ท้องนภาเหนือแดนเทพถูกฉีกขาดออกเป็ริ้วๆ ราวกับผืนผ้าที่ถูกมือั์กระชากอย่างโเี้
สายฟ้านับพันฟาดลงมาราวกับ้าทำลายทุกสิ่งให้สูญสิ้น
กลางพายุ์นั้น…มีชายผู้หนึ่งยืนอยู่
ร่างของเขาอาบไปด้วยโลหิตเสื้อคลุมขาดวิ่น เส้นผมสีดำปลิวสะบัดท่ามกลางกระแสลมอันบ้าคลั่งแต่ดวงตาคู่นั้นยังคงนิ่งลึก ราวกับไม่เคยหวาดกลัวต่อสิ่งใดในฟ้าดิน
เขาคือ…
“เยี่ยเฉินหาน” เทพโอสถอันดับหนึ่งแห่งแดนเทพ
โอสถที่เขาปรุง…สามารถชุบชีวิตคนตาย
โอสถที่เขามอบ…สามารถทำให้ยอดยุทธก้าวข้ามขีดจำกัด
แม้แต่จักรพรรดิปราณยังต้องก้มหัวขอร้องเขา
แต่ในวันนี้…
เขากลับถูกล้อมด้วยผู้คนที่เคยเรียกเขาว่า“สหาย”
ผู้คนที่เคยเรียกเขาว่า “ผู้มีพระคุณ”
เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังขึ้นจากเบื้องหน้า
“เยี่ยเฉินหาน…เ้าช่างโง่เขลานัก”
บุรุษหนุ่มผู้ยืนอยู่ตรงข้ามก้าวออกมา
พลังปราณรอบกายของเขาแผ่กระจายจนมิติรอบข้างบิดเบี้ยว
ระดับปราณสู่มหาเทวะ…!!
เขาคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งแดนเทพในยุคนี้
ผู้ที่ผู้คนยกย่องว่า “ยอดยุทธไร้เทียมทาน”
และ…
เขาคือชายที่กำลังยืนเคียงข้างหญิงงามผู้หนึ่ง
หญิงงามที่งดงามจนแม้แต่์ยังต้องอิจฉา
ใบหน้าขาวกระจ่าง ดวงตาเย็นดุจจันทรา เส้นผมยาวดั่งสายไหมดำขลับ
นางคือ…
คู่หมั้นของเยี่ยเฉินหาน
หรือ…อดีตคู่หมั้น
เยี่ยเฉินหานมองนางนิ่ง
ไม่มีคำถาม ไม่มีเสียงะโมีเพียงความเงียบงันที่ลึกยิ่งกว่าหุบเหว
“…เ้า…เลือกเขา?”
เสียงของเขาแ่เบา
แต่กลับก้องกังวานในห้วงจิตของทุกผู้คน
หญิงงามสบตาเขาเพียงครู่เดียว
ก่อนจะเบือนสายตาออกไปอย่างเ็า
“ข้าไม่เคยเลือกเ้าเลยั้แ่แรก”
คำพูดนั้น…ราวกับมีดที่กรีดลงบนหัวใจโดยตรง
ลมพายุรอบกายหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
เยี่ยเฉินหานหัวเราะเบาๆ
เสียงหัวเราะนั้น…ไร้ความบ้าคลั่งไร้ความสิ้นหวัง
แต่กลับเต็มไปด้วยความเย็นเยียบที่น่าหวาดกลัว
“ดี…”
เขายกมือขึ้นช้าๆ
ในมือปรากฏขวดหยกสีคราม
ภายใน…คือโอสถระดับ์ที่สามารถเปลี่ยนชะตาฟ้า
“ในเมื่อพวกเ้า้าโอสถ…ก็เอาไป!”
เปรี๊ยะ!!
ขวดหยกถูกบดขยี้ในพริบตา
พลังโอสถแผ่กระจายออกเป็คลื่นมหาศาล
ฟ้าดินสั่นะเือย่างรุนแรง
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปในทันที
“หยุดมัน!!”
“มันจะะเิ—!!”
แต่สายเกินไปแล้ว
เยี่ยเฉินหานก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว
รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้า
“ในชาตินี้…ข้าผิดเองที่คิดว่าโอสถจะทำให้คนเคารพ”
เขามองไปยังชายและหญิงตรงหน้า
ดวงตาที่เคยสงบนิ่ง…แปรเปลี่ยนเป็ความเย็นเยียบลึกสุดขั้ว
“แต่ในชาติหน้า…”
“ข้าจะใช้พลัง…”
“เหยียบย่ำพวกเ้าทุกคนให้จมดิน”
เสียงะเิดังสนั่น
แสงสว่างกลืนกินทุกสิ่ง
ร่างของเยี่ยเฉินหานแตกสลายเป็เถ้าธุลี
หายไปในห้วงความว่างเปล่า
…
……
ท่ามกลางความมืดมิดไร้ขอบเขต
มีเพียงดวงจิตหนึ่งลอยเคว้งอยู่
เสียงของเขาดังขึ้นอีกครั้ง
แ่เบา…แต่หนักแน่น
“หาก์ยังมีตา…”
“ข้าขอ…โอกาสอีกครั้ง”
วูบ—!
แสงสายหนึ่งฉีกความมืดออก
ดวงจิตถูกดูดเข้าไปอย่างรุนแรง
…
……
ณโลกอีกแห่งหนึ่ง
แดนระดับต่ำ…ที่ไม่มีใครรู้จักชื่อของเขา
ภายในห้องมืดสลัว
ร่างของเด็กหนุ่มนอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้เก่า ๆ
ใบหน้าซีดขาว
ลมหายใจแ่เบาราวกับใกล้ดับ
เสียงกระซิบดังขึ้นภายในจิต
“ข้า…ยังไม่ตาย?”
ดวงตาของเด็กหนุ่ม…เปิดขึ้นช้าๆ
แสงบาง ๆสะท้อนในดวงตาคู่นั้น
แต่มันไม่ใช่สายตาของเด็กหนุ่มธรรมดาอีกต่อไป
มันคือสายตาที่ผ่านความเป็ความตาย
ผ่านการทรยศ…และความสิ้นหวังมาแล้ว
ความทรงจำทะลักเข้ามาในสมอง
แดนเทพ
โอสถ
การหักหลัง
ความตาย
ทั้งหมด…ยังคงชัดเจน
เยี่ยเฉินหาน…
ยิ้มบาง ๆ
“…ดี…”
เขาค่อย ๆลุกขึ้นนั่ง
แม้ร่างกายจะอ่อนแอจนแทบขยับไม่ได้
แต่ในดวงตานั้น…
ไม่มีความอ่อนแอหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
“ชาตินี้…”
“ข้าจะไม่เป็แค่เทพโอสถอีกต่อไป”
เขากำมือแน่น
เสียงกระดูกลั่นเบาๆ
“ข้าจะเป็…”
“ผู้ที่ยืนอยู่เหนือทุกสิ่ง”
สายลมเย็นพัดผ่านหน้าต่าง
แสงจันทร์สาดลงบนใบหน้าของเขา
และในเงานั้น…
เหมือนมีรอยยิ้มของปีศาจซ่อนอยู่..!!