***นักรบสมองกล้าม [เอรีส]
“ไปเลยไนท์แมร์! ”
“ฮี่ร์! ”
ม้าปีศาจสีดำร้องกู่ก้องแล้ววิ่งควบไปข้างหน้า
ที่ข้างหลังของศัตรูมีแอร์บาส์รกับทอมควบม้าเข้ามาตีขนาบข้าง
ศัตรูคือมนุษย์มดที่มีปีกและตัวสูงสองเมตร
มันไม่สวมเกราะ ใช้อาวุธเขี้ยวสัตว์ที่ดูคล้ายง้าวเป็นอาวุธ และพกพามีดเขี้ยวสัตว์เอาไว้ที่เอวเป็นจำนวนมาก
แต่มันจะเป็นตัวอะไรก็ช่าง ที่ฉันต้องทำมีเพียงแค่ปราบมันเท่านั้นพอ
ฉันวาดตะบองเหล็กสีดำเป็นวิถีโค้งโจมตีไปที่ลำตัว
แอร์บาส์รแทงหอกรูปใบไม้เข้ามาจากด้านหลังโดยเล็งไปที่หัว
คุณทอมหวดดาบสองมืออันรุนแรงจากบนลงล่าง
การโจมตีจากหลังม้านั้นจะได้เปรียบเรื่องตำแหน่งที่สูงกว่า และมีความหนักหน่วงเพิ่มจากแรงควบทะยาน
การโจมตีอันหนักหน่วงราวรถบดของทั้งสามได้พุ่งหมายคร่าชีวิตของมนุษย์มดตรงหน้า
“เฮ้ย!? ”
แต่มันกลับรับมือการโจมตีที่หนักหน่วงทั้งสามเอาไว้ได้
มันใช้สองแขนควงง้าวไปรับดาบยาวของคุณทอมที่ฟันลงมาจากด้านบน
ใช้อีกสองมือที่ว่างปามีดใส่ฉันกับแอร์บาส์รอย่างแม่นยำ
ในเสี้ยวเวลาที่ฉันกับแอร์บาส์รหยุดชะงักเพื่อหลบมีด มันก็ใช้พละกำลังอันน่าเหลือเชื่อดันร่างของคุณทอมกระเด็นลงไปจากหลังม้าเพกาซัส
“#$&”
มันคำรามออกมา แล้วใช้เขี้ยวง้าวฟันคอม้าเพกาซัสของคุณทอมจนขาดออก ก่อนจะกางปีกบินถลาเข้าใส่คุณทอมที่ล้มลงอยู่บนพื้นหมายจะซ้ำให้ตายคาที่
คุณทอมที่สวมชุดเกราะอัศวินทั้งตัวไม่อาจลุกขึ้นมาทันทีได้เนื่องจากน้ำหนักของชุดเกราะ
แอร์บาส์รรีบควบม้าสเลปนีร์ของตัวเองเข้าไปช่วยคุณทอม
เดียวนะ สายตามันไม่ได้จ้องไปที่คุณทอม แต่เป็นแอร์บาส์รนี่!
“แอร์บาส์ร ระวัง มันเล็งแกอยู่! ”
“!? ”
แอร์บาส์รรีบยกโล่หนังสัตว์ขึ้นมาตามเสียงเตือน
เจ้ามนุษย์มดแผ่ปีกกว้าง ใช้สองมือพุ่งทะยานไปถีบพื้นดินตรงหน้า แล้วใช้ขาสองข้างจับควงง้าวแทนมือ
ด้วยการใช้ขาแทนมืออย่างทันที ทำให้มันไม่จำเป็นต้องเสียเวลากลับตัวมาเพื่อโจมตีแอร์บาส์ร
ง้าวที่เปลี่ยนตำแหน่งโจมตีอย่างรวดเร็ว ได้ฟันใส่แอร์บอส์รจนโล่ขาดครึ่งไปพร้อมกับม้าของเขา
แอร์บาส์รกระโดดหนีจากหลังม้าก่อนที่จะล้มลงไปกองกับพื้น
น้ำตาได้ไหลออกมาจากใบหน้าของเขาเนื่องจากม้าของเขาที่ได้เสียชีวิตจากไป
ในเวลานั้นเองที่มีลูกธนูยิงสวนออกมา
แม่ทัพมองโกเลียได้ควบม้าไปในตำแหน่งอับสายตาของศัตรูแล้วยิงออกไป
ฉันรีบควบม้าและควงหอกเพื่อสนับสนุนการโจมตีนั้น
มนุษย์มดใช้แขนทั้งสี่ของมันปามีดสวนกลับไปหาแม่ทัพมองโกเลีย
มีดทั้งสี่วิ่งปะทะสกัดลูกธนูได้อย่างแม่นยำจนน่าเหลือเชื่อ
พลองของฉันได้ถูกฟาดลงมาอีกครั้ง
มันใช้ง้าวรับเอาไว้
อึ๊ก… แรงเยอะไม่เบา มิน่าถึงสามารถดันร่างของแอร์บาส์รกับคุณทอมให้กระเด็นจากหลังม้าได้
แต่ฉันเองก็มั่นใจเรื่องพละกำลังเช่นกัน!
ฉันหวดพลองเหล็กด้วยพลังทั้งหมดที่มีราวพายุไปที่มัน
หากดันพลังกัน ฉันคงเป็นฝ่ายกระเด็นออกจากหลังม้าเหมือนคนอื่น แต่ถ้าฟาดใส่อย่างรวดเร็วมันก็อีกเรื่อง
หลังจากที่พวกเราแลกวิชายุทธไปได้ราวสิบบทเพลง
“โอ๊ย!? ”
ฉันก็ถูกมีดเขี้ยวสัตว์เล่มหนึ่งแทงเข้าให้ที่ช่วงเอวเสียแล้ว
ฉันลืมไปเลยว่ามันมีสี่แขน เลยระวังแค่ง้าวที่มันถือเอาไว้เท่านั้น
ร่างกายของเผ่ามนุษย์มดช่างเอารัดเอาเปรียบเสียจริงนะ
“โอร่าาาา! ”
แม่ทัพสปาตันกรีดร้องวิ่งเข้าใส่จากข้างหลังมัน
แต่ศัตรูมันไหวตัวทัน
มันหมุ่นตัวสามร้อยหกสิบองศาพร้อมกับฟาดง้าวออกไปเป็นวงกว้าง
ฉันรีบชักม้าถอยหลบมาได้ แต่แม่ทัพสปาตันโดนเข้าไปเต็ม ๆ
เลือดสีแดงไหลออกมาเป็นสายจากแผ่นหน้าอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขา
“เบลโลน่า! ”
แม่ทัพมองโกเลียควบม้าเข้าไปหาเขาพร้อมกับยิงธนูสกัดมนุษย์มดเอาไว้
“หน่อย! ”
ผู้นำทอมที่ลุกขึ้นมาได้แล้ว ได้วิ่งเข้าไปวาดลวดลายเพลงดาบกับศัตรู
แสงปะทะจากดาบยาวสองมือ กับเขี้ยวง้าวช่างรวดเร็วและหนักหน่วงยิ่งนัก
ฉันดูไม่ออกว่าระหว่างคุณทอมกับศัตรูใครมีฝีมือมากกว่ากัน
ไม่สิ… ดูเหมือนว่าศัตรูจะเก่งกว่าคุณทอมเสียอีก
เสียงง้าวกรีดชุดเกราะของคุณทอมได้ดังกังวาลไปทั่ว
ชุดเกราะทั้งตัวของคุณทอมเริ่มมีรอยแผลปรากฏขึ้นมาให้เห็นแล้ว
และด้วยพายุของการแลกวิชายุทธทั้งคู่ เลยทำให้พวกเราไม่สามารถหาช่องว่างเข้าไปช่วยสนับสนุนได้
ในตอนนั้นเอง---
*พรึ้ม!? *
“เฮ้ย! เสบียงอาหาร!? ”
ขบวนเสบียงที่พวกเราควรปกป้องก็ได้ถูกเผาทำลาย
ระหว่างที่พวกเราถูกดึงการต่อสู้เอาไว้ตรงนี้ พวกมนุษย์มดตัวอื่นก็กรูเข้าไปโจมตีขบวนรถลากจนล่มสลาย
พวกทหารราบที่เฝ้าดูแลขบวนเสบียงไม่ใช่คู่มือพวกมันเลยแม้แต่น้อย
กองทหารม้ามองโกเลียกับทหารสปาตันไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันเช่นกัน เพราะพวกเขาเองก็ติดพันกับกองทัพมนุษย์มดที่ขวางกั้นเส้นทางเอาไว้
“#$&_#...”
มนุษย์มดตรงหน้าพูดบางอย่างออกมา
สีหน้าของมันช่างดูคล้ายกับเด็กน้อยที่หมดเวลาสนุกลง
มันถอนหายใจยาวทีหนึ่งก่อนจะบินกลับลงไปในหลุ่มที่พวกมันปรากฏตัว
พวกมนุษย์มดได้ถอยทัพกลับลงไปอย่างเป็นระเบียบและงดงาม
“อย่าให้พวกมันหนี! ฆ่าพวก---”
“ไม่ต้อง! รีบตรวจสอบความเสียหาย จัดแนวขบวนรบใหม่เดียวนี้! ”
แม่ทัพสปาตันคิดที่จะไล่ตามต่อแต่ทอมสั่งการห้ามพวกเขาเอาไว้
ความจริงฉันเองก็อยากไล่ตามไปเหมือนกันนะ
“วันนี้หยุดทัพกันก่อน หากสรุปความเสียหายได้แล้ว ค่อยเคลื่อนทัพต่อจะดีกว่านะเบลโลน่า เจ้าเองก็บาดเจ็บไม่เบาเลยนี่? ”
“... ครับท่าน”
หนุ่มสปาตั้นโค้งหัวรับคำสั่ง
และด้วยเหตุนี้ กองทัพมนุษย์จึงต้องหยุดทัพลงชั่วคราวก่อน
แน่นอนว่าพวกมนุษย์นกที่เห็นพวกเราหยุดเดินทัพก็หยุดเคลื่อนไหวด้วยเช่นกัน
***ยักษาแห่งปฐพี [บานา]
“ต้องตั้งค่ายแบบนี้อีกกี่วันเนี่ย? ”
“ถามข้าแล้วข้าจะไปถามใครต่อละแครอท? ”
“ขุนนางแอปเปิ้ลคิดมากไปแล้วมั้ง? สู้บุกถล่มให้ยับเลยดีกว่านะ”
“เอาเถอะน่า…”
พวกเราเผ่ายักษาหยุดเคลื่อนทัพมาเป็นเวลาเกือบสองวันแล้ว
พวกศัตรูเองก็ตั้งแนบรับโดยที่ไม่บุกเข้ามาหาเช่นกัน
สรุปจากแผนการประชุมเมื่อวันก่อนนั้น พวกจะแบ่งทัพแปดแสนออกเป็นสองส่วน
กองทัพจำนวนหนึ่งแสนคนต้องอยู่ตั้งค่ายประจันหน้ากองทัพศัตรูอยู่ที่นี่ เพื่อหลอกกองทัพศัตรูให้ตรึงอยู่ตรงนี้
จากรายงานหน่วยรบ [ยักษาแห่งนภาอากาศ] ของมาเรียมพลัม พวกเราพบว่าศัตรูน่าจะแบ่งทัพมาถึงเกือบสามแสนเพื่อถ่วงเวลาพวกเรา
ขุนนางแอปเปิ้ลจึงซ้อนแผนกลับ ด้วยการให้กองทัพของข้าอยู่ดึงศัตรูเอาไว้ตรงนี้
และด้วยจ้อมูลของหน่วยสอดแนม ทำให้พวกเราพบว่าเส้นทางข้างหน้านี้มีสิ่งก่อสร้างรูปแบบเขาวงกตรออยู่
ยังดีที่ว่ามันยังสร้างไม่เสร็จ เลยพอมีเส้นทางปลอดภัยอยู่บ้าง
กองทัพเจ็ดแสนที่เหลือจึงจะเดินทัพอ้อมไปยังเส้นทางที่ว่านั้น
แน่นอนว่ายัยแครอทจะต้องไปคุมทัพอสูรอีกหนึ่งแสนตามไปด้วย แต่ยัยนี่กลับให้ลูกน้องคุมแล้วแอบมาอยู่เคียงข้างข้าแทน
ข้าประทับใจใน [มิตรภาพ] ของหล่อนอยู่หรอก แต่เดียวได้โดนขุนนางแอปเปิ้ลด่าทีหลังหรอกนะ
“ถึงจะเป็นแผนที่ดี แต่น่าเบื่อเป็นบ้าเลย---”
“ศัตรูบุก! พวกมันโจมตีเต็นท์เก็บเสบียงครับ! ”
อยู่ ๆ ก็มีงานให้ทำซะงั้น
“แล้วมัวรออะไรอยู่! มา ไปบี้พวกแม่งทิ้งกันเถอะ! ”
“โอ้ววว! ”
แน่นนอนว่าหลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมง พวกที่มาบุกทำลายเสบียงของข้าก็ถูกพวกข้าบี้ทิ้งจนตายราบหมดไม่เหลือ
คิดจะลอบโจมตีข้านะ ฝันกลางวันไปเถอะพวกเอ็ง
***ปักษาผู้เป็นไท [เปอร์ไซด์]
“งั่ม ๆ ”
หนูกำลังกินขนมอยู่
ตอนนี้เป็นช่วงเวลายามบ่ายแก่ ๆ ค่ะ
ขนมหวานของพวกเผ่าปีกแสงอร่อยม้าก~มัก~เลยค่ะ
ทั้งไอที่เย็น ๆ ราดด้วยซอสหวานสีแดง
ทั้งขนมนุ่ม ๆ ที่เป็นแป้งสีขาวห่อไส้อันหวานฉ่ำ
แถมผลไม้แปลกตาที่ไม่เคยเห็นพวกนี้อีก
พวกเขาบอกว่าให้หนูกินได้ตามใจชอบเลย ดังนั้นหนูจึงอร่อยฟินเวอร์อยู่ที่ขบวนเสบียงของพวกเขาในเวลานี้ค่ะ
ว่าแล้วก็ [งั่ม ๆ] ต่อ
“ปี้! ”
เจ้าหนูออกไซด์ส่งสายตาตำหนิมาทางหนู
กินนิดกินหน่อยแม่ไม่อ้วนหรอกนะ
ว่าไงนะพุงยื่นแล้ว?
“...”
เอาไว้ค่อยลดวันหลัง วันนี้มีให้กินก็กินไปก่อนสิ~
ใครจะไปรู้ละว่าจะมีโอกาสได้กินของอร่อยแบบนี้ในวันข้างหน้าอีกหรือเปล่านะ?
“จะว่าไป การเฝ้ายามหละหลวมเวอร์”
ขบวนเสบียงของพวกปีกแสงเป็นตระกร้าสีขาวเนียนขนาดใหญ่ที่บินบนฟ้าได้
มันทำจากวัสดุที่หนูไม่รู้จักละ
เห็นว่าต้องคอยเอาลงมาสะสมพลังงานสี่ชั่วโมงต่อวัน ถึงจะให้มันบินต่อได้
แล้วช่วงเวลาที่วางเอาไว้บนพื้นเพื่อสะสมพลัง พวกเขาก็จะไปพักผ่อนกัน
พักผ่อนตามที่พูดเลยค่ะ ไม่มีแม้แต่ยามจะมาเฝ้าอาหารเลยละ
จะชิวไปหน่อยมั้ยนั้น?
“เอ๊~ นั่นใครนะ? ”
ในตอนนั้นเองที่มีหลุมนูนสูงปรากฏขึ้นมาทางด้านข้าง
พวกเผ่าสี่แขนจำนวนมากต่างกรูกันออกมา
เผ่าเดียวกับคุณสเลบที่เคยจับมัดหนูเป็นตัวประกันเอาไว้
“เสบียง! เป้าหมายคือเสบียง! ”
พวกเขาพูดด้วยภาษาของเขาเองว่า [เสบียง ๆ]
คงหิวกันสินะคะ?
“นี่ ๆ ถ้าหิวละก็เชิญหยิบไปกินได้ตามสบายเลยน้า~ พวกเขาบอกหนูว่าเสบียงพวกนี้ทานได้ตามสบายเลยละ~”
“... เธอคือ? ”
เผ่าสี่แขนสูงร้อยห้าสิบเซนติเมตรที่ดูเป็นหัวหน้าเดินเข้ามาถาม
“หนูชื่อเปอร์ไซด์ เป็นเผ่าปักษาที่พูดได้ทุกภาษา ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ อาหารของพวกปีกแสงอร่อยมากเลยละ~ มาทานด้วยกันเถอะค่ะ~”
“เออ… พวกเราไม่ได้…”
หนูไม่สนคำประท้วงแล้วเอาขนมที่เรียกว่า [เค้ก] ยัดเข้าปากของเขาไปเลย~
“อุ๊ป!? ทำอะไร--- เออ อร่อยดีแฮะ”
“ใช่ม้า~ มาจัดปาร์ตี้ขนมหวานกันเถอะ! ”
“...เออ”
คุณสี่แขนตรงหน้าดูสับสนเล็กน้อย ก่อนที่จะหันไปพึมพำบางอย่างกับตัวเอง
“งั้นเดียวพวกเราจะขนอาหารพวกนี้เอาไปกินกันใต้ดิน…”
“อือ! ถ้าไม่พอบอกนะ หนูรู้สถานที่เก็บเสบียงจุดอื่นที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ด้วยละ! ”
“...งั้นรบกวนช่วยนำทางให้ที พวกข้ามีกันเยอะมากเลยละ”
“ได้เลยค่ะ! ”
พอหนูบอกตำแหน่งของเสบียงให้พวกเขาอย่างไม่ลังเล
เพียงพริบตาเดียวกองภูเขาขนมก็หายลงไปในดินแล้ว
คงหิวโซกันน่าดู น่าสงสารจัง
“ขอบคุณมากเปอร์ไซด์ ฮะ ฮะ ฮะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
พอเห็นรอยยิ้มที่เปียมสุขของพวกเขา หนูก็พลอยมีความสุขขึ้นมาด้วย
การทำความดีนี่มันดีจริง ๆ เลยค่ะ
“ปี้…”
อือ? ทำไมเจ้าหนูน้อยออกไซด์จ้องมองแม่ด้วยสายตาแบบนั้นกันละ?
***ราชินีแห่งความหยาบคาย [แฟต]
“มืดแล้วหรือ? ”
วันที่สี่สิบเอ็ดกำลังจะจบลงแล้ว
สามวัน… ช่างเป็นสามวันที่ชวนปวดหัวยิ่งนัก
กองทัพซึ่งกระจายไปสามทิศเพื่อทำลายเสบียงของศัตรูนั้น ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำหน้าที่ได้ลุล่วงหรือไม่
“ (รายงานท่านราชินีแฟต พบสัตว์ยักษ์บินได้ที่ทางเหนือสองตัวครับ!) ”
“ (รับทราบ เจ้าจงส่งหน่วยสอดแนมเฝ้าระวังภัยต่อไป และถึงทุกหน่วย คงได้ยินกันแล้วสินะ? พวกเจ้าจงรีบเร่งสร้างทางวงกตให้เสร็จภายในวันนี้ ถ้าไม่เสร็จ ห้ามพักเด็ดขาด!) ”
มีเสียงบ่นอิดออดดังแทรกตามมา แต่ฉันคงอ่อนข้อให้พวกมดระดับสูงไม่ได้
ทิศเหนือคือทิศของพวกปีศาจยักษ์ที่สามารถใช้งานสัตว์ยักษ์ในสงคราม
พวกมันคงส่งสัตว์บินได้มาสอดแนมสภาพของฝั่งเรา
และมีเพียงแค่กองทัพทิศเหนือ ที่ไม่ค่อยมีทหารถูกส่งมาเกิดใหม่
อาจตีความได้ว่าพวกมันเลี่ยงการปะทะ แล้วกำลังวางแผนหาจุดอ่อนเพื่อเข้าตีพวกเราทีเดียวก็ว่าได้
บางทีคงต้องส่งคนไปเรียกกองทัพสามแสนพวกนั้นกลับมา…
แต่ถ้าหากว่านั่นเป็นการซ้อนแผนของศัตรูเพื่อดึงให้ฉันดึงกองทัพกลับมาละ? แล้วพวกมันก็ใช้เวลานั้นเดินทัพบุกประชิดเมืองได้ละ?
ปวดหัวจริงน้อ...
“บางทีพวกปีศาจยักษ์อาจจะมาถึงเร็วกว่าที่คิด…”
การโจมตีทางบกไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร เพราะตอนนี้เส้นทางวงกตถูกสร้างเสร็จไปถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นแล้ว
จะมีก็แค่การระวังภัยทางอากาศเท่านั้น
“ (ราชินีบอส [หญ้าเมา] ที่ฉันสั่งเอาไว้เมื่อวันก่อนได้เตรียมพร้อมเอาไว้แล้วหรือยัง?) ”
“ (เจ้าหญ้าประหลาดที่ใช้สูบแทนยาสูบของโลกเราพวกนั้นนะหรือ? เตรียมเอาไว้พร้อมแล้ว แต่มันจะได้ผลจริงนะหรือ?) ”
“ (ไม่ลองไม่รู้ ให้พวกเขาขนไปวางในตำแหน่งได้ ส่วนราชินีฟรีด้า อาวุธใหม่ของเจ้านะ ถ้าปรับแต่งบางอย่างออก มันจะช่วยให้สร้างได้เร็วขึ้นไหม? เอาแค่โจมตีภาคพื้นอากาศได้ก็พอ) ”
อาวุธลับชิ้นใหม่ที่ราชินีฟรีด้าเคยพูดถึงนั้น ฉันได้เห็นตัวรุ่นต้นแบบแล้ว
มันเป็นอาวุธที่วิเศษมาก เป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยซึ่งรวบรวมมาจากอาวุธของปีศาจน้อยกับปีศาจแสงเอาไว้เข้าด้วยกัน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคือกุญแจนำสู่ชัยชนะ
แต่การผลิตมันช้า ช้ามาก ฉันจึงอยากให้เธอปรับแต่งบางอย่างออกเพื่อใช้งานได้ทันเวลาที่ถูกบุก
“ (ได้สิ แต่ความทนทานกับประสิทธิภาพจะลดลงนะ) ”
“ (... เอาแบบนี้ โมเดลตัวใหม่ที่ปรับปรุงให้ผลิตมาก่อนหนึ่งหมื่นชิ้น ส่วนตัวสมบูรณ์ให้แยกไลน์การผลิตออกไปต่างหาก แบบนี้ว่ายังไง?) ”
“ (แบบนั้นน่าจะได้ ฉันเห็นด้วย ราชินีโอเปอร์ว่ายังไง?) ”
“ (ถ้าตามโมเดลใหม่ สามารถทำเสร็จได้ภายในห้าวันข้างหน้า) ”
“ (ดี งั้นเริ่มดำเนินการได้เลย) ”
หลังจากปรับเปลี่ยนแผนการตามสถานการณ์เสร็จ ฉันก็นั่งพักลงบนเตียงดินพร้อมกับยกน้ำชาขึ้นมาดื่ม
เหนื่อย… พอไม่มีขุนพลสเลบอยู่ข้างกายแล้วฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัยเลย
แต่เขายังมีภารกิจอยู่ ถ้าเป็นไปตามที่ฉันเดาเอาไว้ แผนการของเขาจะต้องเป็นกุญแจสู่ชัยชนะแน่นอน
“หวังว่าชุดเกราะนั้นจะส่งไปถึงสเลบแล้วนะ…”
ฉันพึมพำเช่นนั้นพร้อมกับมองลอดผ่านหน้าต่างออกไปยังท้องฟ้ายามราตรีในทิศตะวันตก
***ตัวประกอบเผ่าอาร์โธร์โพดา
ปมคือมดทาสงับ
เกิดมามีฐานะต่ำต้อยที่สุด แถมยังไม่มีใครสนใจปมด้วยงับ
เคยคิดเล่น ๆ ว่าสักวันอยากทำภารกิจที่ยิ่งใหญ่ให้สมกับคุณค่าที่เกิดมา
แล้ววันนั้นก็มาถึง
ท่านราชินีแฟตให้ปมเอาชุดเกราะที่เป็นอาวุธใหม่รุ่นต้นแบบ ไปส่งให้ถึงมือสเลบที่น่าจะอยู่ในแดนศัตรูทางทิศตะวันตก
เป็นภารกิจลับที่ต้องใช้ปมผู้จืดจางเพียงคนเดียวในการเอาของชิ้นนี้ไปส่งให้ถึงมือเขา
ใช้เส้นทางสายมรณะใต้ดินมาครึ่งเส้นทาง แล้ววิ่งอ้อมกองทัพศัตรูเพื่อหาทางข้ามแม่น้ำไปหาท่านขุนพลสเลบ
หลังจากเดินมาได้สามวัน ในที่สุดปมก็มาถึงแม่น้ำเสียที
แม่น้ำที่กว้างหลายกิโลเมตรตรงหน้านั้น มีกระแสที่เชี่ยวกรากมาก
ปมจึงเดินข้ามสะพานมางับ
โชคดีที่บนสะพานไม่มีใครเลย ปมจึงข้ามมาได้แบบง่าย ๆ
แต่ว่ารางเหล็กคู่บนสะพานนี้มันคืออะไรกันงับ?
ด้วยความสงสัย ปมเลยเดินคร่อมรางมาโดยไม่รู้ตัว
“เสียง? ”
ในตอนนั้นเองที่มีเสียงดัง [กะฉึกกะฉักปู้น ๆ] มาแต่ไกล
เสียงอะไรกันงับ?
ปมยืนมองบางสิ่งที่วิ่งมาบนราง
แรงสั่นน่ากลัวได้สะเทือนมาถึงหนวดรับสัมผัสตรงหัว
“เหวอ? ”
บางสิ่งที่เป็นโลหะขนาดยักษ์ได้วิ่งพุ่งตรงเข้ามา
มันส่งควันสีดำพวยพุ่งขึ้นท้องฟ้าพร้อมเสียงดังกังวาล
มันเร็วมากจนปมหลบไม่ทัน
แล้วร่างของปมก็แหลกเป็นชิ้น ๆ ไปบนรางพร้อมกับสัมภาระที่ปลิวกระจาย
แง~ ขอโทษด้วยงับท่านราชินีแฟต
***นักรบไร้นินทรา [สเลบ]
“เป็นยังไงบ้าง? ”
“เส้นทางใต้ดินถูกสร้างเชื่อมไปถึงเมืองหลวงพวกปีศาจน้อยแล้ว กองทัพมดทหารเลวหนึ่งพันนาย พร้อมลงมือปฎิบัติการแล้วครับ”
“ดีมาก”
หลังจากที่ฝ่ายแพ้ในศึกตั้งรับอย่างหมดท่าที่ป้อมปราการแฟต ผมก็รีบดำดินหนีออกมาจากสนามรบในทันที
ผู้โชคดีที่รอดชีวิตกลับมาจากวันนั้นมีเพียงหนึ่งพันคนเท่านั้น
คำถามคือกองทัพแค่นี้จะเอาไปทำอะไรได้?
หากฆ่าตัวตายกลับไปเมืองหลวง มันก็แค่เป็นการเพิ่มกองทัพป้องกันหนึ่งพันคนเท่านั้น
ดังนั้นผมจึงใช้กองทัพนี้เล่นแผนกองโจรในดินแดนของศัตรูแทน
ผมให้ลูกน้องกระจายตัวสร้างเส้นทางใต้ดินจนกระทั้งพบกับเมืองหลวงของพวกปีศาจน้อย
และในคืนนี้ผมคิดว่าจะเริ่มแผนการโจมตีศูนย์หลักของพวกมัน
ความจริงสามารถลงมือทำได้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ผมคิดว่าอย่างท่านราชินีแฟตคงรู้ว่าผมจะทำอะไร เลยรอเวลามาอีกหนึ่งวัน เพื่อว่าจะมีความช่วยเหลือสักอย่างมาจากท่าน
แต่กลายเป็นว่าไม่มีเลย
ผมคงมองโลกในแง่ดีไปหน่อย
“แขนด้วยข้างหนึ่งที่ด้วยไป จะไปได้ไกลแค่ไหนกันนะ? ”
ผมรู้ว่ากองทัพที่ใหญ่ล้นขอบฟ้าเมื่อหลายวันก่อน มีเป้าหมายที่เมืองหลวงของพวกผม
ในช่วงวิกฤติเช่นนี้ อาจเป็นโอกาสอันดี ที่จะหาทางลอบเข้าฐานของศัตรู
ผมต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์พวกเรา!
“เอาละ ทุกหน่วย เริ่มลงมือปฏิบัติการลอบโจมตีได้! ”
“โอ้! ”