เหรียญลุกจากที่นอนในเวลาเกือบเที่ยงวัน เธอตื่นสายเพราะเมื่อคืนกว่าจะหยุดความว้าวุ่นใจแล้วหลับตาลงได้ก็เกือบเช้าแล้ว เธอเดินงัวเงียโอนเอนเลื่อนประตูห้องนอนออกไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำออกมาดื่ม ขณะที่แหงนหน้ากระดกขวดน้ำอยู่ สายตาเธอก็เหลือบไปปะทะเข้ากับร่างหนึ่ง นับกำลังนอนพลิกไปพลิกมาใกล้ตื่นนอน เปลือกเขาตาค่อยๆ เปิดขึ้น แล้วเขาก็ขยี้มันแรงๆ
“อุ้ยแม่!!” เหรียญใแทบสำลักน้ำ เธอรีบปิดตู้เย็นดังตึ้งแล้วหันหลังให้เขา ด้วยตอนนี้เธออยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเปื่อยๆ ทั้งยังไม่ได้สวมชุดชั้นในนอน เวลาสายแบบนี้เขาควรจะกลับห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไปทำงานแล้ว ปกติถ้าเขานอนที่นี่เธอจะตื่นมาไม่เจอเขา จึงไม่ต้องระวังตัวอะไรมาก
“ใไรอะ” นับขมวดคิ้วถาม ตาเขายังหรี่ปรับรับแสงไม่ดีนัก
“ยังไม่กลับห้องอีก ไม่ไปทำงานหรอ” เหรียญไม่ตอบแต่ถามเขาแทนขณะที่ตัวเองยังหันหลังให้
“วันนี้วันอาทิตย์โว้ย” การพูดคำว่า ‘โว้ย’ เสียงต่ำ เป็เอกลักษณ์ของนับไปแล้ว
“ก็นั่นแหละ ปกติแกไม่ตื่นสายขนาดนี้”
“ก็เมื่อคืนนอนดึกอะ” นับคิดถึงเมื่อคืน เขานอนลืมตามองเพดานอันว่างเปล่าอย่างไร้จุดหมายคิดเรื่อยเปื่อยถึงกี่โมงก็ไม่รู้ “ทำไมต้องหันหลังคุยวะ” เขาขมวดคิ้วสงสัยอีกรอบ เหรียญเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเขา
“ไม่ได้ใส่เสื้อใน” กางเกงในก็ด้วยโว้ยยย อับอายที่ต้องพูดอะไรแบบนี้จริงๆ
“ต้องวี้ดวิ่วปะวะ ฮ่าๆๆๆ”
“ก็ประสาทละ” แต่จะอับอายอะไรกับคนแบบนี้นะ
“ไม่ได้ใส่ก็เข้าไปใส่ในห้องดิ” นับว่า ก่อนเขาจะมองเข้าไปทางประตูห้องนอน ประตูเป็อะลูมิเนียมด้านล่างสูงประมาณ 1 เมตร ้าเป็กระจกใส เท่ากับว่าเขาจะมองเห็นสินะ “อ้อ เข้าไปใส่ไม่ได้”
“ใช่สิ แกลุกออกไปก่อนดิ ฉันจะได้เดินไปเข้าห้องน้ำ”
“ทานโทษนะ เพิ่งตื่นลุกไม่ได้ อย่างอื่นมันก็ลุกอยู่เหมือนกัน” นับพูดเองก็รู้สึกขัดเอง เขาต้องพูดอะไรทำนองนี้กับเพื่อนต่างเพศไปทำไม เหรียญก็รู้สึกอายที่ต้องฟังไม่ต่างกัน
“งั้นแกก็ยังไม่ต้องลุก แต่หันหน้าไปทางอื่นก่อน ฉันจะไปห้องน้ำ แกอย่าหันมานะ”
“เออๆ อย่างกับหันไปจะเห็นอะไรนัก”
“หันไปยัง”
“แล้ว”
เหรียญเข้าไปหยิบกางเกงชั้นในในห้องนอน แล้วเดินหันข้างจนไปถึงห้องน้ำ เธอหยิบเสื้อชั้นในที่แขวนอยู่บนราวตากผ้าเช็ดตัวมาใส่ ก่อนจะทำธุระส่วนตัว ล้างหน้าแปรงฟัน
ก๊อกๆ ก๊อกๆๆ
“อะไร” เหรียญะโถามเสียงอู้อี้ ฟองยาสีฟันยังฟูเต็มปากเธออยู่เลย
“ปวดฉี่ มากกกก”
“ฉันแปรงฟันอยู่”
“มากกกก เปิดหน่อย ตอนเปิดมองไปทางอื่นด้วยนะ” นับย้ำ เพราะตอนนี้อะไรๆ ของเขายังไม่เข้าที่ แต่เขาปวดฉี่หลังตื่นนอนเกินกว่าจะรอไหว เหรียญจำต้องถือแปรงสีออกมาทั้งที่ฟองยังฟูมปาก
“ขอบใจมาก” นับรีบพุ่งตัวเข้าห้องน้ำ แต่สายตาหาเื่ของเธอก็ดันแอบเห็นกางเกงบ๊อกเซอร์ตรงนั้นที่นูนพุ่งกว่าปกติแวบหนึ่ง เหรียญใจนเผลอกลืนฟองยาสีฟันลงคอ ใบหูร้อนผ่าว
“แอวะ” เธอรีบขยับไปบ้วนยาสีฟันที่เหลือลงซิงก์ล้างจานหน้าประตูห้องน้ำและพยายามขย้อนส่วนที่ไหลลงคอไปให้ออกมา ตะกี้จะคิดว่าเผลอหรือตั้งใจดี ทั้งที่เขาก็บอกให้มองทางอื่นแล้วแท้ๆ ฟันก็ยังแปรงไม่ทันเสร็จ
“แกเสร็จยัง ฉันจะแปรงฟัน”
“ยัง ฉันก็จะแปรงฟัน”
“ไปแปรงที่ห้องแกซี่”
“ไม่ ฉันจะไม่ยอมปากเหม็นออกไปข้างนอกอีกแล้ว ฉันจะยอมไม่แปรงฟันรอบเดียวคือตอนแกขี้แตกแล้วฉันต้องพาไปโรงบาล”
“ขอแปรงฟันหน่อยยย”
“แกก็แปรงที่ซิงก์ไง” จะแปรงที่ซิงก์ได้ยังไงกัน ไม่มียาสีฟันให้แปรงแล้ว เธอกลืนเข้าไปหมดแล้ว
“มันไม่มีกระจก ฉันไม่ถนัด” เหรียญบอกไปแบบนั้น สักพักประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก เหรียญหลุบตาลงแอบมองตรงนั้นนิดหน่อย แล้วเธอก็โล่งใจที่มันเข้าที่ปกติแล้ว
“แอบมองได้ตั้งใจมากๆ” นับแซว
“อีบ้า” เหรียญรู้สึกอายจนหน้าบู้บี้ที่ถูกเขาจับได้
นับหยิบแปรงสีฟันของเขาซึ่งเสียบอยู่ในแก้วเธอขึ้นมาบีบยาสีฟันใส่ แล้วก็ฉวยเอาแปรงสีฟันในมือเหรียญมาบีบยาสีฟันยัดใส่มือเธอ
“อะไร” เหรียญเอียงคอขึ้นถาม เขาตัวสูงกว่าเธอจนเธอต้องแหงนหน้าเล็กน้อยตอนยืนใกล้กัน
“แปรงฟันไง แบ่งๆ กันแปรง ฉันก็ชอบส่องกระจกแปรงฟันเหมือนกัน” เขายักคิ้วให้เธอทีหนึ่งก่อนจะบ้วนปากแล้วแปรงฟัน เหรียญเอาแปรงสีฟันเข้าปากแล้วขัดฟันตามเขาอย่างงงๆ จะต้องมายืนเบียดกันแปรงฟันในห้องน้ำแคบๆ ไปทำไม ไหนจะต้องแย่งกระจกกันอีก แปรงทีละคนก็ได้ ทำอย่างกับคู่รักในหนัง...
คงเป็เพราะพวกเขาดูหนังด้วยกันบ่อย และมักจะเปรียบเทียบเื่ต่างๆ ที่เจอกับหนัง สถานการณ์ตอนนี้นับจึงมีความคิดไม่ต่างจากเหรียญ
‘ทำอย่างกับคู่รักในหนัง’
สองคนชะงักมือ ตาเบิกโพลงใส่กันในกระจก ก่อนที่นับจะแสร้งทำเป็หันหน้าไปแปรงอีกทาง เหรียญรีบบ้วนปากแล้วเดินออกมา
บ้าชัดๆ วันสองวันนี้มันบ้าชัดๆ!
2 สัปดาห์ผ่านไป
การสนทนาระหว่างกลุ่มเพื่อนดำเนินไปในกลุ่มไลน์
เหรียญ: พวกมึงดีใจกับกูหน่อย กูได้งานออกแบบใหม่
มา: สุดปังมั้ย
ต้อง: ปั๊วะแน่ ไม่งั้นอีเหรียญไม่มาพิมพ์บอก ปกติอ่านไลน์ไม่ค่อยตอบจ้า
เหรียญ: กัดจ้า
มา: เล่าๆๆๆ
เหรียญ: ี้เีพิมพ์อะ เดี๋ยวเข้าไปเล่าที่บ้าน
นับ: ดีเลย คืนวันศุกร์
ต้อง: อีนี่ก็จ้องจะแดกเบียร์อย่างเดียว
นับ: 5555
มา: กูต้องเตรียมของไว้ตี้มั้ย
เหรียญ: ไม่ต้องมึง ทำงานกันเหนื่อยแล้ว กูเข้าไปหาเฉยๆ
มา: เค เก้ว เจอกันตอนเย็น
จบสนทนาไลน์กลุ่ม นับก็รีบเปิดห้องแช็ตส่วนตัวทักหาเหรียญทันที ตอนนี้เขาอยู่ที่ไซต์งานนอกออฟฟิศ ่บ่ายมีงานต้องเครียร์ให้จบภายในสัปดาห์นี้ค้างอยู่ประมาณหนึ่ง เขาจะรีบเคลียร์มันให้เสร็จก่อนเวลาเลิกงาน การที่เธอส่งข้อความเข้าไลน์กลุ่มแบบนี้แปลว่าเธอเจอเื่ดีมากๆ มา และเขาอยากจะเป็ส่วนหนึ่งที่ร่วมยินดีกับเธอ
นับ: เย็นนี้เดี๋ยวรีบกลับไปหา เจอกัน
เขากดส่งข้อความไปแล้ว แต่กลับย้อนอ่านดูอีกรอบ ข้อความที่เขาส่งไปมันดูลึกซึ้งไปไหมนะ เหรียญอ่านแล้วแต่ยังไม่มีการตอบกลับมาในทันที นับทบทวนที่เขาพิมพ์ไปแบบนั้น มันควรจะเป็ประโยคอื่น เช่น เย็นนี้นั่งแท็กซี่ไปด้วยกัน หรือ เจอกัน สั้นๆ หรือไม่ก็ไม่ต้องพิมพ์อะไรไปเลยก็ยังได้
เหรียญ: เจอกัน
เธอพิมพ์ตอบเขาไปสั้นๆ รู้สึกใจวูบวาบนิดหน่อยตอนเปิดอ่านข้อความครั้งแรก แต่ถ้าพิจารณาดีๆ ก็เข้าใจได้ว่า นับหมายถึงเย็นนี้เราต้องนั่งแท็กซี่ไปพร้อมกัน เขาเลยจะรีบกลับไม่ให้เธอรอนาน แต่เขาแค่พิมพ์มันมาสั้นๆ เลยเสียใจความบางส่วนไป
ดาดฟ้าบ้านมาและต้อง
ท้องฟ้ามืดแล้ว ลมโชยเบาๆ ได้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มจากผ้าที่มาตากไว้บนชั้นดาดฟ้า เป็หน้าหนาวที่อากาศไม่หนาวเอาเสียเลย คืนนี้มีกับแกล้มไม่กี่อย่างกับเบียร์ไม่กี่ขวดเท่านั้น
“เล่าได้แล้วอีเหรียญ มึงจะมานั่งจิบเบียร์ให้กูสงสัยนานๆ ไม่ได้นะคะ” ต้องดื่มเบียร์ไปพลางตำหนิเพื่อนไป เหรียญมาถึงสักพักแล้วแต่เอาแต่พูดคุยเื่อื่น
“กูได้งานวาดภาพประกอบ Single” เหรียญพูดไปยิ้มไป เธอเพิ่งได้รับโทรศัพท์ติดต่อมาเมื่อ่กลางวันนี้เอง
“Single? Does it mean a song or your status?” มาที่เริ่มเมานิดๆ แล้วถามเป็ภาษาอังกฤษ ทำให้ต้องอดไม่ได้ที่จะกระแนะกระแหนกลับ
“ล่าสุดพูดภาษาอังกฤษแล้วค่า” ต้องค่อนแขวะ
“So sorry bitch! อะ อีเหรียญต่อ” มาหันมาทางเหรียญที่นั่งจิบเบียร์ดูเธอและต้องจิกกัน “อยากรู้แย่แล้ว”
“ก็นั่นแหละมีคนติดต่อกูมา เขาอยากให้กูวาดภาพประกอบปกเพลงใหม่ให้เขา” เหรียญเปิดเื่ โดยที่ไม่รู้ว่านับแอบมองแววตาเปล่งประกายของเธอตอนเธอเล่าเื่ของเธอให้เพื่อนฟัง เขารู้ได้เลยว่าเธอดูมีความสุขกับมัน
“ไงต่อ เล่ายาวๆ ทีเดียวได้ไหม เขาเป็ใคร เจองานมึงได้ไง วงอะไร ยังไง” ต้องเร่ง
“เขารู้จักกับเ้าของแบรนด์เสื้อที่กูออกแบบลายเสื้อให้ เขาเห็นงานแล้วก็ขอคอนแทกต์กูไป เข้าไปดูอาร์ตเวิร์กกูในไอจีแล้วก็เพิ่งติดต่อกูมาวันนี้ มือเบสเขาติดต่อมาเองโดยตรง”
“กรี๊ดดดด วงอะไร” มาตาลุกวาวด้วยทันที เหรียญบอกชื่อวงไป นั่นยิ่งทำให้มาตาวาวกว่าเดิม
“กรี๊ดดดด สุดปังจริง ต้องยอมแม่แล้ว”
“ทำไมวะพี่มา” นับถาม เขาพอได้ยินชื่อวงนี้มาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ติดตามเป็พิเศษ
“พวกมึง วงนี้ตอนนี้เขาเป็วงอินดี้ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในวัยรุ่นเว้ย”
“ว้ายยย เริ่ด...เริ่ด...อีเหรียญเริ่ด” ต้องสบถไปพร้อมกับพยักหน้าแรงๆ เป็จังหวะ มือซ้ายแนบที่กลางอก “แบบนี้เพื่อนกูก็ดังแล้วน่ะซี่”
“ดังั้แ่ได้คอลแลปส์กับแบรนด์เสื้อแล้วล่ะ” มาเสริม
“ดังอะไรเล่า ก็ตั้งใจทำทุกงานนั่นแหละ” เหรียญว่าไปเขินไป ั์ตาเธอระยิบระยับด้วยความสุข นับที่แอบมองอยู่ตลอดรู้ว่าเธอรู้สึกดีแค่ไหน เหรียญเป็คนทุ่มเทให้กับการวาดรูปมาก เธอกินนอนอยู่กับมัน ทำงานฟรีแลนซ์อยู่ที่คอนโด ถ้าเขาไม่เข้าไปหาเธอ หรือเธอไม่ออกมาที่นี่ เธอก็ไม่ค่อยได้ออกไปพบปะใครมากนัก เหรียญชอบอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวมากกว่าที่ไหนๆ
“เื่ดีๆ แบบนี้ต้องชนจ้า ยินดีกับเพื่อนจ้า” ต้องชูแก้วขึ้นกลางวง ทุกคนพากันชนแก้วโห่ร้องยินดีด้วยความชื่นบาน นับส่งยิ้มกว้างยักคิ้วและยกนิ้วโป้งให้เหรียญ เธอยักคิ้วกลับไปให้เขาทีหนึ่ง
“เออ แล้วลายเสื้อที่มึงวาด เขาจะวางขายแบบออฟฟิเชียลตอนไหนวะ” มาถาม
“เห็นว่าต้นปีหน้า แต่ยังไม่แน่ใจว่าวันไหนนะ”
“เออ แต่เดี๋ยวนะอีเหรียญ ทีแรกมึงว่าอะไรแล้วนะ มือเบสติดต่อมาเองหรอ” มาเพิ่งย้อนนึกขึ้นได้ แอลกอฮอล์ทำเอาความรู้สึกช้าลงไปเยอะ
“อื้อ น้องเขาบอกแบบนั้น”
“กรี๊ดดด มึง! มือเบสวงนี้ดีมากกกก” มาลากเสียงสูงยาวจนตาปิด
“เล่นดี” ต้องถาม
“ถูกค่ะ หน้าดีด้วย!” มาใส่จริตจะกร้านกะพริบตาลงช้าๆ ยิ้มมุมปาก “ตรงนี้ต้องอิจฉาอีเหรียญก่อนที่ได้คุยกับน้อง”
“ขนาดนั้นเลย” นับถาม
“อื้อหืม ถ้าอายุไล่ๆ กันอีเหรียญก็กรี๊ด ถ้ามันชอบลุง Nuno วง Extreme ตอนหนุ่มๆ น้องมือเบสมันก็ต้องกรี๊ดแหละ อีเหรียญชอบผู้ชายผมยาว สเปคมันเลยจ้า...อะชนเพื่อน! กูรู้ใจมึง” มายื่นแก้วให้เหรียญชน เธอชนแล้วดื่มรวดเดียว ก็ปฏิเสธไม่ได้ที่ว่ามือเบสวงนี้เท่ เธอค้นข้อมูลวงนี้มาก่อนแล้ว
“แต่ตอนมหาลัยอีนับก็ไว้ผมยาวนะ” ต้องเบรก ทำเอาอึกสุดท้ายเหรียญเผลอกลืนเข้าไปพรวดใหญ่จนสำลักออกมา หางตาเธอเหลือบไปทางนับ เขาไม่มีท่าทางอะไร เพียงแต่เทเบียร์เติมใส่แก้วทุกคน
“แค่กๆ มันไม่เหมือนกันเว้ย” เธอปฏิเสธ
“อะไรไม่เหมือนกันวะ” มาถามสมทบด้วยอีกคน
“ก็ไม่เหมือนอ่า” เหรียญพูดไปยกแก้วดื่มแก้เก้อ พวกนี้เมาแล้วถามอะไรเพ้อเจ้อจริงๆ
“ไม่เหมือนยังไงล่ะ ก็ผมยาวเหมือนกัน”
“เป็ไอ้นับมันไม่ได้ปะวะ” เหรียญยังคงยกแก้วขึ้นมาดื่มซ้ำๆ เธอรู้สึกว่าเธอเมาแล้วล่ะ แต่เธอจะไม่เสียท่าขาดสติตอนนี้แน่นอน
“เป็ฉันแล้วทำไมอะ” นับถามเธอ สายตาที่มองมายากจะคาดเดาว่าเขาคิดอะไรอยู่ เหมือนเขาจะพูดเล่น แต่ก็ดูไม่เล่น หรือเขาเมา เหรียญคิดในใจ
“ก็เป็เพื่อนไง อีโง่” มาที่ดูเหมือนจะเมาหนักกว่าเพื่อนแล้วพูดใส่นับ
“เอออ เป็น้องกูด้วย” ต้องต่อ
“อะ เป็หลายอย่างแบบนี้ต้องชนนนน” นับว่าแล้วยกแก้วเบียร์ขึ้นชนกับคนอื่นๆ เหรียญเห็นว่าเขาท่าทางแบบนี้คงเมาแล้ว เธอจึงไม่เก็บเื่ตะกี้มาคิดต่อ เพราะเขาก็คงไม่ได้ใส่ใจเหมือนกัน พูดถึงตอนมหาวิทยาลัย ต่อให้นับผมยาวแบบที่เธอชอบ แต่ตอนนั้นเธอก็ไม่เคยคิดอะไรกับเขาเลยนะ ประเด็นของมันไม่ได้อยู่ที่ความยาวของผมนี่
ทุกคนดื่มและร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน โดยมีนับเป็คนเล่นกีตาร์ จบเพลงล่าสุด มาตาปรือตก เลื้อยตัวลงกึ่งนั่งกึ่งนอนที่พื้น
“เมาชิบหายเลย เมาแบบนี้ถ้าอากาศหนาวสมเป็หน้าหนาวด้วยคงฟินน่าดู”
“นึกถึงตอนไปเข้าค่ายอาสากับคณะอื่นสมัยเรียน มันชื่อดอยไรนะ” ต้องหัวโงนเงน กรีดกรายมือสองข้างแตะที่ขมับ “โอ๊ย ช่างมันเถอะ! แต่จำได้ว่าโคตรหนาว หนาวมากกกก”
“เออ ควันออกปาก แต่หนาวแค่ไหน เจอเหล้าต้มเหนือเข้าไปก็ร้อนวูบจ้า”
“ดาวลอยยยย” เหรียญตอบเสียงยานยืด เธอจำมันได้ดี ถ้าการเมาที่นี่เรียกว่าเมาเสียผู้เสียคน การเมาดาวลอยคือขั้นกว่าขึ้นไปอีก เมาเสียกายหยาบกระชากจิติญญา
“โคตรแรงแม่มึงเง้ย ขนาดจุดไฟติดได้ กูนี่เมาเป็หมาไปเลย” ต้องเล่าต่อ “แต่ก็มีคนหนึ่งค่ะ เมาแล้วเงี่ยน” เหรียญรีบหยิบน้ำแข็งในแก้วปาใส่เพื่อนทันที รู้เลยว่าเื่จะเข้าใคร
“กะเทย!” นับที่ได้ยินเสียงเหรียญเรียกเพื่อน ทำให้เขาสนใจทันที ทำไมเื่นี้เขาไม่เคยรู้นะ
“เมาๆ กอดๆ กอดหน่อย” ต้องทำเสียงเล็กเสียงน้อยทำหน้ากระเง้ากระงอด
“ฮ่าๆๆ ตอนนั้นอีเหรียญเสียงยั่วเพศมาก” มาทับ
“อีมา มึงก็เอาด้วยหรอ ตอนนั้นกูคัดจมูกอ่า เสียงมันก็ขึ้นจมูก” นับเห็นคนข้างๆ เริ่มแถไปข้างๆ คูๆ เขายิ่งสนใจเื่นี้เข้าไปใหญ่
“กอดหน่อยน้า หนาวๆ ...กวักมือเรียกเขาไปทั่วอีแม่” ต้องเริ่มเล่ามันออกรส “กูล่ะเชื่อจริงๆ ตอนไม่เมาดูธรรมดามาก หน้ามึนมาก แต่ตอนเมายั่วมากแม่”
“อย่าแกงกู ไหนว่าจะไม่พูดไง อายนะ ตอนนั้นกูไม่รู้ตัวเว้ย มันเมาแล้วภาพตัด รู้แต่ว่าหนาว ไม่ได้จะยั่วใครโว้ย พวกมึงมันเลวร้ายกับกูมากอ่า”
“โอ๋เอ๋น้า ความทรงจำพวกเราอยู่ในวงเหล้าเสมอ...สุดท้ายกูสองคนก็เข้าเต็นท์ไปพากันกอดก่ายมึง” ต้องพูดต่อไม่หยุด
“สลับกันออกไปอ้วกด้วย มึงเมาขนาดนั้นได้ยังว้า” มาถาม
“ตอนนั้นไม่รู้ แต่กูแบ่งความเมากูเองเป็ห้าเลเวล”
“ยังไง” นับที่เงียบมานานเป็คนถามบ้าง ยังมีอีกหลายเื่ของเธอเหมือนที่เขาไม่รู้
“เลเวลหนึ่งก็แบบ ป๋องยาวป๋องหนึ่ง ไม่ก็ขวดหนึ่ง...กำลังอุ่นใจ ดูหนังสนุก เล่นกีตาร์เพลิน วาดรูปเพลินไรงี้”
“แล้วสองอะ”
“สองก็...เมาแบบยังมีสติอยู่บ้าง กรึ่มมากแล้ว แล้วก็แบบ...เขินอ่า ไม่พูดดีกว่า” เหรียญเริ่มมีท่าทางแปลกๆ ส่ายหัวไปมาดูล่องลอย
“รอฟังอยู่แม่” มาว่า
“แบบว่ากูรู้สึกว่าเมาตอนนั้นกำลังน่ารักเซ็กซี่...เขินอ่าแม่...แบบมันเร่าร้อนนิดๆ”
“ก็คือเมาแล้วเงี่ยน” ต้องสรุปใจความสำคัญให้ เหรียญควักน้ำแข็งปาใส่อีกรอบ
นับเริ่มแยกไม่ออกว่าที่เธอหน้าแดงเพราะเมาหรือเขิน เขาเองก็ไม่รู้ตัวว่าที่ฟังอย่างจดจ่อ ใจเต้นโครมครามเพราะว่าเมาหรืออะไร เขาไม่เคยเจอเธอมีอาการแบบที่ว่า
“กินเยอะแค่ไหน” แต่เขาก็โพล่งถามเธอออกไปจนได้
“น่าจะสองขวดได้ล่ะมั้ง” เหรียญว่าพลางยกแก้วขึ้นดื่มอีก “แต่ฉันจะไม่ค่อยชอบอยู่เวลนี้หรอกนะ มันไม่น่าจะดีอ่า...ไม่กินอยู่เวลหนึ่ง ก็จะอัดไปเวลสามเลย”
“แล้วสามอะ” นับถามอีก
“สามก็แบบนี้มั้ง พูดมากกว่าปกติ พูดอะไรไม่รู้นักหนา จำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ยังเดินไหว น่าจะสามขวด”
“สี่อะ”
“เมาอ้วกแตก ภาพตัด เดินไหวแต่ไม่รู้ว่าเดินไปได้ยังไง สี่ขวด”
“สุดท้ายล่ะ” นับยังคงจี้ถามเธออยู่เรื่อยๆ
“ห้าอะหรอ เมาสลบคาที่ หลับสวัสดี” เหรียญว่าละยกขึ้นดื่มอีกจนหมดแก้ว
“อ้าว ดาวลอยกูไม่เห็นเข้าข่ายสักเวล” ต้องขยี้
“อีต้อง มันผ่านไปแล้วน้าเพื่อน”
“สงสัยจ้า”
“เหล้าแปลกอ่า กระเพาะกูคงใ มีรวนกันบ้าง ก็พวกมึงยังภาพตัดไม่รู้ตัวเลย ลื่นใบไม้กลิ้งล้มบนเขาอ่า” ตาทั้งสองข้างของเหรียญเริ่มปรือตกจนแทบปิด โดยไม่สังเกตมาหลับคาโต๊ะไปแล้ว ส่วนต้องเหมือนโลกกำลังจะเทเขาลงไปนอนที่พื้น และเทเหรียญให้หงายหลัง แต่นับก็คอยเอาแขนดันขึ้นไว้ให้เธอยังนั่งอยู่ได้ เป็เพราะว่าคืนนี้เขาเอาแต่สนใจเื่ที่เธอเล่า เื่ที่คนอื่นพูดถึงเธอ เขาเลยไม่ได้เมามากนัก เขาเองก็ยังไม่รู้ตัวเองว่า่นี้เขาสนใจเธอมากกว่าปกติ
“เก้ว...กูว่าต้องเก้ว” ต้องพยายามใช้ศอกดันตัวขึ้นจากพื้น ใช้เท้าถีบปลุกมาให้ตื่นขึ้น
แยกกันเท่านี้ นับกดเรียกรถแล้วจูงเอาเหรียญมารอข้างล่าง อีกคนเอาแต่เดินเฉียงไปซ้ายทีขวาที ที่บอกว่าเลเวลสามยังเดินไหว ไม่ได้บอกไว้ด้วยว่าไหวแบบไหน ถ้าไหวแบบนี้บอกไม่ไหวดีกว่า