37 – เป้าหมาย ③
“ถ้าหวังให้ฟีเรตอบขนาดนั้นเสียใจด้วยนะ”มองเพื่อนสนิทที่นอนกองอยู่กับพื้น “กว่าจะฟื้น...คงอีกนานเลยล่ะ”
หลังจากจับได้ว่าหายตัวไปมาอยู่ที่นี่ก็ทิ้งเพื่อนคนอื่นๆและรีบวิ่งมายังพระราชวังโดยเร็วตอนรีบให้พ่อบ้านขอเข้าเฝ้าพบพระราชาก็รับรู้ผ่านอัญมณีได้ว่าเขาได้รับคำสั่งแปลกๆ!!
สิ้นความคิดก็พุ่งเข้ามาข้างใน ทว่าจังหวะนั้นอัญมณีพึ่งส่งผลทำให้ยับยั้ง[มนตราลุ่มหลง] ไว้ชั่วขณะจนทำให้ยั้งมือไว้ก่อนจะลงมือฆ่าได้ทันท่วงที
แต่พริสทีนกลับยั้งเท้ากับแรงไว้ไม่ทัน จนเผลอกระโดดถีบกระเด็นไปกระแทกกำแพงจนสลบเป็นที่เรียบร้อย!!
‘ฟีเร------!!!!!!!!!!!!!’
โวยวายเสียงดัง เป็นเดือดเป็นร้อนรีบรักษาเขาโดยไว!
> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: หลังจากนี้จะทำการปรับความแข็งแรงของร่างกายให้อยู่ใน[ระดับต่ำ] ขอคำอนุญาตด้วย
...อื้ม ทำเลย ปรับเลย... ฮืออออ...
กระดูกซี่โครงแหลกละเอียด
กระดูกส่วนอื่นร้าว
หัวแตกเลือดอาบ....
ถ้าตื่นมาคงต้องขอโทษขอโพยยกใหญ่เป็นแน่...
และดูเหมือนว่าขณะรักษาร่างกายและลบล้างคำสาปเธอกลับสามารถได้ยินเสียงคำสั่งจากอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจนจึงโต้เถียงกลับไป
และต้องบอกคนอื่นบริเวณโดยรอบก่อนว่าเธอคุยกับผู้ร่ายคำสาปใส่เพื่อนไม่เช่นนั้นอาจจะเหมือนพูดกับตัวเอง
‘เจ้า...เจ้ากล้าดียังไงมาขวางข้า!!!’
“ก็เพราะกล้าไงเลยทำ ไม่กล้าคงไม่ทำหรอกจริงมั้ย”
‘ฮึ้ยยย!! ทำไมหล่อนชอบเข้ามาขัดขวางแผนของข้านักนะ!!แล้วเจ้าจะต้องเสียใจ!!!’
พวกผู้ร้ายเนี่ยพูดคำอื่นไม่เป็นเลยรึไงนะ... ถอนหายใจ
ละครหรือหนังสมัยก่อนพวกผู้ร้ายมักพูดประโยคนี้แทบตลอดจนแอบเหนื่อยใจระหว่างนั้นก็รายงานพวกเดฟไกส์
“จะว่าไป...ก่อนจะเสียใจน่ะ ห่วงตัวเองก่อนเถอะค่ะ”
‘อะไรนะ!?’
“แหวนที่เขานำไปสวมให้น่ะบรรจุเวทย์ [ลบล้างค่าสถานะผิดปกติ]และ [ป้องกันภัยร้าย] ก็ลองคิดเอาเองละกัน...ว่าหากถูกเขาจับได้ขึ้นมาจะเป็นยังไง~”
‘!!!!!!!!!!!!!!!!’
•
เมื่อพริสทีนพูดจบเวโรนิก้าที่กำลังเพ่งสติกับการพูดคุยอีกฝ่ายอยู่ก็ได้สติมองเบีทริซที่ยังพูดคุยกับเจตต์อยู่และเริ่มแสดงอาการแปลกๆอย่างปวดหัวเวียนหัว
มือแกร่งก็ยังคงกอบกุมมือเจ้าหล่อนข้างที่สวมแหวนอยู่แน่น
“วันนี้เมื่อสิบปีก่อน...พวกเราเคยสัญญากันไว้...”
“สัญ...ญา.....”
“ใช่ สัญญา... เจ้านึกออกรึยัง...”
“!!!” เห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามากระชากมือเบียทริซที่ถูกเจตต์กุมอยู่ออกโดยไวพยายามแสดงสีหน้าให้ปกติที่สุด ไม่เช่นนั้นทุกสิ่งที่ทำมาคงจบลง! “ท่านเจตต์คะ ท่านเบียทริซดูไม่สบายได้โปรดให้นางไปพักเถอะค่ะ...จริงมั้ยไลม์?”
“!! จจริงค่ะ สีหน้าของท่านเบียทริซเริ่มดูไม่ดีแล้วนะคะ!!”
ปึง!!! ตบโต๊ะเสียงจนคนในห้องสะดุ้งกันเป็นแถบๆมีคนเดียวที่ยังนิ่งได้คือพ่อบ้านของเขา สายตาที่เคยเย็นชา ตอนนี้กลับมองเวโรนิก้าด้วยความเกรี้ยวโกรธ
“เจ้าเป็นใคร... ถึงกล้ากำแหงขัดคำสั่งข้า..”
ฟึ่บ! กระชากเบียทริซเข้ามาหาตน กอดไหล่แน่นจนเจ้าหล่อนรับรู้ได้อ้อมกอดที่เฝ้าหาปรารถนาให้กอดเธอเหมือนคู่รักชายหญิงคนอื่น... แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเคยถูกทำแบบนี้มาก่อน
แม้ว่าจะจำไม่ได้ว่าเกิดขึ้นตอนไหนก็ตาม...
นานาคำถามแล่นเข้ามาในหัว
เกิดอะไรขึ้น?
ความรู้สึกนี้คืออะไร?
อะไรที่ตัวเธอลืมไป?
เคยถูกเจตต์ชื่นชมแต่ทำไมถึงลืม?
เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่?
ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวจนเริ่มมีความคิดที่ว่า...
‘ตัวเธอเป็นใครกันแน่’
“นอกจากเจ้าทรยศเบียทริซยังไม่พอ!ยังกล้าขึ้นเสียงแสดงกิริยามารยาทต่ำทรามกับเชื้อพระวงศ์อีกงั้นรึ!!!!”
“ห...หามิได้ค่ะองค์ชายเจตต์!ดิฉันไม่ได้ตั้งใจ!!” ไลม์รีบคุกเข่าก้มโค้งด้วยความหวาดกลัวเนื้อตัวสั่นเทาน้ำตาเริ่มคลอ ไม่เคยเห็นองค์ชายแสนเย็นชาอารมณ์เสียขนาดนี้ก่อน
หากขัดขืนคงโดนสั่งประหารได้อย่างง่ายดาย
แต่ในความหวาดกลัวยังมีความสงสัยที่บอกว่า...ทรยศ
“ด ดิฉันแค่เป็นห่วงท่านเบียทริซ...”เวโรนิก้าเริ่มเห็นว่าสถานการณ์ตรงหน้าไม่สู้ดี แอบปลดแหวนของตนออก
ใช่ มันคืออุปกรณ์ซ่อนพลังของตนไว้....
“ความหวังดีประสงค์ร้ายของเจ้าไม่มีใครในที่นี้ต้องการ...นังผู้หญิงน่ารังเกียจ... ไลม์ เจ้าลุกขึ้นซะ... และขอเตือนด้วยความหวังดีว่าอย่าเข้าไปใกล้นางซะจะดีกว่า... ขนาดเบียทริซนางยังกล้าทรยศ...นับประสาอะไรกับเจ้า...”
“ม หมายความว่าอย่างไรกันคะองค์ชายเจตต์...?”
ความจริงใกล้ถูกเปิดเผยหากยอมให้เจตต์พูดต่อไปคงมีแต่ความพยายามทั้งหมดหลายปีจะสูญหายไป
แหวนที่เบียทริซใส่สามารถคุ้มครองเจ้าหล่อนได้แต่ใช่ว่าจะคุ้มครองคนอื่นรอบห้องได้และไม่มีใครใส่แหวนหรือเครื่องประดับเสริมเวทย์คุ้มครองทั้งสิ้น
พริสทีนก็อยู่ที่พระราชวังคงไม่สามารถมาถึงได้ในเวลาอันสั้น!
โอกาสมีเพียงครั้งนี้!!!
“นั่นสิคะ องค์ชายพูดอะไร ดิฉันไม่เห็นจะรู้เรื่อง...”
อึก..! เจตต์ผงะไปชั่วขณะรับรู้ได้ถึงคำพูดที่จุกอยู่ในอก สิ่งที่ตั้งใจจะพูดเมื่อครู่เหมือนถูกกลืนหาย
“ทุกคนล่ะคะเข้าใจที่องค์ชายเจตต์พูดหรือไม่คะ?” ปฏิกิริยาที่ได้รับจากคนรอบข้างมีเพียงใบหน้าราบเรียบและดวงตาเหมือนปลาตาย
ชายหนุ่มพยายามอดทน.. แม้สายตาเริ่มพร่ามัวสติใกล้จะเลือนหายได้ทุกเมื่อ
นี่คือสิ่งที่เบียทริซเผชิญมาตลอด 10 กว่าปี
การโดนควบคุมจิตใจ...!
กรอด...ขบฟันแน่นพยายามกล้ำกลืนฝืนทนฤทธิ์ของมันให้ได้มากที่สุด...
‘ได้โปรด.... ตั้งสติให้ดีนะคะองค์ชายเจตต์...’
เสียงไม่คุ้นหูแล่นเข้ามาในสมองก่อนเขา....จะแน่นิ่งไป
ทุกคนนิ่งเงียบกันหมดสีหน้าเวโรนิก้าเริ่มผ่อนคลายลง แต่ยังไม่หายเครียดเท่าไหร่นัก
“เกือบไปแล้ว...ยัยขี้ขลาดนั่นมัวแต่ทำบ้าอะไรอยู่กันนะ!!”สบถเสียงดังถึงคนผู้ถูกกล่าวถึง หยิบลูกแก้วอันเล็กขึ้นมามันเรืองแสงส่องสว่างเพียงเล็กน้อย ก่อนฉายภาพของใครบางคนออกมา...
‘ม...มีอะไรรึคะ...’
“ทำไมถึงชักช้านักเพราะเจ้าข้าถึงได้ต้องใช้พลังไปอย่างเปล่าประโยชน์น่ะรู้มั้ยว่ามันผลาญมานาไปมากแค่ไหน!!แล้วงานที่ว่าไปถึงไหนแล้วยะ!!”
‘ข ขออภัยด้วยค่ะ..ทุกอย่าง...ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ...’
“ก็แล้วไป อย่าลืมส่งคนไปจัดการยัยผู้หญิงคนนั้นด้วยล่ะ”
‘ค่ะ...’ ปลายสายเงียบไปสักพักใหญ่ ‘...เรา...ควรเลิกดีกว่ามั้ยคะ...ถ้ายังทำต่อไปอาจจะ---’
“เงียบนะ!!! ข้ารู้ว่าเจ้าจะพูดอะไรแต่ถ้าทำอย่างนั้นหมายความว่าเจ้าลืมบุญคุณพวกข้า อย่าลืม...ว่าที่เจ้ายังอยู่มาได้ทุกวันนี้เพราะใคร!เข้าใจไหม!”
‘....ค่ะ..ท่านพี่.....’
“เพราะใครงั้นรึ...”
กึก!!! ชะงักแทบจะทันทีรีบหันกลับไปมองที่มา ใจหวังไว้ว่าแค่หูหลอนไปทว่าตรงหน้าคนที่ควรจะถูกควบคุมจิตใจจนกลายเป็นหุ่นเชิดอีกคนกลับขยับเขยื้อนได้ตามปกติ!!!
แถมพ่อบ้านของเขาเองก็ขยับได้และอาศัยตอนเธอพูดกับน้องสาวช่วยคนอื่นๆออกไปจากห้อง
“ด ได้ไง!? ทำไมขยับได้!?”
ชายหนุ่มดึงถุงมือข้างที่กอดไหล่เบียทริซออกสวมแหวนคล้ายกับของเบียทริซไม่มีผิด“ข้าไม่ได้โง่...ขนาดไม่เตรียมของมาป้องกันเรื่องแบบนี้... ถึงมันจะออกฤทธิ์ช้าแต่ก็โชคดีที่มีคนช่วยล่ะนะ...”
“อึก!”
“ยอมแพ้ซะเวโรนิก้า...แผนที่เจ้าวางไว้จบลงแล้ว...”
“ข ข้าจะไม่สิ้นความหวังเป็นอันขาด...!!ข้าคือผู้ถูกเลือกจากพระเจ้า ข้าคือผู้ที่จะกลายเป็นผู้นำของอาณาจักรแห่งนี้.....ไม่ใช่เจ้า!”
ในเมื่อใช้ [มนตราลุ่มหลง] กับอีกฝ่ายไม่เป็นผลสิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือถ่วงเวลาหนีไปให้ได้!
เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็ร่ายเวทย์โจมตีใส่เจตต์ทันที!
ฟึ่บ!!! ตูม!!! ชู่วว... กำแพงข้างหลังเริ่มละลายหากเขากระโดดไม่ทันเมื่อครู่คงเกิดปัญหาแน่ เวทย์ของเวโรนิก้าคือพิษหากพลาดนิดเดียวอาจจะละลายหายไปได้
แต่...พอมาคิดถึงความน่ากลัวที่ตนเคยเผชิญมาในวัยเด็ก...เจ้ามังกรสีดำจอมปลอมนั่น...
เพราะงั้นหญิงสาวตรงหน้าดูไม่น่ากลัวเลยแม้แต่น้อย...
“สิ่งที่เจ้าหวังไม่เกี่ยวกับเบียทริซ...ทำไมถึงต้องหลอกใช้นางด้วย...” ฝากเบียทริซให้พ่อบ้านคนสนิทพาออกไปจากห้องคนอื่นๆเองก็เช่นกัน แล้วมายืนประชันหน้าเวโรนิก้า
“ไม่เกี่ยว? ไม่เกี่ยวงั้นเหรอ!! เกี่ยวสิ...เกี่ยวมากเลยด้วย เพราะนาง เพราะนางแย่งทุกสิ่งทุกอย่างของข้าไปยังไงล่ะ!!”สร้างแส้พิษขึ้นมา
จากที่ยิ้มเพื่อปกปิดอารมณ์ทุกอย่าง
ตอนนี้กลับมีแต่ความโกรธ
“แย่งทุกสิ่งไป...”
“เพราะพ่อแม่นาง...เพราะเจ้าสองคนนั้นทำให้พ่อแม่ของข้าต้องถูกเนรเทศ!!”
...ถูกเนรเทศ... แอบตงิดใจเล็กๆ ในเมื่อเจ้าหล่อนเป็นบุตรของท่านเคานต์และทั้งคู่ยังอยู่อย่างสุขสบายดีแม้จะมีความลือกับพ่อแม่ของเบียทริซในเรื่องเกี่ยวกับเงินก็ตาม
นั่นหมายความว่า.... “พ่อแม่คนปัจจุบัน... เจ้าควบคุมแฝงเข้าไปเป็นบุตรพวกเขาสินะ...”
เวโรนิก้าคลี่ยิ้มหวานอาบยาพิษ “นั่นสิน๊า~”
“เจ้าทำไปได้ยังไง...”คงเพราะเป็นบุตรของท่านเคานต์ตนจึงไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่นัก
แต่เท่าที่ลองสืบประวัติมาไม่นานมานี้ก่อนหน้าที่เวโรนิก้าจะถูกเปิดตัวในสังคม ไม่มีใครเห็นบุตรของทั้งคู่สักครั้งและคนสนิทหลายคนต่างก็รู้ว่าตัวภรรยานั้นมีบุตรยาก
แต่หลายคนก็คิดว่าทั้งคู่ซ่อนบุตรไว้เพื่อป้องกันเหตุร้ายด้วยความเป็นห่วงจึงไม่มีปัญหาอะไรนัก
เป้าหมายของเวโรนิก้าก็คงไม่พ้นเรื่องแก้แค้---
“ทั้งหมดก็เพื่อพระเจ้าของพวกเรายังไงล่ะ!!”
“....หา?”
“ทั้งหมดก็เพื่อเจตนารมณ์ของท่าน! โอ...พระเจ้าแห่งผองเราท่านกำลังดูข้าอยู่รึไม่ข้าผู้นี้กำลังลงทัณฑ์คนขลาดเพื่อตอบสนองความคาดหวังของท่านอยู่นะคะ! อีกไม่นาน...อีกไม่นานสิ่งที่ท่านคาดหวังในตัวข้าก็จะเป็นจริง ทุกสิ่งที่ข้าเคยได้รับและถูกขโมยไปข้ากำลังจะได้กลับคืนมาแล้วค่ะ!”
ท่าทางการพูดด้วยสีหน้าเปรมปรีดิ์หอบหายใจด้วยใบหน้าแดงก่ำนั่น...ทำเอาองค์ชายน้ำแข็งแอบขนลุกเล็กน้อย
นั่นไม่ใช่แค่นับถือแล้ว!
“แล้วน้องของเจ้าล่ะ...” จากที่ฟังมาตอนแกล้งทำเป็นถูกควบคุมอยู่ได้ยินว่าอีกฝ่ายเองก็มีพี่น้อง
และเสียงนั่นค่อนข้างคล้ายกับ...เสียงที่เขาได้ยิน
“น้อง? อ้อ... ยัยตาขาวนั่นสินะมันก็แค่ขี้ข้าเท่านั้นแหล่ะ ยัยขี้ขลาดไม่กล้าทำอะไรแถมยังอัปลักษณ์สิ้นดีที่ข้าพามันมาอยู่ด้วยก็เพราะมันยังมีประโยชน์เท่านั้นแหล่ะ!”
เพี๊ยะ!! ชู่ววว...ฟาดแส้พิษลงพื้นจนละลายเป็นรอยเชือก!
“เมื่อไหร่ที่มันหมดประโยชน์ข้าก็ไม่คิดจะเก็บมันไว้เหมือนกัน!! อย่างเช่นยัยคุณหนูงี่เง่านั่นไงล่ะ!!!”
“!!!”
ฟิ้ว!!! หมับ!! จับแส้พิษนั่นไว้ด้วยฝ่ามือที่อาบเปลวเพลิงก่อนมันจะโดนตัว“เจ้าคิดว่านางงี่เง่าสินะ...”
“ก็ใช่น่ะสิ!ยัยคุณหนูงี่เง่าเห็นอกเห็นใจคนอื่นไปทั่ว อ่อนแอจนน่ารำคาญข้าเลยเปลี่ยนให้เป็นคุณหนูที่ข้าชื่นชมยังไงล่ะ!”
“......รู้ไหม...” พรึ่บ!!! เปลวเพลิงลุกโชนกว่าเดิม“มีแต่พวกคนอ่อนแอเท่านั้นแหล่ะ... ที่คิดว่าคนอื่นอ่อนแอน่ะ...”
เพี๊ยะ!!!! ตูมมม!!!!!!!! โครม!!!
•
ตึกๆๆๆๆๆเอลฟ์สาวกับคนอื่นๆรีบวิ่งมาที่โรงแรมหรูนี่หลังจากได้รับข่าวจากพริสทีนพอเข้ามาในโรงแรมสิ่งที่เห็นคือความวุ่นวายจากเสียงที่เกิดขึ้นชั้นบนสุดจนพวกคุณหนูลูกผู้ดีคนอื่นออกมาประท้วงหาเรื่องพวกสเตลล่าต่างมองหาเจตต์กันยกใหญ่
“ขอโทษนะคะ!!!” รีบแทรกตัวไปที่โต๊ะประชาสัมพันธ์“ห ห้องขององค์ชายเจตต์อยู่ชั้นไหนเหรอคะ!?”
“ตะ ต้องขออภัยด้วยนะคะห้องขององค์ชายพวกเราไม่สามารถบอกได้ค่ะ ขออภัยจริงๆค่ะ”
“แต่ว่---” “ข้ามีธุระกับองค์ชาย...”มาริอาที่ตอนนี้สั่งให้ไลรอนอุ้มเนื่องจากวิ่งตามไม่ทันพูดขัดก่อนสเตลล่าจะพูดต่อ“บอกมาซะ...” ว่าจบก็ชูสัญลักษณ์ของ...ราชวงศ์!
“!!! ค ค่ะ กรุณนารอสักครู่นะคะ!”
.
.
.
ปึง!! วิ่งเข้ามาในห้องสิ่งแรกที่เห็นคือพ่อบ้านของเจตต์กำลังดูแลเบียทริซกับไลม์อยู่
“!!! คุณพ่อบ้านเป็นยังไงบ้างคะ!?”
“โอ้... คุณหนูสเตลล่า คุณคนอื่นๆด้วยปลอดภัยสินะครับ”
“แล้วเจ้าองค์ชายนั่นล่ะ...?”
“กำลังสู้กับคุณเวโรนิก้าข้างบนครับองค์หญิงมาริอาองค์ชายให้ผมพาคุณหนูเบียทริซ คุณไลม์ พวกพ่อบ้านกับเมดออกมาก่อนครับ”ตอบคำถามไลรอน
“ร รีบไปช่วยกันเถอะค่ะ! ถ้าเกิดอะไรขึ้นล่ะก็---”
“ไม่ต้อง...”คนถูกกล่าวถึงเมื่อครู่เดินเข้ามาพร้อมแบกร่างของเวโรนิก้าที่ถูกแส้มัดจนสลบ ไม่พอเขายังโยนลงบนโซฟาแถวนั้นโดยไม่สนใจว่าเจ้าหล่อนเจ็บหรือไม่...
“ปู่...” มองพ่อบ้านคนสนิท “ดูเหมือน...ข้าจะใช้กำลังกับผู้หญิงไปซะแล้ว...”
“อืม...กรณีนี้ถือว่าเป็นการป้องกันตัวนะครับ...ท่านเจตต์ไม่ผิดหรอกครับ”คลี่ยิ้มบางให้ ชายหนุ่มก็พยักหน้าตอบรับ
“ทั้งที่ดูสนิทกับคุณหนูเบียทริซแท้ๆ...”
“มองหน้าไม่รู้ใจหรอกสเตลล่าเพื่อนสนิทแทงข้างหลังมีเยอะแยะจะตายไป” เงือกหนุ่มลูบหัวเอลฟ์สาวเบาๆ มาริอาเองก็ช่วยตบบ่าปลอบให้รู้สึกดี
“พริสทีนบอกให้พวกเรามาที่นี่ก่อนเผื่อจะมีปัญหา... อีกไม่นานทหารที่วังกำลังมาที่นี่เพื่อรับตัวนางไป...” อธิบาย
“....ขอบคุณ องค์หญิงมาริอา...”เดินไปลูบหัวเบียทริซที่ยังคงนอนนิ่งไม่สติ สีหน้าเริ่มซีดลงดูทรมาน... “แล้ว...ทั้งคู่ไปไหนซะล่ะ..”
“เอ๊ะ?”
“......ชิอินะ...กับเดฟไกส์น่ะ...”