Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

บทที่ 399 ความหวาดกลัวของเกรย์แรท

ความหวาดกลัวของเกรย์แรท

 

            ยามค่ำคืนทุกสิ่งทุกอย่างยังคงสงบเงียบปราศจากความวุ่นวายใดๆ

            แต่เมื่อยามเช้ามาถึงดินแดนแห่งนี้ก็ได้พบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อหุ่นยนต์ก่อสร้างที่มีรูปร่างเหมือนแมงป่องเคลื่อนตัวออกมาจากค่ายศาสตราวุธพร้อมกับหุ่นยนต์แมลงอีกหลายชนิดที่มีขนาดแตกต่างกัน

            การปรากฏตัวของหุ่นยนต์แมลงทำให้ทุกคนตกตะลึงไปตามๆ กัน ยิ่งหลังจากที่หุ่นยนต์แมงป่องเคลื่อนตัวไปทางร่องดินและเริ่มต้นการก่อสร้างโดยมีหุ่นยนต์ปลวกและหุ่นยนต์มดตามมาสนับสนุนอยู่ด้านข้างพวกมันก็ยิ่งแตกตื่น

            การก่อสร้างเริ่มขึ้นในทันทีท่ามกลางสายตาแตกตื่นตกใจของเหล่านักรบที่ไม่เคยเห็นหุ่นยนต์ประเภทนี้มาก่อน

            กัสที่ได้เห็นภาพนี้จากบนระเบียบปราสาทก็ได้แต่ยิ้มน้อยๆ ด้วยความชื่นชมที่แองจี้เลือกเวลาในการทำงานได้ดีแบบนี้

            ดูจากจำนวนของหุ่นยนต์ที่ออกมาก็เห็นได้ชัดว่าพวกมันถูกสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นแล้ว บางทีอาจจะเริ่มสร้างหลังจากที่กัสตอบคำถามยิบย่อยของแองจี้เสร็จก็เป็นได้

            เมื่อดูจากจำนวนที่มากขนาดนี้ก็เห็นได้ชัดว่าแองจี้พร้อมที่จะเริ่มทำงานตั้งแต่ตอนกลางคืนแล้ว แต่เธอก็เลื่อนเวลาทำงานออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดที่อาจจะเกิดขึ้นเพราะทัศนวิสัยที่จำกัดในตอนกลางคืน

            การตัดสินใจเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจที่แองจี้มีต่อหุ่นยนต์แมลงของเธอและรู้ดีว่าพวกมันมีปัญหาอะไรซ่อนอยู่บ้าง

            ด้วยลักษณะที่แปลกตาซึ่งมีรูปร่างเหมือนกับแมลงนั้น มันมีความเสี่ยงที่คนที่ไม่เคยเห็นพวกมันมาก่อนจะเข้าใจผิดว่าพวกมันเป็นมอนเตอร์ได้ แองจี้จึงหลีกเลี่ยงปัญหานี้ด้วยการเลื่อนเวลาทำงานไปหลายชั่วโมง

            หลังจากนั้นไม่นานความวุ่นวายก็สงบลง การก่อสร้างก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นระเบียบโดยไม่เกิดปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น

            ทั้งนี้ก็เพราะกองทัพเสบียงนั้นเป็นกองทัพของตระกูลอันดูวเดธที่โด่งดังในเรื่องจักรกลมนตรา พวกมันย่อมคุ้นเคยกับหุ่นยนต์เป็นอย่างดี

            ส่วนรูปร่างที่แปลกประหลาดนั้นแม้จะทำให้หลายๆ คนตกใจและประหลาดใจบ้าง แต่พวกมันก็ยอมรับได้อย่างรวดเร็วจึงไม่ทำให้เกิดปัญหาใดๆ

            เกรย์แรทที่รับคำสั่งของกัสกลับมารายงานเขาอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับการปรับตัวเข้ากับหุ่นยนต์เหล่านี้และแผนการสนับสนุนที่มีเพื่อสนับสนุนการทำงานของมัน

            กัสพยักหน้ารับด้วยความพอใจก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าไปในเต็นท์ของตัวเองเพื่อรอคอยการกวาดล้างรอบต่อไป ซึ่งทันทีที่เขาเข้ามาในเต็นท์เขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นหุ่นยนต์ผีเสื้อที่มีปีกขนาดใหญ่อยู่ภายใน

            “นี่มันอะไร..”

            “หุ่นยนต์ผีเสื้อไงพี่กัส”

            “ข้ารู้ว่ามันคือหุ่นยนต์ผีเสื้อ! แต่ที่ข้าถามนะข้าอยากรู้ว่ามันมาอยู่ที่นี่ทำไม!”

            กัสบ่นออกมาเบาๆ ทำให้น้องสาวคนรองหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน จากนั้นไม่นานปีกผีเสื้อก็ขยายตัวและเชื่อมต่อกันจนกลายเป็นหน้าจอขนาดใหญ่และเริ่มฉายภาพออกมาให้เห็น

            ถึงตอนนั้นคำถามของกัสก็ได้รับคำตอบ

            “แบบนี้เอง..สมแล้วที่เป็นแองจี้ ละเอียดรอบคอบไม่เคยเปลี่ยน”

            ทั้งที่ไม่ได้สั่งให้ทำ ทว่าแองจี้ก็คิดถึงทุกสถานการณ์และประเมินสถานการณ์ในปัจจุบันของกัสได้อย่างแม่นยำ เธอจึงสร้างหุ่นยนต์เหล่านี้มาทำหน้าที่หูตาให้กับเขาเพื่อความสะดวกสบาย

            เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันมานี้ไปถึงหูของแองจี้เรียบร้อยแล้ว บางทีมันอาจจะเป็นระบบเก็บข้อมูลที่เธอชอบใช้กับหุ่นยนต์ที่เธอสร้างขึ้น

            พอคิดถึงตรงนี้กัสก็เข้าใจได้ไม่ยากว่าบางทีหุ่นยนต์ร่างแยกของเขาคงจะมีเจ้าระบบนี้เช่นกัน

            ซึ่งกัสก็เข้าใจไม่ผิดเพราะหลังจากนั้นเพียงครึ่งวันหุ่นยนต์ขนส่งที่เขาต้องการก็ถูกผลิตขึ้นในโรงงานแห่งนี้ในที่สุด

            หุ่นยนต์ขนส่งที่แองจี้ออกแบบและสร้างขึ้นกลายเป็นหุ่นยนต์ต่อที่มีก้นขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ซึ่งสามารถเปิดและปิดได้ ซึ่งส่วนนี้ได้กลายเป็นห้องโดยสารของหุ่นยนต์ร่างแยก

            นอกจากหุ่นยนต์ต่อแล้วแองจี้ยังพัฒนาหุ่นยนต์ร่างแยกให้กับเขาอีกด้วยจนกลายเป็นหุ่นยนต์ร่างแยกรุ่นใหม่ที่มีระบบตรวจสอบและสามารถส่งภาพที่พวกมันมองเห็นกลับมายังหน้าจอได้

            เมื่อเห็นระบบใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นกัสก็ได้แต่พยักหน้าด้วยความชื่นชมพลางกล่าวขอบคุณแองจี้ในใจ

            หุ่นยนต์ร่างแยกรุ่นใหม่นี้มีขนาดเล็กกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ถูกสร้างด้วยโครงสร้างที่สามารถขยายตัวได้ ซึ่งรองรับการใช้งานเวทมนตร์แยกร่างของเขาได้เป็นอย่างดี

            นอกจากนั้นดวงตาของมันยังถูกแทนที่ด้วยดวงตาจักรกลที่ติดตั้งกล้องชนิดพิเศษที่สามารถมองเห็นได้ไกลกว่า 100 กิโลเมตร ทั้งยังมีระบบมองกลางคืนที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวและความร้อนได้ดีอีกด้วย

            ระบบใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามานี้ทำให้กัสตัดสินใจเปลี่ยนหุ่นยนต์ร่างแยกทั้งหมดเป็นรุ่นใหม่ในทันทีเพราะระบบของมันดีกว่าเดิมมาก

            นอกจากนี้เขายังขอให้เกรย์แรทส่งคนมาทำหน้าที่ดูแลระบบตรวจสอบเพื่อแจ้งเตือนเขาอีกต่อด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้พวกเธอมีงานทำและมีส่วนร่วมกับการกวาดล้างมากกว่าเดิม

            แน่นอนว่าเกรย์แรทไม่มีทางปฏิเสธคำสั่งนี้และจัดหาคนที่เหมาะสมมาอย่างรวดเร็วจนกัสถึงกับเตรียมตัวไม่ทัน ทั้งนี้ก็เพราะหุ่นยนต์ผีเสื้อชนิดใหม่มีเพียง 1 ตัวเท่านั้น

            เมื่อเห็นว่าทีมงานพร้อมแล้วกัสก็ไม่อยากทำให้เกรย์แรทต้องผิดหวัง เขาเลยขอให้แองจี้เร่งผลิตหุ่นยนต์ผีเสื้อที่มีปีกเป็นจอภาพออกมาอีกหลายๆ ตัวเพื่อเติมเต็มหน่วยงานนี้โดยเฉพาะ

            การจัดการในเรื่องนี้ใช้เวลาไม่นานนัก แต่กว่าจะพร้อมใช้งานจริงก็หมดวันไปแล้ว ทำให้การทำงานในวันแรกมีเพียงการทำความเข้าใจกับระบบใหม่และแทบไม่ได้ทำอะไรเลยตลอด 5 ชั่วโมงแห่งสันติสุข

            พอผ่าน 5 ชั่วโมงแห่งสันติสุขไป ทุกคนก็ได้เริ่มงานของตัวเองในรูปแบบที่ยากที่สุดก่อนเลย นั่นคือการเฝ้าระวังยามค่ำคืนที่น่าเบื่อ

            มอนเตอร์ในตอนกลางคืนจะปรากฏขึ้นทุกๆ 2 – 3 ชั่วโมง ทำให้ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการรอคอยนั้นนานไปบ้างและดูน่าเบื่อไปสักหน่อย

            ทว่าคนที่ถูกเลือกมาทำงานนี้ล้วนเป็นคนที่มีความสามารถในด้านนี้โดยเฉพาะ ความอดทนของพวกมันเป็นเลิศจึงไม่มีใครเบื่อหน่ายและดูเหมือนจะตื่นเต้นเอามากๆ เลยทีเดียว

            กัสที่ออกมาจากปราสาทในตอนกลางคืนได้เห็นบรรยากาศที่สงบเงียบหากแต่แฝงไว้ด้วยความเร่าร้อนนี้อย่างชัดเจนและต้องพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะย้ายตัวเองไปยังเต็นท์ของเขาโดยมีน้องสาวทั้งสองและข้ารับใช้อยู่เคียงข้าง

            บรรยากาศในตอนกลางคืนค่อนข้างสงบกัสจึงใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ไปกับกลั่นพลังชีวิตและพลังวิญญาณเช่นเดียวกับทุกวัน

            น้องสาวทั้งสองของเขาและนิโกะกับซันโกะก็ใช้เวลานี้ฝึกฝนวิชาของพวกเธอด้วยเช่นกัน

            ช่วงเวลาที่แสนสงบผ่านไปอย่างรวดเร็วและยิ่งรู้สึกว่าเร็วมากขึ้นเมื่อคุ้นเคยกับมัน ไม่นานนักเช้าของวันใหม่ก็มาถึง

            น้องสาวทั้งสองและนิโกะกับซันโกะก็ออกไปเตรียมอาหารเช้าเหมือนทุกวัน ส่วนตัวกัสนั้นเขายังคงนั่งอยู่ที่เดิม หากแต่ลืมตาขึ้นมามองไปรอบๆ และรับฟังเสียงพูดคุยของหน่วยตรวจสอบที่อยู่ห่างไปไม่กี่สิบเมตร

            ไม่นานนักรายงานก็ถูกส่งมาถึงกัสโดยผู้ส่งสารที่วิ่งจากเต็นท์ของหน่วยเฝ้าระวังมายังเต็นท์ของเขา

            “นายท่าน! มอนเตอร์ปรากฏตัวแล้วค่ะ!”

            “อืม..ตำแหน่งละ..”

            “ทิศเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ค่ะ!”

            กัสพยักหน้ารับแล้วยืดสัมผัสวิญญาณออกไปยังทิศทางที่ว่าทันที ไม่นานนักเขาก็เห็นภาพของฝูงมอนเตอร์ทั้งสี่ก่อนจะจับคู่ตำแหน่งของร่างแยกที่อยู่ใกล้ที่สุดแล้วส่งมันออกไปจัดการ

            ตอนนี้เขาจัดการมันได้ง่ายกว่าเดิมมาก ถึงหุ่นยนต์ต่อจะยังมีไม่ครบตามจำนวนของร่างแยกและหุ่นยนต์ร่างแยกยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ทั้งหมด

            แต่การมีอยู่ของหุ่นยนต์ต่อก็ช่วยให้กัสกวาดล้างได้ง่ายกว่าเดิมมากเพราะเขาไม่ต้องรอให้พวกมอนเตอร์เคลื่อนขบวนไปถึงจุดที่เขาวางหุ่นยนต์ร่างแยกเอาไว้เพียงอย่างเดียวอีก

            ในตอนนี้เขาสามารถส่งหุ่นยนต์ร่างแยกที่มีหุ่นยนต์ต่อเป็นผู้ช่วยบินตรงไปยังเป้าหมายได้เลย ทำให้เขาสามารถเพิ่มจำนวนร่างแยกที่เข้าปะทะกับฝูงมอนเตอร์ได้มากกว่าเดิม

            การเคลื่อนย้ายร่างแยกที่รวดเร็วขึ้นนี้ส่งผลให้การกวาดล้างจบลงเร็วกว่าเดิมอีกหลายเท่า มอนเตอร์ฝูงละ 8 แสนก็ไม่ได้เป็นปัญหาอีกต่อไป

            กัสจึงเพิ่มระดับต่อไปอีก 3 ระดับทันทีจนระดับผลึกดินแดนกลายเป็นชั้น 5 จำนวนฝูงมอนเตอร์เพิ่มเป็น 5 ฝูง จำนวนมอนเตอร์ต่อฝูงเพิ่มเป็น 1 ล้าน มอนเตอร์ทั้งหมดที่บุกมาในรอบต่อไปจึงกลายเป็น 5 ล้านตัว

            ทว่ากัสก็ยังรับมือมันได้อย่างสบายๆ แต่ต้องใช้เวลามากกว่าเดิมมากเท่านั้นเพราะจำนวนหุ่นยนต์ต่อไม่เพียงพอ

            แต่หลังจากผ่านไปอีกวันหนึ่ง หุ่นยนต์ต่อก็มีมากพอ หุ่นยนต์ร่างแยกทั้งหมดก็ถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ร่างแยกรุ่นใหม่ ระบบการทำงานก็พร้อม คนของเกรย์แรทก็เริ่มคุ้นเคยกับระบบใหม่ทำให้การทำงานของพวกมันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

            ถึงตอนนี้ก็มีระบบสื่อสารภายในที่เชื่อมต่อหน่วยเฝ้าระวังกับกัสโดยตรง ทำให้พลส่งสารไม่ต้องวิ่งไปมาอีก หากแต่ทำหน้าที่ประจำเครื่องสื่อสารและติดต่อกับเขาได้โดยตรง

            ระบบสื่อสารนี้ยังช่วยให้เกรย์แรททำงานของเธอได้ดีขึ้นด้วยเช่นกันเพราะมันทำให้เธอสามารถส่งคำสั่งไปยังคนของเธอได้อย่างรวดเร็ว

            เมื่อมีตัวช่วยนี้การสื่อสารภายในก็เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรายงาน คำสั่งและการแจ้งปัญหาล้วนนำเข้าสู่ระบบทั้งหมดทำให้กระบวนการทั้งหมดเร็วขึ้นกว่าเดิมหลายสิบเท่า

            ผลลัพธ์ในทุกๆ ด้านดูเหมือนจะดีขึ้นมากจากการสนับสนุนของเทคโนโลยีที่ทันสมัย

            แต่ก็มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะไม่ได้พัฒนาไปอย่างที่ควร นั่นคือการสร้างกำแพงปราการที่ใช้เวลานานกว่าที่กัสคิดเอาไว้

            สาเหตุที่ทำให้มันช้าก็เพราะว่าวัตถุดิบที่ผลิตได้มันมีจำกัดทำให้การก่อสร้างไม่คืบหน้าไปอย่างที่ควร

            ปัญหานี้ถูกนำขึ้นมาพูดในการประชุมช่วงเช้า โดยครั้งนี้กัสได้ต่อสายตรงไปหาแองจี้เพื่อให้เธอทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาอีกรายหนึ่ง

            ส่วนตัวกัสนั้นเขาเพียงนั่งฟังอยู่ข้างๆ โดยไม่เข้าไปมีส่วนร่วมใดๆ ทั้งสิ้นเพราะเขาอยากให้เกรย์แรทได้ทำความคุ้นเคยกับแองจี้และอยากให้เธอได้ฝึกฝนจากการทำงานจริง

            ซึ่งอันที่จริงการที่กัสไม่เข้าไปร่วมด้วยก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเหมือนกันเพราะการแก้ปัญหาพวกนี้ไม่ใช่ความชำนาญของเขา หน้าที่ของเขามีเพียงอย่างเดียวนั่นคือการตัดสินใจขั้นสุดท้ายให้สมกับที่เป็นเจ้านายเท่านั้น

            แต่การตัดสินใจของเขาดูเหมือนจะมีปัญหาเล็กน้อยเพราะการปล่อยให้แองจี้กับเกรย์แรทตกลงกันเองนั้นดูจะติดขัดแบบแปลกๆ

            กัสมองดูการประชุมที่ไม่คืบหน้ามาเกือบชั่วโมงด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย เขามองดูแองจี้ที่ขมวดคิ้วน้อยๆ อยู่ตลอดผิดจากทุกทีที่เธอมักจะยิ้มแย้มและมีสีหน้าเป็นมิตรกับทุกคน

            เช่นเดียวกับเกรย์แรทที่มีสีหน้าลำบากใจและอึดอัดใจเหมือนกับมีเรื่องอะไรบางอย่างที่ยากจะพูดแต่ก็ไม่ยอมพูด ซึ่งมันต่างจากนิสัยของเธอที่มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมและมักจะพูดออกมาตรงๆ ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่มั่นคงเสมอ

            ปัญหาที่ทำให้ทั้งสองคนมีสภาพเช่นนี้ดูเหมือนจะเป็นการตกลงเรื่องการใช้หุ่นยนต์มาสนับสนุนการทำงาน

            กัสมองภาพนี้อยู่นานและพยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานผู้ช่วยแสนดีของเขาก็นำคำตอบที่เขาคิดไม่ถึงมาให้

            ‘นาง..กำลังกลัวงั้นหรือ’

            คำตอบที่ได้ทำให้กัสสับสนเล็กน้อยเพราะเขาไม่เข้าใจว่าทำไมเกรย์แรทถึงต้องกลัวเรื่องอะไรแบบนี้

            แต่เขาก็ไม่สงสัยคำตอบที่ผู้ช่วยแสนดีของเขานำมาให้เช่นกันเพราะผู้ช่วยของเขาคนนี้ไม่เคยให้คำตอบที่ผิดพลาดกับเขามาก่อน

            ในขณะที่ยังสับสนและไม่มั่นใจ กัสก็พยายามเฝ้ามองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยอาศัยคำตอบที่ได้รับเป็นตัวช่วย ซึ่งมันทำให้เขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่มองข้ามไปก่อนหน้านี้

            คำตอบที่ฟังดูวกไปวนมาของเกรย์แรทนั้น ดูเหมือนจะพยายามปฏิเสธการแทนที่กำลังคนด้วยหุ่นยนต์อยู่ แม้ว่าคนที่รับหน้าที่ควบคุมหุ่นยนต์เหล่านั้นจะเป็นคนของเธอก็ตาม

            ในขณะที่แองจี้ก็พยายามชี้ให้เห็นถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับหลังจากแทนที่แรงงานจำนวนมากด้วยหุ่นยนต์ที่มีประสิทธิภาพ

            กัสขมวดคิ้วเล็กน้อยกับภาพที่เห็นก่อนจะหันไปมองด้านข้าง มองดูคนส่งสารที่มีสีหน้าลำบากใจที่ต้องเข้ามาส่งข้อความให้เขาในห้องประชุมแบบนี้

            บรรยากาศในตอนนี้มันน่ากลัวเกินไปสำหรับคนส่งสารตัวเล็กๆ ที่เป็นเพียงเด็กสาวตัวน้อยที่ถูกส่งมาทำงานนี้ด้วยเหตุผลบางอย่าง

            กัสยิ้มน้อยๆ และรับเอากระดาษที่เธอส่งมาให้แล้วอ่านมันรอบหนึ่ง จากนั้นก็หลับตาส่งสัมผัสวิญญาณไปยังทิศทางที่เขียนไว้ในกระดาษ

            จากนั้นกัสก็เริ่มการกวาดล้างตามปกติซึ่งทำให้การพูดคุยของแองจี้กับเกรย์แรทเงียบไปชั่วครู่เพราะพวกเธอไม่อยากส่งเสียงรบกวนเขาที่กำลังเริ่มต้นการกวาดล้างมอนเตอร์

            ไม่นานนักเพียงสิบกว่านาทีกัสก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งแล้วมองไปยังหน้าจอที่ฉายภาพของแองจี้ที่ขมวดคิ้วน้อยๆ กับเกรย์แรทที่พยายามหลบสายตาของเขา

            “ยังตกลงกันไม่ได้งั้นหรือ..”

            “ขออภัยด้วยค่ะท่านกัส..”

            “ขออภัยด้วยค่ะนายท่าน..”

            กัสหันไปมองแองจี้ยิ้มๆ และสังเกตเห็นความลำบากใจของเธอ ซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจเหตุผลของเกรย์แรทไม่มากก็น้อย ซึ่งก็สมกับที่เป็นเธอที่ละเอียดอ่อนและรอบคอบคงไม่ยากที่เธอจะมองเห็นเหตุผลที่ซ่อนอยู่ของเกรย์แรท

            ส่วนเกรย์แรทนั้นก็ไม่ได้โง่เช่นกัน เธอเองก็ดูเหมือนจะเข้าใจว่าตัวเธอไร้เหตุผลเกินไปแต่ก็ยังฝืนแข็งขืนไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงนี้

            “เกรย์แรท..เจ้ากลัวงั้นหรือ”

            “ข..ข้า..ข้าไม่..”

            “ไม่หรอกเจ้านะกำลังกลัว..กลัวว่าคนของเจ้าจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรกล..กลัวว่าหลังจากนี้พวกเจ้าจะลืมชีวิตที่ยากลำบาก..กลัวว่าหากข้าเลิกจ้างพวกเจ้าไปหลังจากนี้พวกเจ้าจะกลับไปทำงานแบบเดิมไม่ได้..กลัวว่าพวกเจ้าจะอ่อนแอลงเพราะความสะดวกสบายที่ได้รับ..ข้าพูดถูกไหม”

            คำพูดแต่ละคำของกัสทำให้สีหน้าของเกรย์แรทซีดขาวลงทีละน้อย เธอตระหนักว่านายท่านของเธอมองเธอออกจนทะลุปรุโปร่ง ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในใจของเธอถูกเขารู้จนหมดจนทำให้เธอไม่อาจปกปิดอะไรได้อีกต่อไป

            “ขออภัยด้วยค่ะ!”

            เพราะไม่สามารถปฏิเสธได้เกรย์แรทจึงคุกเข่าลงทั้งสองข้างเป็นการขออภัยนายท่านของเธอ การคุกเข่าในครั้งนี้เธอละทิ้งเกียรติของนักรบไปจนหมดสิ้น จนเหลือเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่เป็นเพียงทาสที่กำลังขออภัยนายท่านของตัวเอง

            กัสมองภาพนี้แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะเขาไม่เข้าใจต้นเหตุของความหวาดกลัวนี้ หากไม่มีผู้ช่วยที่อยู่ในหัวของเขาละก็ เขาเองก็คงหาคำตอบนี้มาไม่ได้เช่นกัน

            “ท่านกัส..อย่าโทษนางเลยค่ะ เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะเคยเกิดขึ้นหรอกนะคะ นางก็แค่..กลัวความเปลี่ยนแปลงเท่านั้น”

            “ข้าเข้าใจ..ข้ารู้ว่ามันยากที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลงนี้ จากนักรบที่ถือดาบและหอก อยู่ๆ จะให้มาถือปืนหรือหน้าไม้ พวกมันก็คงลำบากใจกันบ้าง..”

            ในความเป็นจริงความหวาดกลัวนี้ก็ใช่ว่าจะไร้เหตุผล กองทัพเสบียงเป็นเพียงกองทัพทาสที่มีสถานะต่ำที่สุด พวกนางต้องต่อสู้อย่างยากลำบาก ฝึกฝนตัวเองอย่างหนัก อาบเหงื่อต่างน้ำ หลั่งเลือดเลียคมดาบทั้งหมดก็เพื่อให้ได้มาซึ่งความสามารถในการต่อสู้และความมั่งคั่งของครอบครัว

            เพราะเป็นทาสจึงไม่จำเป็นต้องกลัวว่าจะอดตาย แต่พวกมันที่มาที่นี่คือคนที่มีความปรารถนาจะได้รับอิสรภาพและความยิ่งใหญ่เป็นของตัวเอง

            ความปรารถนาที่จะหลุดพ้นจากการเป็นทาสนำพวกมันมารวมกันจนกลายเป็นกองทัพทาส พวกมันต่อสู้เพื่อผลงาน เพื่อความมั่งคั่งเพื่อที่จะได้ปลดปล่อยพวกมันออกจากการเป็นทาสและกลายเป็นคนที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี

            สิ่งที่เกรย์แรทกลัวนั้นแท้จริงไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลง แต่พวกนางกลัวว่าหากวันหนึ่งกัสไม่ต้องการพวกนางอีกและส่งพวกนางคืนให้กับตระกูล

            วันนั้นความแข็งแกร่งที่พวกนางได้รับจากการใช้จักรกลมนตราพวกนี้จะหายไปและทำให้พวกนางอ่อนแอลงและอยู่ห่างจากความปรารถนาของพวกมันมากยิ่งขึ้น

            แม้ว่าการทำงานด้วยหุ่นยนต์อาจจะไม่เกี่ยวอะไรกับการต่อสู้ แต่ในความจริงมันเกี่ยวข้องกันอย่างลึกซึ้ง ซึ่งคนนอกอาจจะไม่เข้าใจ

            ดันเจี้ยนแห่งนี้ใช่ว่ามีเพียงนักรบแล้วจะอยู่รอดได้ หากขาดผู้ที่ยืนอยู่ข้างหลังและคอยเก็บเกี่ยวผลผลิตและอาหาร หรือแม้แต่ทรัพยากรและวัตถุดิบเพื่อสร้างกำแพง ก่อสร้างปราการ สร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ไปจนถึงการประดิษฐ์อาวุธสงครามแล้วละก็

            ต่อให้มีนักรบสักกี่คนก็ไม่อาจยืนหยัดได้ยาวนาน

            แม้กระทั่งตัวกัสที่ดูเหมือนจะยืนหยัดได้ด้วยความแข็งแกร่งของตัวเขาเองก็ยังต้องพึ่งพาสายการผลิตเพื่อช่วยสนับสนุน

            หุ่นยนต์ของเขาอาจจะดูยิ่งใหญ่ แต่ถ้าขาดวัตถุดิบไปเขาก็ไม่มีทางสร้างพวกมันได้ ความเสียหายจากการต่อสู้ก็ต้องอาศัยวัตถุดิบที่ขุดมาได้ทำการฟื้นฟู ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องนำหุ่นยนต์แรงงานเข้ามาแทนที่กำลังคน

            ซึ่งถ้ามองกลับกันหากแนวหลังทำงานด้วยหุ่นยนต์จนเคยชินแล้วสูญเสียความอดทนในการทำงานหนักไป ถึงตอนนั้นเมื่อกองทัพของพวกมันถูกส่งคืนไป หุ่นยนต์เหล่านี้ที่เป็นของส่วนตัวของกัสก็ย่อมถูกเรียกคืนกลับไปด้วยเช่นกัน

            ถึงตอนนั้นพวกมันยังสามารถกลับไปทำงานหนักอย่างขยันขันแข็งและอดทนเช่นนี้ได้หรือไม่นั้น พวกมันก็ไม่อาจพูดได้เต็มปาก

            มนุษย์นั้นรักความสะดวกสบาย เมื่อได้รับความสะดวกสบายแล้วครั้งหนึ่งมันก็ยากที่จะกลับไปลำบากอีกครั้ง คนจนที่เคยรวยย่อมไม่อยากกลับไปเป็นคนจนอีก เรื่องแบบนี้เป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต

            กัสนั้นไม่อาจคิดอะไรได้ลึกซึ้งเช่นนี้เพราะเขายังขาดประสบการณ์ทางโลกไปบ้าง ทว่าเขาก็มีตัวช่วยและทำให้เขามองเห็นความกลัวของเกรย์แรทได้

            และเขาก็ได้รับคำตอบที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้มาด้วยเช่นกัน

            “หากเจ้ากลัวก็ไม่เป็นไร..แต่ข้าขอบอกเจ้าตอนนี้เลยก็แล้วกันว่าข้าตั้งใจที่จะซื้อพวกเจ้าจากตระกูล..เพราะฉะนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องกลัวว่าจะถูกส่งคืนอีกและไม่ต้องกลัวว่าพวกเจ้าจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกเพราะข้าจะไม่นำสิ่งที่ข้าให้เจ้ากลับคืนมาแน่นอน”

            

คล้ายกับเรื่องGustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ ที่คุณอ่าน