พลิกชะตาฟ้า คว้าบัลลังก์เซียน

    บทที่28 คงหมิงลงมือ

    บทที่28 คงหมิงลงมือ

    ณ สำนักเหนือสวรรค์ในตอนนี้สำนักที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นพฤกษานานาพรรณกลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นโลหิต

    เมื่อการปะทะได้เริ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายมารโลหิตหรือฝ่ายของสามสำนัก ต่างก็มีผู้ล้มตายกันทุกๆชั่วลมหายใจ สายธารโลหิตได้หลังไหลไปทั่วทุกหย่อมหญ้าของสำนักเหนือสวรรค์

    ทางด้านผู้คนที่หลบอยู่ในเมืองเมฆาครามนั้นได้ยินเสียงการต่อสู้และกลิ่นคาวโลหิตได้อย่างชัดเจน แม้ไม่ได้เห็นการต่อสู้กับตาแต่พวกเขาก็สามารถรับรู้ได้ว่าเบื้องนอกกำลังมีการต่อสู้ครั้งใหญ่

    ในสนามรบเวลานี้ต่างฝ่ายต่างมุ่งหมายเอาชีวิตกันอย่างไม่ลดละ ในด้านของหม่าฉือที่กำลังปะทะกับโลหิตสิบแปดอยู่นั้นความแตกต่างของผู้ฝึกยุทธ์จากภายนอกกับผู้ฝึกยุทธ์ในดินแดนนี้ได้แสดงให้เห็นแล้ว

    “มารดามันเถอะ ข้ากับเจ้านั่นพลังยุทธ์ก็มิได้ต่างกันมากนัก แต่เหตุใดพลังลมปราณของมันถึงได้หนาแน่นกว่าข้าขนาดนี้กัน

    ความแตกต่างของผู้ฝึกยุทธ์ภายนอกกับผู้ฝึกยุทธ์ภายในดินแดนแห่งนี้มันห่างกันเช่นนี้เชียวรึ หากข้ามิได้ดูดซับของวิเศษชิ้นนั้นแล้วยกระดับมาเป็นราชันย์ยุทธ์ระดับกลางเวลานี้ข้าคงเป็นศพไปแล้วสินะ ข้ายิ่งคิดก็ยิ่งปวดใจยิ่งนัก

    แต่เหตุใดเจ้าหลินตงถึงไม่มีปัญหาในข้อนี้เลยล่ะ เอาเถอะยังไงก็ถือเป็นเรื่องที่ดีล่ะนะ”

    หม่าฉือได้แต่คิดกับตัวเองในใจพร้อมปล่อยวิชามรรคสร้างอาวุธลมปราณออกมานับไม่ถ้วนเข้าโจมตีใส่โลหิตสิบแปด

    ถึงแม้จะมีความต่างด้านความหนาแน่นของพลังยุทธ์แต่การรับมือกับหม่าฉือก็ไม่ใช่เรื่องง่ายไปซะทีเดียว สิ่งนี้ทำให้โลหิตสิบแปดประหลาดใจอยู่ไม่น้อยที่ดินแดนแห่งนี้ยังมีราชันย์ยุทธ์ที่พอใช้ได้อยู่ด้วย แถมยังมีถึงสามคน

    แม้จะประหลาดใจแต่ตัวมันก็ยังปล่อยวิชามรรคของมันใส่หม่าฉือตลอดเวลา หวังปลิดชีพชายตรงหน้ามันโดยเร็ว

    ในด้านของเจียงเป่า เขานั้นก็ไม่ได้รู้สึกต่างไปจากหม่าฉือมากนัก ไม่ว่าตัวเขาจะปล่อยวิชามรรคต่างๆไปมากเท่าไหร่มารโลหิตที่ถูกเรียกว่าโลหิตสิบเก้านั้นก็ยังไม่ได้รับบาดแผลที่ส่งผลร้ายแรงสักครั้ง ทว่าอีกฝ่ายก็มิอาจสร้างบาดแผลให้ตนได้เช่นกัน ด้วยวิชามรรคที่วิเศษอย่างวิชามรรคทำนายดวงชะตา

     ทำให้เจียงเป่าสามารถใช้ความสามารถในการแย่งชิงโชคและเสริมโชคชะตามาใช้ได้ถึงขีดสุด ถึงจะเป็นเช่นนั้นตัวของเจียงเป่าก็มิอาจจะทำลายโชคชะตาของอีกฝ่ายได้เสียที

    การสู้รบยังดำเนินต่อไป ทางด้านเจ้าสุนัขคงหมิงที่บัดนี้มันเลือกเป้าหมายแรกได้แล้วจึงฉีกมิติพุ่งเข้าใส่เป้าหมายในทันที ผลของมันไม่ต้องพูดถึงหนึ่งในมารโลหิตระดับขุนพลถูกคงหมิงใช้เขี้ยวอันแหลมคมกัดกระชากศีรษะของมารโลหิตตนนั้นจนหลุดออกจากลำตัว

    ทว่าสิ่งนี้จึงถูกดึงดูดจากมารโลหิตระดับขุนพลที่เหลือด้วยเช่นกัน “นะ..นั่นมันไอเจ้าสุนัขบ้าที่เคยปะทะกับพวกเราในกลางทะเลมิใช่รึ” หนึ่งในมารโลหิตระดับขุนพลเอ่ยพร้อมน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น “พวกเราทั้งหกต้องร่วมมือกันรับมือกับไอสุนัขบ้านี่เสียก่อน หากท่านโลหิตสิบเก้าและท่านโลหิตสิบแปดจัดการเจ้าสองคนนั้นเสร็จเจ้าสุนัขบ้านี่ต้องไม่รอดแน่”

     เอ่ยจบเหล่ามารโลหิตระดับขุนพลทั้งเจ็ดที่บัดนี้ได้เหลือเพียงหก ได้รวมตัวกันพร้อมพุ่งเข้าโจมตีใส่คงหมิง ทว่าเพียงไม่กี่อึดใจต่อมา เหล่ามารโลหิตระดับขุนพลทั้งหมดก็เหลือแต่เพียงร่างไร้ศีรษะเสียแล้ว

    “โฮ่ง..นายท่านสุนัขเช่นข้าไม่อยากเสียเวลากับพวกเจ้านานนักหลอก” เอ่ยจบคงหมิงจึงหันไปมองการต่อสู้ในจุดต่างๆจึงเห็นสถานการณ์ของหม่าฉือและเจียงเป่าที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก

    “โฮ่ง..พวกเจ้าทั้งสองนายท่านสุนัขจะไปช่วยพวกเจ้าเอง”เอ่ยจบก่อนที่จะพุ่งตัวไปช่วยเหลือทั้งสองคนเจ้าสุนัขคงหมิงก็ไม่วายที่จะค้นหาของมีค่าของมารโลหิตระดับขุนพลทั้งเจ็ดและเก็บมาทั้งหมด

    “รวย!!รวย!!!ข้าจะเป็นท่านสุนัขที่ร่ำรวยที่สุด” เจ้าสุนัขได้ปรากฏรอยยิ้มแห่งความดีใจบนใบหน้าขอมมัน แม้ว่าในสายตาผู้อื่นรอยยิ้มนั้นจะทำให้มันดูชั่วร้ายก็ตามที”

    เมื่อเจ้าสุนัขคงหมิงเข้ามาช่วย หม่าฉือและเจียงเป่าจึงได้มีเวลาพักหายใจกันบ้าง

    ในด้านของโลหิตสิบเก้าและโลหิตสิบแปด เมื่อเห็นถึงผู้ที่มานั้นก็อดที่จะเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมามิได้ “เจ้า…เจ้าก็เป็นพวกของเจ้าพวกนี้สินะไอสุนัขหน้าโง่ ดี!ข้าจะเอาหัวของเจ้าไปให้โลหิตยี่สิบในนรก”

    โลหิตสิบเก้าเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเดือดดาล ตัวมันนั้นในบรรดาขุนพลโลหิตทั้งยี่สิบตน โลหิตลำดับที่สิบแปดและยี่สิบคือผู้ที่มันสนิทที่สุด แต่เวลานี้หนึ่งในนั้นกลับถูกสังหารลงและผู้ที่สั่งหารก็อยู่เบื้องหน้ามันแล้ว

    “โฮ่ง…เจ้าสิหน้าโง่ไอพวกยุงดูดเลือด ส่วนไอเจ้านั่นก็ควรจะอยู่ในนรกอยู่แล้ว แต่หากข้าตายไปท่านสุนัขที่แสนดีเช่นข้าไม่มีวันตกนรกหรอกนะ”

    “เลิกพล่ามแล้วมารับความตายเสีย หัตถ์โลหิต” สิ้นเสียงมารโลหิตทั้งสองจึงได้สำแดงวิชามรรคออกมาพร้อมกันหมายดับชีวิตสุนัขเบื้องหน้า

    ฝ่ามือโลหิตสองข้างได้พุ่งตรงมาเบื้องหน้าของเจ้าสุนัขคงหมิง เมื่อเห็นสิ่งที่กำลังพุ่งมามุ่งหมายจะเอาชีวิตตนแววตาของเจ้าสุนัขคงหมิงที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่กลับกลายเป็นแววตาแห่งนักล่าที่กำลังมองหาเหยื่อ

    ในตอนนี้เองร่างกายของเจ้าสุนัขคงหมิงก็ใหญ่ขึ้นกลายเป็นสุนัขสีดำทมิฬที่สูงกว่าสามเมตรพร้อมปล่อยกลิ่นอายที่จะกลืนกินทุกอย่างออกมา และสิ่งที่ทำให้มารโลหิตเบื้องหน้าตกตะลึงก็เกิดขึ้น

    ฝ่ามือโลหิตที่กำลังจะถึงตัวคงหมิงนั้นกลับถูกปากอันใหญ่โตของคงหมิงเขมือบเข้าไปจนหมด

    “โฮ่ง…ไม่เลวๆฝ่ามือนี้รสชาติพอได้ เอามาอีกสิข้ายังไม่อิ่มเลย”คงหมิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมน้ำลายที่ไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง

    “นะ…นี่มันบ้าอันใดกันเหตุใดจึงมีสุนัขเช่นนี้ได้” โลหิตสิบแปดเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจ ทว่าผ่านไปไม่กี่ลมหายใจความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องเล่าที่มันเคยได้ยินมาก็ปรากฏขึ้นมาในหัว

    “สุนัขที่กลืนกินได้ทุกอย่างไม่ว่าจะวิชามรรคหรือพลังปราณและยังความสามารถฉีกมิตินั่นอีก”

    “เจ้าหรือจะเป็นเผ่าสุนัขกลืนสวรรค์” โลหิตสิบแปดเอ่ยออกมาโดยไม่รู้ตัว

    “ไม่…เป็นไปไม่ได้เผ่าพันธุ์นั้นได้ถูกจัดการไปจนหมดแล้วมิใช่รึ เจ้าสุนัขนี่มันจะเป็นสุนัขกลืนสวรรค์ไปได้เช่นไร” โลหิตสิบเก้าเอ่ยขึ้นทันทีมันมิอาจทำใจเชื่อได้ลง หากเจ้าสุนัขเบื้องหน้าพวกเขาคือเผ่าสุนัขกลืนสวรรค์จริงๆ ด้วยความสามารถอันหลากหลายของมันคงจะเป็นเรื่องยากที่จะสังหารเป็นแน่

    ที่สำคัญเผ่าพันธุ์นี้เจ้าคิดเจ้าแค้นเป็นอย่างมากหากครั้งนี้มันหนีไปได้เผ่ามารโลหิตคงมีศัตรูที่น่ากลัวเพิ่มมาอีกหนึ่งเป็นแน่ แต่ทั้งหมดต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ว่าเจ้าสุนัขนี่จะเป็นสุนัขกลืนสวรรค์จริงๆ

    เมื่อคงหมิงได้ยินคำพูดของโลหิตสิบแปดจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ “ฮาๆๆตัวตนอันทรงพลังของข้าถูกพวกเจ้ามองออกซะแล้วหรอโฮ่ง”

    เมื่อโลหิตสิบแปดและโลหิตสิบเก้าได้ยินสิ่งที่เจ้าสุนัขคงหมิงเอ่ย ทั้งสองต่างก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “เช่นนี้ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็ปล่อยให้เจ้าสุนัขนี่รอดไปไม่ได้ หากมันหนีไปได้และฝึกฝนถึงพลังยุทธ์ระดับสูงเผ่ามารโลหิตของเราคงถึงคราวโกลาหลเป็นแน่” ทั้งสองได้มีความคิดนี้ขึ้นมาในหัวพร้อมๆกัน

    ไม่รออันใดอีกโลหิตสิบเก้าและโลหิตสิบแปดจึงใช้พลังทั้งหมดโจมตีเข้าใส่สุนัขคงหมิง “ร่างโลหิต” สิ้นเสียงโลหิตสองก้อนได้ก่อตัวขึ้นเป็นร่างจำลองมารโลหิตขนาดใหญ่พร้อมหอกที่สร้างจากโลหิตภายในมือ

    “ไปลงนรกซะ” เอ่ยจบร่างจำลองมารโลหิตเบื้องหลังนั้นได้ซัดหอกตรงเข้าใส่คงหมิงอย่างไม่ให้ทันตั้งตัว

    คงหมิงที่เห็นภาพการโจมตีที่มาอย่างรวดเร็วนั้นคิดจะหลบตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้วทำได้แต่ใช้พลังของตนต้านรับไว้ “ไอเจ้ายุงดูดเลือดบัดซบ กล้าลอบโจมตีท่านสุนัขผู้นี้รึโฮ่ง” สิ้นเสียงร่างของคงหมิงได้ลอยกระเด็นพร้อมมีโลหิตไหลออกจากมุมปาก

    หม่าฉือและเจียงเป่าที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบเข้าไปช่วยคงหมิงในทันที ทว่าไม่ทันให้ทั้งสองไปถึงคงหมิงได้พุ่งตัวเข้าปะทะด้วยดวงตาแดงก่ำพร้อมกลิ่นอายของสัตว์ร้ายบรรพกาล

    “ไอตัวบัดซบ คิดว่าลอบโจมตีแล้วจะชนะข้างั้นรึ ข้าจะตอบแทนหอกเมื่อครู่ให้สาสมเลย”

     สิ้นเสียงปากอันใหญ่โตของคงหมิงได้ฉีกกระชากแขนของร่างจำลองมารโลหิตนั้นจนขาดสะบั้นพร้อมกลืนมันลงไปอย่างกับกินอาหารอย่างไรอย่างนั้น

    ภาพนี้ทำให้มานโลหิตทั้งสองตนถึงกับต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พร้อมกับร่ำร้องขึ้นมาในใจพร้อมๆกัน “มารดามันเถอะแล้วพวกข้าจะสู้กับเจ้า สัตว์ประหลาดนี่อย่างไร”

    จากผู้เขียน: ฝากกดหัวใจให้ข้าน้อยเพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะขอรับ

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตาฟ้า คว้าบัลลังก์เซียน ที่คุณอ่าน