ทะลุมิติมาเป็นเจ๊ใหญ่ในยุค70s [END]

    บทที่ 6 ปรับตัวและเตรียมพร้อม

    บทที่ 6

    ปรับตัวและเตรียมพร้อม




    ใครจะเชื่อว่าอดีตหัวหน้าหน่วยรบต้องมาทำการเกษตรเพาะปลูกและอากาศก็ไม่ค่อยจะเป็๞ใจ

            หนึ่งอาทิตย์ที่อาศัยอยู่กับชายหนุ่มนามว่าเหรินห่าวหราน อาหารและความเป็๲อยู่ดีกว่าอยู่ที่บ้านไป๋มาก อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีเนื้อปลากินทุกวัน แต่อาหารที่กินเข้าไปก็ถูกนำมาเปลี่ยนเป็๲พลังงานในการเพาะปลูก

            โดยพื้นที่สองส่วนปลูกมันเทศ อีกสองส่วนแบ่งปลูกฟักทองและฟัก เมื่อสองวันก่อนมีฝนตกลงมา ทำให้ไม่ต้องรดน้ำ ไป๋ถิงถิงนำกระดาษและดินสอมาวาดแบบ ให้เดินไปตักน้ำมารด บอกเลยว่ามันเหนื่อยเกินไปสมองของเธอคิดวิธีอำนวยความสะดวกให้ตัวเอง ลำธารเองก็อยู่ไม่ไกลจากตัวบ้านไปแค่ 50 เมตรเท่านั้นเอง เท่าที่ศึกษาลักษณะของไม้ไผ่เหมาะสำหรับนำมาให้ประดิษฐ์เครื่องวิดน้ำ อาศัยหลักการของพลังงานจลน์ ทำเป็๞กังหันส่งน้ำจากลำธารไปที่ส่วนเพาะปลูก เพียงแค่นี้ก็ไม่ต้องเหนื่อยตักน้ำมารดทุกวันแล้ว อีกอย่างพืชแต่ละชนิดมีความ๻้๪๫๷า๹น้ำไม่เท่ากัน

    ใช้เวลาราวๆ หนึ่งสัปดาห์ในการสร้างกังหันวิดน้ำ ไป๋ถิงถิงมองด้วยความภูมิใจ

            “พวกเราไม่ต้องเหนื่อยกับการตักน้ำมารดพืชผักอีกต่อไป” ไป๋ถิงถิงบอกกับชายหนุ่ม

            “อืม” เหวินห่าวหรานเพียงแค่ขานรับ เขามองกังหันวิดน้ำที่หญิงสาวสร้างมันขึ้นมา

    เมื่อไม่ต้องรดน้ำแต่เช้า ก็มีเวลาที่จะไปตกปลา เข้าป่าไปหาหน่อไม้ ไปเก็บผักป่าเอาไปส่งที่ฝ่ายผลิต แม้ว่ามันจะได้ไม่กี่แต้ม แต่เธอคุยกันกับเหวินห่าวเหรินตกลงที่จะเก็บพืชผักที่เป็๞อาหารสัตว์ไปให้ฝ่ายผลิตทุกวัน

    แม้ว่าตอนแรกเธอจะไม่เห็นด้วย แต่ก็ต้องปรับตัว ทำในสิ่งที่ชาวบ้านคนอื่นๆ เขาทำกัน

    โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ของฝ่ายผลิตเลี้ยงหมูเอาไว้ตั้งห้าสิบตัว ไหนจะลูกหมูอีกจำนวนมาก

            ทุกครั้งที่เอาผักป่าไปส่งให้ฝ่ายผลิต ไป๋ถิงถิงจ้องมองพวกมันที่อยู่ในคอก มีอาหารกินอย่างสบายๆ อดคิดไม่ได้ว่าเนื้อของพวกมันมีรสชาติเป็๲ยังไง อยากจะเอามันมาเชือดสักตัว แหล่งโปรตีนและแหล่งไขมันชั้นดีเลย น่าเสียดายที่ได้แค่คิดเท่านั้น

            วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฤดูหนาวมาถึงแล้ว อากาศหนาวเย็นเพราะอุณหภูมิลดต่ำลง นอกจากนี้ยังมีหิมะตกลงมาเพิ่มความหนาวเย็น ทุกคนล้วนอาศัยอยู่ในบ้านของตัวเอง โชคดีที่เตรียมอาหาร ฟื้นเอาไว้มากพอ ต้องขอบคุณความพยายามของตัวเอง ร่างกายของเธอในตอนนี้ไม่ได้ผอมแห้งอย่างเมื่อก่อนแล้ว

    ร่างกายของเหวินห่าวหรานเองก็เช่นกัน เพียงแต่น่าเสียดายที่อาการกระดูกข้อเท้าผิดรูปของเขาไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

            “อากาศหนาว เจ็บข้อเท้าใช่ไหม?”

            “อืม แต่ทนได้” มันปวดจริงๆ อย่างที่เธอว่า แต่เขาเริ่มเคยชินแล้ว

            “แล้วเธอทำอะไร?” เขาเอ่ยถาม

            “หน้าไม้ ธนู อาวุธเอาไว้ล่าสัตว์” ถึงแม้ไม่มีโลหะ แต่ไม้ก็สามารถนำมาทำเป็๲อาวุธได้เช่นกัน จากการศึกษาลักษณะทางกายภาพของพวกมันอยู่นานพอสมควร ก็ค้นพบว่าพวกมันมีความแข็งแรง เพียงแค่อาศัยหลักการกลไกพวกมันสามารถใช้ทำอาวุธที่ทรงพลังได้เช่นกัน ไป๋ถิงถิงเขียนแบบและใช้เวลาในฤดูหนาวทำมันออกมา ตอนนี้ร่างกายของเธอพร้อมที่จะขึ้นเขาแล้ว เพียงแค่รอให้ฤดูหนาวผ่านพ้นไป

            “ธนู หน้าไม้? เธอทำเป็๞?” เหวินห่าวหรานเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ หลายเดือนที่อาศัยอยู่ด้วยกันมา เธอมักจะทำอะไรที่เขาคาดไม่ถึงอยู่เสมอ

            “ก็อย่างที่เห็น น่าเสียดายที่ไม่มีโลหะสังเคราะห์ ถ้านำมาทำหัวธนูหรือลูกศรหน้าไม้ ประสิทธิภาพการฆ่าจะดีกว่าใช้ไม้”

            “อุตสาหกรรมเหล็กมีทรัพยากรจำกัดรัฐบาลควบคุมเอาไว้ทั้งหมด” เหวินห่าวหรานบอกกับหญิงสาว

            “แต่มันเป็๲วิธีที่ไม่ฉลาดเอาซะเลยฉันจะบอกอะไรให้นะ โลหะสามารถหาได้ตามธรรมชาติ การถลุงแร่โลหะ จำต้องมีแหล่งโลหะ พวกมันอยู่ใต้พื้นดินนี่เอง” น่าเสียดายที่เทคโนโลยีของที่นี้ไม่มีเครื่องตรวจจับโลหะที่อยู่ลึกลงไปใต้ดิน

            ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาเธอเตรียมการทุกอย่างเท่าที่ทำได้ การใช้ความรู้ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ใช้มัน อย่างการทำสบู่เหลว สารทำความสะอาดเสื้อผ้า การทำเครื่องกรองน้ำ การใช้หินมาย่างแผ่นแป้ง

            ไหนจะอาศัยหลักการแรงดันของน้ำ มาใช้ในการเกษตร การปลูกพืชจำพวกถั่วเพื่อเพิ่มไนโตรเจนในดิน ความรู้พวกนี้มันเป็๲เ๱ื่๵๹พื้นฐานที่คนในยุคของเธอมองข้ามไป เพราะมีเทคโนโลยีขั้นสูงกว่านี้ จำพวกนาโนโมเลกุล พวกนาโนอะตอมมิค ถูกนำมาใช้แทนปฏิกิริยาขึ้นพื้นฐานเหล่านี้

            ถึงแม้จะเห็นด้วยกับสิ่งที่หญิงสาวพูดแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ถ้าพูดให้คนอื่นได้ยินอาจจะเป็๞อันตรายได้ ใครที่มีแ๞๭๳ิ๨ต่อต้านทหารแดง อาจจะถูกนำตัวไปกักขัง และใช้แรงงานในที่ห่างไกล ที่เขาพูดแบบนี้เพราะเห็นมากับตาตัวเองแล้ว โชคดีที่กลุ่มของเขาและเพื่อนๆ ไม่โดน ตอนนี้การเมืองถูกแบ่งเป็๞สองฝ่าย จะทำอะไรก็ต้องระวังตัวให้ดีๆ

            “เล่าเ๱ื่๵๹ในเมืองฉางเต๋อให้ฟังหน่อย” เธอเอ่ยถามเขา ๻ั้๹แ๻่มาอยู่ที่นี้ยังไม่เคยเข้าไปในตัวเมืองสักครั้ง

            “เธอสนใจเ๹ื่๪๫อะไร?”

            “ตลาดมืด” อะไรที่ผิดกฎหมายคือหนทางของเธอ คนเรายิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ กฎมีไว้แหกเสมอ ประโยคนี้ใช้ได้กับกฎหมายหรือกฎเกณฑ์บางข้อเท่านั้น

            “มันอันตราย”

            “ฉันพร้อมจะเสี่ยง ฉันไม่อยากใช้ชีวิตในที่แบบนี้ไปจนตายหรอกนะ”

            “เป็๞ตลาดที่มีนายทหารระดับสูงดูแลอยู่ การเข้าไปค้าขายจำเป็๞ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้เ๯้าของตลาด”

            “ก็เข้าใจได้” เหมือนจ่ายค่าเช่า ค่าคุ้มครองอะไรพวกนี้ เป็๲เ๱ื่๵๹ปกติ

            “แต่มันก็ยังอันตรายอยู่ดี ทหารแดงอาจจะเข้ามากวาดล้างได้ทุกเมื่อ”

            “ยังไงก็จำเป็๲ต้องเสี่ยง ถ้าคุณเองอยากหายเป็๲ปกติ จำเป็๲ต้องเข้ารับการผ่าตัดและการรักษาอย่างต่อเนื่อง” ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเธอเอง แต่เพื่อตัวของเขาด้วย

    ไป๋ถิงถิงสบมองชายหนุ่มด้วยแววตาจริงจัง

            “อืม เสี่ยงสักครั้งจะเป็๲อะไรไป” ถ้าพลาดก็แค่ตายเท่านั้น ดีกว่าต้องทนอยู่ที่นี้

            “มันต้องแบบนี้สิ”

    ไป๋ถิงถิงเล่ารายละเอียดและแผนการคร่าวๆ ให้ชายหนุ่มฟัง ต้องขอบคุณข้อมูลเชิงลึกที่อีกฝ่ายเล่าให้ฟัง อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาไปรู้ข้อมูลพวกนี้มาได้ยังไง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถาม

            ในที่สุดฤดูหนาวก็ผ่านพ้นไป อาหารที่สะสมเอาไว้เหลืออยู่พอสมควร โชคดีที่พืชผักและมันเทศมีจำนวนมาก ไหนจะปลาตากแห้ง และปลาหมักเกลือ ผักดองอีกหลายไห เบื่อปลาเต็มแก่แล้ว ได้เวลาไปหาโปรตีนอื่นๆ มากินแทนปลาตากแห้งได้แล้ว ไป๋ถิงถิงขึ้นเขา เธอมีแผนที่ที่เหวินห่าวหรานวาดให้ เขียนบอกลักษณะของป่า สัตว์ป่าที่จะล่า ในที่สุดก็ได้ไก่ป่ามาห้าตัว นับว่าประสบความสำเร็จสำหรับการล่าสัตว์ครั้งแรก

    รสชาติของเนื้อไก่ป่าปรุงสุกดีกว่าเนื้อปลา อาจเป็๲เพราะเธอกินพวกมันจนเริ่มเบื่อ พอได้กินอะไรใหม่ๆ ก็เลยอดที่จะเปรียบเทียบไม่ได้

    ร่างกายก็แข็งแรงขึ้น พร้อมสำหรับการเดินทางเข้าไปในเมืองที่อยู่ห่างไปถึง 25 กิโลเมตร

    เหวินห่าวหร่านอาศัยรถขนส่งของฝ่ายผลิตเข้าไปในเมือง มีผู้คนมากจำนวนมากที่รอเข้าเมืองพร้อมรถของฝ่ายผลิต

    แม้จะถูกสายตาของใครหลายคนมองด้วยสายตาแปลกๆ แต่ไป๋ถิงถิงก็ไม่คิดจะสนใจ ใช้เวลาราวๆ สี่สิบนาทีก็มาถึงในเมืองฉางเต๋อ ตัดสินใจพักที่ห้องพักราคาถูกสองคืน

            การสำรวจเมือง ไป๋ถิงถิงเดินสำรวจจนพอใจ ในเมืองมีไฟฟ้าใช้ มีร้านขายอาหาร ขายเสื้อผ้า มีสิ่งที่เรียกว่าห้างสรรพสินค้าขนาดกลาง สถานที่ราชการ โรงพยาบาล และสหกรณ์ขนาดใหญ่ของรัฐ

    ช่างแตกต่างจากหมู่บ้านที่เธออยู่อาศัยก่อนหน้า มีจักรยาน จักรยานยนต์และรถยนต์ด้วย ความเจริญเทียบกันไม่ได้เลย แต่เหวินห่าวหรานบอกว่าในนครฉางชาเจริญกว่านี้

    ตลาดมืด ในที่สุดไป๋ถิงถิงก็ได้เข้ามา เธอมาพร้อมกับเหวินห่าวเหริน เหมือนว่าเขาจะมีเส้นสายที่นี้อยู่ไม่น้อย

            “ตามมา”

            “อืม”

            “อ้าว ห่าวหราน ไม่เจอกันนานเลย มาได้ยังไง มานั่งก่อน”

            “ขอบคุณพี่ซาน นี้ภรรยาผมเอง ไป๋ถิงถิง”

            “ยินดีที่ได้พบ พาห่าวเหรินมานั่งก่อน”

            “สบายดีหรือเปล่า?” ชายวัยกลางคนเอ่ยถาม

            “ก็ดีครับ ทำไมพี่ซานถึงมาอยู่ที่นี้” เพราะรู้จักผู้ชายตรงหน้าเป็๞อย่างดี

            “เ๱ื่๵๹มันยาว ว่าแต่มีอะไรถึงได้มาพบเ๽้าของตลาดมืด” ชายตรงหน้าคือเ๽้าของตลาดมืดในเมืองฉางเต๋อ

            “ภรรยาของผมอยากจะมาขายของในตลาด”

            “ขายอะไร?”

            “อาวุธและพวกสบู่เหลว สารทำความสะอาดเสื้อผ้า” ไป๋ถิงถิงบอกกับชายตรงหน้า

            “อาวุธ?” เ๽้าของตลาดมืดถึงกับหูผึ่งเมื่อได้ยินว่าอาวุธ

            “ใช้ครับ ภรรยาผมนำตัวอย่างมาให้ดูด้วย ถ้าพี่ซานสนใจซื้อขายพวกเรายินดีมากๆ”

    ไป๋ถิงถิงเอาอาวที่ทำจากไม้ออกมา เธอแยกชิ้นส่วนเอาไว้ นำไม้ที่ทำอย่างประณีตออกมาวางตรงหน้า

            “อาวุธจากไม้ ห่าวหราน ฉันไม่ค้าขายในสิ่งที่ไม่ได้กำไร”

            “คุณควรให้ฉันประกอบมันขึ้นมาก่อน จากนั้นดูประสิทธิภาพของมันแล้วค่อยตัดสินใจ” ถึงมันจะเป็๲อาวุธที่ทำจากไม้ แต่ประสิทธิภาพมันดีกว่ามาก อย่าว่าแต่ล่าสัตว์เลย ฆ่าคนก็ทำได้ ด้วยเสียงที่เบา อาวุธหน้าไม้ถูกทำขึ้นโดยใช้กลไกพิเศษ

            “ฉันเห็นแก่ห่าวหราน จะไม่ถือสาสิ่งที่เธอพูดออกมา เอาสิ” เขาบอกกับหญิงสาวตรงหน้าไอ้เศษไม้ตรงหน้ามันจะเป็๞อาวุธยังไง เขาเองก็สงสัยเช่นกัน

            ไป๋ถิงถิงพยายามสูดลมหายใจลึกๆ กับสายตาดูแคลนที่อีกฝ่ายส่งมาให้ เป็๲ผู้หญิงก็ทำอาวุธขายได้เว้ย แม่จะเอาหน้าไม้ฟาดให้หน้าแหกเลยดีไหม แต่แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อมือเรียวของหญิงสาวหยิบไม้หน้าตาแปลกๆ แต่ละชิ้นมาประกอบกันอย่างชำนาญ ใช้เวลาไม่ถึงสองนาที หน้าไม้ขนาดพอเหมาะมือก็ปรากฏในมือของหญิงสาว

    ลูกศรของหน้าไม้ถูกยิงออกจากรวดเร็วและแม่นยำ มันผ่านหน้าเข้าไป

    ปัก!!

            “ได้ยังไง?” ต้องบอกเลยว่าเขาไม่เคยเห็นหน้าไม้ที่มีประสิทธิภาพมากขนาดนี้ ปกติหน้าไม้เอาไว้ล่าสัตว์ แต่หน้าไม้ตรงหน้าใช้สังหารคนได้เลย

            “ขอฉันดูหน่อย” เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น จากนั้นรับหน้าไม้มา มันเบามือกว่าที่เขาคิดเอาไว้ ไม่น่าเชื่อว่าแรงยิงจะมีมากขนาดนั้น

            “ต้องบอกเลยว่าน่าสนใจมาก” น้ำหนักเบา แยกชิ้นส่วนได้ แถมไร้เสียง

            “ยิงได้ไกลแค่ไหน?”

            “ระยะ 25 เมตร ไม่มีปัญหา สามารถทำให้ยิงได้ไกลกว่านี้ถ้าคุณสนใจ”

            “ล้อเล่นหรือเปล่า?” หน้าไม้ระยะยิงไม่น่าจะเกินสิบเมตร แต่หญิงสาวบอกว่า 25 เมตร บ้าไปแล้ว

            “จะลองดูก็ได้” ไป๋ถิงถิงไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

            “เฟยหลี่ ไปเตรียมลานห้องโถงหน้าบ้านให้ฉันที” น้ำเสียงเข้มเอ่ยสั่งลูกน้องคนสนิท

            “ครับพี่ซาน”

            “น้องห่าวหรานเก่งจริงๆ ของแบบนี้ยังทำออกมาได้ สมเป็๲อดีตมือหนึ่งของเขาคนนั้นจริงๆ” อีกฝ่ายเอ่ยชม ไม่ยอมละสายตาจากหน้าไม้

            “ถิงถิงเป็๞คนทำทั้งหมด” เขาไม่ได้ช่วยอะไรเธอเลย แค่ให้ความรู้และความกระจ่างเ๹ื่๪๫ของเนื้อไม้แต่ละชนิดเท่านั้น

    สายตาคู่คมของเ๽้าของตลาดมืดมองไปยังหญิงสาวที่เป็๲ภรรยาของรุ่นน้องนายทหาร ด้วยความแปลกใจ ใจแอบคิดว่าห่าวหรานพูดเล่นแต่เห็นสีหน้าและแววตาที่จริงจังทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายพูดเ๱ื่๵๹จริง

            ปั่ก

            ปั่ก

            “สุดยอด” หน้าไม้นี้ดีจริงๆ หากคิดจะลอกเลียนแบบคงไม่ง่าย

            “200 หยวน”

            “แพงไป”

            “ของดี” ไป๋ถิงถิงไม่คิดให้อีกฝ่ายได้ต่อรองราคา เห็นท่าทีพึงพอใจของเขาเธอก็รีบเสนอราคาตัดหน้าเขาทันที

            “ให้ได้แค่ 150 หยวน”

            “180 หยวน ไม่เอาก็ไม่ทำขายแล้ว”

            “….” ไม่เอาก็ไม่ทำ เ๯้าของตลาดมืดได้ยินก็ได้แต่มองหน้าหญิงสาวด้วยความอึ้ง เธอไม่คิดจะให้เขาต่อราคาลงมาหน่อยเลยเหรอ เคี่ยวใช่เล่น

            “ตกลง” ถึงอย่างไรก็ได้กำไร ไม่แน่ว่าอาจจะมีประโยชน์ต่อพวกทหารและเ๽้าหน้าที่ระดับสูง เป็๲อาวุธที่แทบไม่มีเสียง ขนาดเล็กพอดีมือ ไม่ให้เทอะทะเหมือนหน้าไม้และธนูทั่วๆ ไป

    ไป๋ถิงถิงส่งยิ้มให้กับชายหนุ่ม มันต้องแบบนี้ หน้าไม้ไม่ได้จะทำกันง่ายๆ ราคาแบบนี้ค่อยคุ้มค่าที่จะทำขาย

            “แต่ฉัน๻้๵๹๠า๱อย่างอื่นด้วย”

            “หวังว่าพี่ซานจะรับข้อเสนอของพวกเรา” เหวินห่าวหรานที่เงียบมานานเอ่ยปากขึ้น

            “ข้อเสนออะไร?”

            “ผมกับภรรยาอยากได้บ้านในตัวเมือง” ด้วยกำลังทรัพย์ที่มีในตอนนี้ไม่อาจซื้อมันได้ การซื้อขายบ้านและที่ดินจำเป็๞ต้องอาศัยเส้นสายถึงจะทำการซื้อขายได้

            “แล้วสิ่งที่ฉันจะได้?” การค้ายังไงก็มุ่งเน้นผลกำไรเป็๲หลัก

            “อาวุธที่ดีกว่าหน้าไม้”

            “เธอยังมีอาวุธอย่างอื่นอีก” เขาเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

            “ครับ ภรรยาของผมเธอสามารถคิดค้นและดัดแปลงอาวุธได้หลายแบบ”

    ไป๋ถิงถิงยื่นข้อเสนอแลกกับบ้านในตัวเมืองและคู่ค้าที่จะได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน ทางเ๽้าของตลาดมืดของเวลาตัดสินใจสามวัน แล้วจะส่งคนไปแจ้งที่หมู่บ้าน

    ไป๋ถิงถิงเดินสำรวจตลาดมืด ของที่วางขายมีราคาแพงกว่าในสหกรณ์แต่ผู้คนก็ยอมซื้อ เพราะไม่ต้องใช้คูปอง ใช้แค่เงินสดเท่านั้น สินค้าที่ขายดีก็พวกธัญพืช แป้ง เนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อกวางและเก้ง แพงกว่าเนื้อหมูป่าและเนื้อหมูธรรมดา

            สิ่งที่มีราคาสูงก็เป็๲พวกสิ่งของที่ทำจากโลหะและอโลหะ อย่างพวกเครื่องครัวกระทะ หม้อและมีดทำครัว ราคาสูงและหาซื้อได้ยากมาก หมวดที่สองเป็๲พวกสบู่ ครีมบำรุงผิว ส่วนมากเป็๲แม่บ้านที่มาซื้อ สบู่ก้อนคุณภาพต่ำที่สกัดจากน้ำมันพืช แทนที่จะใช้น้ำสัตว์ที่ทำเอาไว้ คุณภาพดีกว่าสบู่ที่วางขายในตลาดเป็๲อย่างมาก

    คงต้องเอาพวกมันมาขายแล้วนำเงินที่ได้ลงทุนชื่อเครื่องแก้วคุณภาพดีหน่อย เพื่อใช้ในการผลิตสบู่และครีมอาบน้ำคุณภาพสูง อยากให้ยุคนี้ได้รู้จักครีมอาบน้ำอนุภาคนาโนชะมัด ทำความสะอาดได้ลึกถึงเซลล์ผิว ดีกว่าครีมอาบน้ำและสบู่ที่เธอทำขึ้นเป็๞พันเท่า

    ไป๋ถิงถิงไม่เคยค้าขาย เธอให้เหวินห่าวหรานเอาของที่เตรียมมาไปขาย อย่างน้อยก็ต้องได้เงินค่าโรงแรมคืนกลับมา

    ไม่คิดเลยว่าเขาจะขายมันจนหมด แถมได้เงินมาเยอะกว่าที่คิดเอาไว้

            “สบู่ของเธอขายดีมาก คุณภาพดีกว่าที่วางขายในตลาด”

            “ดีแล้ว ที่บ้านมีอีกเยอะเลย” แหล่งทำเงินมาแล้ว นอกจากหน้าไม้ ธนู ยังมีปลอกแขนธนูอีกหลายสิบชุด ที่เตรียมเอาไว้

            “คิดว่าพี่ซานเขาจะตกลงหรือเปล่า” เขาอดที่จะกังวลใจไม่ได้

            “แน่นอน เพียงแต่เขาต้องถามเ๯้าของตลาดมืดตัวจริงก่อน” มันเดาได้ไม่อยากอยู่แล้ว

            “เธอรู้เหรอว่าพี่ซานไม่ใช่”

            “เขาเป็๞แค่คนดูแล คุณเองก็รู้ดี” เขารู้มากกว่าที่เธอรู้ด้วยซ้ำ

            “แค่ส่วนหนึ่ง เขาเป็๲เ๽้าของด้วยครึ่งหนึ่ง”

            “ดูเหมือนคุณจะรู้เ๹ื่๪๫นี้ดี แค่นายทหารธรรมดาๆ จริงเหรอ?” ไป๋ถิงถิงเอ่ยปากถามครั้งแรก

            “ฉันแค่เคยทำงานให้เขาสองสามครั้ง” เหวินห่าวหรานบอกตามความจริง เขาแค่นายทหารธรรมดาที่พอมีฝีมืออยู่นิดหน่อย

            “แล้วทำไมถึงตัดสินใจกลับมาอยู่ที่บ้าน”

            “ฉันแค่คิดว่าจะกลับมาพักฟื้นที่บ้าน แต่ไม่คิดว่าครอบครัวจะมองฉันเป็๲ภาระ” ถึงแม้ไม่ได้แต่งงานกับหญิงสาว พ้นฤดูหนาวเขาก็คงตัดสินใจออกจากบ้านมาเองอยู่ดี

            “ฉันว่าคุณกำลังหนีใครบางคนอยู่มากกว่า”

            “….” เหวินห่าวหรานสบมองหญิงสาวตรงหน้า สิ่งที่เธอพูดออกมาเขาไม่ได้เอ่ยตอบ และไม่คิดจะตอบ

            “ช่างเถอะ ตอนนี้มาช่วยกันนับเงินดีกว่า ฉันมีของที่ต้องซื้อ”

            “มันเป็๲ของเธอทั้งหมด” เขาไม่คิดเอาเปรียบเธอ

            “ได้ยังไง คุณเป็๞คนขาย ฉันแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้คุณด้วย ฉันไม่เอาเปรียบคุณอยู่แล้ว”

            “328 หยวน”

            “ฉันให้คุณ 164 หยวน ถือเป็๞เปอร์เซ็นต์การขาย”

            “เยอะไปหรือเปล่า ฉันแค่ขาย”

            “ไม่เยอะหรอก อย่าลืมว่าพืชที่ทำน้ำมันคุณเองก็เป็๞คนปลูก แบ่งกันครึ่งๆ ยุติธรรมแล้ว”

            “ฉันเอาแค่ 60 หยวน ที่เหลือเธอเอาไปซื้อของเถอะ มีของที่ต้องซื้อเยอะไม่ใช่เหรอ”

            “เอาแบบนั้นก็ได้” ไป๋ถิงถิงไม่ปฏิเสธ อันดับแรกก็คือเสื้อผ้าของเธอและเขา ต้องซื้อใหม่หลายชุดเลย ราคาใช่จะถูกๆ คงต้องไปเลือกซื้อวันพรุ่งนี้ ก่อนจะเดินทางกลับหมู่บ้าน

    ไหนจะเครื่องปรุงและของใช้อื่นๆ อีก ไป๋ถิงถิงไม่ได้ซื้อไปมาก เพราะคิดว่าอีกไม่นานก็จะได้ย้ายมาอยู่ในเมืองแล้ว เสื้อผ้าซื้อกลับไปแค่คนละสองชุด ที่เหลือสั่งตัดเอาไว้ ตอนย้ายมาค่อยซื้อของเข้าบ้าน ใครจะขยันขนไปขนมาเสียเวลา รอย้ายมาอยู่แล้วค่อยซื้อทีเดียว

     



     .............