"ธารลาวาหินอัคคี?"เทียนฉินหันไปย้อนถามเฟยลี่อย่างสงสัย
"ใช่แล้ว! ธารลาวาหินอัคคีนี้ ประกอบไปด้วยแร่หินอัคคีที่ถูกหลอมละลายด้วยเปลวเพลิงใต้ภูเขาลูกนี้ ถ้าเราค้นหาแร่หินอัคคีพบแล้วสามารถนำไปแลกเป็นคะแนนที่นิกายได้"เฟยลี่อธิบายให้เทียนฉินฟังอย่างละเอียด
"หืม!นอกจากผลไม้เพลิงสีเลือดแล้ว ข้ายังมีวิธีหาคะแนนจากสิ่งอื่นได้ด้วยหรือนี่!"เทียนฉินที่ได้ฟังเฟยลี่กล่าวออกมาพลางครุ่นคิดเรื่องการมาทำภารกิจในครั้งนี้ กลับได้รับผลประโยชน์หลายอย่างที่เขาไม่คาดคิด
"นี่เจ้ายืนเหม่ออะไรอยู่!รีบออกค้นหาต้นผลไม้เพลิงสีเลือดได้แล้ว!"จิงอี้หลานเห็นเทียนฉินยืนใจลอยก็กล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ
"เจ้าจะหงุดหงิดอะไรกันนักกันหนานี่? ถ้ารีบนักละก็ออกไปหาคนเดียวก่อนเลย!"เทียนฉินกำลังครุ่นคิดถึงผลประโยชน์ที่เขาจะได้รับเมื่อกลับนิกายเพลิงอัคคีพลันตื่นจากภวังค์แล้วหันมาโวยวายใส่จิ้งอี้หลานทันที
"เจ้า..เจ้ากล้าใช้ข้าให้ไปหาผลไม้เพลิงสีเลือดคนเดียวอย่างนั้นรึ?"จิงอี้หลานเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ
"ใช่!เจ้าไปหาเองก่อนเลย!"เทียนฉินตอบออกมาตรงๆ
"นี่เจ้า.."
"พอได้แล้วเสี่ยวจิง เทียนฉินด้วย!"
"พวกเจ้าสองคนจะทะเลาะกันไปทำไม ช่วยกันคิดหาหนทางไปต่อไม่ดีกว่าหรอ?ก่อนที่จิงอี้หลานจะทันได้เอ่ยอะไรออกมาเป็นเฟยลี่ที่มาห้ามทั้งสองคนไว้
"เชอะ!ฝากไว้ก่อนเถอะ!"จิงอี้หลานเอ่ยออกมาก่อนหันหน้าหนีไปอีกทาง
"เฮ่อ!"
เทียนฉินถอนหายใจออกมาก่อนหันไปมองธารลาวาที่ไหลไปตามแนวร่องหินอย่างช้าๆ ก่อนจะเอ่ยความคิดของตนเองออกมา
"ทางที่ธารลาวาไหลผ่านไปมีถ้ำอยู่ ยังไงพวกเราคงต้องเดินตามธารลาวานี้ไปก่อน!"
"อืม!ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ออกเดินทางกันเถอะ!"เฟยลี่เห็นด้วยกับความคิดของเทียนฉิน
เทียนฉินและสองสาวก้าวเดินไปตามทางธารลาวาที่ไหลไปอย่างเชื่องช้า ตลอดระยะทางที่เดินเข้ามาไอความร้อนของเปลวเพลิงรอบๆ ยิ่งมายิ่งหนาแน่น ต่างถั่งโถมพัดเข้ามาในร่างกายของทั้งสามจนชุ่มชื้นไปด้วยเหงื่อ
ทันใดนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงแหวกอากาศดังมา พร้อมเปลวเพลิงเป็นเส้นสายหลายเส้นซัดเข้ามาอย่างโหดเหี้ยม เทียนฉินเคลื่อนตัวหลบไปอีกด้านได้อย่างง่ายดาย และเมื่อเขามองดูก็พบว่าที่โจมตีตนนั้นไม่ใช่สัตว์อสูร แต่เป็นดวงไฟหลายลูกที่ส่องสว่างไสวอยู่ด้านหน้า
"หืม!วิญญาณอัคคีหรือ?"เทียนฉินรู้สึกตกใจมากที่เห็นวิญญาณอัคคีโผล่ออกมาโจมตีเขาแบบนี้
"เจ้ารู้จักวิญญาณอัคคีด้วยหรือ?"เฟยลี่เอ่ยถามอย่างแปลกใจ
"อืม!เคยเจอพวกมันในแดนลับมาแล้วครั้งหนึ่ง!" เทียนฉินเอ่ยตอบอย่างง่ายๆ
ฟุบ!
ขณะที่ทั้งสามกำลังคุยกันอยู่นั้น ก็มีเปลวเพลิงอีกหลายสายโจมตีเข้ามาหาพวกเขาราวกับคมกระบี่
ฟู่! ฟู่!
เทียนฉินไม่รอช้าใช้ท่วงท่าดับตะวันผสานกับความเข้าใจแก่นแท้ธาตุน้ำขั้นกลาง ซัดเข้าใส่กลุ่มวิญญาณอัคคีเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว
วิญญาณอัคคีสองตนถูกหมัดของเทียนฉินซัดเข้าใส่เต็มแรง เปลวเพลิงที่ห่อหุ้มอยู่ทั่วร่างพลันค่อยๆมอดดับลง ไม่นานก็แหลกสลายหายไปหลงเหลือเพียงเม็ดแสงสีส้มเม็ดหนึ่งตกอยู่
"มุกวิญญาณอัคคี!"จิงอี้หลานเอ่ยออกมาอย่างดีใจ
"หือ!มันคืออะไร?"เทียนฉินเอ่ยถามอย่างสงสัย
"นี่เจ้าไม่รู้จักมุกวิญญาณอัคคีหรือ?"
"แล้วไหนเจ้าบอกว่าเคยเจอกับวิญญาณอัคคีไง?" จิงอี้หลานเอ่ยถามออกมาเป็นชุด
"เคยเจอก็จริง! แต่พอฆ่าพวกมันแล้วไม่เห็นมีอะไรแบบนี้ตกลงมาเลย!"เทียนฉินเอ่ยตอบไปตามตรง
"เชอะ! มาทำเป็นอวดเก่งแต่ที่แท้ก็ไม่รู้อะไรเลยงั้นสิ!" จิงอี้หลานพอได้ทีก็เอ่ยวาจากัดจิกเทียนฉินอีกครั้ง
"ข้าว่าพวกเจ้าทั้งสองจัดการวิญญาณอัคคีที่เหลือก่อนแล้วค่อยมาทะเลาะกันดีกว่ามั้ย?"เฟยลี่ที่กำลังต่อสู้อยู่กับวิญญาณอัคคีตนหนึ่งอยู่หันมาดุทั้งสองคน
"เชอะ!"จิ้งอี้หลานหันมาค้อนเทียนฉินก่อนพุ่งเข้าไปปะทะกับวิญญาณอัคคีที่เหลือ
ทั้งสามคนใช้เวลาอยู่ไม่นานก็กำจัดวิญญาณอัคคีที่โผล่ออกมาได้หมด หลังจากนั้นทุกคนต่างกระจายกันเก็บรวบรวมมุกวิญญาณอัคคีที่ตกหล่นอยู่ตามพื้น แล้วนำมาแบ่งกันได้คนละสี่เม็ดพอดี
"ทีนี้ช่วยอธิบายให้ข้าได้รู้ทีว่ามุกวิญญาณอัคคีนี้มีไว้ทำอะไร?"เทียนฉินเอ่ยขอร้องแกมบังคับหลังจากแบ่งมุกวิญญาณอัคคีกันเรียบร้อยแล้ว
"ก่อนอื่นต้องกล่าวถึงวิญญาณอัคคีก่อน"
"วิญญาณอัคคีนั้น เกิดจากกลุ่มของกระแสจิตวิญญาณธรรมชาติรวมตัวกันขึ้นในแหล่งที่มีเปลวเพลิงอัคคีอยู่เป็นเวลานานมาก จนกำเนิดดวงจิตขึ้นมาเป็นรูปร่างได้ "
"แล้ววิญญาณอัคคีพวกนี้มีความนึกคิดเป็นของตัวเองรึเปล่า?"เทียนฉินถามแทรกขึ้นมาอย่างอยากรู้
"นี่เจ้าอยากเอาพวกมันมาเลี้ยงแก้เหงารึอย่างไรกัน!"จิงอี้หลานถามแทรกออกมาเช่นกัน
"มีคนเอาพวกมันมาเลี้ยงด้วยหรือ?" เทียนฉินแกล้งโง่
"นี่เจ้า.."
"คริคริ! พอได้แล้วเสี่ยวจิง!"เฟยลี่ขำขันกับท่าทางของจิงอี้หลานก่อนจะเริ่มอธิบายให้เทียนฉินฟังต่อ
"วิญญาณอัคคีพวกนี้ไม่มีสติปัญญาใดๆทั้งสิ้น มันมีเพียงสัญชาตญาณที่จะปกป้องพื้นที่ที่พวกมันถือกำเนิดขึ้นมาเท่านั้นเอง"
"อ่อ! แล้วมุกวิญญาณนั้นล่ะ?"เทียนฉินเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง
"หลังจากวิญญาณอัคคีก่อกำเนิดเป็นตัวตนขึ้นมาแล้วนั้น ก็จะมีจุดศูนย์กลางคอยรวบรวมแหล่งพลังงานธาตุในสถานที่นั้นๆคล้ายกับจุดตันเถียน ภายในร่างกายของคนเรานั่นเอง และจุดที่คล้ายตันเถียนนั้นเองพวกเราเรียกกันว่ามุกวิญญาณอัคคี"เฟยลี่อธิบายให้เทียนฉินฟังอย่างใจเย็น
เทียนฉินพยักหน้าอย่างเข้าใจพลางย่อยข้อมูลที่ได้ฟังจากเฟยลี่อย่างช้าๆ ที่จริงแล้วพวกกลุ่มวิญญาณนี้ไม่ได้มีเฉพาะแค่วิญญาณอัคคีเท่านั้น แต่มีกลุ่มวิญญาณหลากหลายประเภท แล้วแต่ว่าจะถือกำเนิดในแหล่งที่มีพลังงานของธาตุไหนสะสมอยู่
ซึ่งในโลกใบนี้นั้นพลังงานธาตุต่างๆล้วนมีมากมายหลากหลายชนิด แล้วแต่ว่าผู้ใดจะมีโชควาสนาในการได้ครอบครองแก่นแท้ของธาตุอะไร
ส่วนมุกวิญญาณนั้นเป็นแหล่งพลังงานชั้นเลิศ ที่ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ต่างแสวงหากันอย่างมากมาย เพราะมุกวิญญาณของธาตุใดก็ตามที่ผู้ฝึกตนได้หล่อหลอมแล้วละก็ จะช่วยเพิ่มความรู้ความเข้าใจแก่นแท้ธาตุนั้นให้สูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อย่อยข้อมูลในหัวสมองจนปลอดโปร่งแล้ว เทียนฉินจึงหันมองดูรอบด้านอีกครั้งก่อนจะชวนทั้งสองสาวเดินทางกันต่อ
"ข้าพร้อมแล้ว ไปกันเถอะ!"
"นี่แค่เดินเข้ามาได้ไม่ลึกเท่าไรยังได้พบกับวิญญาณอัคคีเสียแล้ว ไม่รู้เลยว่าต่อไปข้างหน้าจะเจอกับอะไรอีกบ้าง"จิงอี้หลานบ่นออกมาอย่างหวั่นเกรง
"เตรียมตัวไว้ให้พร้อมตลอดเวลากันก็พอ!"เฟยลี่เอ่ยปลอบใจด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เทียนฉินไม่ได้สนใจเสียงพูดคุยของทั้งสองสาวอีก จากนั้นจึงเดินเข้าไปข้างในต่อ แต่เพิ่งจะเดินเข้ามาได้ไม่นาน ก็ได้มีเปลวเพลิงหลายสายพากันโจมตีเข้ามาหาเขาอย่างดุร้าย แต่ว่าทั้งสามก็ไม่ได้ตื่นตระหนกอะไร ทำการกำจัดวิญญาณอัคคีพวกนี้ทิ้งไปได้อย่างง่ายดาย
"ถ้าเก็บมุกวิญญาณอัคคีได้อย่างนี้อีกสักจำนวนหนึ่งข้าคงได้มีความเข้าใจแก่นแท้ธาตุไฟขั้นสูงเป็นแน่!"จิงอี้หลานเอ่ยออกมาอย่างดีใจหลังจากแบ่งมุกวิญญาณอัคคีกันอีกครั้ง
"ข้าก็คิดเหมือนกันกับเจ้าเลยเสี่ยวจิง"
เฟยลี่ที่เป็นคนใจเย็นก็พลันอดตื่นเต้นไม่ได้เหมือนกัน
เทียนฉินหันมามองทั้งสองพลางอมยิ้มแล้วออกเดินนำหน้าต่อไป ใช่ว่าเขาจะไม่คิดถึงเรื่องนี้เสียที่ไหน ที่จริงแล้วเขาคิดไว้ตั้งแต่ที่ได้ฟังเฟยลี่กล่าวบอกเขาเรื่องวิญญาณอัคคีตอนนั้นแล้ว
หลังจากผ่านแนวโขดหินน้อยใหญ่และพวกวิญญาณอัคคีนี้มาจนถึงปากโพลงถ้ำด้านหนึ่ง สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของพวกเขาก็คือ ทะเลสาบลาวาที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ทั้งยังมีเปลวเพลิงลุกไหม้อยู่ตลอดเวลาอย่างไม่น่าเชื่อ รอบๆด้านยังมีหินผาสูงตั้งตระหง่านคล้ายพวกเขาได้พลัดหลงมาข้ามาอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิงอย่างไรอย่างนั้น
เทียนฉินสอดส่ายสายตาไปทั่วบริเวณหินผาที่สูงชันเหล่านั้น พลางกำลังลังจะลองเหาะสำรวจด้านบนดูปรากฎว่า ที่นี่เสมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างทำให้ไม่สามารถเหาะขึ้นไปด้านบนได้
"มีอะไรรึเทียนฉิน?"เฟยลี่ที่สังเกตุดูรอบๆหันมาพบเทียนฉินที่ยืนทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ จึงเอ่ยถามด้วยความสนใจ
"ที่นี่มีพลังงานบางอย่างที่คอยควบคุมไม่ให้เหาะขึ้นไปด้านบน"เทียนฉินตอบกลับมาอย่างกลัดกลุ้ม
"หืม!จริงด้วยเสี่ยวเฟย"จิงอี้หลานที่ลองเหาะขึ้นดูก็พลันเข้าใจความหมายที่เทียนฉินเอ่ยบอก
"แปลกจริง?"
"แล้วเราจะทำอย่างไรกันต่อไปดี"เฟยลี่หันมาปรึกษากับเทียนฉิน
"คงต้องลองเดินสำรวจดูบริเวณรอบๆกันก่อนค่อยคิดหาวิธีอีกครั้ง"
เทียนฉินบอกกับทั้งสองสาวก่อนก้าวเดินออกไปสำรวจตามผนังหินผาทันที
จบตอนที่ 35