สู่เหนือสรรพสิ่ง

    ตอนที่ 51 สำนักหยุนซาน

    เมื่อเดินทางห่างออกมาจากสำนัก ตัวเรือเหาะก็ค่อย ๆ ลอยสูงขึ้นจนเกือบจรดหมู่เมฆ ก่อนจะเคลื่อนตัวทะยานไปข้างหน้า แม้ความเร็วจะไม่ได้พุ่งทะยานจนน่าตกใจ ทว่าก็ยังเร็วกว่าการเดินเท้าถึงหลายร้อยเท่า รอบกายมีเพียงสายลมอ่อน ๆ พัดผ่าน แม้จะมีเสียงคลื่นพลังจากม่านอาคมคุ้มกันเรืออยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกรำคาญหูเลยแม้แต่น้อย


    หลี่ซวนทอดสายตามองลงไปยังเบื้องล่าง ทิวทัศน์อันงดงามที่ตัดผ่านสายตาชวนให้เขานึกถึงการเดินทางด้วยสองเท้าหลังออกจากหมู่บ้านซีเหอตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ทัศนียภาพของภูเขาสูงชัน แม่น้ำสายยาว หมู่บ้าน เมืองใหญ่ หรือแม้กระทั่งสำนักเล็ก ๆ ล้วนปรากฏให้เห็นอยู่รำไร


    ‘นี่สินะ ความรู้สึกของการโบยบินอยู่บนท้องฟ้า...’ ชายหนุ่มคิดในใจด้วยความตื่นเต้น ‘สักวันข้าเองก็คงสามารถเหาะเหินเดินอากาศและชื่นชมทิวทัศน์เช่นนี้ได้ด้วยตัวเอง หากวันนั้นมาถึงเร็ว ๆ ก็คงจะดีไม่น้อย’


    เขาละสายตาจากภาพเบื้องล่างแล้วหันกลับมาหาสหายทั้งสอง "พี่จาง พี่อวี่ ข้าขอตัวฝึกฝนวิชาสะกดไอวิญญาณก่อนก็แล้วกัน เชิญพวกท่านพักผ่อนตามสบายเถิด"


    จางเหว่ยพยักหน้ารับคำ ก่อนจะนั่งลงทำสมาธิอยู่ไม่ไกลจากหลี่ซวน ส่วนอวี่ฟ่านก็พยักหน้าเช่นกัน ทั้งยังคอยจับตาดูหลี่ซวนอยู่ห่าง ๆ เพื่อเตรียมชี้แนะทันทีหากมีสิ่งใดผิดพลาด แล้วเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว


    หกวันต่อมา...


    ในที่สุด หลี่ซวนก็สามารถทำความเข้าใจเคล็ดวิชาและควบคุมไอวิญญาณรอบตัวได้อย่างสมบูรณ์ บัดนี้เขากำลังร่วมวงสนทนากับสหายทั้งสอง โดยอวี่ฟ่านกำลังคุยโวเรื่องต่าง ๆ อย่างออกรส ทั้งเรื่องการบำเพ็ญและสถานที่ต่าง ๆ ที่อวี่ฟ่านแนะนำมา ซึ่งหลี่ซวนคิดไว้ว่าหากจบงานประลองนี้และมีโอกาส เขาคงจะหาเวลาไปเยือนสถานที่เหล่านั้นดูบ้าง


    ทว่าสนทนากันได้ไม่นาน เสียงของ 'จินซวน' ศิษย์หลักอันดับหนึ่ง ก็ดังมาจากทางหัวเรือ


    "พวกเรามาถึงสำนักหยุนซานกันแล้ว ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม!"


    สิ้นเสียงประกาศ เหล่าศิษย์บนเรือต่างพากันชะเง้อมองออกไปนอกเรือทันที และวินาทีที่ได้เห็นภาพของสำนักอันดับหนึ่งแห่งพันธมิตรเมฆา หลายคนก็ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง!


    เบื้องหน้าของพวกเขาคือสำนักที่ตั้งตระหง่านอย่างโอ่อ่าและงดงามเหนือคำบรรยาย ใจกลางสำนักมีน้ำตกขนาดมหึมาสายหนึ่งไหลทะลักลงมา รอบน้ำตกรายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมวิจิตรตระการตาอันเป็นเอกลักษณ์ ปลูกสร้างลดหลั่นกันไปตามแนวเขา และสิ่งที่โดดเด่นสะดุดตาที่สุด คือป้ายศิลาขนาดใหญ่เด่นชัดที่สลักบทกวีประจำสำนักเอาไว้ เพื่อปลุกความฮึกเหิมให้แก่เหล่าศิษย์


    "ต่อให้ฟ้าจะแปรผัน หยุนซานนั้นไม่เปลี่ยนแปลง 


    ศิษย์ทั้งหลายต่างร่วมแรง จงสำแดงความยิ่งใหญ่ ของหยุนซาน"


    เมื่อเหล่าศิษย์ส่วนใหญ่ของสำนักเฟิงหยวนได้เห็นบทกวีดังกล่าว ต่างก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชื่นชมออกมา


    "สมแล้วที่เป็นสำนักหยุนซาน อันดับหนึ่งแห่งพันธมิตรเมฆา ถึงขั้นมีบทกวีสลักไว้ปลุกใจเหล่าศิษย์ได้ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้เชียวหรือเนี่ย!"


    "นั่นสินะ ช่างดูน่าเกรงขามสมคำร่ำลือจริง ๆ..."


    และเมื่อพวกเขาละสายตาจากป้ายศิลาแล้วเหลือบมองไปยังบริเวณน่านฟ้าโดยรอบ ก็พบกับเรือเหาะลักษณะคล้ายคลึงกับของสำนักเฟิงหยวน ทว่ามีรูปลักษณ์และตราสัญลักษณ์แตกต่างกันไปกำลังบินขวักไขว่ บางลำกำลังพุ่งทะยานมุ่งหน้าเข้ามา ส่วนบางลำก็ทยอยร่อนลงจอดภายในบริเวณลานกว้างของสำนักแล้ว


    ไม่นานนัก เรือของสำนักเฟิงหยวนก็แล่นตามเข้าไป และร่อนลงจอดเทียบท่า ณ ลานจอดเรือของสำนักหยุนซานอย่างนุ่มนวล


    เมื่อลงจากเรือ ศิษย์ของสำนักเจ้าภาพก็เข้ามาต้อนรับและคอยนำทางผู้มาเยือนไปยังที่พักตามระดับพลังของตน ซึ่งที่พักเหล่านั้นจะถูกจัดไว้ใกล้กับสนามประลองของแต่ละระดับ ศิษย์สำนักเฟิงหยวนจึงต้องแยกย้ายกันไปตามกลุ่มของตนเอง


    ขณะนี้ พวกของหลี่ซวนกำลังเดินตามศิษย์ผู้ทำหน้าที่นำทาง ซึ่งเป็นผู้บำเพ็ญระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นปลายเช่นเดียวกับพวกเขา เนื่องจากกลุ่มของหลี่ซวนคือตัวแทนผู้เข้าแข่งขัน จึงถูกจัดให้แยกที่พักไปอีกทางหนึ่ง ส่วนศิษย์กลุ่มที่ติดตามมาชมการประลองก็ถูกแยกตัวไปยังเขตพักรับรองอีกแห่ง เพื่อรอคอยการแข่งขันที่จะเปิดฉากขึ้นในอีกสี่วันข้างหน้า


    ไม่นานนัก พวกเขาก็เดินทางมาถึงเขตที่พัก ซึ่งศิษย์สามารถเลือกได้ว่าจะพักรวมเป็นกลุ่มหรือพักเดี่ยว ในคราแรกหลี่ซวนตั้งใจจะแยกไปพักเพียงลำพัง ทว่าอวี่ฟ่านกลับคะยั้นคะยอให้เขากับจางเหว่ยมาพักอยู่ห้องเดียวกัน โดยอ้างว่าจะได้ช่วยชี้แนะเคล็ดลับการต่อสู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้... แต่แท้จริงแล้วกลับเอาแต่คุยโวเรื่องต่าง ๆ ให้ฟังเสียมากกว่า


    เมื่อเจอลูกตื๊อ หลี่ซวนและจางเหว่ยได้แต่ยิ้มแหยและยอมทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ ตลอดห้าถึงหกวันที่ผ่านมา เมื่อใดที่อวี่ฟ่านเริ่มเปิดปากพูด เขาก็จะพูดไม่หยุด ทั้งเล่าเรื่องตัวเองและซักไซ้ให้หลี่ซวนเล่าเรื่องของตนบ้าง จางเหว่ยเองก็โดนหางเลขต้องนั่งฟังจนหูชาไปด้วย บางครั้งหลี่ซวนถึงกับต้องงัดเอาข้ออ้างเรื่องการฝึกวิชาสะกดไอวิญญาณมาใช้ เพื่อขอตัวออกจากวงสนทนาเลยทีเดียว


    หลี่ซวนได้แต่ยิ้มขมขื่นในใจ ‘คนผู้นี้เกิดมาไม่เคยมีเพื่อนคุยด้วยหรืออย่างไรกัน? ข้าล่ะไม่รู้จริง ๆ ว่าเขาเป็นคนอัธยาศัยดีเกินไป หรือแค่อยากจะหาคนฟังเรื่องราวสารพัดที่ขุดมาจากไหนก็ไม่รู้ จนสมองข้าแทบจะรับไม่ไหวอยู่แล้ว... หากไม่ใช่เพราะตอนนี้ข้าเตรียมตัวพร้อมสำหรับการประลองแล้วล่ะก็ ข้าคงไม่มีทางยอมตามมาอยู่ห้องเดียวกันเด็ดขาด’


    ‘แต่ถึงอย่างไร เป้าหมายของข้าก็มีเพียงแค่การติดอันดับหนึ่งในสิบเท่านั้น... หากได้มากกว่านั้นก็ถือว่าดี’


    หลี่ซวนประเมินสถานการณ์ของตนเอง เขาเพิ่งจะทะลวงเข้าสู่ขั้นปลายได้ไม่นาน หากไม่จวนตัวจริง ๆ เขาก็ไม่อยากใช้วิชา 'กระบี่ก้องยุทธภพ' ด้วยพลังเต็มสิบส่วนนัก แม้ว่าตอนนี้เขาจะดัดแปลงกระบวนท่าของมัน จนไม่ต้องใช้นิ้วสลักชื่อกลางอากาศให้ยุ่งยาก เพียงแค่รวบรวมสมาธิ เอ่ยชื่อในใจ ผสานเจตจำนงและจินตนาการ ก็สามารถใช้งานได้แล้ว แม้อานุภาพของมันจะลดทอนลงไปจนเหลือไม่ถึงแปดส่วนจากเดิม แต่มันก็มากพอที่จะใช้จู่โจมโดยไม่สร้างภาระให้ร่างกายของเขาต้องบาดเจ็บหนักจนเกินความจำเป็น


    หลังจากศิษย์นำทางปล่อยให้พวกเขาเลือกที่พักกันตามสบาย เมื่อเหลือเพียงพวกเขาทั้งสามคนที่กำลังเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนพักตามลำพัง เสียงบ่นของอวี่ฟ่านก็ดังทำลายความเงียบขึ้นมา


    "หึ! สำนักหยุนซานนี่ช่างอวดดีเสียจริง แค่ศิษย์นำทางยังต้องใช้ผู้บำเพ็ญเพียรระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นปลายที่พลังสูสีกับพวกข้ามาเลยรึ? กะจะข่มกันว่าแค่คนนำทางของสำนักเขาก็ทัดเทียมกับพวกข้าแล้วอย่างนั้นสินะ ชักจะหยามกันเกินไปหน่อยแล้วกระมัง!"


    อวี่ฟ่านเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีไม่พอใจ ทว่าน้ำเสียงกลับแฝงความหยอกล้อขี้เล่นตามนิสัย


    จางเหว่ยที่เดินอยู่ข้างกันได้ยินดังนั้นก็รีบเอ่ยสำทับทันที "นั่นสิพี่อวี่! แค่คนนำทาง ทำไมถึงต้องส่งคนระดับนี้มาด้วย หากไม่ใช่เพราะจงใจโอ้อวดบารมีของสำนักข่มพวกเราแล้วจะเป็นอะไรได้อีก!" เขากล่าวพลางหันไปมองสหายรุ่นน้อง "หลี่ซวน หากเจ้ามีโอกาสไปเจอสำนักหยุนซานบนลานประลองล่ะก็... ต้องสั่งสอนพวกมันให้หนัก เข้าใจหรือไม่!"


    หลี่ซวนเมื่อได้ยินดังนั้นก็ทำได้เพียงพยักหน้ารับเออออไปตามน้ำ พร้อมกับลอบยิ้มขมขื่นในใจ


    ทว่าในระหว่างที่พวกเขากำลังเดินพูดคุยกันไปตามทางเพื่อมุ่งหน้าไปยังเรือนพักแบบสามคนนั้นเอง กลุ่มของหลี่ซวนก็บังเอิญเดินสวนทางกับคนกลุ่มหนึ่ง


    คนกลุ่มนี้สวมชุดคลุมสีขาวสะอาดตา เดินนำหน้ามาโดยบุรุษหนุ่มผู้มีแววตาคมกริบและเข้มขรึม เพียงแค่จ้องมองก็มากพอจะทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดหวั่น จังหวะที่เดินสวนกัน หลี่ซวนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันแปลกประหลาดที่แผ่ออกมาจากร่างของบุรุษผู้นำกลุ่ม จนเขาอดไม่ได้ที่จะปรายตามอง ทว่าอีกฝ่ายกลับเดินจ้องตรงไปข้างหน้า ไม่แม้แต่จะหันมามองหลี่ซวน... ราวกับเห็นเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ


    เมื่อเดินห่างออกมาจนลับตา หลี่ซวนจึงหันไปถามอวี่ฟ่าน "คนผู้นั้นคือใครกัน?"


    "เขาคือหนึ่งในตัวเต็งที่จะคว้าอันดับหนึ่งในห้าของการประลองครั้งนี้ แถมยังเป็นศิษย์หลักที่แข็งแกร่งมากของสำนักหยุนซานที่เป็นเจ้าภาพอีกด้วย" อวี่ฟ่านตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ "ข้าได้ข้อมูลของพวกตัวเต็งที่มีโอกาสติดอันดับมาจากพวกผู้อาวุโสที่แอบไปสืบข่าวมาน่ะ ขอบอกเลยว่าคนระดับเขา ยังมีอยู่ที่นี่อีกหลายคนเลยล่ะ"


    หลี่ซวนรับฟังโดยไม่ได้รู้สึกประหลาดใจนัก แรงกดดันที่ทำให้เขารู้สึกตึงเครียดได้แม้จะไม่มาก ย่อมต้องมาจากยอดฝีมือระดับแนวหน้าของการแข่งขันอยู่แล้ว แม้ในใจเขาจะมั่นใจว่าตนเองสามารถเอาชนะได้ แต่ก็คงต้องออกแรงไม่น้อย


    ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยของหลี่ซวน พลันปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก ‘น่าสนใจ... หากได้ประลองฝีมือกับคนผู้นี้สักครั้งก็คงจะดีไม่น้อย แถมยังมีคนระดับนี้อยู่อีกหลายคนสินะ... ดูเหมือนการประลองครั้งนี้จะน่าสนุกกว่าที่คิดแฮะ’


    อวี่ฟ่านเห็นสีหน้าของหลี่ซวนก็อดอมยิ้มไม่ได้ "หึ ๆ ดูจากสีหน้าแล้ว เจ้าคงอยากประลองกับคนผู้นั้นล่ะสิ เมื่อถึงเวลาเดี๋ยวก็ได้สู้เองนั่นแหละ แต่ถึงอย่างไรคนพวกนั้นก็แข็งแกร่งมากจริง ๆ แม้แต่ข้าก็ไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะได้ เจ้าเองก็ห้ามประมาทเด็ดขาดล่ะ"


    "ข้าก็คิดเช่นนั้น" จางเหว่ยเอ่ยสำทับพร้อมกับแฝงความประหม่าเล็กน้อย "คนผู้นั้นแข็งแกร่งมาก ศึกครั้งนี้คงดุเดือดแน่ เจ้าห้ามประมาทเด็ดขาดนะหลี่ซวน"


    "ขอบคุณคำเตือนจากพี่อวี่และพี่จาง ข้าจะจดจำไว้ขอรับ" หลี่ซวนประสานมือรับคำ ก่อนที่ทั้งสามจะมุ่งหน้าไปยังที่พักของตนต่อ


    ตัดมาที่อีกด้านหนึ่ง...


    กลุ่มคนที่เดินสวนกับพวกของหลี่ซวนเมื่อครู่ ย่อมไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นกลุ่มศิษย์ตัวแทนจากสำนักหยุนซานผู้เป็นเจ้าภาพ


    "ศิษย์พี่จ้าว ดูจากอาภรณ์แล้ว คนกลุ่มเมื่อครู่น่าจะเป็นศิษย์จากสำนักเฟิงหยวนนะขอรับ ท่าทางดูธรรมดาจืดชืดไปหน่อยแฮะ" ศิษย์คนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยขึ้น "ดูท่าปีนี้ สำนักของเราคงจะกวาดอันดับหนึ่งในสิบไปได้ง่าย ๆ อีกเช่นเคย"


    "ใช่แล้วล่ะ ที่น่าระวังก็เห็นจะมีแค่สำนักจินหยางกับสำนักชิงสุ่ยเท่านั้นที่เป็นอันดับสองกับอันดับสาม ที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งพอมาแย่งชิงอันดับกับพวกเราได้บ้าง" ศิษย์อีกคนเสริม


    ส่วนบุรุษผู้ทำหน้าที่เดินนำหน้ากลุ่ม มีนามว่า 'จ้าวเทียนเหอ' ตัวเต็งอันดับต้น ๆ ที่ถูกจับตามองว่าจะคว้าตำแหน่งสูงสุดในงานประลองครั้งนี้


    แม้จะได้ยินคำกล่าวเหล่านั้นจากศิษย์น้อง แต่ใบหน้าของเขากลับยังคงสงบนิ่งไม่ไหวติง จ้าวเทียนเหอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม


    "กลุ่มเมื่อครู่คือสำนักเฟิงหยวนสินะ... ในกลุ่มนั้น มีคนที่น่าสนใจอยู่สองคน คนแรก... สำหรับข้าแล้วคงต้องออกแรงนิดหน่อย แต่อีกคนหนึ่ง..."


    "หืม? ศิษย์พี่จ้าวเกิดอันใดขึ้นงั้นหรือขอรับ?" ลูกน้องคนสนิทเอ่ยถามด้วยความสงสัย เขาไม่เคยเห็นศิษย์พี่ผู้มักจะแสดงท่าทีมั่นใจอยู่เสมอ เกิดอาการลังเลหรือเว้นจังหวะพูดเช่นนี้มาก่อน


    จ้าวเทียนเหอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ ปัดความรู้สึกแปลกประหลาดที่สัมผัสได้เมื่อครู่ทิ้งไป "เปล่า ข้าคงจะคิดไปเองกระมัง ไม่ต้องไปสนใจหรอก อีกสี่วันการประลองก็จะเริ่มแล้ว พวกเรารีบกลับไปเตรียมตัวที่พักกันเถิด"


    ...


    ไม่นานหลังจากนั้น กลุ่มของหลี่ซวนทั้งสามคนก็เดินทางมาถึงเรือนพักแบบรวม ซึ่งกว้างขวางพอจะรองรับผู้บำเพ็ญเพียรได้ถึงสี่ห้าคนโดยไม่อึดอัด


    เมื่อพวกเขาทั้งสามเข้ามาจับจองพื้นที่ ก็พบว่าภายในเรือนพักแห่งนี้พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะแก่การฝึกตนเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเตียงนอนหนานุ่ม แท่นหินหยกสำหรับบำเพ็ญเพียร และของประดับตกแต่งต่าง ๆ ที่หรูหราโอ่อ่าไม่ต่างอันใดกับคฤหาสน์ของขุนนางในโลกมนุษย์เลยแม้แต่น้อย


    เมื่ออวี่ฟ่านเห็นเรือนพักของตนดูดีถึงเพียงนี้ เขาก็ฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะกระโดดทิ้งตัวลงบนเตียงนอนทันที ฟุ่บ!


    "ฮ่า ๆ ๆ เตียงนี่มันนุ่มจริง ๆ! ถึงแม้ศิษย์สำนักหยุนซานจะดูหยิ่งยโสกับชอบทำตัวโอหังไปบ้าง แต่เรื่องที่พักอาศัยกลับทำออกมาได้ไม่เลวเลยแฮะ!"


    หลี่ซวนเดินสำรวจไปรอบ ๆ ภายในห้องด้วยความพึงพอใจเช่นกัน


    ‘ที่นี่ช่างหรูหราสำหรับข้ามากเสียจริง... เรือนพักของผู้เข้าแข่งขันทุกห้องล้วนเป็นเช่นนี้หมดเลยงั้นหรือ? สมแล้วที่เป็นถึงสำนักอันดับหนึ่งแห่งพันธมิตรเมฆา’


    ส่วนจางเหว่ย ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง เขาก็ตรงดิ่งไปหาแท่นหินบำเพ็ญเพียรแล้วนั่งขัดสมาธิลงทันที


    "พี่อวี่ น้องหลี่ ข้าขอตัวบำเพ็ญเพียรเพื่อเตรียมความพร้อมสักสามวันก่อนก็แล้วกัน พอได้เห็นยอดฝีมือกลุ่มเมื่อครู่ ข้าก็ยิ่งตระหนักได้ว่าตนเองไม่อยากเป็นตัวถ่วงที่ถูกพวกท่านสองคนทิ้งห่าง ข้าจำต้องพยายามให้มากกว่านี้แล้วล่ะ"


    อวี่ฟ่านและหลี่ซวนได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจความรู้สึกของเขาดี


    แม้ฉากหน้าพวกเขาทั้งสามจะดูสบาย ๆ คุยเล่นกันเหมือนไม่เคร่งเครียดอันใด แต่เมื่อการแข่งขันที่แท้จริงเริ่มขึ้น แม้จะมีการตั้งกฎห้ามสังหาร ทว่าผู้เข้าแข่งขันของทุกสำนักย่อมต้องงัดเอาไพ่ตายออกมาสู้กันจนสุดกำลังเพื่อแย่งชิงอันดับอย่างแน่นอน การต้องลงสนามประลองที่อาจทำให้บาดเจ็บปางตายในอีกสี่วันข้างหน้า จะไม่ให้รู้สึกกดดันเลยก็คงเป็นไปไม่ได้


    แม้แต่อวี่ฟ่านที่เป็นคนอารมณ์ดีและไม่ค่อยเก็บสิ่งใดมาใส่ใจนัก ลึก ๆ แล้วก็ยังแอบรู้สึกประหม่าอยู่เล็กน้อยเช่นกัน


    "เอาเช่นนั้นก็ได้ งั้นพวกเราก็มาแยกย้ายกันเตรียมตัวสักสามวันเถิด หลังจากนั้นค่อยมาคุยกันใหม่" อวี่ฟ่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย


    หลี่ซวนพยักหน้ารับคำ จากนั้นทั้งสามคนก็แยกย้ายไปประจำที่ของตนเอง แล้วหลับตาเข้าสู่ห้วงสมาธิทันที


    จนเวลาล่วงเลยผ่านไป..


    สามวันต่อมา


    พวกเขาทั้งสามค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาพร้อมกัน ความกังวลและความประหม่าที่เคยมี บัดนี้ได้มลายหายไปจากแววตาจนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงความมุ่งมั่นและประกายความมั่นใจที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับศึกหนักที่กำลังจะมาถึง


    เวลาหนึ่งวันที่เหลือ พวกเขาใช้ไปกับการนั่งสนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์วิชายุทธ์ เพื่อช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด ก่อนจะแยกย้ายกันพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม


    และแล้ว... รุ่งอรุณแห่งงานประลองพันธมิตรเมฆาก็ได้เปิดฉากขึ้น!

    คล้ายกับเรื่องสู่เหนือสรรพสิ่ง ที่คุณอ่าน

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810