บทที่ 47 ไม่แปลกใจเลยที่นายไม่มีแฟน
กวนชิงเฟิงยิ้มกว้าง “รู้แล้ว ถ้าพี่ไม่อยากแต่งงานใหม่ก็ไม่เป็นไร ต่อไปผมจะหาเงินเลี้ยงพี่เอง!”
“นายเรียนหนังสือให้จบก่อนแล้วค่อยว่ากัน” หลีเกอรู้สึกอบอุ่นใจที่น้องชายเข้าใจเธอ “ไปกัน พี่จะเลือกชุดสูทให้เธออีกสองชุด เผื่อโรงเรียนของเธอมีกิจกรรมอะไรจะได้ใช้”
สองพี่น้องเดินคุยกันไปเรื่อย ๆ แล้วเข้าไปในร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง
‘คาแรกเตอร์’ เป็นร้านสูทที่สืบทอดกันมาร้อยปีในเยียนจิง ต่อมาถูกซื้อและปรับปรุงใหม่โดยบริษัทฟู่จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์หรูระดับนานาชาติได้สำเร็จ สูทของ ‘คาแรกเตอร์’ ได้รับความนิยมอย่างมากมาโดยตลอด
“นี่ ถ้าไม่ซื้อก็อย่าจับ ถ้าเลอะแล้วจะทำยังไง?”
“นี่ลุง ดูจากการแต่งตัวแล้วคงไม่มีปัญญาซื้อสูทหรอก ไปดูที่ร้านข้างล่างแทนเลยไป!”
หลีเกอและกวนชิงเฟิงเพิ่งเข้ามาในร้าน ก็ได้ยินเสียงพนักงานขายต่อว่าลูกค้า
เมื่อมองไปที่ต้นเสียง หลีเกอเห็นชายชราคนหนึ่งแต่งตัวเรียบง่ายยืนอยู่หน้าราวแขวนสูท ดูเหมือนกำลังเลือกเสื้อผ้า พนักงานขายที่อยู่ข้าง ๆ เขามีสีหน้าไม่พอใจ
เมื่อพนักงานขายเห็นชายชรายื่นมือไปจับชุดสูท เธอก็หน้าบึ้งตีมือเขาอย่างแรง “บอกแล้วไงว่าอย่าแตะ ถ้าคุณแตะแล้วเราจะขายยังไง?”
กวนชิงเฟิงเบ้ปากด้วยความรังเกียจ “แค่พนักงานขายเสื้อผ้า ทำไมถึงได้หยิ่งยโสขนาดนี้”
“ทนดูไม่ได้ใช่ไหม?” หลีเกอมองเขาแล้วยิ้มเล็กน้อย “พี่ก็ทนดูไม่ได้เหมือนกัน”
หลีเกอเดินไปทางนั้นแล้วเอื้อมมือไปหยิบสูทตัวหนึ่งลงมาจากราว “เนื้อผ้าดีจังเลยนะเนี่ย”
เธอยังเอาสูทมาทาบตัวกวนชิงเฟิงสองสามครั้ง
พนักงานขายเห็นถุงที่พวกเขาถือมา ตาเป็นประกายขึ้นทันทีจึงรีบเข้ามาประจบประแจงว่า “แน่นอนค่ะ ผ้าพวกนี้นำเข้ามาจากอิตาลีทั้งนั้น เย็บมือทั้งหมด พวกคุณตาถึงมากเลยค่ะ”
“แฟนหนุ่มของคุณก็หล่อมากเลยนะคะ ให้เขาลองใส่พวกนี้ดูก็ได้ค่ะ”
พนักงานขายรีบหยิบสูทอื่น ๆ จากชั้นวางมาให้หลีเกอ พลางชมกวนชิงเฟิงไม่หยุดปาก
“อืม ก็ไม่เลวนะ” หลีเกอทำท่าครุ่นคิดสักพัก “งั้นก็ช่วยห่อให้ฉันทั้งหมดเลยแล้วกันนะ”
“ห่อทุกชุดเลยเหรอคะ?” สูทแต่ละชุดราคาหลายหมื่น ลูกค้าคนนี้ต้องการสี่ห้าชุด ทำเอาพนักงานขายถึงกับอึ้งไป แต่ก็ยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิมก่อนจะรีบหยิบสูทไปเตรียมห่อ
“เดี๋ยวก่อน” หลีเกอเรียกพนักงานขายคนนั้นไว้ก่อนจะยิ้มแล้วพูดว่า“ขอโทษนะ ฉันเป็นคนรักความสะอาด สูทพวกนี้คุณได้จับแล้ว ฉันไม่อยากได้แล้วละ”
สีหน้าของพนักงานขายคนนั้นเปลี่ยนไปในทันที “คุณลูกค้า นี่คุณ...”
“ฉันทำไมเหรอ?” หลีเกอย้อนถาม “คุณลุงมาดูสูทในร้านของคุณ ถือเป็นเกียรติของร้านแล้วนะ ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วย กลัวเขาจะไม่มีปัญญาซื้อหรือไง?”
“คุณลุงคะ เราไปกันเถอะค่ะ” หลีเกอควงแขนชายชราแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “ยังมีร้านสูทอีกหลายร้านบนชั้นนี้ ไม่จำเป็นต้องมาดูสีหน้าคนอื่นที่นี่หรอกค่ะ”
ชายชราแต่งตัวเรียบง่าย แต่มีบุคลิกที่ดีและดูสงบเสมอ เขาเพียงแค่มองหลีเกอด้วยสายตาที่เฉียบคมและพยักหน้า “ตกลง”
ทั้งสามคนจึงพากันเดินออกจากร้านสูทร้านนั้นไป
“คุณลุงจะซื้อสูทให้ใครเหรอคะ?”
“จะซื้อให้ลูกชายน่ะ” ชายชรายิ้มตอบ “ใกล้จะถึงวันเกิดเขาแล้ว อยากให้ของขวัญเขาหน่อย แต่ฉันจำวันเกิดเขาไม่ได้ เลยตั้งใจจะให้เนกไท คุณช่วยเลือกให้หน่อยได้ไหม?”
“ได้สิคะ ยังไงน้องชายฉันก็ต้องซื้อสูทอยู่แล้ว”
หลีเกอพาทั้งสองเข้าร้านอาร์มานี่ เธอบอกไซซ์ของกวนชิงเฟิงให้พนักงานขาย ระหว่างที่รอกวนชิงเฟิงลองสูทเธอก็ช่วยชายชราเลือกเนกไทไปด้วย
“คุณลุง ปกติลูกชายคุณใส่สูทสีอะไรเหรอคะ?”
“ส่วนใหญ่เป็นสีดำนะ เขาค่อนข้างเลือก ไม่ชอบสีสันฉูดฉาดเท่าไหร่”
หลีเกอมองหาในลิ้นชักแล้วหยิบเนกไทออกมาสองเส้น “คุณลุงลองดูสิคะ ว่าพวกนี้ใช้ได้ไหม?”
ชายชราดูพอใจมาก “แม่หนูนี่ตาแหลมจริง ๆ”
“เอาทั้งสองเส้นเลยค่ะ” หลีเกอส่งเนกไทให้พนักงานขาย “ของขวัญน่ะค่ะ ช่วยห่อให้สวย ๆ หน่อยนะคะ”
“ได้เลยค่ะ”
ชุดสูทที่กวนชิงเฟิงลองใส่ทั้งสองชุด หลีเกอคิดว่าดูดีทั้งคู่ เธอจึงเลือกเนกไทที่เข้ากันสองเส้น แล้วคิดเงินรวมกับเนกไทที่เลือกให้ชายชรา
ชายชรารีบห้าม “ไม่ต้องลำบากหรอก เดี๋ยวผมจ่ายเอง”
“ไม่เป็นไรค่ะ เนกไทสองเส้นไม่ได้แพงอะไรมาก” หลีเกอดันบัตรของเขากลับคืนไป เธอเห็นชายชราคนนี้แล้วก็นึกถึงคุณปู่ที่ล่วงลับไปแล้ว “เก็บบัตรไว้เถอะค่ะ”
ตอนออกมาชายชรายังคงขอบคุณหลีเกออยู่ และยืนกรานจะเลี้ยงน้ำชาพวกเธอ
หลีเกอกับกวนชิงเฟิงรีบกลับ จึงไปซื้อชานมไข่มุกมาคนละแก้ว แล้วให้ชายชราจ่ายเงิน ชายชราก็ทันสมัยตามเด็ก ๆ ถือชานมไข่มุกหนึ่งแก้ว แล้วลงไปด้วยกัน
“คุณลุง เดินทางกลับบ้านดี ๆ นะคะ” ตอนขึ้นรถหลีเกอยิ้มให้ชายชรา “แล้วเจอกันใหม่ค่ะ”
ชายชรายิ้มตอบ “แล้วเจอกันใหม่”
หลีเกอเพิ่งจะนั่งแท็กซี่ออกไปได้ไม่นาน รถเก๋งสีดำคันหนึ่งก็แล่นมาจอดข้างทาง ผู้ช่วยจางรีบลงจากรถแล้วเดินมาหาชายชรา “คุณท่านครับ ประธานฟู่บอกว่ามีธุระเลยให้ผมมารับท่านแทนครับ”
“ถ้ามีธุระก็ไปทำเถอะ ไม่ต้องรีบร้อน” ชายชราพูดพลางเปิดประตูเข้าไปนั่งด้านหลังรถ แถมยังดูดชานมไข่มุกไปอีกสองสามอึก รู้สึกว่าหวานเกินไป แต่ก็อร่อยดี ไม่แปลกใจที่คนหนุ่มสาวจะชอบ
ขณะที่ผู้ช่วยจางกำลังจะขึ้นรถ ชายชราก็พูดว่า “ไปซื้อชานมไข่มุกเสาวรสดับเบิ้ลช็อตที่ร้านโคโค่ให้ฉันหน่อย”
“ซื้อชานมไข่มุกเหรอครับ?” ผู้ช่วยจางไม่เข้าใจ แล้วเพิ่งจะสังเกตเห็นชานมไข่มุกในมือของชายชรา เขาก็ตกตะลึงไปเล็กน้อย “ท่านไม่ใช่ดื่มแต่ชาเหรอครับ ทำไมมาดื่มอันนี้ล่ะ?”
“ทำไม มีแต่พวกเด็ก ๆ ถึงจะดื่มได้เหรอ ฉันดื่มไม่ได้รึไง?” ชายชราจ้องมองเขา “ไม่แปลกใจเลยที่นายยังไม่มีแฟนจนถึงตอนนี้ ไม่มีอะไรน่าชอบเลยสักนิด”
ผู้ช่วยจางถึงกับน้ำตาคลอเบ้า
คุณท่านครับ คุณเล่นแรงไปแล้วนะเนี่ย?
…
ระหว่างทางกลับบ้าน รถแท็กซี่ที่หลีเกอนั่งขับผ่านร้านจำหน่ายรองเท้าแบรนด์จอร์แดน หลีเกอก็ลากกวนชิงเฟิงไปซื้อรองเท้าอีกหลายคู่
“อย่าใส่รองเท้าของคนอื่น เผื่อเขาเป็นโรคน้ำกัดเท้า จะติดต่อได้”
กวนชิงเฟิงตอบรับอย่างคลุมเครือ
โชคดีที่ลีเกอไม่รู้ว่า ‘อุปกรณ์’ ที่เขาพูดถึงคืออะไร ไม่งั้นเขาคงแย่แน่
ทั้งสองคนหอบถุงช้อปปิ้งเต็มไม้เต็มมือไปที่บ้านของแม่หลี
เมื่อแม่หลีเห็นกวนชิงเฟิงเธอก็ตกใจกับความสูงของเขา เธอคุยกับเขาอยู่นาน แล้วก็เข้าครัวไปทำอาหาร กวนชิงเฟิงอยากจะช่วยทำอาหาร แต่แม่หลีไม่ให้เขาไปช่วยเธอ
“ปล่อยให้แม่ทำไปเถอะ” หลีเกอหยิบแอปเปิ้ลมากัดหนึ่งคำ “ก็แค่ตอนที่พวกเรามาเท่านั้นแหละ ที่แม่จะทำอาหารได้หลายอย่าง ปกติแม่ก็กินอาหารจานเดียวคนเดียว”
“ต่อไปผมจะพยายามกลับมาอยู่เป็นเพื่อนแม่บ่อย ๆ”
“ไม่ต้องหรอก นายตั้งใจเรียนก็พอแล้ว” หลีเกอไม่อยากให้เขากลับมาบ่อย ๆ แล้วเสียการเรียน “ฉันกับรั่วหลิงว่างเมื่อไหร่ก็จะกลับมาเยี่ยมแม่เอง ไม่ต้องให้นายเป็นห่วงหรอก”
กวนชิงเฟิงตอบรับแล้วเหมือนนึกอะไรได้ เขาก็ล้วงแหวนวงหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้หลีเกอ “พี่ครับ นี่ผมทำขึ้นมาเองมีระบบติดตามตำแหน่งอยู่ข้างใน”
แหวนวงนี้ดูเหมือนทำจากวัสดุธรรมดา ๆ เป็นวงกลมสีดำ ไม่มีลวดลายอะไร
“แตะหนึ่งครั้งเพื่อเปิด สองครั้งเพื่อปิด” กวนชิงเฟิงแตะที่แหวนวงกลมสีดำก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มทันที เหมือนกำลังเรืองแสงอยู่ “ถ้าพี่เจออันตราย ก็แตะหนึ่งครั้ง ผมจะได้รับข้อความแล้วจะรีบไปช่วยพี่ทันที”