บนท้องฟ้า ทันย่าได้ทะยานด้วยความเร็วที่เกิดกว่าขีดจำกัดใดๆ ก่อเกิดเป็นริ้วแสงสีทองประหนึ่งเป็นภาพลวงตา หมู่เมฆถึงขั้นระเบิดออก ส่งเสียงดังสนั่นกึกก้อง ความเร็วในการบินของทันย่า อาจเหนือยิ่งกว่านักสู้แห่งดาวเคราะห์ในระดับ 1 ไปอย่างมากมายมหาศาล
เมื่อมาถึงระดับดาวเคราะห์ คุณสมบัติภายในร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไป
อย่างแรกในระดับขั้นดาวเคราะห์ พวกเขาจะสามารถสร้างดาวเคราะห์จำลองขึ้นภายในร่างกายได้ และเมื่อมีดาวเคราะห์เสมือนก่อตัวขึ้นภายในส่วนลึก พลังของมันจะทำให้ร่างกายสามารถสร้างสนามแม่เหล็กรอบตัว ใช้มันในการทะยานบินผ่านท้องฟ้าได้อย่างอิสระ
แต่เบฮีมอทนั้นมีอวัยวะที่เป็นเหมือนกับปีกขนาดใหญ่ที่อยู่ทางด้านหลังทั้งสองข้าง ความเร็วในการบินจึงอยู่เหนือยิ่งกว่ามอนเตอร์ตนใดๆ
ที่สำคัญยีนพันธุกรรมตอนนี้ได้อัดแน่นไปด้วยกฎเกณฑ์ที่แท้จริง รอบดาวเคราะห์เหมือนมีอณูภาพที่ถูกควบแน่นกันเป็นคริสตัลมรกต
หนึ่งเปล่งแสงสีทองและมีเสียงฟ้าร้อง ส่วนอีกอันก็เปล่งแสงสลัวๆให้ความรู้สึกที่ดำมืด เหมือนเป็นตัวแทนแห่งพลังอันยิ่งใหญ่
กฎเกณฑ์ที่เบฮีมอทจะได้รับเมื่อวิวัฒนาการมาถึงระดับดาวเคราะห์ กฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้าและกฎต้นกำเนิดดั่งเดิมแห่งอวกาศ
กฎสายฟ้าเปรียบได้เป็นพลังทำลายอันไร้ขีดจำกัด เป็นตัวแทนแห่งพลังและความรวดเร็ว
ภายในจักรวาล คนที่มีกฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้าจะขึ้นชื่อในด้านพละกำลังทำลายล้าง พวกเขาแข็งแกร่งและถือว่าเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง
มีศักยภาพให้ก้าวเดินต่อไปได้อย่างไร้ที่สิ้นสุด ถือเป็นกฎเกณฑ์ที่นิยมกันอย่างมาก ใครที่มีกฎแห่งสายฟ้าก็ไม่ต่างไปจากผู้ยิ่งใหญ่ของโลกนั้นๆ
สำหรับกฎต้นกำเนิดดั่งเดิมเช่นอวกาศ สิ่งนี้ถือเป็นกฎเกณฑ์จินตภาพที่อยู่ในระดับสูงสุดของจักรวาล มีพลังอำนาจในการควบคุมห้วงมิติ
ว่ากันว่ากฎต้นกำเนิดดั่งเดิมอวกาศจะสามารถฝึกฝนได้โดยผู้ที่รู้แจ้งต่อจักรวาลเท่านั้น
ภายในห้วงจักรวาลอันกว้างใหญ่เต็มไปด้วยกฎต้นกำเนิดดั่งเดิมอย่างอวกาศ ขอเพียงแค่รู้แจ้่งได้ถึงสภาวะของมัน พวกเขาก็จะเข้าใจกฎแห่งอวกาศมากยิ่งขึ้น มีสิ่งมีชีวิตมากมายหลายเผ่าพันธุ์ที่เมื่อบรรลุมาถึงขั้นดาวเคราะห์แล้ว พวกเขาก็จะได้รับกฎต้นกำเนิดดั่งเดิมโดยอัตโนมัติ เหมือนเช่นสัตว์อวกาศกลืนกินดวงดาวเป็นต้น
สิ่งนี้ได้สร้างความอิจฉาให้กับรุ่นเยาว์ในเผ่าพันธุ์มากมาย พวกเขาไม่ต้องทำอะไรก็ได้รับแห่งกฎต้นกำเนิดดั่งเดิมโดยที่ไม่ต้องพยายามเลยซักนิด
แล้วที่สำคัญ สัตว์อวกาศกลืนกินดวงดาวจะเข้าใจกฎเกณฑ์และศึกษาอวกาศได้ดียิ่งกว่าเผ่าพันธุ์ไหนๆ เปรียบได้เป็นลูกรักของจักรวาล
ไม่แปลกที่พวกเขาจะเป็นสัตว์อวกาศที่ยิ่งใหญ่มากที่สุด เพราะปลายทางในวิถีแห่งพลังทั้งมวล กฎต้นกำเนิดดั่งเดิมสำคัญมากที่สุด
ถ้าพวกเขาไม่เข้าใจในกฎต้นกำเนิดดั่งเดิมอย่างเช่นอวกาศ ต่อให้จะเป็นผู้มีพลังระดับอมตะที่แท้จริงก็จะไม่อาจข้ามขั้นและบรรลุได้
[ไว้เมื่อกลับมาเจ้าค่อยทำความเข้าใจในกฎแห่งพลังทั้งสอง แต่ตอนนี้ใช้แค่ร่างกายของสายพันธุ์เบฮีมอทก็เพียงพอแล้วศิษย์รัก]
ดาวาลนั่งอยู่บนหัวของทันย่าด้วยความตื่นเต้น ร่างกายของเธอในตอนนี้ดูเล็กมากเมื่อเทียบกับศีรษะที่ใหญ่โตของเขา
“ฮ่าฮ่าฮ่า เข้าใจแล้วท่านอาจารย์”
“ตอนนี้ถึงจะยังไม่ค่อยเข้าใจกฎซักเท่าไหร่นัก แต่ฉันรู้สึกว่าตนเองจะสามารถทำได้ทุกสิ่ง ทั่วร่างอัดแน่นไปด้วยพลังอันมหาศาลที่ไม่รู้จบ”
ร่างขนาดใหญ่เต็มไปด้วยความฮึกเหิม โดยที่นัยน์ตาของเขาก็เฉยชาอย่างถึงที่สุด
ในตอนนี้เขาได้ตัดสินใจที่จะทำลายล้างเมืองซักแห่งนึง ทำให้พวกมนุษย์ได้รับรู้ถึงการคงอยู่ของเขา ทำให้พวกมันรับรู้ว่าตอนนี้ราชันแห่งเหล่ามอนเตอร์ เบฮีมอทได้มาปรากฏตัวขึ้นแล้ว
อีกด้านนึงด่านหน้าของอาณาเขตป้อมปราการ บนกำแพงเมืองที่สูงตระหง่านแห่งนึง เต็มไปด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยีอันสูงล้ำ
เจ้าหน้าที่มากมายเดินกันไปมาอย่างควั่กไขว้ มีหลายคนที่ยืนตัวตรงอย่างสงบนิ่ง พวกเขายืนอยู่ด้านบนเพื่อที่จะป้องกันมอนเตอร์กลายพันธุ์ที่หลุดรอดเข้ามา ถึงส่วนใหญ่จะไม่สามารถขึ้นมาได้ แต่ทว่ามันก็มีสายพันธุ์อีกไม่น้อยที่มีพละกำลังกระโดดที่สูงลิบ
“ง่วงนอนวะ วันนี้ก็เหมือนเช่นเดิมใช่ไหม?”
“เออ ไม่มีอะไรผิดปกติ ต่อให้จะเป็นมอนเตอร์ระดับชนชั้นราชาก็ไม่กล้าเข้ามาใกล้”
“หึหึ ผู้นำเมืองคือนักสู้ระดับตำนานเลยเชียวนะ ยังไม่รวมถึงสาขาสำนักมังกรและสำนักดาบโบราณ ผู้ยิ่งใหญ่ระดับตำนานมากมายต่างประจำการอยู่ในเมืองที่เป็นดั่งป้อมปราการแห่งนี้ทั้งสิ้น ถ้าให้เทียบกัน เมืองป้อมปราการที่ 16 ของเรานี่แหละที่ดูเหมือนจะปลอยภัยมากที่สุด”
เจ้าหน้าที่หลายคนต่างนั่งพูดคุยกันด้วยอารมณ์ที่ล้นหลาม
พอได้พูดถึงนักสู้ระดับตำนาน สีหน้าแววตาของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความเคารพยกย่อง พวกมันรู้สึกว่าตนเองปลอดภัยเมื่อได้มาพักอาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้ แถมได้กลายมาเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานสมาพันธ์โลกอีกด้วย
ในตอนนั้นเอง หลายคนก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แข็งตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ร่างกายของพวกมันต่างสั่นสะท้านเมื่อสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง
“นะ..นั่นมันอะไร?!!”
เจ้าหน้าที่คนนึงได้เห็นร่างเงาที่กำลังพุ่งเข้ามาราวกับแสงวาบ ใบหน้าของเต็มไปด้วยความตกใจ นัยน์ตาเบิกกว้างขึ้นอย่างตื่นตระหนก
ร่างสีดำทมิฬที่มีความสูงมากกว่า 80 เมตร หนึ่งการกระพือปีกก็ทะยานเข้ามาด้วยความเร็วและความแรง สีหน้าของมันเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและดุร้าย มาพร้อมกับกลิ่นอายพละกำลังที่ยิ่งใหญ่ มันมากพอที่จะทำให้เมืองที่เป็นดั่งป้อมปราการแห่งนี้ต้องสั่นสะเทือน
“เห้ย! นั่นมันมอนเตอร์อะไรกัน?!!”
“ดะ..เดี๋ยวก่อน! หลบไม่ทันแล้ว!!”
วินาทีนั่นทันย่าในร่างเบฮีมอทก็พุ่งชนกำแพงเหล็กสีดำอย่างรวดเร็ว เขาได้ใช้ร่างกายของตนกระแทกเข้าไปด้วยพละกำลังที่หนักหน่วง
“ปัง!”
เสียงระเบิดดังก้องไปทั่ว กำแพงสีดำที่สูงกว่าเกือบ100เมตรได้กลายเป็นเศษซาก รวมถึงเกิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ กล้ามเนื้อของเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าโลหะเหล็กกล้าที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมา อย่าว่าแต่กำแพงเหล็กนี้เลย แม้แต่นักสู้แห่งดาวเคราะห์ก็ยังไม่รอดไปจากการโจมตีครั้งนี้
[แจ้งเตือนการอพยพโดยด่วน ตอนนี้มีมอนเตอร์ระดับชนชั้นราชาเข้ามาโจมตี ใครที่อยู่ภายในรัศมีอาณาเขตให้รีบหลบหนีออกมา]
เสียงแจ้งเตือนได้ถูกป่าวประกาศออกมาอย่างต่อเนื่อง ฝูงชนมากมายเต็มไปด้วยความโกลาหลวุ่นวาย แต่ละคนได้ยินคำประกาศก้องที่ดังออกมาจากหนึ่งในสาขาของสมาพันธ์โลก พวกเขาต่างรีบเข้าไปยังที่หลบภัยซึ่งถูกสร้างขึ้น
“โฮกกกกกกกกกกกก!”
ทันย่าได้เริ่มต้นการล้างแค้นของตน ร่างขนาดใหญ่กระโจนขึ้นสู่อากาศ และทิ้งตัวลงมายังเบื้องล่างที่เต็มไปด้วยอาคารและผู้คน แรงกระแทกนี้ได้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรง สร้างความเสียหายประหนึ่งเกิดภัยพิบัติที่น่าหวาดกลัว
ทุกสิ่งพังทลายภายใต้พลังของเขา ซากศพมากมายปลิวกระเด็น โลหิตนับไม่ถ้วนหลั่งไหล อาบย้อมชะโลมไปทั่วทั้งอาณาเขตบริเวณ
“ฮ่าฮ่าฮ่า ตายไปซะให้หมด!”
ร่างสีดำขนาดใหญ่ได้เหวี่ยงหมัดของตนเองอย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าจะไปทิศทางไหน ทุกสิ่งก็ต้องพังราบเป็นหน้ากลอง
“อ๊าก! ช่วยด้วย!!”
เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนดังก้องไปทั่ว สิ่งของเครื่องใช้เกิดการระเบิดออก อาคารบ้านเรือนต่างถูกทำลาย กลายเป็นเศษซากในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที ทุกคนที่ได้เห็นร่างขนาดใหญ่ก็ต่างหวาดกลัวจนฉี่ราด ทั้งหมดแข้งขาสั่นเทาจนไม่อาจขยับตัวไปไหนได้ มันน่ากลัวอย่างถึงขีดสุด
“ไอ้พวกมอนเตอร์สารเลว!”
“แกกล้าโจมตีเมืองมนุษย์!”
ในตอนนั้นเสียงคำรามก็ได้ดังกึกก้องขึ้น
ร่างนับสิบได้พุ่งทะยานเข้ามาราวกับแสงสว่างวาบ ทั้งหมดเต็มไปด้วยความโกรธเมื่อได้เห็นมอนเตอร์ตนนี้เข้าสังหารผู้คนและทำลายบ้านเรือน
ไม่ผิด พวกเขาคือนักสู้แห่งตำนาน ทั้งยังเป็นผู้ที่มีพลังระดับขั้นดาวเคราะห์อีกด้วย
“โฮกกกกกกกกกกกก!”
ทันย่าหันมองไปยังเป้าหมายและส่งเสียงออกมาอย่างไม่เกรงกลัว พร้อมกับที่ร่างขนาดใหญ่ได้กระโจนพุ่งเข้าใส่ประหนึ่งเป็นฝนดาวตก
“กรงเล็บสะบั้นตัดผ่านดวงดาว!”
ฝ่ามือเบฮีมอทได้ถูกตบลงไปยังนักสู้แห่งดาวเคราะห์คนนึง เทคนิคการต่อสู้ชั้นสูงถูกควบแน่นขึ้นที่บริเวณฝ่ามือขนาดยักษ์ สำแดงการโจมตีได้รวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด เป็นดั่งคมมีดที่สามารถตัดผ่านได้ทุกสิ่ง ไม่มีอะไรมาขวางกั้นได้
“นี่มันอะไร?!!”
เสี้ยวพริบตาภาพเบื้องหน้าของชายคนนึงก็ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างประหนึ่งได้พบเจอกับภูตผี
“ปัง!”
การโจมตีของทันย่าไม่ต่างไปจากก้อนหินอุกกาบาต ร่างของนักสู้แห่งตำนานถูกฟาดเข้าใส่อย่างรุนแรง ปลิวกระเด็นออกไปไกลและกระแทกเข้ากับอาคารบ้านเรือนที่อยู่ทางด้านหลัง
แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ถึงสภาพดังกล่าว ไม่แน่ว่าเขาอาจตายไปแล้วก็เป็นได้
“อะไรวะ! ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่อิเอยาสุถูกโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวเช่นนี้ หรือว่ามันเป็นมอนเตอร์ระดับชนชั้นจักรพรรดิ?!!”
“เป็นไปไม่ได้! แกจะบอกว่าพวกมอนเตอร์ได้ให้กำเนิดจักรพรรดิตัวใหม่ขึ้นมาหรือยังไงกัน?”
“ไม่ได้การแล้ว! รีบติดต่อส่วนกลางเร็วเข้า สถานการณ์ตอนนี้เลวร้ายมาก! ต้องให้ท่านซวนหยวนกับท่านหยางจินเหินมาสังหารมันซะ!”
สิ่งที่เกิดขึ้นได้ทำให้นักสู้แห่งตำนานหลายต้องดวงตาเบิกกว้าง ทั้งหมดต่างตกตะลึงจนแทบเสียสติ ขณะที่ความหวาดกลัวได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งจิตใจ เพราะถ้าเป็นมอนเตอร์ระดับชนชั้นจักรพรรดิจริงๆ พวกมันที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ทั้งหมดก็คงไม่อาจต่อกรได้อย่างแน่นอน