ตอนที่ 75: ทลายด่านหน้า
ท่ามกลางสวนชั้นนอกที่เคยงดงาม บัดนี้แปรสภาพเป็นสมรภูมิราคะอันน่าอัปยศ ผู้พันวุฒิสูดลมหายใจเข้าลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาพยายามกดข่มไฟแค้นที่กำลังแผดเผาอยู่ในอกให้สงบลง แม้ว่าลูกทีมระดับพระกาฬของเขาจะตกเป็นทาสสวาท สูญเสียอุปกรณ์ป้องกันไปจนหมดสิ้น และกำลังถูกย่ำยีศักดิ์ศรีอยู่เบื้องหลัง แต่เขาจะยอมแพ้และปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลที่นี่ไม่ได้
"ผู้กองเมย์... ถอยร่นกลับไปที่รถคุ้มกันพวกที่สลบอยู่ ฉันจะบุกเข้าไปข้างในเอง!" วุฒิออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด เขาปรับโหมดปืนไรเฟิลจู่โจมในมือเป็นแบบยิงทีละนัด (Semi-Auto) เพื่อประหยัดกระสุนและเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะในพื้นที่แคบ
"แต่พี่วุฒิ! ข้างในมันอันตรายเกินไป! เราไม่รู้เลยว่ามีอะไรรออยู่บ้าง!" เมย์พยายามจะค้าน น้ำเสียงของเธอสั่นเครือด้วยความห่วงใย แต่เมื่อเห็นแววตาที่เด็ดเดี่ยว แข็งกร้าว และไร้ความประนีประนอมของผู้บังคับบัญชา เธอจึงได้แต่กัดฟัน พยักหน้ารับคำสั่งและถอยฉากออกไปอย่างจำใจ
วุฒิพุ่งทะยานฝ่าความมืดและความโกลาหลมุ่งหน้าสู่อาคารวิลล่าหลังใหญ่สไตล์ยุโรปที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ประตูไม้สักบานคู่ขนาดมหึมาที่แกะสลักลวดลายวิจิตรตระการตา ถูกแง้มเอาไว้ราวกับเป็นปากของปีศาจที่กำลังอ้าแขนต้อนรับผู้มาเยือนให้เดินเข้าสู่ขุมนรก
"ศูนย์ไซเบอร์... ฉันเคลียร์พื้นที่หน้าประตูแล้ว... กำลังจะเข้าสู่ตัวอาคารหลัก..." วุฒิกระซิบผ่านไมโครโฟนที่ติดอยู่กับคอเสื้อ
"รับทราบครับผู้พัน" เสียงของรินตอบกลับมาจากรถโมบายล์ น้ำเสียงของแฮกเกอร์หนุ่มอัจฉริยะเจือความกังวลอย่างปิดไม่มิด "ผมกำลังเร่งกำลังขับของคลื่นหักล้างให้ทะลุขีดจำกัดร้อยยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แต่อุณหภูมิของเซิร์ฟเวอร์เราสูงมากจนระบบหล่อเย็นไนโตรเจนทำงานไม่ทันแล้ว... ผู้พันต้องรีบจัดการแฮ็กระบบหรือทำลายเซิร์ฟเวอร์ของพวกมันให้จบก่อนที่ระบบของผมจะละลายกลายเป็นจุลนะครับ!"
"ฉันจะจบเรื่องระยำนี่ให้เร็วที่สุด"
ทันทีที่วุฒิก้าวเท้าเข้าสู่ห้องโถงกว้างของวิลล่า กลิ่นฟีโรโมนที่รุนแรงยิ่งกว่าภายนอกถึงสิบเท่าก็พุ่งเข้าปะทะจมูก มันเป็นกลิ่นมัสก์ผสมกับดอกไม้ป่าที่ถูกสกัดมาอย่างเข้มข้นจนทำให้รู้สึกมึนงง แอนตี้รัสต์ V2 ที่ใบหูของเขาส่งเสียงเตือนแหลมเล็กและกะพริบไฟสีแดงอย่างบ้าคลั่งราวกับกำลังกรีดร้อง
ทว่า สิ่งที่รอต้อนรับเขาอยู่ไม่ใช่รัชชาที่นั่งรออยู่บนบัลลังก์ แต่เป็น 'บอดี้การ์ดทาสรักชาย' รูปร่างสูงใหญ่กำยำราวกับนักเพาะกายจำนวนห้าคน ที่ยืนขวางทางอยู่ตรงบันไดหินอ่อน พวกเขาอยู่ในชุดสูทสีดำที่หลุดลุ่ย เนกไทถูกดึงคลายออก แววตาของพวกเขาทุกคนเลื่อนลอยและเป็นสีชมพูขุ่นมัว บ่งบอกว่าถูกสะกดจิตล้างสมองด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่ามาอย่างยาวนานจนกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ไร้ความเจ็บปวดและความหวาดกลัว
บอดี้การ์ดคนแรกพุ่งเข้าชาร์จผู้พันวุฒิด้วยความเร็วและความดุดันราวกับกอริลลาคลั่ง มันไม่ได้ชักปืนพกออกมา แต่เลือกใช้มีดพกยุทธวิธีรูปเขี้ยวเสือ (Karambit) ฟันตวัดเข้าที่ลำคอของวุฒิ หวังจะปลิดชีพในดาบเดียว
*ฟวับ!*
วุฒิเบี่ยงตัวหลบคมมีดมรณะได้อย่างฉิวเฉียด ปลายมีดเฉือนเสื้อยุทธวิธีของเขาจนขาดเป็นรอยยาว เขาไม่ได้เหนี่ยวไกปืนไรเฟิล เพราะรู้ดีว่าพวกนี้คือเหยื่อที่ถูกควบคุมและไม่มีสติ วุฒิพลิกแพลงสถานการณ์ ใช้พานท้ายปืนไรเฟิลกระแทกเสยเข้าที่ปลายคางของมันอย่างแรงเต็มเหนี่ยว
*กร๊อบ!*
เสียงกระดูกกรามลั่นสนั่น มันหงายหลังล้มตึงลงไปกองกับพื้นหินอ่อน แต่ด้วยฤทธิ์ของฟีโรโมนที่ปิดกั้นความเจ็บปวด มันกลับพยายามจะยันตัวลุกขึ้นมาอีก
บอดี้การ์ดคนที่สองและสามไม่ปล่อยให้วุฒิได้พักหายใจ พวกมันพุ่งเข้ามาประกบซ้ายขวาพร้อมกัน วุฒิตัดสินใจทิ้งปืนไรเฟิลที่เกะกะลงพื้น เขาเปลี่ยนมาใช้ศิลปะการต่อสู้ระยะประชิดตัวขั้นสูง (CQC - Close Quarters Combat) ที่เคยร่ำเรียนมาจากหน่วยรบพิเศษอย่างเต็มรูปแบบ
วุฒิบล็อกหมัดฮุกซ้ายอันหนักหน่วงของคนแรกด้วยท่อนแขน ก่อนจะบิดสะโพกสวนกลับด้วยศอกขวาที่สับเข้ากลางดั้งจมูกของมันอย่างโหดเหี้ยม เลือดสีสดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้าของวุฒิ บอดี้การ์ดคนที่สองอาศัยจังหวะชุลมุนพยายามจะเตะกวาดตัดขา แต่วุฒิกระโดดหลบพ้นอย่างหวุดหวิด และใช้เข่าลอยอัดเข้าที่ลิ้นปี่ของมันอย่างจัง เสียงกระดูกซี่โครงหักดังก้องห้องโถง มันทรุดลงไปคุกเข่ากุมท้อง อาเจียนออกมาเป็นเลือด
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด บอดี้การ์ดคนที่สี่และห้ากระโจนเข้ามาล็อกจากด้านหลัง วุฒิอาศัยจังหวะที่พวกมันคิดว่าได้เปรียบ กระทืบส้นเท้าลงบนหลังเท้าของคนที่ล็อกคอเขาอยู่จนมันสะดุ้ง เขาคว้าแขนเสื้อของมันแล้วออกแรงบิดพร้อมกับทุ่มข้ามไหล่ ร่างยักษ์ของบอดี้การ์ดลอยละลิ่วไปกระแทกกับคนที่ห้าจนล้มกลิ้งไปชนกับโต๊ะไม้แกะสลักสไตล์หลุยส์พังพินาศ เศษไม้และแจกันโบราณแตกกระจายเกลื่อนพื้น วุฒิตามไปกระทืบซ้ำที่จุดศูนย์รวมประสาทเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของพวกมันอย่างเด็ดขาด
เสียงหอบหายใจของผู้พันวุฒิดังก้องกังวานไปทั่วห้องโถงที่เงียบสงัด เหงื่อเม็ดโป้งไหลซึมเต็มกรอบหน้าและแผ่นหลัง การต่อสู้ด้วยมือเปล่ากับมนุษย์ร่างยักษ์ที่ไร้ความเจ็บปวดถึงห้าคน ทำให้เขาสูญเสียพลังงานและออกซิเจนไปมหาศาล กล้ามเนื้อแขนขาสั่นระริกด้วยความเหนื่อยล้าขั้นสุด
"เก่งสมคำร่ำลือจริงๆ... สมแล้วที่เป็นถึงผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษที่ดร.น้ำฟ้าภูมิใจนักหนา"
เสียงหวานหยดย้อย เย้ายวน ทว่าแฝงไปด้วยความเย็นเยียบและอันตรายของรัชชา ดังสะท้อนมาจากระบบกระจายเสียงรอบทิศทางที่ซ่อนอยู่บนเพดาน
"ออกมาเจอกันซึ่งๆ หน้าสิรัชชา! ซ่อนตัวอยู่หลังกระโปรงและใช้คนอื่นเป็นโล่มันขี้ขลาดเกินไปหน่อยมั้ง!" วุฒิตะโกนลั่นห้องโถง แววตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างดุดันเพื่อหาที่มาของเสียงและร่องรอยของกล้องวงจรปิด
"ความขี้ขลาดคือการใช้เทคโนโลยีไซเบอร์มาปกปิดสัญชาตญาณดิบต่างหากล่ะคะ ผู้พันวุฒิสุดหล่อ..." รัชชาหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของเธอเสียดแทงเข้าไปในโสตประสาท "คุณคิดจริงๆ เหรอว่าไอ้ของเล่นชิ้นเล็กๆ ที่หูคุณ มันจะปกป้องจิตวิญญาณของคุณจาก 'ความปรารถนาที่แท้จริง' ที่ซ่อนอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจได้? มนุษย์ทุกคนล้วนเป็นทาสของตัณหา... รวมถึงคุณด้วย"
ทันใดนั้น ระบบระบายอากาศและช่องแอร์ของวิลล่าก็ส่งเสียงครางหึ่งๆ ก่อนจะพ่นควันสีชมพูจางๆ ออกมาอย่างหนาแน่น มันคือฟีโรโมนสังเคราะห์สูตรเข้มข้นที่สุดในรูปแบบละอองหมอก (Aerosol Pheromone) ที่ถูกพ่นออกมาปกคลุมทั่วทั้งบริเวณห้องโถง!
*ตี๊ด! ตี๊ด! ตี๊ดดดดด!*
เอียร์คัฟแอนตี้รัสต์ V2 ที่หูของวุฒิส่งเสียงร้องเตือนยาวเหยียดระดับสูงสุด ก่อนที่สัญญาณไฟสีแดงจะดับวูบลงพร้อมกับกลิ่นไหม้จางๆ ที่ลอยมาเตะจมูก ชิปประมวลผลขนาดจิ๋วของมันโอเวอร์โหลด ไม่สามารถประมวลผลความหนาแน่นของละอองฟีโรโมนมหาศาลนี้ได้ทัน มันชอร์ตและพังทลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ!
"ริน! ริน! ตอบด้วย! ระบบล่มแล้ว!" วุฒิกรอกเสียงลงไมค์อย่างบ้าคลั่ง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงคลื่นแทรกวิทยุ (Static Noise) ที่บาดหู เกราะป้องกันทางไซเบอร์ปราการด่านสุดท้ายของเขาถูกทำลายลงแล้ว!
เมื่อปราศจากคลื่นหักล้าง ละอองฟีโรโมนสีชมพูและคลื่นความถี่อินฟราซาวด์ (Infrasound) ก็พุ่งทะลวงเข้าสู่สมองส่วนอมิกดะลาของผู้พันวุฒิราวกับพายุทอร์นาโด อาการปวดหัวอย่างรุนแรงแล่นปราดขึ้นมาจนเขาต้องยกมือขึ้นกุมขมับ ร่างกายที่แข็งแกร่งดุจหินผาเริ่มโอนเอนและสูญเสียการทรงตัว ขาของเขาอ่อนแรงจนแทบจะพยุงร่างเอาไว้ไม่อยู่
วุฒิพยายามก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อหาทางออกหรือที่ระบายอากาศ แต่ภาพห้องโถงที่เคยหรูหรากลับเริ่มบิดเบี้ยวและหมุนวน เสาหินอ่อนสั่นไหวราวกับมีชีวิต แสงไฟแชนเดอเลียร์คริสตัลบนเพดานแตกกระจายเป็นสีรุ้งแห่งตัณหาที่ชวนให้วิงเวียน
สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มหลุดลอย... อาการหลอนทางประสาท (Severe Hallucination) ซึ่งเป็นผลข้างเคียงขั้นสุดยอดของการถูกคลื่นความถี่และฟีโรโมนจู่โจมสมองส่วนหน้าโดยตรงกำลังเริ่มทำงานอย่างบ้าคลั่ง
"พี่วุฒิขา..."
เสียงหวานใสที่คุ้นเคย ดังก้องขึ้นในโสตประสาท วุฒิเบิกตากว้าง หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น ลมหายใจสะดุดกึก เมื่อเบื้องหน้าของเขา ปรากฏร่างของหญิงสาวสองคนที่คุ้นตาที่สุดในชีวิตยืนเคียงคู่กันอยู่ตรงบันไดวน
คนแรกคือ ดร.น้ำฟ้า จิตแพทย์สาวผู้สง่างาม ทว่าในภาพหลอนนี้ เธอไม่ได้สวมชุดกาวน์สีขาวหรือเสื้อแจ็คเก็ตหนังที่ดูเป็นมืออาชีพ เรือนร่างอวบอัดสะคราญตาของเธอถูกปล่อยเปลือยเปล่าไร้สิ่งปกปิดใดๆ ทรวงอกกลมโตขนาดยักษ์ชูชันท้าทายสายตา รับกับสะโพกผายที่บิดส่ายอย่างยั่วยวน รอยยิ้มของเธอเต็มไปด้วยความร่านร้อน
ส่วนอีกคนหนึ่งที่ยืนเคียงข้างกัน ทำเอาผู้พันวุฒิถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นหินอ่อน... เธอคือ 'มิ้นท์' ภรรยาสาว ของเขาที่ไม่ได้สดใสและน่ารักเหมือนในความทรงจำ แต่เป็นหญิงสาวที่เต็มไปด้วยแรงตัณหาวิปริต เธอยืนเปลือยกายอวดเรือนร่างวัยแรกแย้ม ผิวขาวผ่องและสัดส่วนที่โค้งเว้าถูกเผยให้เห็นทุกซอกทุกมุม ทั้งสองคนกำลังส่งยิ้มหวานหยดย้อย กวักมือเรียกวุฒิให้เข้าไปหา พร้อมกับลูบไล้เรือนร่างของกันและกันอย่างยั่วยวน
"มาสิคะพี่วุฒิ... มามีความสุขกับมิ้นท์สิ... พี่วุฒิรักมิ้นท์ที่สุดไม่ใช่เหรอคะ..." ภาพหลอนของมิ้นท์เอ่ยเสียงหวาน พลางใช้มือลูบไล้ไปตามหน้าอกของตัวเอง บีบเค้นยอดปทุมถันอย่างเชิญชวน "ให้มิ้นท์ช่วยปลดเปลื้องความรู้สึกผิดของพี่วุฒินะคะ..."
"อย่ามัวแต่ทรมานตัวเองด้วยศีลธรรมจอมปลอมอีกเลยผู้พัน..." ภาพหลอนของดร.น้ำฟ้ากระซิบสมทบ เธอคุกเข่าลงบนพื้นหินอ่อนที่บิดเบี้ยว แยกเรียวขาออกกว้าง "ปลดปล่อยความดิบเถื่อนและความใคร่ที่คุณซ่อนเอาไว้ใต้เครื่องแบบนั่นออกมาสิ... พวกเราพร้อมจะรับใช้คุณแล้ว"
"ไม่... ไม่จริง... มิ้นท์... หมอน้ำฟ้า... นี่มันไม่ใช่ความจริง... มันคือภาพหลอน!" วุฒิกัดฟันกรอด พยายามส่ายหัวอย่างแรงเพื่อเรียกสติ หยิกแขนตัวเองจนเลือดซิบ แต่ฟีโรโมนที่สูดดมเข้าไปกำลังทำให้สัญชาตญาณความเป็นชายของเขาปะทุขึ้นจนเจ็บปวดไปหมด แก่นกายของเขาแข็งขึงขึ้นมาต่อต้านจิตใจที่กำลังดิ้นรน มันขยายใหญ่จนปวดหนึบอยู่ภายใต้กางเกงยุทธวิธี
"รัชชา!! แกมันปีศาจ! แกทำบ้าอะไรกับสมองฉัน!" วุฒิคำรามลั่นด้วยความทรมานแสนสาหัส ทั้งความโกรธแค้น ความละอายใจขั้นสุด และความต้องการทางเพศที่ถูกกระตุ้น ตีรวนกันจนสมองแทบระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
เขาพยายามตะเกียกตะกายกระถดตัวหนีภาพหลอนอันวิปริตเหล่านั้น แต่มือที่มองไม่เห็นของตัณหาราคะกำลังดึงรั้งเขาดำดิ่งลงสู่ห้วงนรกแห่งการสะกดจิตที่ลึกที่สุด! การทลายด่านหน้าครั้งนี้ ไม่ใช่การปะทะด้วยกำลังกาย แต่มันคือการถูกชำแหละจิตวิญญาณ การเหยียบย่ำปมในใจ และการทำลายล้างศีลธรรมอันดีงามจนย่อยยับไม่มีชิ้นดี! นี่คือจุดจบที่น่าสมเพชที่สุดของจ่าฝูงที่หลงเข้ามาในรังของนางมารร้าย!