเสียชีวิตระหว่างการทำภารกิจทางกิลด์จะไม่รับผิดชอบใดๆ...ที่ขึ้นมาเป็บรรทัดเเรกอาจจะเพราะอยากเตือนกันไว้ก่อนจริงๆก็ได้นะ เพราะถ้าเกิดเอาคำเตือนนี้วางไว้บรรทัดสุดท้ายเลยอาจจะทำให้พวกี้เีอ่านมาเรียกร้องทางกิลด์เอาภายหลังได้ก็เลยต้องเตือนไว้ก่อนตั้งเเต่เนิ่นๆ จะว่าไปภาษาที่เขียนก็ไม่ใช่ภาษาของโลกฉันเเท้ๆ เเต่ที่เข้าใจได้เนี้ยเป็เพราะสกิลเข้าใจภาษาของต่างโลกงั้นหรอ ถ้ามันใช่จริงๆก็ช่วยฉันได้เยอะมากเลยล่ะ
ว่าเเล้วฉันก็อ่านต่อ ดูเหมือนบรรทัดต่อมาจะอธิบายถึงเื่ระบบเเรงค์ล่ะ ซึ่งเเรงค์ของนักผจญภัยจะมีตั้งเเต่ Gที่เป็เเรงค์เริ่มต้นเเละสามารถไต่ระดับไปจนถึงเเรงค์F ,E,D,C,B,A เเละเเรงค์ที่สูงที่สุดในสายอาชีพนี้เเรงค์S วิธีการไต่ระดับนั้นก็เข้าใจได้ง่าย เเค่ทำภารกิจเก็บสะสมผลงานไปเรื่อยๆจนได้รับความน่าเชื่อถือจากทางกิลด์ที่มากพอก็จะสามารถเลื่อนเเรงค์ได้
ส่วนงานว่าจ้างนั้นก็จะมีเเบ่งประเภทอยู่ โดยเเบ่งเป็ งานว่าจ้างทั่วไป งานว่าจ้างจากทางกิลด์ เเละงานว่าจ้างเเบบระบุตัว เห็นว่าประเภทอย่างหลังจะมีเเค่เฉพาะกับพวกที่อยู่เเรงค์สูงๆล่ะ ค่าตอบเเทนส่วนมากเองก็สูงใช่ย่อย หลังจากนั้นในบรรทัดต่อมาก็เป็การอฺธิบายเกี่ยวกับประเภทย่อยของงานว่าจ้าง
อย่างที่คิดไว้ มันมีงานประเภทที่จัดการกับมอนเตอร์ไปจนถึงงานคุ้มกันอยู่จริงๆ เเต่ที่ทำให้เเปลกใจคือมีงานประเภทช่วยเหลือทั่วไปอยู่ด้วย ไม่ได้มีเขียนอธิบายอะไรไว้เเต่คงจะได้รู้กันที่บอร์ดรับงานนั่นเเหละ เหมือนว่าเเต่ล่ะงานว่าจ้างเองก็มีเเรงค์ของมันอยู่ เเต่ไม่จำกัดว่าเเรงค์ไหนจะต้องทำภารกิจของเเรงค์ไหน นักผจญภัยนั้นมีอิสระในการเลือกรับงานว่าจ้างที่สูงเเละต่ำกว่าตัวเองได้ เเต่เหมือนจะมีคำเเนะนำว่า'ถ้าไม่อยากอายุสั้นก็รับงานเเค่ที่สูงกว่าเเรงค์ตัวเองหนึ่งระดับ'ซะด้วย
นักผจญภัยนั้นไม่มีค่าจ้างเเบบรายเดือน หาก้าเงินก็เเค่รับงานที่อยู่ตรงบอร์ดมาทำให้สำเร็จเเล้วรับค่าตอบเเทนที่กิลด์เท่านั้น ดังนั้นอาชีพนักผจญภัยจึงไม่เหมาะกับพวกี้เีสันหลังยาวอย่างเเรง เเละดูเหมือนว่าเเต่ล่ะเเรงค์นั้นจะมีโควต้าของคนี้เีให้อยู่ เช่นถ้าเเรงค์นี้ไม่ยอมส่งภารกิจภายในเวลาเท่านี้จะถูกยึดบัตรของกิลด์เเละปลดจากการเป็นักผจญภัย
หลักๆก็ประมาณนี้ที่เหลือก็เป็กฏภายในที่ว่าห้ามมีเื่กันในกิลด์เเต่ถ้าอยากมีเื่จริงๆก็ใช้ลานประลองด้านหลังได้ เเต่ถึงอย่างงั้นก็ต้องได้รับการรับรองจากพนักงานที่กิลด์ซะก่อน
ช่างเป็กฏที่ทั้งรัดกุมเเละปล่อยผ่านอยู่พอสมควร...เเต่ก็ไม่มีตรงไหนที่ดูจะเป็ปัญหาสำหรับฉัน
ไม่ได้จะอวดเก่งนะ เเต่เเค่ขยันรับงานบ่อยๆก็คงไม่มีปัญหาอะไรถูกไหม เเล้วฉันก็ไม่ใช่พวกทึ่มที่เอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงกับงานที่เกินตัวซะหน่อย ถ้าทำอย่างระมัดระวังตลอดก็ต้องไม่เป็อะไรอยู่เเล้วล่ะ
เเละระหว่างที่ฉันอ่านที่เขียนในกระดาษเสร็จเเล้วนั้น ก็มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งเดินตรงมาทางฉัน
"คุณฟรานออกมาตอนไหนกันคะ?"
สาวน้อยหูกระต่ายหรือก็คือบันนิเอ่ยถามฉัน
"ไม่นานนักหรอก ว่าเเต่หลุดมาจากคนตรงนั้นได้เเล้วหรอ?"
"...ค่ะ มีฉัน,คุณเเม็คเเล้วก็คุณเกรนเนี้ยเเหละค่ะที่หลุดมาได้ ส่วนคุณดัสนั้นดูเหมือนจะถูกอีกฝ่ายตอเเยจนหลุดออกมาไม่ได้น่ะค่ะ"
ก็คิดไว้เเล้วล่ะนะ
"ว่าเเต่คุณฟรานกำลังทำอะไรอยู่หรอครับ หรือว่ากำลังลงทะเบียนเป็นักผจญภัยอยู่?"
"อืม...ก็นะ"
"ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าเเต่เหมือนฉันจะมีลางสังหรณ์ว่าไม่นานยัยหูเเมวนี่จะไต่เเรงค์นำเราได้ในไม่ช้านี้เเหละ"
โดนเรียกว่ายัยหูเเมวจนช่างมันเเล้วก็จริง เเต่ตอนนี้มันสมควรจะเรียกฉันเเบบนั้นงั้นหรอ นี่เขาลืมไปเเล้วหรือไงว่าฉันกำลังเอาฮู้ดขึ้นมาเพื่อซ่อนเฮดโฟนหูเเมวอยู่นะ มาเรียกเเบบนั้นเดี๋ยวก็มีคนจับฉันได้หรอก(ถึงจริงๆฉันจะไม่ใช่มนุษย์เเมวก็เถอะ)
"คุณเกรนคะ อย่าไปเรียกคุณฟรานว่ายัยหูเเมวสิค่ะ เดี๋ยวก็มีคนรู้เข้าหรอก!"
บันนิทำเสียงตำหนิใส่เกรนเบาๆ คือก็ดีใจนะที่เธอพูดเเทนให้ เเต่จะดีมากถ้าเธอตำหนิเขาที่เรียกฉันว่ายัยหูเเมวตั้งเเต่ก่อนหน้านี้-อ่า...ไม่สิจากนี้ก็ควรจะตำหนิไม่ให้เขาเรียกฉันเเบบนั้นตังหากล่ะถึงจะถูก
เเละในระหว่างที่เรากำลังคุยกันอยู่พนักงานหญิงที่บอกจะทำบัตรให้ฉันก็เดินออกมาจากห้องข้างหลัง
"เอ่อคือ...ขอโทษที่ให้รอนะคะ-อ้าว! คุณเกรน!เเล้วก็พวกคุณบันนี่ด้วย มาที่กิลด์เวลานี้มีอะไรหรือเปล่าคะ?"
เธอหันไปถามเกรนที่อยู่หลังฉัน ดูเหมือนเขาจะรู้จักกันนะ เเต่ถึงอย่างงั้นก็ไม่ควรเมินฉันที่มาก่อนนะเออ
"อ่า หลักๆก็มาส่งงานที่รับทำไว้ล่ะนะ เเล้วก็มาส่งยัยเด็กผู้หญิงนี่ให้มาที่กิลด์ด้วย"
เขาชี้นิ้วมาที่ฉัน เสียมารยาทจัง ฉันว่าตัวเองก็ไม่เด็กเเล้วนะ เเค่ส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์นิดหน่อยเอง
"คุณเกรนรู้จักกับคุณลูกค้าคนนี้ด้วย-อ่ะ!จริงสิ...คุณลูกค้าคะ ทางเราต้องขอโทษกับความผิดพลาดนี่จริงๆนะคะ"
เธอว่าเเบบนั้นเเล้วก็ยื่นบัตรสองใบที่มีสีขาวอันนึงสีเทาอันนึงให้กับฉัน บัตรสีขาวคงจะเป็บัตรเเสดงตัวชั่วคราวที่ได้รับมาจากที่หน้าประตูเมือง ส่วนอีกบัตรคงจะเป็บัตรเเสดงตัวตนที่ทางกิลด์ออกให้สินะ ว่าเเต่จู่ๆขอโทษทำไมนะ
"มีปัญหาอะไรงั้นหรอ?" ฉันที่รับบัตรมาถามอีกฝ่ายที่ก้มหัวขอโทษอย่างสงสัย
"ค่ะ...ฉันเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมถึงได้เกิดเื่เเบบนี้ เเต่ดูเหมือนคริสตัลจะอ่านค่าใบบัตรผิดน่ะค่ะ ถ้ายังไงรบกวนเอามือวางที่คริสตัลนี่ทีนะคะ" เธอหยิบคริสตัลซึ่งเป็เหมือนกับก้อนผลึกขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะประชาสัมพันธ์ เเม้ฉันจะเอียงคอมองมันอย่างไม่เข้าใจเเต่ถ้าทำเเล้วเเก้ปัญหาได้ฉันก็ยินดีทำ
ว่าเเล้วฉันก็เอามือวางไว้บนคริสตัลเหมือนกับก่อนหน้านี้ จากนั้นซักพักคริสตัลนั้นก็ส่องเเสง
"อืม ไม่เข้าใจเลยค่ะ ทำไมถึงเป็เเบบนี้กันนะ"
"มีอะไรงั้นหรอเทล่า?" เกรนเอ่ยถามพนักงานสาว ดูเหมือนเธอจะชื่อเทล่าล่ะ
"เอ่อค่ะ ไม่รู้ทำไมถึงมีคำว่า'เเละ'คั่นอยู่ตรงชื่อเผ่าของคุณลูกค้าได้น่ะค่ะ ตอนเเรกก็คิดว่าคริสตัลทางฝั่งประตูเมืองคงจะมีปัญหาเเต่เหมือนว่าทางนี้เองก็เเสดงไม่ต่างกันน่ะค่ะ"
หืม...มีคำว่า'เเละ'มาคั่นกลางชื่อเผ่าตอนทำบัตรสินะ ดูเหมือนมันจะเป็ปัญหาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนด้วย ทำไมกันนะ?
......
...
.
....ค่ะ ฉันรู้อยู่เเล้วล่ะค่ะ เเค่เเกล้งทำเป็ลืมๆไปเท่านั้นเอง ไม่คิดเลยว่าสิ่งนั้นจะตามมาหลอกหลอนฉัน
ถึงจะเดาไว้เเล้วก็เถอะ เเต่ฉันก็ถือบัตรขึ้นมา เเล้วคิดในใจว่าอยากจะดูข้อมูลในบัตร ทันใดนั้นมันก็มีตัวอักษรปรากฏขึ้นทับกับพื้นที่ว่างเปล่าของบัตรที่ตอนเเรกไม่มีอะไร ซึ่งข้อมูลก็ตามนี้-
ชื่อ: ฟราน
เผ่า: มนุษย์เเละเเมว
อายุ: 17
วันเดือนปีเกิด: 14 มกราคม
นักผจญภัยเเรงค์: G
....
เป็มนุษย์เเละเเมวจริงๆด้วยเเหะ
ฉันทำหน้าตายจ้องมองข้อมูลนั้นอย่างไร้ความรู้สึก
พลางคิดว่า 'นี่ฉันต้องยอมรับเื่พวกนี้จริงๆงั้นหรอ?'
ถ้าไอ้คุณพระเ้านั่นส่งฉันมาเพื่อโปรโมทมนุษย์หูเเมวเเล้วล่ะก็...คงจะคิดผิดเเล้วล่ะ ที่โลกนั้นมีคนที่ทั้งสวยเเละน่ารักกว่าฉันตั้งเยอะเเยะไป เผลอๆอาจจะมีคนยอมโดนใช้ให้ไปเป็เผ่ามนุษย์เเละเเมวมากกว่าฉันอยู่ด้วยซ้ำ...เเล้วก็ไม่รู้ทำไมฉันถึงได้รู้สึกดีใจนิดๆที่เผ่าไม่ได้เขียนไว้ว่า'มนุษย์หูเเมว'
เอาเถอะ ก่อนมาโลกนี้คงมีฉันที่คิดอยู่ฝ่ายเดียวว่ามานี่เพื่อเป็การสำรวจท่องเที่ยว ส่วนไอ้คุณพระเ้านั่นคงส่งฉันมาเพื่อหวังผลประโยชน์อะไรซักอย่างไม่ผิดเเน่ ดังนั้นเื่นี้ก็คงจะอยู่ในเเผนของเขาด้วยนั่นเเหละ
คงมีเเต่ต้องยอมรับ เฮ้อ....
"...มันไม่ได้ผิดพลาดหรอกนะ"
"ค-คะ?"
"อ่ะ-...เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร"
เงียบๆเอาไว้เเล้วให้ทางนั้นคิดไปว่าเกิดขึ้นเพราะความผิดพลาดดีกว่า
"ว่าเเต่ คุณลูกค้าจะไม่เป็ไรงั้นหรอคะ ถึงจะเกิดความผิดพลาดบางอย่าง เเต่คุณลูกค้าก็เป็เผ่านั้นไม่ผิดเเน่ๆใช่ไหมล่ะคะ?"
เพราะว่าคุณเทล่าเป็คนออกบัตรให้ตอนเห็นข้อมูลของฉันก็เลยคิดว่าฉันอ่อนเเอสินะ
"ไม่ต้องเป็ห่วงหรอกค่ะคุณเทล่า เห็นเเบบนี้คุณฟรานน่ะเก่งมากกว่าพวกเราซะอีกนะคะ!"
บันนิพูดช่วยฉัน เเต่เหมือนคุณเทล่าจะยังทำใจเชื่อยากเเหะ
ก็เข้าใจความรู้สึกนะ ถ้าจู่ๆมีคนมาบอกว่ามีเด็กผู้หญิงหน้าใหม่เก่งกว่านักผจญภัยที่สังกัดอยู่ที่กิลด์มานานเเล้ว คงจะทำหน้าเเบบ'นี่ล้อกันเล่นใช่มั้ย?'นั่นเเหละ เเละเอาจริงๆฉันก็ไม่สนใจที่จะอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจด้วย ดังนั้นพูดไปยังไงก็คงไม่เชื่ออยู่เเล้วเพราะงั้นฉันจะปล่อยผ่านไป
"เท่านี้คือลงทะเบียนเสร็จเเล้วสินะ?"
"...ค่ะ"
"ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ"
ว่าเสร็จฉันก็เดินออกมาจากโต๊ะประชาสัมพันธ์ ตอนนี้ฉันรู้สึกเเย่เอามากๆเลยจะรีบออกไปจากนี่
"เอ๊ะ!? คุณฟราน!เเล้วหินเวทย์ที่ว่าจะขายล่ะคะ!?"
"ว่าจะขายพรุ้งนี้น่ะ" ฉันหันไปตอบบันนิเเล้วเดินไปที่ประตู
"อะเฮะ~ๆๆๆ อะไรกันเนี้ยเเม่สาวน้อย! ใส่ชุดเเปลกตาสุดๆไปเลยนะ เอิ้ก-!"
ระหว่างที่ฉันกำลังจะเดินไปถึงประตูก็มีผู้ชายวัยกลางคนโผล่ออกมา ท่าทางเหมือนเขาจะกำลังเมาได้ที่เลยเเหะ กลิ่นตัวเขาเองก็เเรงมากจนฉันต้องเอามือขึ้นมาปิดจมูกเลยล่ะ
"อย่ายุ่งกับคุณฟรานนะคะ!" บันนิเดินตรงมาเเละส่งเสียงตวาดใส่ผู้ชายคนนั้นที่เข้ามาขวางทางฉัน เธอคงจะรู้สึกตัวว่าจะต้องมีเกิดเื่เเน่ๆสินะ ถึงงั้นก็เถอะจะะโให้คนอื่นเเตกตื่นทำไมล่ะนั่น ดูสิ พวกที่ฉลองกันอยู่เริ่มหันมาสนใจทางนี้เเล้วเนี้ย!
อ่ะ-ไม่สิ...ตอนนี้พวกเขากำลังมองไปที่บันนิอยู่นี่นา ถ้าอย่างงั้น-
"เอิ้ก-! อะไรก~านน คนรู้จักของบันนี่จั~งเองหรอ...ไม่ต้องเป็ห่วงหรอก พวกเราเเค่จะทำความรู้จักกันเท่านั้น-อ่ะ!อ้า-ว!หายไปไหนเเล้วหว่~า!?"
"อ่ะ! เอ๊ะ!? คุณฟราน? หายไปเเล้ว?"
*
กึก!
ฉันที่อยู่ข้างนอกค่อยๆปิดประตูเบาๆเเล้วเดินออกห่างมา
"เฮ้อ~สดชื่นขึ้นเยอะ!"
ว่าเเล้วก็สูดอากาศของเมืองในตอนกลางคืนอย่างเปี่ยมสุข อยู่ในนั้นมันช่างอึดอัดซะจริง ดีนะที่ฉันลบััของตัวเองเเล้วรีบย่องออกมาได้ เห็นคุณAIเเนะนำว่าถ้าอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายไม่ได้มองเราอยู่ลบััของตัวเองไว้ก็จะทำให้อีกฝ่ายลืมไปเลยว่าเราอยู่ตรงนั้นได้น่ะ ไม่คิดเลยว่าจะได้ผลมากขนาดนี้
ส่วนนึงก็ต้องขอบคุณบันนิล่ะนะ ที่ะโเรียกสายตาของคนในนั้นให้มองไปที่เธอครู่นึงได้ วิธีนี้ก็เลยได้ผล
"......"
เเล้วจะทำอะไรต่อไปดี
เป้าหมายเดิมที่เคยตั้งไว้ก็เหลือเเค่หาที่พักเท่านั้น เเน่นอนว่าระหว่างเดินมานี่ก็ให้คุณAIในเฮดโฟนหูเเมวหาให้เเล้ว เเละเหมือนจะเจอที่ดีๆเเล้วก็จริง เเต่ตอนนี้ดันมีปัญหาอยู่นั่นคือฉันไม่มีเงินติดตัวอยู่เลย ทีเเรกก็ว่าจะขายหินเวทย์เเละอื่นๆที่เก็บมาได้ให้เสร็จๆไปอยู่หรอก เเต่ดูทรงเเล้วขายตอนนี้คงจะมีปัญหาเเน่นอน
มันเห็นกันชัดๆอยู่เเล้วนี่ ว่าตอนนี้ฉันถูกมองว่าเป็เผ่ามนุษย์เเมวไปเเล้วเรียบร้อย ดังนั้นมุมมองที่เขามองฉันก็ต้องเห็นเป็คนไร้พลังอยู่เเล้ว เเล้วถ้าจู่ๆคนที่ถูกมองว่าไร้พลังอย่างฉันเอาสิ่งที่เหมือนกับมอนเตอร์ระดับสูงนิดหน่อยที่เเม้เเต่พวกเกรนก็ยังสู้ไม่ไหวออกมาขายทันทีล่ะก็ ต้องเจอเเต่คำถามยุ่งยากเต็มไปหมดเเน่นอน เเล้วถ้าเป็เเบบนั้นฉันก็ต้องอยู่ในนั้นนานมากขึ้นไปอีก ซึ่งขอบอกเลยว่าไม่ไหวเเน่นอน
ถ้าคนอื่นรู้คงหาว่าฉัน ไม่อดทนบ้าง เก่งเเต่ฝีมือเองนี่หว่า ทนอีกหน่อยก็จะสบายเเล้วเเท้ๆ ขอบอกเลยว่าคำต่อว่าเหล่านี้ฉันไม่สน ฉันเป็พวกติดบ้านที่เวลาเพื่อนชวนไปไหนก็ไม่ไป ทำให้ไม่เคยไปเที่ยวสังสรรค์ที่มีเเต่กลิ่นเเรงๆเเบบนี้มาก่อน เพราะงั้นถ้าฉันบอกว่าทนไม่ได้ก็คือทนไม่ได้เห็นฉันนิ่งๆในนั้นจริงๆทรมาณมากเลยนะ โชคยังดีด้วยซ้ำที่ไอ้คุณพระเ้านั่นไม่มาเพิ่มประสาทรับกลิ่นให้ฉัน
เพราะว่าฉันไม่ได้ขอให้ใครเข้าใจ เลยเดินออกมาโดยไม่คิดจะอธิบายอะไรเลยไงล่ะ
เเต่ก็นะ ตอนนี้เลยกลายเป็ว่าฉันดันไม่มีเงินซะอย่างงั้น จริงๆก็ควรบอกคนอื่นไว้ก่อนเเล้วขอยืมเงินไว้พักซักคืน เเต่ก็นั่นเเหละมาคิดได้ตอนนี้ก็สายไปเเล้ว
เอาหินเวทย์ไปจำนำก่อนได้มั้ยนะ อ่า ไม่สิ ถ้าเขาเห็นว่าฉันเป็มนุษย์เเมวล่ะก็คงคิดว่าฉันเอาของปลอมมาหลอกเขาหรือเปล่า นี่ฉันกำลังคิดในกรณีที่จะเจอปัญหาอยู่นะเนี้ย ถึงจะถูกมองว่าคิดในเเง่ร้ายเกินไปก็เถอะเเต่ก็ไม่ควรตัดสิ่งที่น่าจะเป็ไปได้ทิ้งไปซักหน่อย
อ่า ปัญหาเยอะชะมัด พอเข้าใจมุมมองของคนในเมืองนี้ที่มีตุ่์เเมวเเล้วมันก็มีเเต่ปัญหาทั้งนั้นเลยไม่ใช่หรือไงกัน ไอ้ฉันก็อยากจะถอดหูเเมวนี่ออกไปอยู่หรอกนะ เเต่มันดันทำไม่ได้นี่สิ...ก็ไม่ได้อยากจะยอมรับหรอกนะ เเต่เฮดโฟนหูเเมวนี่มันเป็เครื่องมือที่ทรงพลังอย่างมาก ดังนั้นถ้าถอดมันออกฉันก็จะไม่มีอะไรที่จะใช้ป้องกันตัวได้เลย เป็เเค่เด็กธรรมดาที่โดนเเค่ไม้เท่าเเขนฟาดก็สลบได้ง่ายๆ
ในโลกนี้ไม่มีอะไรจะใช้เป็หลักประกันความปลอดได้ซักอย่าง สำหรับฉันที่พึ่งได้จึงมีเเต่เฮดโฟนหูเเมวเท่านั้น
เเล้วก็เพื่ออนาคตในวันข้างหน้าของตัวฉันเอง ฉันควรจะให้คนอื่นคิดไปว่าฉันเป็มนุษย์เเมวตามที่เห็นไปก่อน
......
ออกไปค้างคืนในป่าดีไหมนะ ยังไงก็ใช้เวทย์สร้างห้องขึ้นมาได้อยู่เเล้วทนซักคืนคงไม่เป็ไรหรอก
เเละในระหว่างที่ฉันกำลังเดินไปคิดไปในถนนตอนกลางคืนอยู่นั้น ก็มีเสียงฝีเท้าของใครซักคนกำลังวิ่งมาทางนี้จากข้างหลัง เเน่นอนว่ากำลังตรงมาที่ฉัน ก็เลยเพิ่มการระวังตัวอย่างฉับพลัน เเต่เมื่อได้ยินเสียงะโของคนที่วิ่งมาก็ทำให้ฉันประหลาดใจ
"คุณฟราน!"
"บันนิ?"
เธอวิ่งมาหยุดที่หน้าฉันเเล้วเริ่มทำหน้ามุ่ยใส่....อ่ะ กำลังโกรธล่ะ
"ทำไมจู่ๆถึงออกมาดื้อๆเเบบนั้นล่ะคะ!"
นี่เธอตามฉันมาเพื่อที่จะถามเื่นั้นเนี้ยนะ? เเม้จะสงสัยเเต่ฉันก็ตอบไปดีๆ
"เพราะทนกลิ่นพวกนั้นไม่ไหวก็เลยออกมาน่ะ"
"...ฮึ่ม ก็พอเข้าใจนะคะ เเต่ถึงขนาดยอมออกมาโดยไม่มีเงินติดตัวเลยเเบบนี้ เเล้วเื่ที่พักจะทำยังไงล่ะคะ?"
"อาจจะลำบากหน่อย เเต่คิดว่าจะไปค้างในป่าน่ะ"
"มันอันตรายนะคะ!"
"...คิดงั้นหรอ?"
พอฉันถามไปเเบบนั้นเธอก็เงียบไปครู่นึง ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้เเล้วถอนหายใจ
"อ่า ก็เป็คุณฟรานนี่นะ ฉันคงจะห่วงอะไรไม่เข้าเื่สินะคะ"
ว่าเสร็จเธอก็เดินมาใกล้ๆเเล้วคว้ามือฉันไว้ จากนั้นก็เริ่มจูงให้ฉันเดินตามเธอไป
"จะทำอะไรน่ะ?"
"ก็พาไปหาที่พักไงคะ หรือว่าลืมสัญญากันไปเเล้ว?"
เเน่นอนว่าลืมไปเเล้วเรียบร้อย ก็มันไม่ได้สำคัญเท่าตอนขอให้เธอสอนฉันเข้าใจถึงมานานี่ เเล้วอีกอย่าง-
"ถึงจะพาฉันไปก็ไม่มีเงินติดตัวหรอกนะ" ฉันบอกบันนิที่กำลังจูงมือฉันไป
"ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวครั้งนี้ฉันจะออกให้ก่อน ถ้าจ่ายค่าที่พักให้คุณฟรานเเค่คืนเดียวยังถือว่าน้อยด้วยซ้ำสำหรับสิ่งที่คุณฟรานให้มา...เพราะงั้นไม่ต้องเป็ห่วงหรอกค่ะ ฉันไม่ปล่อยให้คุณฟรานต้องลำบากเเน่นอน"
"......"
ฉันไม่รู้จะพูดอะไรจึงได้เเต่เงียบเท่านั้น การที่อีกฝ่ายอยากตอบเเทนโดยการออกที่พักให้ก็ถือว่าดีต่อฉัน ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ
เเต่...ทำไมกันนะ ทั้งๆที่ฉันไม่ได้ขอเเท้ๆ ทำไมอีกฝ่ายต้องมาทำดีกับฉันด้วย ที่จริงได้เ้าเรดอ็อคนั่นไปจะทางใครทางมันไปเลยก็ได้นี่
เวลาถูกคนอื่นช่วยเเบบนี้รู้สึกไม่ชินยังไงก็ไม่รู้สิ...
***