ประตูห้องกว้างเปิดออกเมื่อไรเดนเดินเข้าไป เผชิญหน้ากับห้องเรียนโถงสูงเพดานเปิดโล่ง แสงแดดเช้าส่องลอดม่านคาถาที่พลิ้วไหวเหนือศีรษะ โต๊ะเรียงแบบกึ่งวงกลมล้อมรอบพื้นที่กึ่งอัฒจันทร์ตรงกลาง
นักเรียนสายฟาลคอนเรย์หลายคนกำลังนั่งจับกลุ่มคุยกันเสียงดังอย่างคึกคัก ใบหน้าแต่ละคนดูมุ่งมั่นและกระตือรือร้น — ต่างจากบรรยากาศเงียบลึกในหอคอยของสายออร์ร่าเอเธอเรียลโดยสิ้นเชิง
เวเรน ไคลน์ — ชายชราร่างผอมสูงในชุดเสื้อคลุมสีหม่น แว่นตาทรงกลมไถลต่ำลงจมูก
ยืนอยู่กลางห้องด้วยท่าทีร่าเริง ดวงตาสีเขียวมรกตเปล่งประกายขณะหมุนลูกแก้วเวทสีเงินลอยอยู่บนฝ่ามือ
เวเรน (หันมาเห็นไรเดนเดินเข้าห้อง)
"โอ้ — เด็กใหม่จากเงาเื้ัมาแล้ว! มานี่ ๆ ไม่ต้องยืนเกร็ง อยู่ที่นี่เราวิ่งก่อนคิด!"
ไรเดนเดินเข้ามานั่งแถวหลัง หัวใจเต้นระรัว แต่สายตาเริ่มวาวด้วยความอยากรู้เมื่อเวเรนเริ่มพูดถึงเนื้อหาของคาบ
เวเรน (ยกมือขึ้น โยนลูกแก้วให้ลอยขึ้นสูง)
"วันนี้เราจะพูดถึง แอเธเรียลเชส — เกมส์แห่งศิลปะแห่งการไล่ล่าในมิติพิเศษ สนามประลองที่ไม่ได้มีเพียงแค่แรงกาย แต่ต้องใช้ไหวพริบ เวทสะกด และจิติญญาของนักล่า!"
ลูกแก้วแตกตัวกลางอากาศกลายเป็ภาพสามมิติของสนามเวทลอยเคว้ง — ลักษณะเป็เขาวงกตโปร่งแสงที่มีประตูมิติหมุนวนซ้อนทับอย่างไร้ทิศทาง
เวเรน (พูดไป เดินหมุนรอบห้อง)
"องค์ประกอบของเกม:
จำนวนผู้เล่น: 6 คนต่อทีม (2 นักวิ่งมิติ / 2 ผู้วางลวง / 2 ผู้ควบคุมเขตเวท)
เวลาแข่งขัน: 15 นาที
สนาม: มิติจำลองที่เปลี่ยนสภาพแวดล้อมทุก 3 นาที (จากห้องเวทมิติกลางลานลูเมน)
ตำแหน่งและบทบาท:
นักวิ่งมิติ (Chasers):
วิ่งเร็ว ใช้เวทในการะโข้ามมิติ พุ่งตัวกลางอากาศ หรือหลบกับดัก
หน้าที่คือเก็บลูมินอสเฟียร์และหลบฝ่ายตรงข้าม
ผู้วางลวง (Illusionists):
ใช้เวทลวงตา สร้างเส้นทางปลอม หลุมลวง หรือเงาหลอกตา
สามารถรบกวนการมองเห็นหรือรับรู้ของฝั่งตรงข้ามชั่วคราว
ผู้ควบคุมเขตเวท (Anchors):
ใช้เวทคุมเสถียรภาพสนาม เช่นเปิดทางลับ ปิดช่องวาร์ป หรือเร่งการคืนพลังให้เพื่อนร่วมทีม
คอยคุมเส้นทางกลับฐานและป้องกันไม่ให้ลูมินอสเฟียร์ถูกแย่งไป
วิธีชนะ:
ทีมที่เก็บลูมินอสเฟียร์ได้มากที่สุดเมื่อครบเวลา จะชนะ
หากมีการขโมยลูมินอสเฟียร์ได้จากฐานฝ่ายตรงข้าม จะได้แต้มพิเศษ
จับให้ได้ก่อนหมดเวลา ถ้าแพ้? ก็แค่โดนะเิเวทเบา ๆ หัวฟูเล่น ๆ ไปสามวันเท่านั้นเอง!"
เสียงหัวเราะครืนไปทั่วห้อง
ไรเดน (พึมพำเบา ๆ กับตัวเอง)
"แทรกแซงเวท... คล้ายกับที่ฉันทำเมื่อคืน..."
ขณะกำลังเพ่งมองสนามจำลองภาพเวท เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้าง ๆ
(เสียงร่าเริงจากนักเรียนหญิงคนหนึ่ง)
"นายชื่อไรเดนใช่ไหม? สนใจเล่นมั้ย? เพื่อนของฉันยังขาดนักวิ่งมิติอยู่ 1 คนนะ"
ไรเดนหันไปเจอสาวผมหยักศกสีน้ำตาลเข้ม ผูกเปียเดียวด้านข้าง ใบหน้ามีรอยยิ้มทะเล้นปนซื่อ
(ยื่นมือมา)
"ฉันชื่อ มีเรีย ลาร์ค ชั้นปีหนึ่งเหมือนกัน — สายฟาลคอนเรย์"
ไรเดนลังเลครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยิ้มบาง ๆ และจับมือนั้นเบา ๆ
ไรเดน
"ไรเดน ธอร์น... ก็ได้ ลองดูกัน"
เวเรน (ะโจากกลางห้อง)
"โอ้ว..หวังว่าจะไม่หัวฟูั้แ่วันแรกนะ ไอ้หนู!"
บ่ายวันนั้น..
ณ สนามเวทกลางลานลูเมนแผ่พลังสั่นไหวเบา ๆ เหมือนจะมีลมหายใจของสิ่งมีชีวิต
ร่องเวทสีครามไล่เส้นพาดลงพื้นหิน รูปทรงกลมสมบูรณ์ที่ล้อมรอบด้วยแท่นเวทสูงสามแท่น — จุดกำเนิดสนามมิติแอเธเรียลเชส
“ไง มีเรีย มาตรงเวลาเลยนะ”
เสียงอีเลียน ดอร์นเวล ดังขึ้นอย่างอารมณ์ดี
เขาหันมาในชุดคลุมฝึกเวทแบบกระชับ ข้างกายมีเด็กปีหนึ่งอีกสี่คนกำลังเตรียมตัวอยู่
ไรเดนมองไปรอบ ๆ — มีหญิงสาวผมสั้นแซมเงินดวงตาสะท้อนความมั่นใจ, ชายหนุ่มร่างสูง ผมยาวที่รวบไว้หลวม ๆ มองสนามไปโดยรอบ,
เด็กหนุ่มรูปร่างผอมปราดเปรียว ผมสีบลอนด์ซีดยุ่ง ๆ กับรอยยิ้มเ้าเล่ห์
และอีกคนเป็หญิงสาวผมสีดำยาวถักเปีย ดวงตาสีม่วงอ่อน ที่ดูเงียบขรึม
“นี่ทีมใหม่ของอีเลียนที่กำลังรวมตัว,” มีเรียพูดพลางยิ้ม
“เรายังขาดนักวิ่งมิติอีกหนึ่งคน — นายจะลองดูมั้ย”
อีเลียน ดอร์นเวลพูดขึ้น
“แต่ฉันไม่เคยเล่นเกมนี้มาก่อนเลย...” ไรเดนพูดเบา ๆ
“ก็แค่ลองวิ่งตามลูมินอสเฟียร์ให้ทัน” เด็กสาวผมสีเงินตัดบท “แค่ดูว่าจะหนีหรือเก็บได้ไหมก็พอแล้ว”
ไรเดน (พยักหน้าเบาๆ)
สนามมิติเลื่อนเปิดขึ้น...
ลานหินแปรเปลี่ยนเป็ป่าหมอกสูงชื้น รากไม้พันกันในอากาศ พื้นบางส่วนเป็สะพานลอย
และลูมินอสเฟียร์ส่องแสงจาง ๆ ไกลออกไป
“เริ่ม!” มีเรียะโ
ไรเดนวิ่งไปตามสัญชาตญาณ — พื้นเวทสั่นไหวใต้ฝ่าเท้า แต่ในเสี้ยววินาที
เขารับรู้ถึงกระแสไหลเวียนของเวทมนตร์รอบตัว ดั่งลมหายใจที่เร้นอยู่ในหมอก
— ข้างหน้า มีม่านลวงตา —
เขาะโหลบไปทางขวา ก่อนจะพุ่งทะลุพุ่มไม้ไปอีกทาง — และนั่นคือจุดที่ซ่อนลูมินอสเฟียร์จริง ๆ
เด็กคนอื่นมองตามอย่างอึ้ง
“...หมอนี่มองทะลุม่านลวงตาได้หรือไง?”
หญิงสาวผมเงินพูดเบา ๆ กับเพื่อนอีกคน มีเรียเพียงยิ้มแล้วพึมพำ
“...หรือไม่ เขาก็ ‘ัั’ กับมันได้ลึกกว่าใคร”
เมื่อเวลาจบลง — ลูมินอสเฟียร์อยู่ในมือไรเดนทั้งสองลูก
มีเรียเดินเข้ามาตบไหล่ “เธอดูมี..สายสัมพันธ์กับสนาม แบบที่บางคนใช้เวลาทั้งปีกว่าจะััถึง เธอจะเป็นักวิ่งมิติได้ดีแน่ ๆ”
“ฉัน...ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น มันแค่...รู้สึกได้” ไรเดนตอบ
หญิงสาวผมสั้นแซมเงินตัดกับผิวเข้ม ตาสีทองที่ทอประกายตื่นเต้น
“ยินดีด้วยนะ — นายผ่านบททดสอบแบบสวยงามเลยล่ะ! ยินดีต้อนรับเข้าสู่ทีมบ้าเวทของเรา!”
“ฉันเดลฟีน วารอน (Delphine Varon)”
– ตำแหน่ง: ผู้วางลวง (Illusionist)
– สายเวท: อัสเทรลลิส
หญิงสาวผมสั้นแซมเงิน ตาสีทองเข้มสะท้อนความมั่นใจ เดลฟีนมีฝีมือด้านเวทภาพลวงตาที่ซับซ้อนและพลิกแพลง เธอยักคิ้วให้ไรเดน
“ฉันจัดการเื่หลุมหลอก ต้นไม้ลอยฟ้า หรืออะไรที่ทำให้พวกมันวิ่งผิดทาง ส่วนเธอ — ”
เธอพยักหน้าให้ไรเดน “ — ถ้าวิ่งไวได้และมีสัญชาตญาณดีอย่างเมื่อกี้ นายอาจทำให้ทีมเราเป็ตำนานก็ได้”
ชายหนุ่มร่างสูง ผมยาวสีน้ำตาลเข้มรวบไว้หลวม ๆ ตาสีเขียวเทาที่มักจับจ้องสภาพสนามรอบตัวหันมองมา
“ทาเอซ คาร์เวลล์ (Taez Carvell)”
– ตำแหน่ง: ผู้ควบคุมเขตเวท (Anchor)
– สายเวท: เนบิวาเรน
“ฉันดูเส้นทางพลังเวทในสนาม...จะคอยเปิดหรือปิดเส้นวาร์ปให้อย่างเหมาะสม ถ้านายจะเอาลูมินอสเฟียร์กลับมา — แค่ส่งสัญญาณให้ถูกก็พอ”
น้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ั์ตาบ่งบอกความเชี่ยวชาญ
“ฉัน เอลริค มอร์ราน (Elric Morran)”
– ตำแหน่ง: นักวิ่งมิติ (Chaser)
– สายเวท: ฟาลคอนเรย์
เด็กหนุ่มรูปร่างผอมปราดเปรียว ผมสีบลอนด์ซีดยุ่ง ๆ กับรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“ไรเดน ฉันวิ่งเร็วกว่าเสียง แต่ชอบมีคู่แข่ง... หวังว่านายจะทำให้ฉันไม่เบื่อ”
เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วกระตุกข้อมือ เกิดเส้นแสงรอบปลายเท้าราวกับเตรียมจะพุ่งตัวได้ทุกเมื่อ
“ฉัน อีเลียน ดอร์นเวล (Elian Dornwell) เป็หัวหน้าทีม”
– ตำแหน่ง: ผู้ควบคุมเขตเวท (Anchor)
– สายเวท: อัสเทรลลิส
ชายหนุ่มท่าทางสุขุม ใบหน้าคมชัด ผมสีน้ำตาลทองกับเสื้อคลุมสะอาดเรียบ เขายืนมองไรเดนอยู่นานก่อนพูด
“เราจะได้ฝึกด้วยกันอีกมาก ฉันหวังว่านายจะกล้าพอที่จะเลือกทางของตัวเอง แม้ตอนที่สนามเปลี่ยน ยินดีต้อนรับเข้าสู่ทีมของเรา”
เสียงของเขานิ่งแต่น่าฟัง แฝงแรงกดดันแ่ ๆ แบบหัวหน้าทีมตัวจริง
หลังได้ฟังบทแนะนำตัวทั้งหมด เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อนใหม่ทีละคน
“ฉัน ไรเดน ธอร์น ”
– ตำแหน่ง: นักวิ่งมิติ (Chaser)
– สายเวท: ออร์ร่าเอเธอเรียล
“ฉันจะพยายามวิ่งให้เร็วพอ...ที่พวกนายไม่ต้องห่วงฉัน”
และภายในใจ เขารู้สึกถึงแรงบางอย่างในอก —Inæther— เริ่มสั่นไหวเพียงเล็กน้อย เหมือนตอบสนองต่อคำสัญญาเงียบ ๆ