บทที่ 51 คับขัน
“ไม่ใช่เย่หัว แต่ข้าคือเยว่หัว!
ผู้ที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากความรักของบิดามารดา
ผู้ที่ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นดั่งแสงจันทรา
ผู้ที่เกิดมาเพื่อทำลายล้างความมืดมิด
ผู้ที่เกิดขึ้นมาเพื่อเป็นอริศัตรูกับสัตว์ยรกอย่างพวกเจ้า!! ”
ในทุกๆคำที่ออกมาจากปากของเด็กหญิง เต็มไปด้วยพลังลมปราณที่ร้อนแรงแทบจะเผาไหม้ทุกสิ่ง ในเวลานี้ถึงจะยังไม่เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมาตลอดชีวิตของนาง แต่ก็มีอย่างหนึ่งที่นางสามารถมั่นใจได้
นั่นก็คือนางไม่ใช่พึ่งจะเกิดมาในโลกใบนี้ ในตอนที่เจอกับกลุ่มคนที่ต้องการฆ่านาง แต่ว่านางเองต่างหากที่สูญเสียความทรงจำไปเพราะบางสิ่งบางอย่าง เนื่องจากภาพสุดท้ายที่นางได้เห็นก่อนที่จะลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เป็นภาพในวันที่นางถือกำเนิดขึ้นมา...
เป็นภาพของดวงจันทร์ทั้ง 3 ดวงกลมโตที่สุขสว่างเจิดจ้าอยู่กลางท้องฟ้า เป็นวันที่ทั้งบิดาและมารดาดีใจที่สุดในชีวิต และเป็นวันที่บิดาของนางตั้งชื่อให้...
เยว่หัว...
ดวงจันทราแห่งเปลวเพลิง ที่ถือกำเนิดมาเพื่อทำลายล้างความมืดมิด ส่งมอบแสงสว่างให้กับทุกๆ คนบนโลก
และในตอนที่นางลืมตาตื่นขึ้นมา ถึงจะไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดก็ตามที แต่ร่างกายของนางก็อัดแน่นไปด้วยพลังบางอย่าง ที่ต้องการจะออกมา นอกร่างกาย ถึงจะไม่เข้าใจแต่นางก็โคจรพลังไปตามความรู้สึกที่นางมีในตอนนั้น ส่งให้ลมปราณหยางร้อนแรงผิดกับที่เพศหญิงที่ควรมี
แต่แทนที่จะทำร้ายสิ่งต่างๆ รอบกาย แล้วก็เด็กๆที่อยู่ข้างๆนาง มันกลับส่งผลทำให้เด็กๆทุกคนที่เคยหมดสติไปก่อนหน้านี้ ได้สติฟื้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
กลับกัน...
ร่างของจางเหว่ยที่เคยอยู่ประชิดกับนาง กลับถูกกระแทกกระเด็นออกไปไกลหลายจั้ง กระอักโลหิตสีดำออกมาอย่างไม่ขาดสาย
“เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเลยที่สายเลือดแห่งจันทราจะมาโผล่ในดินแดนรอบนอกแบบนี้ ทำไมคนอย่างเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ ยังเป็นจันทราสีเพลิงที่ไม่เคยถือกำเนิดมาเลยในช่วงระยะเวลาพันปี ทำไมคนเช่นเจ้าถึงออกมาอยู่ในดินแดนรกร้างห่างไกลเพียงนี้ ซ้ำร้ายยังมีผู้พิทักษ์เป็นหมาแค่ตัวเดียวเนี่ยนะ!!”
“ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้ากำลังพูดถึงเรื่องราวอันใด แต่เจ้าจะต้องชดใช้ที่ทำกับเพื่อนข้าแบบนี้”
โดยไม่รอช้าให้อีกฝ่ายตั้งหลักได้ เด็กหญิงพยายามโคจรพลังไปตามความรู้สึกที่มีในตอนนี้ แล้วรีบพุ่งไปหาร่างของอีกฝ่าย หมายจะสังหารให้ได้ภายในครั้งเดียว เพราะแม้ว่านางจะมีร่างกายเป็นเพียงแค่เด็ก 8 ขวบ และอยู่ช่วงเวลาที่โทสะกำลังพลุ่งพล่านที่สุด แต่ก็ยังมีบางส่วนของจิตสำนึกที่ร่ำร้องบอกว่า ตัวนางที่มิเคยฝึกฝนพลังมาก่อนเลย แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะล้มอีกฝ่ายได้
เมื่อรวมกับคำพูดของอีกฝ่าย ที่เอ่ยถึงเรื่องราวตั้งแต่เมื่อพันปีก่อน เกี่ยวกับสายเลือดของนาง ต่อให้อายุของมันจะไม่ถึงพันปีตามที่พูดออกมา แต่มันก็ต้องมีองค์ความรู้บางอย่างที่มากกว่าที่นางจินตนาการได้อย่างแน่นอน นางจึงใช้ความรู้สึกของตัวเองที่มีอยู่ในตอนนี้ รีบปล่อยให้พลังของนางควบคุมร่างกาย เพื่อที่จะจบทุกสิ่งทุกอย่างก่อนที่อะไรอะไรจะสายเกินไป
ตุบ...
แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะไม่ได้เป็นไปตามที่นางต้องการ เพราะว่าเพียงแค่ก้าวขาออกจากเขตบ้านไปได้ไม่ถึงสิบก้าว ร่างเล็กๆนั้นก็หยุดแข็งค้างกลางอากาศ แล้วร่วงลงไปกองพื้นอย่างไม่อาจที่จะทำอะไรกับมันได้เลย
หึ..หึ...ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า
เสียงหัวเราะที่เจือคล้ายกับเสียงคำราม ราวกับว่าผู้ที่กำลังหัวเราะร่าอย่างมีความสุขอยู่นั้น ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว
“พันปี กว่าพันปีแล้วที่ข้าต้องทุกข์ทรมานอยู่ในที่รกร้างแห่งนี้ ในที่สุดฟ้าก็เมตตาข้าเสียที ถึงได้ส่งอาหารชั้นเลิศอย่างสายเลือดจันทรามาให้ข้า ทั้งยังเป็นจันทราสีเพลิงที่เต็มไปด้วยพลังอย่างเข้มข้น มากพอที่จะทำให้ข้ากลับไปอยู่ในจุดสูงสุดอีกครั้งหนึ่ง! ในที่สุด ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงสักที!!”
“ไม่นะ คุณหนู”
………………..
มาแล้วครับ ตอนแรกของภาคนี้แบบไม่นับบทนำ สั้นไปนิดนึง เฉพาะวันนี้ถ้าไหวแค่ไหนเดี๋ยวเปิดให้อ่านฟรีทุกตอนเลยนะครับ เป็นคำขออภัยแทนการมาสาย
มึนๆ อึนๆ มาสองสามวัน ยังไม่สดชื่นเท่าไหร่
ถ้าไหวเดี๋ยวค่ำๆ จะมาเติมให้อีกตอนนะ