“พัช ผลย้ายออกยัง”
“ออกแล้วพลอย”
“แกได้ย้ายไปไหน”
“ฉันได้ย้ายไปอยู่อมก๋อยอะแก”
“ห๊ะ อมก๋อยเลยเหรอ”
“แกจะใอะไร โรงเรียนที่ฉันได้ย้ายเข้าเป็โรงเรียนมัธยมแก อยู่ใกล้อำเภอนะแก การเดินทางสะดวกสบาย หน้าอำเภอมี 7-11 ด้วยนะ ข้างโรงเรียนมีตลาดสดด้วย ทุกอย่างถือว่าดีมากแก”
“ดีแล้ว แต่ครั้งนี้ฉันติดงาน ไม่ได้ไปส่งแกนะ”
“ไม่เป็ไรจ้ะเพื่อนรัก แค่แม่ไปส่งคนเดียวก็ได้”
“แก...แล้วเื่....พี่ดาล่ะ”
“พวกเราเลิกกันแล้วนี่นา”
“ไม่ได้หมายถึงเื่นั้น หมายถึงอย่างอื่น”
“อ่อ อยากรู้เื่ไหนล่ะ”
“ทุกเื่ค่ะเพื่อน”
“ฮ่า ๆ ๆ คร่า”
พลอยที่เห็นศศินาพัชร์หัวเราะได้เช่นนี้เธอค่อยสบายใจขึ้นมากทีเดียว
“เห็นแกหัวเราะได้แบบนี้ ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย”
“กว่าจะหัวเราะได้ขนาดนี้ ก็ร้องไห้มาจนไม่มีน้ำตาจะร้องแล้วแก”
“แต่แกเก่งมากนะ ที่ทำได้และผ่านมันไปได้”
“ตกลงจะฟังเื่ไหนคะคุณเพื่อน”
“พี่ดาเป็ไงบ้าง”
“เมื่อเดือนก่อนฉันได้ไปงานแต่งงานครูไนท์กับแฟน เลยได้คุยกันนิดหน่อย แฟนครูไนท์บอกว่าเมื่อครั้งที่เลิกกันนั้นแกยังรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ขึ้นไปหาครูไนท์บนดอยและไม่ได้ทำให้ถึงที่สุดก่อนเลิกกัน แต่ตอนนี้เคลียทุกอย่างแล้ว”
“แล้วแกล่ะคิดว่าไง”
“สำหรับเื่ครูไนท์นั้นก็คงจะเป็แบบนั้น เพียงแค่พี่หนึ่งบอกว่าท้องแฟนครูไนท์ก็ยอมถอยให้ เพราะไม่อยากให้เด็กเกิดมาไม่มีพ่อ แต่สำหรับฉัน ฉันทำทุกทางแล้วแก ทุกทางแล้วจริง ๆ จนวันนี้ที่เลิกกันฉันบอกได้เลยว่าฉันไม่เสียใจและไม่เสียดายอะไรแม้แต่น้อย”
“ใช่ ฉันรู้จักแกดี เื่นี้แกเต็มที่เสมอจนฉันเคยกลัวว่าแก...จะทำร้ายตัวเองเพราะมัน”
“ไม่หรอก ฉันยังมีแม่ที่รักและรอฉันอยู่”
“ดีมาก ไอ่เพื่อนรัก”
“คร่า....คุณเพื่อน”
“แล้วพี่ดาโทรมาง้อแกไหม”
"ไม่โทรมาง้อนะ แต่จะแชทมาหาตลอด”
“แล้วแก....”
“ก็แค่คุย แต่ไม่มีวันกลับไป เพราะฉันให้ใจไปจนหมดแล้ว หมดแล้วจนไม่มีอะไรจะให้อีกแล้ว ในเมื่อพี่เขาเลือกคนคนนั้น ก็จงไปตามทางที่เลือกก็แล้วกัน”
“เยี่ยม”
“แล้วแกรู้หรือเปล่าว่าเขาเป็ไงกันบ้าง”
“เห็นพี่ ๆ ที่โรงเรียนบอกว่าทันทีที่ฉันขนของออกหอ พี่หนึ่งก็ขนของเข้าทันที ทุกวันหยุดเขาก็จะชวนกันกินเที่ยว แต่ก็ทะเลาะกันบ่อย ๆ”
“ชีวิตก็ออกจะดี้ดี แล้วทำไมถึงยังทะเลาะกัน”
“แกก็ กินดื่มก็ใช้เงินไหม กินขนาดนั้นเงินจะเหลือเหรอ”
“อ่อ ลืมไป ตอนอยู่กับแก พอเงินไม่พอก็ขอแกแต่ไปเที่ยวกลับไม่ชวนแกไป...ตอนนั้นฉันงงมากว่าทำไมไม่ชวนแกไปด้วย ตอนนี้ฉันรู้แล้วล่ะ เพราะถ้าชวนแกไปเงินแกก็จะไม่เหลือให้มันขอสินะ”
“ไม่รู้สิ”
“แล้วเงินที่พี่ดายืมแก แกได้คืนไหม”
“ไม่ละ ไม่เอา ถือซะว่าเป็ค่าบทเรียนชีวิตก็แล้วกัน”
“บทเรียนนี้ ราคาแพงไม่เบานะแก เพราะแกให้ไปไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะ”
“ให้คือให้ ยืมคือยืม แต่ตอนนี้ไม่อยากทวงคืนละ ขอแค่เขาไม่ติดต่อมาก็พอละ”
“คร่า แม่นักบุญคนสวย”
“ไม่หรอก ก็ตอนเป็แฟนกันเราก็ไม่ได้คิดที่จะเลิก เราก็อยากให้แฟนได้ในสิ่งที่ดี ๆ เหมือนที่เราได้ แต่พอเลิกกันไป...ก็ช่างมันเถอะ”
“จ้า ๆ ว่าแต่แกไปดูโรงเรียนมาแล้วเหรอ”
พลอยเปลี่ยนเื่ในทันที
“ใช่ ไปดูกับแม่มาแล้ว ก่อนไปรายงานตัว”
“ทุกคนที่โรงเรียนใหม่โอไหม”
“ต่างพ่อแม่ ก็ต้องต่างนิสัยใจคอ ทุกอย่างอยู่ที่การเรียนรู้และปรับตัว”
“ไม่แน่แกอาจจะเจอแฟนใหม่ก็ได้นะ”
“พักค่ะเพื่อน พักก่อน”
ก่อนเปิดเทอมพัชได้เข้าไปรายงานตัวที่โรงเรียนและได้ย้ายเข้าบ้านพักครูของโรงเรียน
“ว้ายยยย”
“อะไรพัช เป็อะไรลูก”
“ตุ๊กแกค่ะแม่”
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวให้ลุงไล่ออกไปให้นะ”
“ขอบคุณค่ะแม่”
พรผู้เป็มารดามองบุตรสาวด้วยแววตาเอ็นดู แม้พัชจะพยายามเข้มแข็งอย่างไรก็ตาม แต่ในสายตาแม่พัชก็ยังเป็เด็กหญิงศศินาพัชร์ไม่เปลี่ยน
“อยู่ได้เหรอลูก ถ้าไม่ไหว...”
“พัชอยู่ได้ค่ะแม่ แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ”
“ตามใจลูกจ๊ะ”
วันเวลาในโรงเรียนใหม่ ผู้คนใหม่ ๆ สังคมใหม่ ๆ ได้ทำให้ศศินาพัชร์ลืมเื่ราวต่าง ๆ ที่เคยเศร้าเสียใจและเป็ทุกข์ และทุกวันศุกร์เย็นหญิงสาวจะขับรถกลับบ้านและขึ้นมาในเย็นวันอาทิตย์เสมอ
“พัช อมก๋อยกับฝางมันไกลกันมากนะลูก เอาแบบนี้ไหมแม่ว่าเราไปเช่าหอในเมืองแล้วลูกค่อยมาหาแม่วันเสาร์เช้า อาทิตย์ค่อยกลับ แบบนี้แม่ค่อยเป็ห่วงน้อยลงหน่อย”
“ไม่เป็ไรค่ะแม่ พี่อีกคนที่อยู่เชียงคำเขายังกลับเหมือนพัชเลยค่ะ”
“แต่ระยะทางมันไกลนะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ พัชไหว ไว้วันไหนพัชไม่ไหวพัชค่อยหาโรงแรมนอนก็ได้ค่ะ”
“ให้มันจริงก็แล้วกันนะ”
“ค่ะ จริงสิแม่ 3-5 มกรานี้ลูกมีเยี่ยมบ้านนักเรียนนะคะ”
“เยี่ยมบ้านนักเรียนคือ การเดินทางไปบ้านนักเรียนเหรอ”
“ค่ะ ที่โรงเรียนเขาแบ่งสายเดินทางออกเป็ 6 สายค่ะ”
“ไปนอนเหรอ”
“ค่ะแม่ มีทั้งครูผู้หญิงและครูผู้ชายไปด้วยกัน”
“แบบนี้แสดงว่าลูกต้องไปยังที่ที่กันดารมาก ๆ สิ”
“ใช่ค่ะ ต้องนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อไป แต่ว่าเป็หน้าหนาวไม่น่าจะมีปัญหา แต่ถ้าเป็หน้าฝนคงจะอันตรายอยู่เหมือนกันค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นแม่จะเตรียมชุดกันหนาวไว้ให้ลูก รวมถึงขนม เสื้อผ้าสำหรับแจกเด็ก ๆ ด้วยดีไหม”
“ดีค่ะแม่”
“จริงสิ แล้วลูกได้ไปหมู่บ้านไหน”
“พัชได้ไปสายนาเกียนค่ะ”
“นาเกียนเหรอ มีสัญญาณโทรศัพท์ไหม”
“มีค่ะแม่ แต่มีเป็จุด ๆ เท่านั้น”
“ถ้าแบบนั้นที่ไหนมีสัญญาณหนูก็แชทมาบอกแม่หรือโทรมาก็ได้นะ”
“ค่ะ แม่ก็แชททิ้งไว้นะคะ ถ้ามีสัญญาณพัชจะมาตอบ”
ศศินาพัชร์เข้าไปกอดมารดาอย่างออดอ้อน มือที่เริ่มมีริ้วรอยแห่งประสบการณ์ค่อย ๆ ลูบศีรษะบุตรสาวด้วยความรัก
“พัช”
“คะแม่”
“หากลูกได้ไปในที่ที่กันดารแล้วพบนักเรียนหรือเด็กที่เรียนดีและขาดทุนทรัพย์ ลูกต้องบอกแม่นะ”
“แม่จะช่วยส่งเสียเด็กคนนั้นหรือคะ”
“ใช่”
“แต่ตอนนี้ทางรัฐเขามีเงินทุนการศึกษา เงินนักเรียนยากจนให้แก่เด็ก ๆ เ่าั้ด้วยนะคะ”
“ถึงจะมี แต่ก็คงไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายของเด็ก ๆ เ่าั้หรอก”
“ค่ะ เอาแบบนี้ดีไหมคะ หากพัชพบเด็กที่กำพร้าพ่อแม่ เรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์และไม่มีใครช่วยเหลือ พวกเราค่อยยื่นมือเข้าช่วยเหลือดีไหมคะ”
“ก็ดีนะ”
“ค่ะ อ้อ หลังจากงานเยี่ยมบ้านพัชยังมีอีกงานนะคะ”
“อีกงาน”
“ค่ะ งานพานักเรียนไปค่ายค่ะ”
“พาไปค่าย ที่ไหน เมื่อไหร่”
“ค่ายโครงการของนักเรียน 3 วัน 2 คืน นอนที่สนามกีฬา 700 ปีค่ะแม่”
“อ่อ แล้วไปรถอะไร”
“รถโรงเรียนค่ะ มีคนขับรถจากโรงเรียนไปส่งด้วย”
“ก็ดี ไว้แม่จะไปหาที่ค่าย...ได้ไหม”
“ได้สิคะแม่”
“โรงเรียนใหม่ กิจกรรมเยอะเหมือนนะเนี่ย”
“ก็เป็โรงเรียนประจำอำเภอนี่คะแม่”
ศศินาพัชร์พูดยิ้ม ๆ เมื่อเห็นแม่บ่นเพราะความเป็ห่วงบุตรสาว