ตอนที่ 37 – ปองร้าย
พสุเดินกลับมาที่บ้านของตัวเอง เขาหายใจเข้าลึกๆ แล้วผ่อนลมหายใจออกมา เพื่อเตรียมจะรอรับคำด่าจากแม่ จากการที่เขาไม่อยู่บ้านทั้งหมดหนึ่งคืน เขามาที่หน้าบ้านแล้วก็ไม่เห็นว่าแม่จะตั้งร้านขายขนมอะไรเลย เขาเลยเดินเข้าไปในบ้านแทน พอเขาเปิดประตูเข้ามา แม่ของเขาที่นั่งหันหลังให้เขาก็หันขวับมาทันที
“ดิน!” แม่ของเขารีบลุกจากเก้าอี้แล้ววิ่งมากอดเขาทันที ทำเอาพสุถึงกับงุนงงเหมือนกัน นึกว่าจะโดนแม่ด่าเสียอีก แม่พร่ำกับเขา
“หายไปไหนมา!? ตั้งหนึ่งคืน ไม่รู้เหรอว่าแม่ออกตามหาไปทั่วอาณาเขต” แม่เขากล่าวพลางร้องไห้ออกมา ทำเอาพสุรู้สึกผิดขึ้นมาเหมือนกันที่ดันทำเรื่องแบบนี้ขึ้น เขาเอาแขนโอบหลังแม่ของเขาเอาไว้
“ขอโทษนะครับ แม่ สำหรับทุกอย่าง” พสุว่าออกมาอย่างสำนึกผิดจริงๆ แม่ถอนตัวจากเขาแล้วก็บอกออกมา
“ดินห้ามทำอะไรอย่างนี้อีกได้ไหม?” แม่เขาขอร้องเขาจริงๆ “อย่าจากไปไหนอีกเลย เรื่องเข้าสมรภูมิรบก็เหมือนกัน แม่ไม่อยากให้ลูกไปตาย”
นั่นมันขัดใจพสุมาก เขาอยากออกรบเพื่อปกป้องอาณาเขตของตัวเอง แต่ถ้าขืนพูดตอนนี้ แม่เขาต้องว่าเขาและร้องไห้ออกมาอีกแน่ เขาไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้ เขาก็เลยเข้ามากอดแม่อีกที แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ทางด้านชัชชัยกับสุคนธา พวกเขาทั้งสองคนต่างก็มาเดินตลาดอีกแล้ว สุคนธาท่าทางจะตื่นเต้น ชี้นู่นชี้นี่ไปทั่ว ทำเอาชัชชัยที่เคยเดินตลาดมาแล้วครั้งหนึ่งแล้วต้องถอนหายใจออกมา ก่อนจะบอก
“ไม่เห็นมีอะไรแปลกใหม่เลย มีแต่อะไรซ้ำๆ” เขาบ่นออกมา สุคนธาได้ยินอย่างนั้น เธอก็บอก
“พี่บอกว่าซ้ำซากหรือคะ?” เธอถาม “งั้นเดี๋ยวหนูพาพี่ไปอีกที่ละกัน”
“ที่ไหน?” ชัชชัยจะถามแต่ก็โดนสุคนธาลากไปเสียแล้ว เขายอมให้เธอจับมือเขาและวิ่งตามไป สุคนธาพาเขามาอ้อมมาอีกทางด้านหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้ ก่อนจะพาขึ้นบันไดไปอย่างกระตือรือร้น
“มาสิคะ” สุคนธาหันหลังมาบอกชัชชัย ชัชชัยก็เลยรีบวิ่งขึ้นบันไดไปด้วย พลางสงสัยว่าสุคนธาจะพาเขามาดูอะไร? แล้วสุคนธาก็มาหยุดยืนตรงระเบียงแห่งหนึ่ง ด้านหน้าของเธอคือภาพหมู่บ้านในอาณาเขตทั้งหมด
“นี่ไง พี่ชัย” สุคนธาชี้ให้เขาดู “วิวนี้สวยไหม? หนูชอบมาดูเสมอเวลาเศร้าๆ พอดูแล้ว ใจชื้นขึ้นมาเลยล่ะ”
ชัชชัยเดินเข้ามาจับขอบระเบียงที่ทำจากไม้ ก่อนจะมองวิวหมู่บ้านที่อยู่เบื้องล่าง มันสวยจริงๆ ดวงอาทิตย์ยามเช้าเพิ่งจะขึ้นทางทิศตะวันออก เกิดแสงสีส้มสว่างส่องไปทั่วบริเวณทั้งอาณาเขต ชัชชัยมองแล้วก็รู้สึกอิ่มเอมขึ้นมา เขาถึงกับชื่นชม
“อาณาเขตสามนี่สวยดีนะ” เขาบอกกับสุคนธา ทำเอาเธอยิ้มแฉ่ง ก่อนจะถาม
“เอาไว้หนูจะพาพี่เที่ยวรอบอาณาเขตให้มากกว่านี้” สุคนธาบอกพลางดูนาฬิกาข้อมือ “ตอนนี้ หนูต้องไปเรียนละ ไว้เจอกันใหม่นะ พี่ชัย”
“อือ” ชัชชัยตอบรับ แล้วก็เฝ้ามองสุคนธาวิ่งลงบันไดไปคนเดียว ก่อนที่เขาจะหันมามองวิวของหมู่บ้านอีกครั้ง และยืนดูมันอย่างสบายใจ
ขณะเดียวกัน พันธกรก็เดินทางมาถึงโรงเรียนเพื่อจะมาเจอพสุ แล้วเขาก็เจอพสุที่โรงอาหารพอดี พันธกรรีบวิ่งเข้าไปทักเพื่อนทันที “ไอ้ดิน เป็นไงมั่งวะ? แม่แกด่าแกไหม? ที่แกหายไปตั้งหนึ่งคืน?”
“ไอ้พัน” จู่ๆ พสุก็พูดเสียงเบาออกมา “ฉันทำแม่ร้องไห้”
“หา?” พันธกรอ้าปากค้าง แล้วพสุก็เล่าเรื่องให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น? แม่ไม่ได้ด่าเขาแต่กลับเข้ามากอดเขาและเป็นห่วงเขา ทำเอาเขารู้สึกผิดขึ้นมาเหมือนกัน แล้วก็ห้ามไม่ให้เขาเข้าสู่สนามรบเด็ดขาด
“เออ นายฟังแม่ไว้น่ะดีแล้ว” พันธกรบอกออกมา แต่พสุขัดขึ้นทันที
“ไม่ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นทหาร” พสุบอกออกมาเสียงดังเล็กน้อย แต่พอเขารู้ตัว เขาก็เลยเบาเสียงลง “โทษที ไม่ได้โกรธนายหรอก แต่ฉันตั้งใจจริง”
“เฮ้อ” พันธกรถอนหายใจออกมา “แกก็ยังเป็นเหมือนเดิมเลยนะ”
“อ้าว? งั้นก็ไม่ใช่ไอ้ดินที่แกรู้จักน่ะสิ” พสุตอบ เขาหันมายิ้มให้แล้ว หลังจากเมื่อกี้ทำหน้าเศร้าหมอง “กินอะไรมาแล้วน่ะสิ บ้านน้าภาเขาเลี้ยงอาหารใช่ไหม?”
พันธกรก็ตอบว่าใช่ พสุเลยรีบกินข้าว เพราะจะถึงเวลาเข้าแถวแล้ว ไม่นานนัก เสียงกระดิ่งเข้าแถวของโรงเรียนก็ดังขึ้น พสุกับพันธกรจึงรีบเดินไปเข้าแถว แล้วก็มีพิธีเคารพธงชาติเริ่มขึ้น พสุมองธงชาติไทยที่กำลังถูกนักเรียนชักขึ้นไปบนเสาสูงสุด หลังจากร้องเพลงชาติเสร็จแล้ว เขาก็ว่าออกมาอย่างตั้งใจจริงกับพันธกรที่ยืนด้านหลัง
“ฉันจะเอาชาติตัวเองกลับมาให้ได้” พสุว่าออกมา “เพื่อชาติของเรา เพื่ออาณาเขตของเรา ฉันยินดีเสียสละชีวิตให้ได้ ฉันจะเอาประเทศของเรากลับมาจากการยึดครองของไอ้พวกนั้นให้ได้”
พสุหมายถึงพวกเอไอ พันธกรได้ฟังก็ถึงกับตกใจ ท่าทางพสุจะเอาจริง แล้วเขาก็รู้สึกอายขึ้นมานิดหน่อย เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องของประเทศชาติเลย ว่าจะเอากลับมาจากเหล่าพวกเอไอ เขามัวแต่คิดถึงเรื่องของวันศุกร์เท่านั้นที่ว่าใครจะเอามาเป็นเครื่องสังเวยเท่านั้น พอเขาได้ยินพสุฟังแบบนั้น เขาก็เอามือตบบ่าพสุ
“นายกล้าหาญมากนะ ฉันยังไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย แต่นายกลับคิดขึ้นมาได้ นายกล้าหาญจริงๆ” พันธกรบอกกับพสุ พสุก็เลยหันมายิ้มให้
“แหม ขอบใจนะที่ชม” พสุออกจะเขินอายที่พันธกรชมเขา จากนั้นก็มีการสวดมนต์ แล้วอาจารย์ก็ขึ้นมาอบรมนักเรียนพักหนึ่งก่อนจะปล่อยเด็กขึ้นห้องเรียน พสุกับพันธกรก็เดินขึ้นตึกไป แต่ในตอนนั้นเอง บ๊อบก็เข้ามาขวางทั้งคู่ก่อน
“ขอทางหน่อยนะ” พสุว่าออกมาเสียงเบา แต่บ๊อบบอกว่ามีธุระอยากจะคุยกับพันธกรแค่คนเดียวเท่านั้น และบอกให้พสุเข้าห้องไปเสีย แต่พสุไม่ยอม เขาจะอยู่คุยด้วยว่าบ๊อบมีเรื่องอะไรจะคุยกับพันธกร
“ไม่มีอะไรหรอก” บ๊อบบอกพสุออกมา ยิ่งทำเอาพสุสงสัยในตัวบ๊อบมากขึ้น เขาเลยถามออกมา
“ถ้าไม่มีอะไรจริง ทำไมฉันถึงอยู่ฟังไม่ได้?” พสุถามบ๊อบออกมาอย่างสงสัย “ตกลงแกมีอะไรกันแน่? ต้องการอะไรกันแน่? บอกมาเดี๋ยวนี้นะ”
บ๊อบกัดฟันในปากอย่างโมโหที่พสุเข้ามาขัดขวางแผนการของเขา แล้วเขาก็ตัดสินใจเดินเข้าห้องเรียนไปเลย ทำเอาพสุกับพันธกรหันมามองหน้ากันอย่างงุนงง
“มันคิดจะคุยอะไรกับนาย?” พสุถามพันธกรขึ้น พันธกรก็ยักไหล่อย่างไม่รู้เหมือนกัน
“ใครจะไปรู้?” พันธกรบอกกับพสุ “ไป เข้าเรียนกันเถอะ”
แล้วพันธกรกับพสุก็เข้าไปนั่งด้วยกันในห้องเรียน แล้วอาจารย์ประจำคาบภาษาอังกฤษก็เข้ามาสอนพวกนักเรียน พันธกรไม่ชอบภาษาอังกฤษจริงๆ ไม่รู้เรียนไปจะได้ใช้อะไร? แต่ในขณะที่เขากำลังนั่งเอามือเท้าคางอยู่นั้น ก็มีเศษกระดาษปามาถูกเขา เขาตกใจเล็กน้อยก่อนจะมองเห็นมันถูกขยำตกลงอยู่บนพื้น จึงลองก้มลงเก็บดู และเปิดอ่านข้อความในนั้น
วันนี้ ตอนเย็น มาคุยกันหลังโรงเรียนหน่อย มาคนเดียวนะ จาก บ๊อบ
พันธกรเลยเงยหน้าขึ้นมามองบ๊อบทันที ก็เห็นบ๊อบยิ้มให้เขา พันธกรรีบเก็บกระดาษใส่กระเป๋าเอาไว้ พสุมองเห็นพันธกรขยับตัวก็ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า?
“ไม่มีอะไรหรอก” พันธกรโกหกพสุออกไปเพื่อไม่ให้เขาเป็นห่วง เขารู้ดีว่าบ๊อบนั้นประสงค์ไม่ดีต่อเขาแน่นอน เรื่องที่จะไปคุยกันตอนเย็นนี้ต้องเป็นเรื่องไม่ดีแน่ แต่เขาไม่คาดคิดว่าบ๊อบจะทำอะไรไม่ดีกับเขาหรอก พันธกรยังมองโลกในแง่ดีมากเกินไป ไม่รู้ตัวเลยว่าบ๊อบกำกำลังกำระเบิดมือไฟสีแดงอยู่ในกระเป๋าอยู่
“เย็นนี้ แกตายแน่ ไอ้พัน” บ๊อบกระซิบออกมาอย่างเบาๆ เพราะกลัวคนอื่นจะได้ยิน แล้วอาจารย์ก็สอนต่อไปเรื่อยๆ จนถึงคาบพักเที่ยง ทั้งพสุและพันธกรก็ลงไปกินข้าวกันที่โรงอาหารด้านล่าง ท่ามกลางสายตาของบ๊อบที่จ้องมองอยู่ตลอดเวลา บ๊อบมองพันธกรอย่างเคียดแค้น
และแล้วก็ถึงเวลาเลิกเรียน พสุกำลังเก็บตำราเข้ากระเป๋าในห้องที่ไม่มีใครแล้ว ในตอนนั้นเอง พันธกรก็บอกว่าตัวเองมีธุระ ทำเอาพสุสงสัยว่าพันธกรมีธุระเรื่องอะไร? พันธกรก็ตอบว่าไม่มีอะไร
“แหม เดี๋ยวนี้มีความลับกันแล้วเหรอ?” พสุว่าอย่างแปลกใจ “หรือมีธุระกับสาวๆ คนอื่น ระวังคนชื่อสาจะเสียใจนะ”
“เออ แกเดาถูก” พันธกรเลยตามน้ำไปเลย เพื่อไม่ให้พสุสงสัย พสุหัวเราะร่าออกมาก่อนจะบอก
“อย่างงี้คนชื่อสาเสียใจแน่”
“แกก็อย่าไปบอกเธอสิ” พันธกรแกล้งโกหกออกไป ขืนพสุรู้ว่าเขาต้องไปพบบ๊อบตัวต่อตัว พสุต้องห้ามแน่ เพราะฉะนั้น เขาไม่อยากให้เพื่อนเป็นห่วง ก็เลยจำต้องโกหกไป แล้วพสุก็เดินออกจากห้องเรียนไป พร้อมกับบอกพันธกรว่าให้วันนี้มาบ้านเขาด้วย พันธกรก็สัญญาว่าจะไป แล้วพสุก็เดินจากไป พันธกรถอนหายใจ ก่อนจะลงบันได แล้วเดินไปหลังโรงเรียนที่นัดกับบ๊อบเอาไว้ เมื่อมาถึงด้านหลังโรงเรียนก็เห็นบ๊อบยืนอยู่ สะพายกระเป๋าเอาไว้ด้วย
“มีอะไรเหรอ?” พันธกรถามขึ้นมาอย่างไม่ไว้ใจ ฝ่ายบ๊อบหันมาหาเขาแล้วก็ทำหน้าเยาะเย้ย พันธกรเห็นสีหน้าดังนั้น เขาก็เข้าใจเลยว่าต้องมีเรื่องไม่ดีแน่
“ถ้านายอยากจะพูด...” พันธกรจะว่าออกมา แต่แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นบ๊อบล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายของเขา พร้อมกับถือระเบิดมือไฟสีแดงออกมา พันธกรจำได้ว่าระเบิดไฟนั่นเป็นของพวกเขาเอง เขาสงสัยว่าบ๊อบไปขโมยมาตอนไหนกัน? แล้วขโมยไปได้อย่างไร?
“นั่นมันอาวุธของพวกเรานี่!” พันธกรว่าขึ้นมาพลางชี้ไปที่บ๊อบ “นายไปเอามาได้ไง?”
“ไม่ต้องรู้หรอก รู้แต่เพียงว่า วันนี้แกได้ตายแน่ๆ” บ๊อบแสดงธาตุแท้ออกมาในที่สุด พันธกรจะขยับตัววิ่ง แต่บ๊อบขู่เอาไว้เสียก่อน
“อย่าขยับตัวนะ!” บ๊อบตะคอกเสียงดัง “ขืนแกวิ่งหนีไป ฉันจะถอดสลักระเบิดมือนี่แล้วปาใส่แกทันที”
พันธกรที่กำลังจะวิ่งออกไปเป็นอันต้องหยุด แล้วเขาก็หันมาถามบ๊อบอย่างจริงจัง “ฉันเคยไปทำอะไรให้นายโกรธเหรอ? ไปทำอะไรให้นายไม่พอใจ ถึงต้องมาทำแบบนี้?”
“หลายอย่างเลยล่ะ อย่างเช่น...” บ๊อบพูดยกตัวอย่างออกมา “อย่างเอาวรรณสาไปจากฉัน ทำให้วรรณสาเกลียดขี้หน้าฉัน แกมันเป็นคนทำทุกอย่าง”
“ฉันไม่ได้ทำ นายทำตัวนายเองต่างหาก นายเข้ามาหาเรื่องฉัน สาถึงได้ไม่ชอบไง” พันธกรพูดออกมา ยิ่งเพิ่มแรงโกรธให้กับบ๊อบเข้าไปอีก บ๊อบใช้นิ้วเกี่ยวสลักไว้ เตรียมจะถอดออกแล้วปาใส่พันธกร พันธกรเห็นดังนั้นก็เตือนเขาขึ้นมา
“คิดดีๆ ก่อนทำดีกว่านะ ถ้าฉันร้องขอความช่วยเหลือ คนแถวนี้ต้องได้ยินแน่”
“ฉันถึงเรียกแกมาหลังโรงเรียนไง” บ๊อบบอกออกมา “จะได้ไม่มีใครมาช่วยแกทัน”
พันธกรตัดสินใจทันที เขาพุ่งเข้าหาตัวบ๊อบพร้อมกับมีดทหารของพ่อของเขา ก่อนจะวาดมีดเป็นแนวขวาง ปลายมีดเฉือนหน้าอกเครื่องแบบนักเรียนของบ๊อบจนเป็นแผลเลือดออก บ๊อบถึงกับโมโหและเจ็บมากที่พันธกรทำแบบนั้น เขาถอดสลักระเบิดมือออกทันที แต่พันธกรยื้อแขนเขาเอาไว้ ไม่ให้ปาระเบิดออกไปใส่ตัวเขา แล้วพันธกรก็รีบผละตัวออกห่างจากบ๊อบทันที เพราะเขารู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น?
ระเบิดไฟระเบิดออกมาทันใด แล้วไฟก็ลุกท่วมคลอกตัวบ๊อบทันที เขากรีดร้องอย่างทรมานที่ระเบิดไฟเผาไหม้ตัวเขา พันธกรที่เห็นดังนั้นก็ตกใจ เขารีบวิ่งออกไปจากหลังโรงเรียนและขอความช่วยเหลือจากคนอื่นทันที แต่ที่นั่นไม่มีใครเลย พันธกรหันรีหันขวางอย่างรีบเร่ง ก่อนจะเห็นถังน้ำที่วางอยู่ใต้ก๊อกน้ำ เขารีบเปิดน้ำและเอาถังรองน้ำ แล้วก็รีบถือมันวิ่งไปด้านหลังโรงเรียนทันที แต่ก็สายไปแล้ว ร่างของบ๊อบถูกไฟเผาจนไหม้ทั้งตัวจนดำเป็นตอตะโก เขาเสียชีวิตไปแล้ว
พันธกรยกมือกุมปากอย่างตกใจ เขาเกือบจะอาเจียนออกมาเมื่อเห็นสภาพศพของบ๊อบที่ไฟยังลุกท่วมอยู่ เขาลงมือเอาน้ำในถังสาดใส่ร่างของบ๊อบ พอไฟดับ กลิ่นเหม็นเนื้อไหม้ก็ลอยอวลไปทั่วบริเวณทันที กลิ่นมันเหม็นมากจนทำเอาพันธกรถึงกับอยากจะอาเจียน แล้วเขาก็รีบวิ่งออกไปแจ้งอาจารย์ที่อยู่แถวๆ นั้นว่าเกิดเรื่องแล้ว
แล้วพวกผู้ใหญ่ในอาณาเขตก็มาทำการเก็บศพของบ๊อบที่ถูกไฟเผาไหม้จนแทบจำไม่ได้ พันธกรนั่งลงกับพื้นที่ด้านหลังโรงเรียน เขารู้สึกเสียใจ ไม่ได้อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจริงๆ ในตอนนั้นเอง พสุก็วิ่งเข้ามาหาเขา เมื่อพสุเห็นพันธกรกำลังนั่งซึมอยู่ เขาก็รีบเข้ามาหาเพื่อน
“ไอ้พัน! เกิดอะไรขึ้น? ทำไมไอ้บ๊อบตาย...?” พสุถามคำถามออกมามากมายหลังจากรู้เรื่องแล้ว จนพันธกรต้องยกมือห้ามบอกให้เขาหยุดถามก่อน ตอนนี้เขาไม่พร้อมจะตอบคำถามอะไรทั้งนั้น
“ทำไมจู่ๆ ไฟถึงคลอกตัวไอ้บ๊อบได้?” พสุก็ยังถามออกมาอย่างนั้น “มันเรียกนายมาที่นี่ใช่ไหม? ทำไมไฟถึงคลอกตัวมันล่ะ? มันเอาไฟมาจากไหน?”
“มันขโมยระเบิดไฟออกไปจากกระเป๋าของพวกฉัน” พันธกรอธิบายความจริงออกมา “แล้วมันก็จะใช้ระเบิดไฟนั่นฆ่าฉัน แต่ฉัน...ดันยื้อมือมันไว้ก่อน ไม่ให้ปาใส่ตัวฉันเอง ระเบิดไฟเลยระเบิดจนคลอกตัวมันเอง”
พสุได้ยินอย่างนั้นก็โมโหแทนพันธกรอย่างมาก ก่อนจะสบถคำหยาบคายออกมา “เชี่ย! ไอ้ชั่ว! มันตายไปก็ดีแล้ว นึกแล้วว่ามันต้องหาทางกำจัดนายแน่ แล้วทำไมนายถึงโกหกฉัน? ไหนบอกไงว่ามีธุระกับสาวๆ? ทำไมมาหาไอ้บ๊อบแค่คนเดียว?”
“แก พอเหอะ” พันธกรแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว เขาเสียใจจริงๆ ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้บ๊อบต้องตาย พสุที่เห็นดังนั้นก็พอจะเดาใจเพื่อนออก เขานั่งลงพร้อมกับพันธกรด้วย
“ไม่ใช่ความผิดของนายเลย ผิดที่ไอ้บ๊อบเต็มๆ มันจะฆ่านายนะ รู้เอาไว้ซะด้วย” พสุปลอบใจพันธกร แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล พันธกรยกมือขึ้นปาดน้ำตาของตัวเองที่ไหลออกมา ทำเอาพสุตกใจที่เห็นเพื่อนร้องไห้
“ฉันก็เท่ากับฆ่ามันนั่นแหละ” พันธกรกล่าวออกมาอย่างเสียใจ “มันถอดสลักระเบิดออก แต่ฉันยื้อมันเอาไว้ แล้วก็กระโดดถอยห่างออกมา ฉันรู้ดีอยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ช่วยเหลือมันไม่ได้ จนมันถูกไฟคลอกตายทั้งตัว”
“ช่วยเหรอ?” พสุถามออกมาอย่างแปลกใจจริงๆ “จะไปช่วยมันทำไม? มันตั้งใจจะฆ่านายนะเว้ย”
พันธกรส่ายหน้าออกมาก่อนจะบอก “ขอล่ะ ไอ้ดิน ขอฉันอยู่ตัวคนเดียวสักพักหนึ่งก่อนเถอะ” พันธกรว่าออกมาแบบนั้น พสุเลยถอนหายใจ ก่อนจะลุกเดินหนีไป ในตอนนั้น พวกของชานนท์ก็เข้ามากำลังจัดการเก็บศพของบ๊อบใส่ในผ้าสีขาว แล้วใส่เข้าไปในรถเก็บศพก่อนจะขับออกไปจากด้านหลังโรงเรียน ในตอนนั้นเอง ชานนท์ก็เดินเข้ามาหาพันธกร พร้อมกับถามว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น? พันธกรก็อธิบายออกไปเหมือนกับที่อธิบายไปกับพสุ
“เขาจะฆ่าน้องเหรอ?” ชานนท์ได้ยินก็ส่ายหน้า “กรรมตามสนองแล้ว อย่างเงี้ยแหละ เวรกรรมสมัยนี้มันเหมือนติดจรวด มันทำงานเร็วมาก”
พันธกรไม่ได้พูดอะไรออกมา เขายังคงนั่งกอดเข่าและก้มหน้าลงไป ยังคงรู้สึกผิดต่อบ๊อบที่ตายไปแล้ว เขาจำได้ว่าตัวเองกระโดดออกจากตัวของบ๊อบเพราะรู้ดีว่าระเบิดนั่นจะทำงานแล้วจะเกิดไฟ โดยไม่ได้ช่วยเหลือบ๊อบเลย นั่นทำให้เขารู้สึกผิดอย่างมาก
แล้วพันธกรก็เดินกลับมาที่บ้านของณปภา วรรณสาวิ่งออกมาหาเขาทันทีแล้วก็ถาม “พัน เกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียนน่ะ สาได้ยินว่ามีคนจะทำร้ายพันเหรอ?”
“อือ” พันธกรตอบออกมาเหมือนคนไร้วิญญาณ ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน วรรณสาเลยร้องเรียกตาม แต่กมลก็ดักเอาไว้ก่อน ทำเอาวรรณสาถึงกับงุนงง
“ตอนนี้น้องพันเขากำลังทุกข์อยู่” กมลว่าออกมา “ให้เวลาเขาหน่อย ให้เขาทำใจได้สักครู่หนึ่ง”
“พี่มลรู้หรือคะว่าเกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียน?” วรรณสาถามออกมา กมลก็พยักหน้า เพราะเธอก็ไปเล่นบาสเก็ตบอลกับคนอื่นๆ ที่โรงเรียนเหมือนกัน และได้ยินว่ามีคนต้องการจะฆ่าพันธกรโดยขโมยระเบิดไฟออกไปจากกระเป๋ายังชีพของพวกทหารเด็กม.ปลาย และกมลก็เอ่ยชื่อบ๊อบออกมาว่าเป็นคนทำและตอนนี้ เขาก็ถูกระเบิดไฟตายไปแล้ว
“บ๊อบเหรอ?” วรรณสาได้ยินดังนั้นก็โกรธแค้นยิ่งนัก “มันจะทำร้ายพันเหรอ?”
กมลก็พยักหน้า วรรณสาถึงกับโกรธมากที่บ๊อบคิดจะทำแบบนี้กับพันธกร เธอเลยบอกออกมา “ดี ตายไปซะได้ก็ดี บังอาจมาทำพันได้ยังไง? ไอ้คนชั่ว นึกแล้วว่ามันต้องประสงค์ไม่ดีต่อพันแน่ๆ”
“มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ?” ทวินนาเดินออกมาบ้าง หลังจากเดินสวนกับพันธกรที่เดินเข้าไปในบ้านโดยไม่พูด ไม่ทักทายอะไรเธอเลย ทำเอาเธอสงสัย วรรณสากับกมลจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนให้ทวินนาฟัง
“หา?” ทวินนาได้ยินก็โกรธแบบวรรณสา “มันกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง? มันกล้าทำกับน้องพันแบบนี้ได้ไง? ดีแล้ว คนแบบนี้ ตายไปซะได้ก็ดี”
“เอ่อ...” กมลหันไปมองทั้งวรรณสากับทวินนา ก่อนจะบอก “พวกน้องๆ พี่ๆ จริงจังเกินไปหรือเปล่าคะ?”
วรรณสากับทวินนามองหน้ากันก่อนจะหันมามองกมล ก่อนที่วรรณสาจะบอก “ขอโทษค่ะ หนู...โกรธแค้นเกินไปนิดหน่อย โกรธที่มันมาทำกับพันแบบนั้น”
“พี่เองก็โกรธเหมือนกัน” ทวินนาบอกออกมาพลางจ้องมองไปที่วรรณสา วรรณสาที่ไม่อยากมีเรื่องตอนนี้ เธอก็ตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อจะไปหาพันธกร
มื้อเย็นที่บ้านของณปภา พันธกรแทบจะไม่ได้แตะอาหารเลย เขากินข้าวเข้าไปนิดเดียว จนวรรณสาต้องเอ่ยขึ้นมา “พัน กินอะไรหน่อยเถอะ มันไม่ใช่ความผิดของพันนะที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”
“อ๋อ เรื่องไอ้คนชื่อบ๊อบน่ะเหรอ?” ชัชชัยที่กำลังกินข้าวอยู่พูดขึ้นมากลางวง “ได้ข่าวว่ามันขโมยระเบิดไฟไปจากพวกเรา แล้วพยายามจะฆ่าไอ้พันนี่...”
วรรณสาจ้องมองชัชชัยอย่างโมโหที่เขาดันพูดเรื่องนี้ออกมาอีก มันยิ่งตอกย้ำพันธกรให้รู้สึกผิดเข้าไปอีก ฝ่ายปฏิคมที่นั่งข้างๆ พันธกร เขาก็จับบ่าพันธกรเอาไว้ก่อนจะบอก “ไม่ใช่ความผิดแกหรอก ไอ้พัน อย่าคิดมาก มันจะฆ่าแกอยู่แล้ว กรรมตามสนองมันแล้ว”
“แต่ฉันน่าจะช่วยได้” พันธกรกล่าวออกมาเสียงสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ ทำเอาวรรณสาเป็นห่วง แล้วเธอก็บอกให้พันธกรกินข้าวเข้าไปเยอะๆ แต่พันธกรกินอะไรไม่ลงจริงๆ เขาเหลือข้าวไว้ครึ่งจาน ก่อนจะลุกเดินออกไปทันที ณปภาที่เห็นดังนั้นก็แปลกใจว่าทำไมพันธกรไม่กินข้าวของเธอ
“อาหารน้าไม่อร่อยเหรอ? เขาถึงลุกออกไป?” ณปภาถามเด็กทหารม.ปลายทุกคน วรรณสาเลยเป็นคนตอบว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียน เมื่อณปภาได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วก็ยกมือกุมอกอย่างตกใจ
“ตายแล้ว” ณปภาร้องขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก “โอ๊ย ไม่น่าเลยอ่ะ แล้วตอนนี้ พวกคุณนนท์เก็บศพไปหรือยัง?”
พันธกรเดินเข้ามาในห้องของพวกเขา ก่อนจะนั่งลงบนเตียง แล้วเขาก็หยิบมีดทหารของพ่อของเขาขึ้นมาพลางมองไปที่ปลายมีด มันมีเลือดของบ๊อบติดอยู่ที่ปลายมีดเล็กน้อย พันธกรรู้สึกผิดจริงๆ เขารู้ดีที่สุดว่าระเบิดต้องทำงาน แต่เขากลับกระโดดถอยตัวออกมาและปล่อยให้บ๊อบถูกไฟคลอก ทั้งที่ความจริง เขาจะปัดระเบิดนั่นออกจากมือของบ๊อบก็ได้ แล้วในที่สุด พันธกรก็ร้องไห้ออกมาอย่างเสียใจ ที่เป็นสาเหตุให้บ๊อบเสียชีวิต
ปฏิคมที่เดินเข้ามาทีหลัง พอเห็นพันธกรกำลังร้องไห้อยู่ เขาก็ถอนหายใจออกมา พร้อมกับบอก “ไอ้พัน แกคิดมากไปแล้ว ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ความผิดของแก มันผิดที่ไอ้บ๊อบอะไรนั่นต่างหาก มันจงใจจะฆ่าแกนะเว้ย แกยังจะไปสงสารมันอีกเหรอ?”
แล้วพันธกรก็ยกมือปาดน้ำตาออกไปก่อนจะส่ายหน้า “ฉันน่าจะช่วยได้” พันธกรบอกออกมาแบบนั้น ทำเอาปฏิคมต้องถอนหายใจอีกรอบ ก่อนจะลงมานั่งที่เตียงด้วย
“แกเป็นคนดีเกินไปแล้ว” ปฏิคมบอกออกมา “จำไว้สิ ว่ามันจะฆ่าแกนะ ไม่ต้องไปสงสารหรือเสียใจอะไรให้มันหรอก มันตายไปน่ะดีแล้ว”
พันธกรส่ายหน้าออกมาพร้อมกับใช้นิ้วปาดน้ำตาออกไป แล้วก็ถาม “คุณน้าภาคงเสียใจล่ะสิ ที่ฉันไม่กินอาหารของเธอเข้าไปน่ะ”
“ไม่ คุณภาเป็นห่วงแกจะตาย” ปฏิคมบอกตามจริง “เธอไม่ได้โทษว่าทำไมนายถึงไม่กินอาหารของเธอ พอเธอรู้เรื่องนี้เข้าเหมือนกัน เธอก็ตกใจไม่แพ้กัน และก็เห็นด้วยว่านายบ๊อบอะไรนั่น ตายไปน่ะดีแล้ว”
“แต่ฉันก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดีนั่นแหละ ฉันน่าจะเอาระเบิดออกจากมือของไอ้บ๊อบได้” พันธกรกล่าวออกมาพลางสั่นศีรษะ “ฉันน่าจะช่วยได้”
ปฏิคมเลยถอนหายใจออกมาอีกรอบ “เฮ้อ สมกับเป็นพระเอกของเรื่องจริงๆ แกใจดีเกินไปแล้ว แกรู้ตัวหรือเปล่า?”
แล้วปฏิคมก็จับบ่าพันธกรเอาไว้ พันธกรก็ได้แต่ส่ายหน้าให้กับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ขณะที่ปฏิคมก็ยังคงสงสัยว่าระเบิดไฟที่บ๊อบขโมยออกไปเป็นของใคร? แล้วไปขโมยมาได้ตอนไหน? ทำไมพวกเขาถึงไม่รู้?