“อย่าลืมล้างหน้า เช็ดคอด้วยนะ เดี๋ยวไวน์เมื่อวานมันจะขึ้นผื่น”
เสียงของวายุดังขึ้นข้างหูเบา ๆ พร้อมกับผ้าขนหนูเปียกหมาดที่เขาเอาแนบแก้มเธอ
แพรไหมนอนนิ่งอยู่บนเตียงในเช้าวันที่สามในลอนดอน
ผมเธอยุ่ง
ตาเธอยังปรือ
แต่หัวใจของเธอ…เต็มจนล้น
“นี่คุณ…จำได้ด้วยเหรอว่าฉันแพ้อะไร?”
เธอถามเสียงแ่
“คุณเคยบ่นตอนกินไวน์แก้วแรกในไฟลท์...”
เขาตอบเสียงนุ่ม
“…ผมจำทุกคำที่คุณพูด ไม่ใช่แค่ตอนครางชื่อผมเท่านั้น”
เธอหน้าแดงทันที
ยกผ้าขนหนูขึ้นปิดหน้า
แต่เขากลับยิ้ม แล้วดึงผ้าออกอย่างนุ่มนวล
ตามด้วยการจูบหน้าผากเธอ
เบา
อุ่น
และจริงกว่าทุกจูบที่ผ่านมา
หลังจากแต่งตัวเรียบร้อย แพรไหมยืนอยู่หน้ากระจกในชุดสูท
เธอมองตัวเอง
แล้วเผลอคิดขึ้นมาว่า…
“ฉันกำลังหลงรักผู้ชายที่ฉันเคยนั่งด่าในเครื่องบินเหรอ?”
เธอถอนหายใจแรง
กลัวใจตัวเอง
กลัวว่าวายุจะหายไปอีกแบบเมื่อคืนนั้น
แต่วันนี้ เขาทำทุกอย่างตรงข้าม
เขาอยู่
เขากอด
เขาชงกาแฟ
เขาจูบหน้าผาก…ไม่ใช่แค่ร่าง
และมันน่ากลัว
เพราะมัน “จริง” เกินไปแล้ว
กลางวัน – ห้องประชุมบริษัท KPWH
แพรไหมต้องมานั่งข้างวายุอีกครั้งในฐานะครีเอทีฟหลักของโปรเจกต์
เขามองเธอทุกจังหวะ
แซวเบา ๆ ทุกโอกาส
แต่ก็ยังรักษาระยะให้คนอื่นไม่สงสัย
ทุกอย่างดูเหมือนจะดี
จนกระทั่ง…
เขาได้รับสายหนึ่ง
“ครับ...ครับพี่จีน”
เสียงเขาเปลี่ยน
สีหน้าเปลี่ยน
และเมื่อวางสาย เขาก็ถอนหายใจแรง
เธอสังเกตทันที
“ใครเหรอ?”
“อดีต…”
เขาตอบสั้น ๆ
“ผู้หญิงที่เคยทำให้ผมไม่กล้าเริ่มใหม่กับใครอีก”
แพรไหมนิ่ง
เธอไม่รู้ว่า “อดีต” คนนั้น…จะเป็แค่ความหลัง
หรือกำลังจะกลับมาเป็ “ปัจจุบัน” อีกครั้ง
“คุณยังรู้สึกกับเธออยู่เหรอ?”
เขาหันมามอง
นาน
มาก
ก่อนจะตอบเสียงเรียบ
“…ผมไม่รู้”
แพรไหมนั่งอยู่ในคาเฟ่เล็ก ๆ ใต้ตึกสำนักงานใหญ่ของ KPWH
มือเธอกำถ้วยกาแฟแน่น
แต่ความร้อนจากแก้วมันไม่อุ่นไปถึงข้างในอกเลยแม้แต่นิดเดียว
“…ผมไม่รู้”
เสียงของเขายังคงดังวนอยู่ในหัวเธอซ้ำไปมา
เธอรู้ว่าเขาไม่ได้โกหก
แต่คำว่า “ไม่รู้” มันก็ทรมานพอ ๆ กับคำว่า “ใช่”
เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่อยาก
แต่เธอก็ไม่อยากเป็แค่คนที่มาเติมช่องว่างให้เขาลืมใครอีกคน
และเมื่อเธอกำลังจะลุกออกจากร้าน
เสียงกระดิ่งหน้าประตูก็ดัง
วายุเดินเข้ามา
เขาไม่ได้ยิ้ม
ไม่แซว
ไม่จ้องตาเหมือนทุกครั้ง
เขาแค่นั่งลงตรงข้าม
เงียบ…และเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอเดาไม่ออก
“พี่จีน…คนที่โทรมาหาผมเมื่อเช้า”
เขาเริ่มพูดเอง
“เธอเคยเป็คู่หมั้นผม”
แพรไหมเม้มปากแน่น
ความรู้สึกบางอย่างเหมือนหล่นจากอกไปที่พื้นในจังหวะเดียวกับคำว่า “คู่หมั้น”
“เธอทิ้งผมไปหาผู้ชายที่รวยกว่า…ก่อนงานหมั้นหนึ่งอาทิตย์”
เขายิ้มบาง ๆ
“ผมเลยทิ้งความรู้สึกไว้ตรงนั้น ั้แ่วันนั้น”
แพรไหมไม่พูด
แต่หัวใจเธอสั่น…และอ่อนลง
เขาเอื้อมมือมาจับมือเธอ
“ผมไม่กล้าเริ่มใหม่กับใครเลย จนเจอคุณ”
“วายุ…” เธอกระซิบ
“แต่ผมยังกลัว ว่าถ้าวันหนึ่งคุณเดินจากผมไปอีกคน…ผมจะไม่เหลืออะไรเลย”
เธอขยับมือ
บีบมือตอบเขาแน่น
แล้วพูด
“งั้นคุณต้องพิสูจน์ ว่าฉันไม่ใช่เธอคนนั้น…”
คืนนั้น – ห้องของแพรไหม
เธอเปิดประตูให้เขาเงียบ ๆ
ไม่มีคำพูด
ไม่มีอ้อมกอด
มีเพียงการจ้องตากัน
ก่อนที่เขาจะคุกเข่าลงกับพื้น
แล้วจูบหลังเท้าเธอเบา ๆ
“คืนนี้…ผมจะทำให้คุณรู้ว่า ผม้าคุณมากแค่ไหน—โดยไม่ต้องพูดคำว่ารักเลยก็ได้”
ริมฝีปากของวายุแนบอยู่ที่หลังเท้าเธอ
จากนั้นเขาเลื่อนขึ้น
จูบข้อเท้า
หน้าแข้ง
เข่าข้างใน
ต้นขาด้านใน…
ก่อนจะยืนขึ้น ก้มหน้าลงหาเธอ
มือสอดประสานเข้ากับนิ้วของเธอ
“คืนนี้ผมจะไม่กระแทก…”
เขากระซิบ
“แต่จะฝัง”
เสื้อผ้าหลุดออกจากร่างทั้งคู่
ไม่รีบ
ไม่เร่ง
ไม่วูบวาบ
แต่เต็มไปด้วยไฟที่คุกรุ่นและสะสม
วายุนั่งบนโซฟา
ลากเธอขึ้นไปคร่อม
ร่างเปลือยแนบกัน
หน้าอกเธอแนบอกเขา
เสียงหัวใจเขาเต้นรัว
แต่ใบหน้าเขานิ่ง…นิ่งจนเธอรับรู้ได้ว่าภายในเขากำลังร้องไห้อยู่เงียบ ๆ
แพรไหมประคองหน้าเขาขึ้น
จูบเบา ๆ ที่หน้าผาก
แล้วกระซิบ
“คุณไม่ต้องเข้มแข็งตอนอยู่กับฉัน…”
วายุมองตาเธอ
ก่อนจะสอดแก่นกายเข้าไปช้า ๆ จากด้านล่าง
“อื้ม…”
เธอคราง
สะโพกแนบกับต้นขาเขา
ความแน่น ร้อน ลึก ค่อย ๆ แทรกเข้ามาทีละเซน
เธอค่อย ๆ ขยับ
บด…
วน…
กด…
ส่ายสะโพกบนตัวเขาช้า ๆ อย่างคนที่้าให้เขารู้ว่า เธอกำลังรักษาเขาอยู่
วายุกอดเธอแน่น
ใบหน้าซุกลงกับอกเธอ
เสียงหายใจถี่ขึ้น
“ผมกลัว…” เขาพึมพำ
“ผมกลัวคุณจะหายไปตอนตื่น…”
“งั้นอย่าหลับ” เธอกระซิบ
ก่อนจะยกสะโพกขึ้น แล้วกดลง
เสียงกระแทกเบา ๆ ดัง “พั่บ…พั่บ” ตามจังหวะรักของเธอ
วายุเงยหน้าขึ้น
ริมฝีปากเขาหยักขึ้นเล็กน้อย
แล้วจู่ ๆ เขาก็กระแทกสวนขึ้นมาเต็มแรง
“อ๊ะ…วายุ!”
“คืนนี้ผมจะไม่ให้คุณเป็คนควบคุม…”
เขาพูด
ก่อนจะจับเอวเธอไว้
ยกเธอขึ้นอย่างง่ายดาย
แล้วเหวี่ยงร่างลงบนโซฟา
พลิกร่างเธอให้นอนคว่ำ
จากนั้น…เขาเข้าจากด้านหลัง
เสียงกระแทกดังหนักขึ้น
เขารั้งเอวเธอไว้แน่น
สอดใส่ลึกขึ้น
เร็วขึ้น
แรงขึ้น
แต่ยังเต็มไปด้วยจังหวะที่ไม่ใช่แค่ “เย” — แต่มันคือการ “ขอร้อง” ให้เธออย่าไปไหน
“อาาา…อึก…อ๊า…อาาาา!!”
แพรไหมจิกหมอนแน่น
ขาสั่น
น้ำตาเริ่มคลอ
ไม่ใช่แค่เพราะความเสียว—แต่เพราะความรู้สึกที่เขาส่งมาด้วยทุกแรงกระแทกมัน “จริง”
และวินาทีที่เขาเสร็จในตัวเธอ
เขาก็กอดเธอแน่น…แน่นมาก
พร้อมพูดคำที่ทำให้เธอร้องไห้
“…ผมไม่รู้จะอยู่ยังไง ถ้าพรุ่งนี้คุณไม่อยู่ตรงนี้”
เช้าวันใหม่ – บนเตียงเดียวกัน
แสงอุ่นลอดผ่านม่านหน้าต่างตกลงมาบนไหล่เปลือยของแพรไหม
วายุยังนอนกอดเธออยู่จากด้านหลัง
ลมหายใจของเขาััต้นคอเธอเป็จังหวะ
มือใหญ่ ๆ ที่เคยร้อนแรงเมื่อคืน
ตอนนี้วางอยู่บนหน้าท้องเธอ…อย่างอ่อนโยน
“นี่คุณ…”
เธอพูดเบา ๆ
“เมื่อคืนคุณพูดว่า ถ้าพรุ่งนี้ฉันหายไป คุณจะอยู่ไม่ไหว…”
“อืม…” เขาครางในลำคอ
“แต่ตอนนี้คุณอยู่ตรงนี้…ผมก็เลยยังหายใจอยู่”
เธอยิ้มบาง ๆ
มือจับมือเขาแน่นขึ้น
ดวงใจของเธอเบาสบาย
เหมือนกำลังลอยอยู่ในอ้อมแขนที่เป็โลกทั้งใบ
แต่มันก็แค่ชั่วขณะเดียวเท่านั้น…
เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น
เธอหยิบมาวางบนหัวเตียงให้เขา
แต่สิ่งที่ทำให้เธอชะงัก
คือชื่อบนหน้าจอ
“พี่จีน”
เธอไม่พูดอะไร
เพียงแค่ส่งสายตาให้เขา
วายุรับมือถือมา มองชื่อบนหน้าจอครู่หนึ่ง
“ผมไม่อยากรับ…”
เขาพูด
“…แต่เธอคือคนที่ผมเคยให้สัญญาไว้ ว่าจะดูแลแม้จะไม่ได้รัก”
แพรไหมเงียบ
หัวใจของเธอ…เหมือนโดนดึงกลับจากอ้อมแขนอบอุ่นลงสู่พื้นแข็ง ๆ ในพริบตา
“แค่คุยเื่ธุรกิจ ผมสัญญา”
วายุลุกขึ้นจากเตียง
เดินออกไปยังระเบียงพร้อมสายที่กดรับแล้ว
เสียงเขาฟังไม่ได้ชัด
แต่สีหน้าเขา…อ่อนลงกว่าทุกที
แพรไหมมองตาม
แล้วค่อย ๆ ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัว
เงียบ
นิ่ง
และในใจ...เริ่มมีบางอย่าง แตกร้าว