Personal Driver : คนขับ(รัก)ส่วนบุคคล

    ตอนที่ 39. จอมวางแผน (ตอนหน้าจบแล้วนะครับ)

    Personal Driver : คนขับ(รัก)ส่วนบุคคล

    ตอนที่ 39. จอมวางแผน

                 งานนี้บอกได้เลยว่าเอกภพแพ้ราบคาบ หลังจากจบศึกหนักก็นอนพะงาบๆให้พ่อตัวดีจัดแจงล้วงควักอาบน้ำให้ สมองเบลอขาสั่นใจหวิวไปหมดเพราะโดนจัดแบบหนักแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่สนใจเลยว่าจะใช้นิ้วกี่นิ้วกวาดล้างเศษซากที่หลงเหลือ ได้แต่ส่งเสียงอื้ออึงตอนที่นิ้วยาวแข็งครูดไปมาในกายเท่านั้น รู้สึกตัวอีกทีก็โดนจับไปแต่งตัวในชุดสูทสีแดงเลือดหมู มือใหญ่จัดแต่งทรงผมให้อย่างปราณีต ไม่รู้ตัวเลยว่าเดินออกมาขึ้นรถลีมูซีนคันใหญ่สีดำเมื่อมตอนไหน ร่างกายเหมือนจะไม่ตอบสนองสิ่งรอบข้างเลยตั้งแต่โดนแฟนหนุ่มประเคนความดื่มด่ำในห้องน้ำ บั้นท้ายเจ็บแปลบตอนที่นั่งเบาะกว้าง มือถูกเกาะกุมไว้อย่างนั้น

    “พี่เอกครับ ถึงแล้ว” ผมจำไม่ได้ว่าออกจากบ้านมาตั้งแต่ตอนไหน มาได้อย่างไร ไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำไปว่ารถเคลื่อนตัวไปทางไหนเจอกับอะไรบ้าง จนเสียงทุ้มเรียกพร้อมกับสะกิดนี่แหละถึงได้รูสึกตัว

    “อ๊ะ ถึงไหนครับ” ผมขมวดคิ้วถาม ไม่แน่ใจว่าตัวเองสำลักความสุขหรือเหม่ออะไร รู้แค่ว่าได้บทเรียนบทใหญ่เลยว่า อย่าอ่อยหรือยั่วคนที่ชื่อต่อพงษ์

    “เดี๋ยวก็รู้” ผมไม่ได้ถามอะไรอีกเมื่อคนที่นั่งข้างเดินลงจากรถ ประตูฝั่งผมเปิดอย่างแผ่วเบาพร้อมกับมือใหญ่ของแฟนหนุ่มเอื้อมรอให้สัมผัส เมื่อแตะแผ่วเบาก็ถูกรวบยื้อให้ลุกขึ้น สองขาเหมือนจะหมดแรงเกือบล้ม ยังดีที่ร่างสูงรวบไว้ได้ พวกเราเลยแนบชิดกันโดยแผ่นหลังผมทายทับกับความหรูหราของรถคันโต

    “อะ เอ่อ” มีแต่ผมสินะที่เขิน แววตาที่จับจ้องเหมือนจะเขมือบไปทั้งตัวทำเอาเสียววาบที่สันหลัง ปากสวยยกยิ้มราวกับจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ สองตาจับจองอย่างยั่วยุ เข่าใหญ่ยกมาบดเบียดที่เป้ากางเกงจนผมร้องครางในลำคอ พอได้สติก็รีบดันร่างใหญ่ออก ใบหน้าแดงจัด

    “กลับไปผมจะจัดให้หนักเลย” เสียงนุ่มกระซิบ หูผมร้อนวูบเหมือนมีไอน้ำพวยพุ่งจนแทบจะบินได้ นึกคำจะตอบโต้ก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนออกมา ปล่อยให้ร่างสูงจับมือผมไปแนบที่แขนซ้ายล่ำ มือขวาของคนในสูทสีเดียวกันถือกล่องของขวัญห่อด้วยกระดาษสีแดงสด สองเท้าย่างไปตามทางของบ้านหรูทรงโมเดิร์น ระยะจากประตูรั้วเข้ามาไม่ไกลแต่เพราะมีรถจอดเรียงรายจับจองหมดแล้วทำให้ต้องเดินเข้ามา แสงไฟในตัวบ้านส่องสว่างพอให้เห็นโครงสร้างที่สวยงาม ทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อนสลับช่องว่างกับพื้นดินอยู่ทางขวามือ ตัวบ้านทรงสวยน่าจะก่ออิฐฉาบปูนทั้งหลังแถมทาสีอิฐใกล้เคียงกับสีชุดที่พวกเราสวมตอนนี้ บ้านดูโล่งด้วยกระจกเรียงรายเผยให้เห็นการตกแต่งภายในทั้งที่มองจากตรงนี้ ผู้คนเดินขวักไขว่เมื่อมองเข้าไป ประตูกระจกหรูรับกรอบไม้สีดำขลับตัดกับสีของตัวบ้านอย่างน่าดึงดูด คุณต่อเปิดเข้าไปอย่างวิสาสะ เสียงเพลงที่ดังแผ่วเบาด้านนอกเพิ่มเดซิเบลขึ้นเมื่อเคลื่อนกายมาด้านใน ผู้คนที่แต่งตัวอย่างสวยงามต่างทักทายมาทางเรา พูดให้ถูกคือทักทายคุณต่อ ผมได้แต่ทำหน้าเหรอหรา เพราะไม่รู้ว่าถูกมาที่ไหนและทำไม

                 หากคุณเคยดูซีรี่ย์ฝรั่งที่วัยรุ่นกำลังจัดงานเลี้ยงที่บ้านตอนที่พ่อแม่ไม่อยู่จะเห็นภาพเหมือนที่ผมกำลังมองอยู่ ผิดแผกตรงที่แต่ละคนเป็นคนไทย แต่งตัวในเดรสและสูทอย่างลงตัวบ่งบอกว่ามาจากครอบครัวผู้มีอันจะกิน แต่ละคนอายุไม่เกิน 25 เห็นจะมีแต่ผมเท่านั้นแหละที่หน้าแก่ล้ำทุกคนในนี้ แก้วเครื่องดื่มหลากสีสันอยู่ในมือแต่ละคนถูกหยิบยกมาชนกับคนใกล้ตัวเป็นการทักทาย บ้างก็พูดคุยกันออกรส คุณต่อบอกให้ผมคว้าแก้วแชมเปญจากพนักงานเสิร์ฟมาถือก่อนจะวางของขวัญไว้ที่กองหน้าทางเข้า แค่นี้พอจะเดาออกว่าเป็นงานวันเกิด แต่ผมก็ยังไม่รู้ว่างานของใคร

    “อ้าวต่อ มาแล้วเหรอ นึกว่าไม่มาซะแล้ว” ผู้หญิงใบหน้าคุ้นเคยส่งเสียงทัก ผมยกมือไหว้ก่อนจะพยายามหลบหน้าด้วยอาการเขินอาย คุณหมอพรรณรายเจ้าของไข้ตอนที่ผมโดน xxx ครั้งนั้น

    “สวัสดีจ้ะ หายดีแล้วใช่ไหมจ๊ะ” สายตาจับจ้องเป็นกันเองจนเงอะงะไปหมด

    “อาหมออย่าแซวพี่เอกสิครับ” เป็นคุณต่อที่แย้งให้ ส่วนผมน่ะเหรอ อายจนแทบม้วน ถ้าไม่ติดว่าเป็นอาแท้ๆของแฟนนะ ผมคงจะ ... คงจะ ... เอ่อ ก็คงอายเหมือนเดิมนั่นแหละ

    “ไอ้ตัวแสบไปไหนละ เจ้าของงานไม่ยอมมารับแขก” คุณต่อถาม ผมกระซิบขอตัวไปห้องน้ำ เจ้าของบ้านชี้ไปทางบันไดขึ้นชั้นสองบอกทางเสร็จสรรพ

                 เสียงดนตรีดังกลบบทสนทนาเลยไม่รู้ว่าเจ้าของงานที่คุณต่อพูดหมายถึงใคร ในงานมีคนหน้าตาคุ้นๆหลายคนแต่ผมก็เหมือนสติยังมาไม่ครบเลยไม่ได้ตั้งใจนึกว่าเป็นใครบ้าง แต่เห็นเงาไอ้หนึ่ง ลูกพี่ลูกน้องผมแว้บๆ แต่เพราะมวนท้องและรู้สึกแสบๆตรงนั้นเลยขอตัวมาสงบจิตสงบใจก่อน พอได้ปลดปล่อยก็ผ่อนคลายขึ้นเยอะ ถึงแม้คุณต่อจะช่วยล้วงแต่ก็ใช่ว่าจะสะอาดหมดจด ยังมีหลงเหลืออยู่เพราะรายนั้นฝากอะไรต่อมิอะไรไว้ในกายค่อนข้างลึก ความเจ็บหนึบๆพอมีบ้างแต่จะแสบเสียมากกว่า ไอ้เราก็ไม่น่าเลย ไม่ควรไปยั่วยุอะไรแบบนั้น พอสติหลุดทั้งคู่ถุงยางเอยก็ลืมไปหมด ยังดีที่เจลหล่อลื่นมีติดไว้เกือบทั่วบ้าน ผมเลยตั้งใจว่าอีกสองสามวันจะชวนพ่อตัวดีไปตรวจเลือด ถึงแม้พวกเราจะไม่ได้มั่ว แต่ก็ควรจะป้องกันไว้ก่อน

    “อ้าว พี่เอก มาได้ไงครับ” ผมเดินสำรวจชั้นสองไปพลางหลังจากออกจากห้องน้ำ ด้วยความที่ไม่ชินกับงานสังคมเช่นนี้จึงหาความสงบเพื่อฆ่าเวลา

    “อะ อ้าว น้องจีโอ้ มาเหมือนกันเหรอ” ผมตกใจนิดหน่อยที่ได้เจอกันอีก ไม่คิดว่าโลกจะกลมได้ขนาดนี้ คิดแล้วก็เสียววาบเพราะต้นเหตุที่โดนจัดหนักเมื่อช่วงบ่ายมางานนี้เช่นกัน

    “ต้องมาสิครับ พี่เอกมานานรึยัง” แววตาแพรวพราวจับจ้องจนเขิน หางตาของเด็กหนุ่มมองที่คอหนาอย่างไม่ละจนผมสงสัย

    “มะ มีอะไรติดเหรอครับ”

    “ไม่แน่ใจครับ” มือใหญ่ขาวเนียนเอื้อมมาแตะ ผมขนลุกซู่ ไม่ได้เสียวหรือเขินนะครับ แต่กลัวแฟนมาเห็น ความเย็นแตะที่ลำคอไปมาจบที่ปกเชิ้ต ก่อนจะละมือ “รอยยังใหม่อยู่เลย”

    “อ๊ะ ห๊ะ” ผมตกใจลนลาน รีบพุ่งไปห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลเพื่อหากระจก

    รอยคิสมาร์ก !!! เชี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยย .... คุณต่อทำรอยไว้ขนาดนี้เชียวรึ

    “พี่เอก โอเคมั้ยครับ” เสียงจีโอ้เรียกจากด้านนอก ผมได้แต่หลับตาสงบจิตใจ

    “อะ โอเคครับ น้องจีโอ้ไปที่งานก่อนเลยนะครับเดี๋ยวพี่ตามไป” ผมได้แต่นับหนึ่งถึงร้อยใจใน ไม่ใช่แค่ด้านเดียวนะที่มีรอย คุณต่อจัดทั้งซ้ายขวาแถมรอยใหญ่เหมือนปานแดงอีกด้วย

    ฮืออออออออออออออ.... ไอ้แฟน #@$%&@())@@ ไม่รู้จะด่าว่าอะไรดี

                 สุดท้ายผมก็ต้องเดินอ้อยอิ่งลงมาจากชั้นสองเพราะโดนมนุษย์แฟนตัวดีส่งข้อความไปตามหลังจากที่เห็นว่าหายไปนาน ผมเดินดุ่มพยายามทำตัวลีบไม่ให้เป็นที่สังเกต กระนั้นก็ตาม น้องจีโอ้ก็ยังมองมาและชูแก้วไวน์ในมือเป็นเชิงทักทาย แถมในกลุ่มของน้องเขาคือเพื่อนๆที่เคยเจอที่สนามฟุตซอลทั้งหมดด้วย แต่ละคนคุยกันไปมาแล้วมองมาทางนี้ ผมล่ะหวั่นใจจริงๆว่าอาจจะพูดเรื่องรอยที่คออยู่ก็เป็นได้ ... อยากหายตัวไปจัง ให้ตายสิ... มิน่า คุณหมอพรรณรายถึงได้แซว

    คิดแล้วอยากกลั้นใจตายตรงนี้.... T_T

    “หายไปนานเชียว ผมนึกว่าหลง” เสียงคุ้นเคยทักมา ผมมองอย่างเคียดแค้นด้วยสายตาพิฆาต

    “ไม่ตลก”

    “อ้าวพี่เอก งอนอะไรผมอีกแล้วครับ” ผมล่ะไม่อยากจะยอมรับเลยว่างอน เพราะงอนจริงนั่นแหละ ทำรอยขนาดนี้แถมพาออกงานกับคนหลายสิบ ถึงแม้จะเป็นโนวัน (No one) ก็อายเป็นนะเว้ย

    “ชิ” ผมจิ๊ปาก พูดไม่ออกจริงๆ ส่วนหนึ่งเพราะอายมากกว่า แต่อีกคนดูจะไม่คิดอย่างนั้นก่อนจะรวบไหล่และลากผมไปทางกลุ่มน้องจีโอ้ที่ยืนคุยกับกลุ่มเพื่อนออกรส ผมจำหน้าทุกคนได้ดี ยิ่งเข้าใกล้ก็ต้องอึกอัก ไม่รู้จะต้องทำหน้ายังไงดี

    “ไง” คุณต่อทักทาย

    “มาได้ด้วยเหรอเฮีย” น้องจีโอ้ทัก ผมได้แต่อึ้งที่ได้ยินคำว่าเฮียหลุดมา

    “เออดิ งานน้องกูทั้งทีไม่มาได้ไง สุขสันต์วันเกิดนะ ของขวัญวางกองไว้โน่นละ” น้องจีโอ้กล่าวขอบคุณ ส่วนเอกภพน่ะเหรอ..

    “ห๊ะ” ผมงงเป็นไก่ตาแตก นะ น้อง....

    “เออไอ้โอ้ นี่พี่เอก แฟนกูน่าจะเคยเจอที่สนามแล้วเนอะ” คุณต่อหันมาทางผมพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มที่ไม่เหมือนเมื่อครู่ “พี่เอกครับ นี่จีโอ้ ลูกอาหมอ ลูกพี่ลูกน้องผมเองครับ”

    ..โลกกลม...

    “สวัสดีครับพี่เอก” หน้าน้องจีโอ้เหมือนจะเจื่อนที่ได้ยินว่าเป็นแฟนกับเฮียตัวเอง

    “ครับ” ทำไงดีล่ะ นี่หมายความว่าไงวะ คือทั้งหมดนี่แฟนผมจงใจงั้นเหรอ พามาเปิดตัวแถมทำรอยขนาดนี้เพื่อ...ผมมองหน้าจีโอ้ที่เหมือนถูกแย่งของรัก

    “ตามสบายนะครับพี่ เฮียด้วยนะ” รู้ว่าฝืน แต่รอยยิ้มนั้นก็ปิดไม่มิดหรอกว่าเสียใจ ไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ แต่ผมก็พอรู้ว่าน้องอกหัก ... ไม่รู้ว่าไปทำบุญมาแต่ชาติปางไหน ถึงได้หักอกหนุ่มๆตระกูลนี้เป็นว่าเล่น

    “เออ มีความสุขมากๆละกัน กูมาร่วมงานแล้วนะ อย่าบ่นผ่านอาหมออีกล่ะว่ากูไม่สนใจมึง”

    “อื้อ” ฝ่ายผู้น้องตอบสั้นๆ เป็นผมเองที่จับชายสูทและพยายามลากตัวแฟนหนุ่มให้ออกมาจากตรงนั้น

    “สุขสันต์วันเกิดนะครับ แล้วเจอกันที่สนามนะ” พูดได้แค่นี้ แขนล่ำก็จับผมให้เดินออกมา ภายในงานคนมากหน้าหลายตา เสียงเพลงครึกครื้น แต่เหมือนเจ้าของงานจะหน้าจ๋อยจนน่าสงสาร ผิดกลับคุณต่อที่ยิ้มหน้าบานเหมือนสาแก่ใจกับอะไรบางอย่าง

    “อ้าวพี่เอก มาด้วยเหรอครับ” เสียงคุ้นเคยทักและรั้งสูทจากด้านหลังจนต้องหันไป

    “คุณตง” ผมทัก เหมือนกับมีรังสีอำมหิตไหลผ่านระหว่างพี่น้องที่ยืนตรงข้ามกัน คุณตงฉินทักแต่ผม ทั้งที่พี่ชายตัวเองยืนหัวโด่อยู่ไม่ไกล

    “พี่เจอเฮียโอ้ยังเจ้าของงาน” คุณตงถาม ผมหยักหน้า “อ้อ ไอ้หนึ่งก็มานะครับ” คุณตงเอ่ยประโยคบอกเล่า

    “หืม เหมือนเห็นแว้บๆ” ผมตอบ ... แล้วมันมาทำไมวะ รู้จักน้องจีโอ้ด้วยเหรอ...เดี๋ยวต้องถาม

    “ไปเถอะ” ผมไม่ทันจะได้คุยถามอะไรต่อ แฟนหนุ่มก็ตัดบทและพาผมออกมาจากบ้านหลังสวยนี้ ไอ้เราก็เดินตามมาแบบงงๆ ได้เห็นคุณต่อในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อนแบบนี้ก็ชวนให้คิดหนัก คนขี้หึง ...จอมวางแผน

    “โห ด่าผมทางใบหน้าแบบนี้ ด่าเป็นเสียงดีกว่าครับ”

    “อ๊ะ เปล่า” ผมสะดุ้ง คนๆนี้น่ากลัวเกินไป ที่ว่าแบบนี้ เพราะสายตาเขามองและโฟกัสแต่ผมไงล่ะ เวลาทำอะไร นึกคิดอะไรแล้วมันแสดงออกทางสีหน้า คุณต่อจะรับรู้หมด ทิ้งระยะไม่พูดกันครู่สั้นๆ รถหรูคันเดิมก็เคลื่อนมารับ ชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาราวกับพระเอกละครเปิดประตูให้ ผมมั่นใจว่ารถมันมีระบบเปิดอัตโนมัตินะ แต่เหมือนคุณแฟนจะชอบที่ได้ดูแล

    “โกรธผมเหรอ” คนตัวสูงซบไหล่ทันที่ที่เข้ามานั่งในรถ บรรยากาศเงียบเชียบกับแอร์เย็นสบายชวนให้เคลิ้ม แก้วไวน์ทรงสูงสีใสสองใบตั้งไว้เบื้องหน้า ขวดไวน์แดงสีเข้มอยู่ในถังน้ำแข็ง หยดน้ำเกาะและหยดลงเบื้องล่างตามแรงโน้มถ่วงชวนให้จับจ้อง

    “ไม่รู้สิ พี่...” ไม่ได้โกรธหรอกครับ แต่ไม่รู้จะต้องคิดหรือรู้สึกอย่างไรดี มันปนเปไปหมด มองแขนยาวๆที่เอื้อมไปรินของเหลวเพื่อหันเหความสนใจ

    “ผมขอโทษนะครับ” ปากสวยจูบแก้มผมอย่างแผ่วเบา ใบหน้าที่นิ่งเฉยของผมเหลือบมองสบตาแวววับ รู้ตัวแล้วว่าติดกับ นี่ไม่ได้สำนึกจริงๆสักหน่อย

    “คุณต่อแกล้งพี่”

    “ก็พี่เอกน่ารักน่าแกล้งนี่นา” ขนลุกกับคำว่าน่ารักอีกละ

    “จะพามาเปิดตัวก็ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลยนี่” ผมชี้ไปที่รอยแดงตรงคอ รายนั้นหัวเราะหึ

    “ผมไม่ได้ทำรอยให้พี่เขิน ผมทำเพราะอารมณ์พาไปล้วนๆ” อื้อ อารมณ์รุนแรงจังนะ คิดแล้วร้อนท้องน้อยวูบวาบ

                 การจราจรในค่ำคืนติดขัดเล็กน้อย ผมเลยเสมองวิวด้านนอกที่ประดับไปด้วยแสงสีส้มเรียงรายสลับกับไฟหน้ารถบนท้องถนนที่ขับสวนไปมาอย่างเพลินใจ ไวน์แดงในแก้วพร่องไปเล็กน้อย ไม่รู้เหมือนกันว่าฉลองเนื่องในโอกาสอะไร แต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุขของแฟนหนุ่มก็ชวนให้หายโกรธไปหมดแล้ว

    “ผมไม่อยากมีปัญหากับไอ้โอ้ทีหลัง เลยต้องทำแบบนี้” คุณต่อพูดอธิบาย ผมเข้าใจตั้งแต่แรกแล้วล่ะ ที่นิ่งไว้เพราะไม่อยากให้ได้ใจมากไปกว่านี้ “ไอ้โอ้ก็ญาติ พี่เอกก็เมีย ผมต้องตัดไฟแต่ต้นลม”

    “ใครเมีย” สมองผมจับคำพูดได้แค่นี้

    “ใครไม่รู้ที่ครางในห้องน้ำน่ะ”

    “ไอ้คุณต่อ” ผมเม้มปาก พลาดมากๆที่ต่อล้อต่อเถียง มือหนาคว้าตัวผมไปแนบอกแทน เสียงใจเต้นโครมครามทำให้อมยิ้ม คุณต่อหัวใจยังเต้นแรงเวลาอยู่กับผมอีกเหรอเนี่ย...จะว่าไปของผมก็ไม่ต่างนะ แล้วรถก็จอดที่โรงแรมแสนหรูหราแห่งหนึ่งย่านบางรัก เลยถือโอกาสผละจากอกแกร่งแสนอบอุ่น หน้าจอที่รถบอกเวลา 19.35 น.เท่านั้น แต่ผมกลับรู้สึกว่าวันนี้ใช้ชีวิตคุ้มมากๆ ต้องนึกชมคุณต่อที่ลากตัวออกมาจากออฟฟิศตั้งแต่บ่ายโมง กว่าจะ...นั่นแหละ ... แล้วก็ไปงานวันเกิดน้องจีโอ้และมาที่นี่อีก เหมือนจะผ่านมาแล้วเกือบสิบชั่วโมงงั้นแหละ (แต่เอ๊ะ ก็ใกล้เคียงนี่นา)

    “มาครับพี่เอก” คุณต่อในเรือนร่างสุดเซ็กซี่เอื้อมมือให้จับ ผมรู้สึกว่าความมาดแมนจะหายไปหมดในอีกไม่ช้านี้ เพราะโดนมนุษย์แฟนเอาใจซะเหมือนเจ้าหญิง พวกเราเดินคู่กันเข้าไปที่ล็อบบี้ก่อนจะมีพนักงานในชุดสูททะยานมาต้อนรับและจัดแจงพาไปที่ลิฟต์

    “หากมีอะไรเรียกผมได้ตลอดเวลานะครับ” พนักงานผละออกไปเมื่อเรานั่งโต๊ะชั้นบนสุดของโรงแรม ลมพัดเอื่อยเฉื่อยพอให้คลายร้อนปะทะใบหน้า โต๊ะอาหารจัดที่นั่งในมุมที่สวยที่สุดของที่นี่ บนโต๊ะปูผ้าสีขาวนวล เชิงเทียนส่องสว่างด้วยเทียนไขสีขาวพัดไปมาตามแรงลมอ่อนคล้ายจะดับ แต่ก็สว่างไหวอย่างต่อเนื่อง คุณต่อเดินนำก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ให้ผมนั่งแล้วเดินไปฝั่งตรงข้าม จับจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างเงอะเงิ่น ที่ไม่ออกอาการประหม่าก็เพราะเคยไปทานอาหารแบบนี้มาก่อน ใครจะทำตัวเป็นตาเอกหลังเขาได้ทั้งปีกันล่ะ ในฐานะแฟนของว่าที่ซีอีโอบริษัทต้องออกงานบ้าง

    “วิวสวยจังนะครับ” เป็นผมเองที่เริ่มต้นประโยค สายตาจับจ้องไปยังความมืดตัดสลับแสงไฟของพื้นที่ด้านล่าง มันดูกว้างใหญ่และเวิ้งว่าง แฝงไปด้วยเสน่ห์ของแสงสี รู้สึกอบอุ่นหัวใจยิ่งขึ้นเมื่อมือใหญ่เอื้อมมาเกาะกุม แสงเทียนวาบไหวเป็นเงายามสบตา เสียงบรรเลงเปียนโนคลอเคล้าบรรยากาศยามเย็นที่ครึ้มด้วยเมฆทะมึน ก่อนจะกวาดสายตามองไปโดยรอบ

    “ทำไมไม่มีโต๊ะอื่นเลยล่ะครับ” คุณต่อไม่ตอบ มีเพียงรอยยิ้มที่แสนหวานส่งกลับมา ผมนี่ตะลึงจนพูดไม่ออก คนเบื้องหน้ามีอิทธิพลต่อหัวใจมากเกินไจริงๆ

    “ผมเหมาชั้นน่ะครับ”

    “หา” ตกใจจนตาแทบถนนหลุดจากเบ้า คุณต่อหัวเราะร่วนก่อนจะโบกมือไปมา

    “ตกใจอะไรขนาดนั้น” ไม่ให้ตกใจได้ไงล่ะ ร้านหรูของโรงแรมระดับหกดาวเช่นนี้ ไม่รู้ต้องใช้อิทธิพลเบอร์ไหนถึงจะเหมาชั้นได้นะ ใครเขาจะยอม เพราะลูกค้ามากหน้าหลายตาที่จับจ้องจะมาสัมผัสบรรยากาศของที่นี่สักครั้งจับจองกันข้ามปี

    “...” คิดสะระตะไปหมด นี่มันสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุชัดๆ

    “ผมไม่แกล้งแล้วครับ” แล้วเสียงเดินก็ทำให้ผมหันไปมอง คุณกรและแฟนสาว ไหนจะคุณแก้วกานดาที่ไม่ได้เจอที่บ้านคุณหมอพรรณราย แถมยังมีกลุ่มเพื่อนของใครอีกไม่รู้พากันเดินมาจับจองที่นั่งจนเกือบเต็ม แต่ละคนก็คุ้นหน้าคุ้นตาไม่น้อย

    “ผมไม่ได้เหมาหรอกครับ แค่จองโต๊ะให้เยอะที่สุดแล้วนัดแนะให้พวกเขามาทีหลังแค่นั้นเอง”

    “แล้วคุณต่อจะทำแบบนี้ทำไมล่ะครับ”

    “คือ...” เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นท่าทางอึกอักของอีกฝ่าย ใบหน้าหล่อเหลาขาวเนียนเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อคล้ายกำลังเขินอาย แล้วป้ายผ้าที่ลอยอยู่โดยลูกโป่งที่รั้งไว้ด้วยพนักงานของร้านหรูก็เคลื่อนมาใกล้ ผมอ่านประโยคนั้นช้าๆก่อนจะเข้าใจความหมาย

    สุขสันต์วันเกิด เอกภพ ประโยคสั้นๆง่ายๆทำให้ผมถึงบางอ้อ นี่เราทำงานหนักจนลืมวันเกิดตัวเองเลยเหรอเนี่ย ใครจะไปคิดว่าจะมีเซอร์ไพรส์กันล่ะ ไม่นานไอ้โทน้องชายตัวแสบก็พอร่างหนึ่งเดินเตาะแตะมาหา

    “แม่” ผมร้องเรียก หันไปมองรอยยิ้มของคุณต่อที่เป็นพ่องาน

    “มาครับ ผมช่วย” กลายเป็นคุณแฟนที่เข้าไปประคองแม่ผมอย่างดี มองภาพแล้วก็ชวนให้ยิ้มตามไม่ได้

    “โอย ใครใช้ให้จัดงานที่สูงขนาดนี้เนี่ย แม่จะเป็นลม” พอได้นั่งก็บ่นทันที แม่แก่ลงไปเยอะ แถมสุขภาพร่างกายก็ยังไม่แข็งแรงเต็มร้อย ... ไม่มีใครตอบคำถามของผู้หญิงที่นั่งอยู่ ผมยืนสบตากับคนข้างๆ ยิ้มกว้างขยับปากบอกว่าขอบคุณครับ ร่างสูงไม่ตอบ มีแต่รอยยิ้มตอบรับและนิ้วยาวที่เคลื่อนมาเขี่ยกันอยู่ด้านหลัง นึกแล้วอยากจับมืออวดแม่จัง...แม่จะด่าไหมนะ

    ...ไว้ไปจับในห้องคืนนี้ละกัน จับมือใสๆพอนะ “เอก ทำไมคอแดงๆ” อ้าวชิบหาย...ทำไมสายตาดีจังแม่! 

    คล้ายกับเรื่องPersonal Driver : คนขับ(รัก)ส่วนบุคคล ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405