Age of war

    ตอนที่ 42 ทำลายเสบียง และลอบโจมตี

    ***นักรบสมองกล้าม [เอรีส]

    “ไปเลยไนท์แมร์! ”

    “ฮี่ร์! ”

    ม้าปีศาจสีดำร้องกู่ก้องแล้ววิ่งควบไปข้างหน้า

    ที่ข้างหลังของศัตรูมีแอร์บาส์รกับทอมควบม้าเข้ามาตีขนาบข้าง

    ศัตรูคือมนุษย์มดที่มีปีกและตัวสูงสองเมตร

    มันไม่สวมเกราะ ใช้อาวุธเขี้ยวสัตว์ที่ดูคล้ายง้าวเป็นอาวุธ และพกพามีดเขี้ยวสัตว์เอาไว้ที่เอวเป็นจำนวนมาก

    แต่มันจะเป็นตัวอะไรก็ช่าง ที่ฉันต้องทำมีเพียงแค่ปราบมันเท่านั้นพอ

    ฉันวาดตะบองเหล็กสีดำเป็นวิถีโค้งโจมตีไปที่ลำตัว

    แอร์บาส์รแทงหอกรูปใบไม้เข้ามาจากด้านหลังโดยเล็งไปที่หัว

    คุณทอมหวดดาบสองมืออันรุนแรงจากบนลงล่าง

    การโจมตีจากหลังม้านั้นจะได้เปรียบเรื่องตำแหน่งที่สูงกว่า และมีความหนักหน่วงเพิ่มจากแรงควบทะยาน

    การโจมตีอันหนักหน่วงราวรถบดของทั้งสามได้พุ่งหมายคร่าชีวิตของมนุษย์มดตรงหน้า

    “เฮ้ย!? ”

    แต่มันกลับรับมือการโจมตีที่หนักหน่วงทั้งสามเอาไว้ได้

    มันใช้สองแขนควงง้าวไปรับดาบยาวของคุณทอมที่ฟันลงมาจากด้านบน

    ใช้อีกสองมือที่ว่างปามีดใส่ฉันกับแอร์บาส์รอย่างแม่นยำ

    ในเสี้ยวเวลาที่ฉันกับแอร์บาส์รหยุดชะงักเพื่อหลบมีด มันก็ใช้พละกำลังอันน่าเหลือเชื่อดันร่างของคุณทอมกระเด็นลงไปจากหลังม้าเพกาซัส

    “#$&”

    มันคำรามออกมา แล้วใช้เขี้ยวง้าวฟันคอม้าเพกาซัสของคุณทอมจนขาดออก ก่อนจะกางปีกบินถลาเข้าใส่คุณทอมที่ล้มลงอยู่บนพื้นหมายจะซ้ำให้ตายคาที่

    คุณทอมที่สวมชุดเกราะอัศวินทั้งตัวไม่อาจลุกขึ้นมาทันทีได้เนื่องจากน้ำหนักของชุดเกราะ

    แอร์บาส์รรีบควบม้าสเลปนีร์ของตัวเองเข้าไปช่วยคุณทอม

    เดียวนะ สายตามันไม่ได้จ้องไปที่คุณทอม แต่เป็นแอร์บาส์รนี่!

    “แอร์บาส์ร ระวัง มันเล็งแกอยู่! ”

    “!? ”

    แอร์บาส์รรีบยกโล่หนังสัตว์ขึ้นมาตามเสียงเตือน

    เจ้ามนุษย์มดแผ่ปีกกว้าง ใช้สองมือพุ่งทะยานไปถีบพื้นดินตรงหน้า แล้วใช้ขาสองข้างจับควงง้าวแทนมือ

    ด้วยการใช้ขาแทนมืออย่างทันที ทำให้มันไม่จำเป็นต้องเสียเวลากลับตัวมาเพื่อโจมตีแอร์บาส์ร

    ง้าวที่เปลี่ยนตำแหน่งโจมตีอย่างรวดเร็ว ได้ฟันใส่แอร์บอส์รจนโล่ขาดครึ่งไปพร้อมกับม้าของเขา

    แอร์บาส์รกระโดดหนีจากหลังม้าก่อนที่จะล้มลงไปกองกับพื้น

    น้ำตาได้ไหลออกมาจากใบหน้าของเขาเนื่องจากม้าของเขาที่ได้เสียชีวิตจากไป

    ในเวลานั้นเองที่มีลูกธนูยิงสวนออกมา

    แม่ทัพมองโกเลียได้ควบม้าไปในตำแหน่งอับสายตาของศัตรูแล้วยิงออกไป

    ฉันรีบควบม้าและควงหอกเพื่อสนับสนุนการโจมตีนั้น

    มนุษย์มดใช้แขนทั้งสี่ของมันปามีดสวนกลับไปหาแม่ทัพมองโกเลีย

    มีดทั้งสี่วิ่งปะทะสกัดลูกธนูได้อย่างแม่นยำจนน่าเหลือเชื่อ

    พลองของฉันได้ถูกฟาดลงมาอีกครั้ง

    มันใช้ง้าวรับเอาไว้

    อึ๊ก… แรงเยอะไม่เบา มิน่าถึงสามารถดันร่างของแอร์บาส์รกับคุณทอมให้กระเด็นจากหลังม้าได้

    แต่ฉันเองก็มั่นใจเรื่องพละกำลังเช่นกัน!

    ฉันหวดพลองเหล็กด้วยพลังทั้งหมดที่มีราวพายุไปที่มัน

    หากดันพลังกัน ฉันคงเป็นฝ่ายกระเด็นออกจากหลังม้าเหมือนคนอื่น แต่ถ้าฟาดใส่อย่างรวดเร็วมันก็อีกเรื่อง

    หลังจากที่พวกเราแลกวิชายุทธไปได้ราวสิบบทเพลง

    “โอ๊ย!? ”

    ฉันก็ถูกมีดเขี้ยวสัตว์เล่มหนึ่งแทงเข้าให้ที่ช่วงเอวเสียแล้ว

    ฉันลืมไปเลยว่ามันมีสี่แขน เลยระวังแค่ง้าวที่มันถือเอาไว้เท่านั้น

    ร่างกายของเผ่ามนุษย์มดช่างเอารัดเอาเปรียบเสียจริงนะ

    “โอร่าาาา! ”

    แม่ทัพสปาตันกรีดร้องวิ่งเข้าใส่จากข้างหลังมัน

    แต่ศัตรูมันไหวตัวทัน

    มันหมุ่นตัวสามร้อยหกสิบองศาพร้อมกับฟาดง้าวออกไปเป็นวงกว้าง

    ฉันรีบชักม้าถอยหลบมาได้ แต่แม่ทัพสปาตันโดนเข้าไปเต็ม ๆ

    เลือดสีแดงไหลออกมาเป็นสายจากแผ่นหน้าอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขา

    “เบลโลน่า! ”

    แม่ทัพมองโกเลียควบม้าเข้าไปหาเขาพร้อมกับยิงธนูสกัดมนุษย์มดเอาไว้

    “หน่อย! ”

    ผู้นำทอมที่ลุกขึ้นมาได้แล้ว ได้วิ่งเข้าไปวาดลวดลายเพลงดาบกับศัตรู

    แสงปะทะจากดาบยาวสองมือ กับเขี้ยวง้าวช่างรวดเร็วและหนักหน่วงยิ่งนัก

    ฉันดูไม่ออกว่าระหว่างคุณทอมกับศัตรูใครมีฝีมือมากกว่ากัน

    ไม่สิ… ดูเหมือนว่าศัตรูจะเก่งกว่าคุณทอมเสียอีก

    เสียงง้าวกรีดชุดเกราะของคุณทอมได้ดังกังวาลไปทั่ว

    ชุดเกราะทั้งตัวของคุณทอมเริ่มมีรอยแผลปรากฏขึ้นมาให้เห็นแล้ว

    และด้วยพายุของการแลกวิชายุทธทั้งคู่ เลยทำให้พวกเราไม่สามารถหาช่องว่างเข้าไปช่วยสนับสนุนได้

    ในตอนนั้นเอง---

    *พรึ้ม!? *

    “เฮ้ย! เสบียงอาหาร!? ”

    ขบวนเสบียงที่พวกเราควรปกป้องก็ได้ถูกเผาทำลาย

    ระหว่างที่พวกเราถูกดึงการต่อสู้เอาไว้ตรงนี้ พวกมนุษย์มดตัวอื่นก็กรูเข้าไปโจมตีขบวนรถลากจนล่มสลาย

    พวกทหารราบที่เฝ้าดูแลขบวนเสบียงไม่ใช่คู่มือพวกมันเลยแม้แต่น้อย

    กองทหารม้ามองโกเลียกับทหารสปาตันไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันเช่นกัน เพราะพวกเขาเองก็ติดพันกับกองทัพมนุษย์มดที่ขวางกั้นเส้นทางเอาไว้

    “#$&_#...”

    มนุษย์มดตรงหน้าพูดบางอย่างออกมา

    สีหน้าของมันช่างดูคล้ายกับเด็กน้อยที่หมดเวลาสนุกลง

    มันถอนหายใจยาวทีหนึ่งก่อนจะบินกลับลงไปในหลุ่มที่พวกมันปรากฏตัว

    พวกมนุษย์มดได้ถอยทัพกลับลงไปอย่างเป็นระเบียบและงดงาม

    “อย่าให้พวกมันหนี! ฆ่าพวก---”

    “ไม่ต้อง! รีบตรวจสอบความเสียหาย จัดแนวขบวนรบใหม่เดียวนี้! ”

    แม่ทัพสปาตันคิดที่จะไล่ตามต่อแต่ทอมสั่งการห้ามพวกเขาเอาไว้

    ความจริงฉันเองก็อยากไล่ตามไปเหมือนกันนะ

    “วันนี้หยุดทัพกันก่อน หากสรุปความเสียหายได้แล้ว ค่อยเคลื่อนทัพต่อจะดีกว่านะเบลโลน่า เจ้าเองก็บาดเจ็บไม่เบาเลยนี่? ”

    “... ครับท่าน”

    หนุ่มสปาตั้นโค้งหัวรับคำสั่ง

    และด้วยเหตุนี้ กองทัพมนุษย์จึงต้องหยุดทัพลงชั่วคราวก่อน

    แน่นอนว่าพวกมนุษย์นกที่เห็นพวกเราหยุดเดินทัพก็หยุดเคลื่อนไหวด้วยเช่นกัน



    ***ยักษาแห่งปฐพี [บานา]

    “ต้องตั้งค่ายแบบนี้อีกกี่วันเนี่ย? ”

    “ถามข้าแล้วข้าจะไปถามใครต่อละแครอท? ”

    “ขุนนางแอปเปิ้ลคิดมากไปแล้วมั้ง? สู้บุกถล่มให้ยับเลยดีกว่านะ”

    “เอาเถอะน่า…”

    พวกเราเผ่ายักษาหยุดเคลื่อนทัพมาเป็นเวลาเกือบสองวันแล้ว

    พวกศัตรูเองก็ตั้งแนบรับโดยที่ไม่บุกเข้ามาหาเช่นกัน

    สรุปจากแผนการประชุมเมื่อวันก่อนนั้น พวกจะแบ่งทัพแปดแสนออกเป็นสองส่วน

    กองทัพจำนวนหนึ่งแสนคนต้องอยู่ตั้งค่ายประจันหน้ากองทัพศัตรูอยู่ที่นี่ เพื่อหลอกกองทัพศัตรูให้ตรึงอยู่ตรงนี้

    จากรายงานหน่วยรบ [ยักษาแห่งนภาอากาศ] ของมาเรียมพลัม พวกเราพบว่าศัตรูน่าจะแบ่งทัพมาถึงเกือบสามแสนเพื่อถ่วงเวลาพวกเรา

    ขุนนางแอปเปิ้ลจึงซ้อนแผนกลับ ด้วยการให้กองทัพของข้าอยู่ดึงศัตรูเอาไว้ตรงนี้

    และด้วยจ้อมูลของหน่วยสอดแนม ทำให้พวกเราพบว่าเส้นทางข้างหน้านี้มีสิ่งก่อสร้างรูปแบบเขาวงกตรออยู่

    ยังดีที่ว่ามันยังสร้างไม่เสร็จ เลยพอมีเส้นทางปลอดภัยอยู่บ้าง

    กองทัพเจ็ดแสนที่เหลือจึงจะเดินทัพอ้อมไปยังเส้นทางที่ว่านั้น

    แน่นอนว่ายัยแครอทจะต้องไปคุมทัพอสูรอีกหนึ่งแสนตามไปด้วย แต่ยัยนี่กลับให้ลูกน้องคุมแล้วแอบมาอยู่เคียงข้างข้าแทน

    ข้าประทับใจใน [มิตรภาพ] ของหล่อนอยู่หรอก แต่เดียวได้โดนขุนนางแอปเปิ้ลด่าทีหลังหรอกนะ

    “ถึงจะเป็นแผนที่ดี แต่น่าเบื่อเป็นบ้าเลย---”

    “ศัตรูบุก! พวกมันโจมตีเต็นท์เก็บเสบียงครับ! ”

    อยู่ ๆ ก็มีงานให้ทำซะงั้น

    “แล้วมัวรออะไรอยู่! มา ไปบี้พวกแม่งทิ้งกันเถอะ! ”

    “โอ้ววว! ”

    แน่นนอนว่าหลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมง พวกที่มาบุกทำลายเสบียงของข้าก็ถูกพวกข้าบี้ทิ้งจนตายราบหมดไม่เหลือ

    คิดจะลอบโจมตีข้านะ ฝันกลางวันไปเถอะพวกเอ็ง



    ***ปักษาผู้เป็นไท [เปอร์ไซด์]

    “งั่ม ๆ ”

    หนูกำลังกินขนมอยู่

    ตอนนี้เป็นช่วงเวลายามบ่ายแก่ ๆ ค่ะ

    ขนมหวานของพวกเผ่าปีกแสงอร่อยม้าก~มัก~เลยค่ะ

    ทั้งไอที่เย็น ๆ ราดด้วยซอสหวานสีแดง

    ทั้งขนมนุ่ม ๆ ที่เป็นแป้งสีขาวห่อไส้อันหวานฉ่ำ

    แถมผลไม้แปลกตาที่ไม่เคยเห็นพวกนี้อีก

    พวกเขาบอกว่าให้หนูกินได้ตามใจชอบเลย ดังนั้นหนูจึงอร่อยฟินเวอร์อยู่ที่ขบวนเสบียงของพวกเขาในเวลานี้ค่ะ

    ว่าแล้วก็ [งั่ม ๆ] ต่อ

    “ปี้! ”

    เจ้าหนูออกไซด์ส่งสายตาตำหนิมาทางหนู

    กินนิดกินหน่อยแม่ไม่อ้วนหรอกนะ

    ว่าไงนะพุงยื่นแล้ว?

    “...”

    เอาไว้ค่อยลดวันหลัง วันนี้มีให้กินก็กินไปก่อนสิ~

    ใครจะไปรู้ละว่าจะมีโอกาสได้กินของอร่อยแบบนี้ในวันข้างหน้าอีกหรือเปล่านะ?

    “จะว่าไป การเฝ้ายามหละหลวมเวอร์”

    ขบวนเสบียงของพวกปีกแสงเป็นตระกร้าสีขาวเนียนขนาดใหญ่ที่บินบนฟ้าได้

    มันทำจากวัสดุที่หนูไม่รู้จักละ

    เห็นว่าต้องคอยเอาลงมาสะสมพลังงานสี่ชั่วโมงต่อวัน ถึงจะให้มันบินต่อได้

    แล้วช่วงเวลาที่วางเอาไว้บนพื้นเพื่อสะสมพลัง พวกเขาก็จะไปพักผ่อนกัน

    พักผ่อนตามที่พูดเลยค่ะ ไม่มีแม้แต่ยามจะมาเฝ้าอาหารเลยละ

    จะชิวไปหน่อยมั้ยนั้น?

    “เอ๊~ นั่นใครนะ? ”

    ในตอนนั้นเองที่มีหลุมนูนสูงปรากฏขึ้นมาทางด้านข้าง

    พวกเผ่าสี่แขนจำนวนมากต่างกรูกันออกมา

    เผ่าเดียวกับคุณสเลบที่เคยจับมัดหนูเป็นตัวประกันเอาไว้

    “เสบียง! เป้าหมายคือเสบียง! ”

    พวกเขาพูดด้วยภาษาของเขาเองว่า [เสบียง ๆ]

    คงหิวกันสินะคะ?

    “นี่ ๆ ถ้าหิวละก็เชิญหยิบไปกินได้ตามสบายเลยน้า~ พวกเขาบอกหนูว่าเสบียงพวกนี้ทานได้ตามสบายเลยละ~”

    “... เธอคือ? ”

    เผ่าสี่แขนสูงร้อยห้าสิบเซนติเมตรที่ดูเป็นหัวหน้าเดินเข้ามาถาม

    “หนูชื่อเปอร์ไซด์ เป็นเผ่าปักษาที่พูดได้ทุกภาษา ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ อาหารของพวกปีกแสงอร่อยมากเลยละ~ มาทานด้วยกันเถอะค่ะ~”

    “เออ… พวกเราไม่ได้…”

    หนูไม่สนคำประท้วงแล้วเอาขนมที่เรียกว่า [เค้ก] ยัดเข้าปากของเขาไปเลย~

    “อุ๊ป!? ทำอะไร--- เออ อร่อยดีแฮะ”

    “ใช่ม้า~ มาจัดปาร์ตี้ขนมหวานกันเถอะ! ”

    “...เออ”

    คุณสี่แขนตรงหน้าดูสับสนเล็กน้อย ก่อนที่จะหันไปพึมพำบางอย่างกับตัวเอง

    “งั้นเดียวพวกเราจะขนอาหารพวกนี้เอาไปกินกันใต้ดิน…”

    “อือ! ถ้าไม่พอบอกนะ หนูรู้สถานที่เก็บเสบียงจุดอื่นที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ด้วยละ! ”

    “...งั้นรบกวนช่วยนำทางให้ที พวกข้ามีกันเยอะมากเลยละ”

    “ได้เลยค่ะ! ”

    พอหนูบอกตำแหน่งของเสบียงให้พวกเขาอย่างไม่ลังเล

    เพียงพริบตาเดียวกองภูเขาขนมก็หายลงไปในดินแล้ว

    คงหิวโซกันน่าดู น่าสงสารจัง

    “ขอบคุณมากเปอร์ไซด์ ฮะ ฮะ ฮะ”

    “ไม่เป็นไรค่ะ”

    พอเห็นรอยยิ้มที่เปียมสุขของพวกเขา หนูก็พลอยมีความสุขขึ้นมาด้วย

    การทำความดีนี่มันดีจริง ๆ เลยค่ะ

    “ปี้…”

    อือ? ทำไมเจ้าหนูน้อยออกไซด์จ้องมองแม่ด้วยสายตาแบบนั้นกันละ?



    ***ราชินีแห่งความหยาบคาย [แฟต]

    “มืดแล้วหรือ? ”

    วันที่สี่สิบเอ็ดกำลังจะจบลงแล้ว

    สามวัน… ช่างเป็นสามวันที่ชวนปวดหัวยิ่งนัก

    กองทัพซึ่งกระจายไปสามทิศเพื่อทำลายเสบียงของศัตรูนั้น ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำหน้าที่ได้ลุล่วงหรือไม่

    “ (รายงานท่านราชินีแฟต พบสัตว์ยักษ์บินได้ที่ทางเหนือสองตัวครับ!) ”

    “ (รับทราบ เจ้าจงส่งหน่วยสอดแนมเฝ้าระวังภัยต่อไป และถึงทุกหน่วย คงได้ยินกันแล้วสินะ? พวกเจ้าจงรีบเร่งสร้างทางวงกตให้เสร็จภายในวันนี้ ถ้าไม่เสร็จ ห้ามพักเด็ดขาด!) ”

    มีเสียงบ่นอิดออดดังแทรกตามมา แต่ฉันคงอ่อนข้อให้พวกมดระดับสูงไม่ได้

    ทิศเหนือคือทิศของพวกปีศาจยักษ์ที่สามารถใช้งานสัตว์ยักษ์ในสงคราม

    พวกมันคงส่งสัตว์บินได้มาสอดแนมสภาพของฝั่งเรา

    และมีเพียงแค่กองทัพทิศเหนือ ที่ไม่ค่อยมีทหารถูกส่งมาเกิดใหม่

    อาจตีความได้ว่าพวกมันเลี่ยงการปะทะ แล้วกำลังวางแผนหาจุดอ่อนเพื่อเข้าตีพวกเราทีเดียวก็ว่าได้

    บางทีคงต้องส่งคนไปเรียกกองทัพสามแสนพวกนั้นกลับมา…

    แต่ถ้าหากว่านั่นเป็นการซ้อนแผนของศัตรูเพื่อดึงให้ฉันดึงกองทัพกลับมาละ? แล้วพวกมันก็ใช้เวลานั้นเดินทัพบุกประชิดเมืองได้ละ?

    ปวดหัวจริงน้อ...

    “บางทีพวกปีศาจยักษ์อาจจะมาถึงเร็วกว่าที่คิด…”

    การโจมตีทางบกไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร เพราะตอนนี้เส้นทางวงกตถูกสร้างเสร็จไปถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นแล้ว

    จะมีก็แค่การระวังภัยทางอากาศเท่านั้น

    “ (ราชินีบอส [หญ้าเมา] ที่ฉันสั่งเอาไว้เมื่อวันก่อนได้เตรียมพร้อมเอาไว้แล้วหรือยัง?) ”

    “ (เจ้าหญ้าประหลาดที่ใช้สูบแทนยาสูบของโลกเราพวกนั้นนะหรือ? เตรียมเอาไว้พร้อมแล้ว แต่มันจะได้ผลจริงนะหรือ?) ”

    “ (ไม่ลองไม่รู้ ให้พวกเขาขนไปวางในตำแหน่งได้ ส่วนราชินีฟรีด้า อาวุธใหม่ของเจ้านะ ถ้าปรับแต่งบางอย่างออก มันจะช่วยให้สร้างได้เร็วขึ้นไหม? เอาแค่โจมตีภาคพื้นอากาศได้ก็พอ) ”

    อาวุธลับชิ้นใหม่ที่ราชินีฟรีด้าเคยพูดถึงนั้น ฉันได้เห็นตัวรุ่นต้นแบบแล้ว

    มันเป็นอาวุธที่วิเศษมาก เป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยซึ่งรวบรวมมาจากอาวุธของปีศาจน้อยกับปีศาจแสงเอาไว้เข้าด้วยกัน

    ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคือกุญแจนำสู่ชัยชนะ

    แต่การผลิตมันช้า ช้ามาก ฉันจึงอยากให้เธอปรับแต่งบางอย่างออกเพื่อใช้งานได้ทันเวลาที่ถูกบุก

    “ (ได้สิ แต่ความทนทานกับประสิทธิภาพจะลดลงนะ) ”

    “ (... เอาแบบนี้ โมเดลตัวใหม่ที่ปรับปรุงให้ผลิตมาก่อนหนึ่งหมื่นชิ้น ส่วนตัวสมบูรณ์ให้แยกไลน์การผลิตออกไปต่างหาก แบบนี้ว่ายังไง?) ”

    “ (แบบนั้นน่าจะได้ ฉันเห็นด้วย ราชินีโอเปอร์ว่ายังไง?) ”

    “ (ถ้าตามโมเดลใหม่ สามารถทำเสร็จได้ภายในห้าวันข้างหน้า) ”

    “ (ดี งั้นเริ่มดำเนินการได้เลย) ”

    หลังจากปรับเปลี่ยนแผนการตามสถานการณ์เสร็จ ฉันก็นั่งพักลงบนเตียงดินพร้อมกับยกน้ำชาขึ้นมาดื่ม

    เหนื่อย… พอไม่มีขุนพลสเลบอยู่ข้างกายแล้วฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัยเลย

    แต่เขายังมีภารกิจอยู่ ถ้าเป็นไปตามที่ฉันเดาเอาไว้ แผนการของเขาจะต้องเป็นกุญแจสู่ชัยชนะแน่นอน

    “หวังว่าชุดเกราะนั้นจะส่งไปถึงสเลบแล้วนะ…”

    ฉันพึมพำเช่นนั้นพร้อมกับมองลอดผ่านหน้าต่างออกไปยังท้องฟ้ายามราตรีในทิศตะวันตก



    ***ตัวประกอบเผ่าอาร์โธร์โพดา

    ปมคือมดทาสงับ

    เกิดมามีฐานะต่ำต้อยที่สุด แถมยังไม่มีใครสนใจปมด้วยงับ

    เคยคิดเล่น ๆ ว่าสักวันอยากทำภารกิจที่ยิ่งใหญ่ให้สมกับคุณค่าที่เกิดมา

    แล้ววันนั้นก็มาถึง

    ท่านราชินีแฟตให้ปมเอาชุดเกราะที่เป็นอาวุธใหม่รุ่นต้นแบบ ไปส่งให้ถึงมือสเลบที่น่าจะอยู่ในแดนศัตรูทางทิศตะวันตก

    เป็นภารกิจลับที่ต้องใช้ปมผู้จืดจางเพียงคนเดียวในการเอาของชิ้นนี้ไปส่งให้ถึงมือเขา

    ใช้เส้นทางสายมรณะใต้ดินมาครึ่งเส้นทาง แล้ววิ่งอ้อมกองทัพศัตรูเพื่อหาทางข้ามแม่น้ำไปหาท่านขุนพลสเลบ

    หลังจากเดินมาได้สามวัน ในที่สุดปมก็มาถึงแม่น้ำเสียที

    แม่น้ำที่กว้างหลายกิโลเมตรตรงหน้านั้น มีกระแสที่เชี่ยวกรากมาก

    ปมจึงเดินข้ามสะพานมางับ

    โชคดีที่บนสะพานไม่มีใครเลย ปมจึงข้ามมาได้แบบง่าย ๆ

    แต่ว่ารางเหล็กคู่บนสะพานนี้มันคืออะไรกันงับ?

    ด้วยความสงสัย ปมเลยเดินคร่อมรางมาโดยไม่รู้ตัว

    “เสียง? ”

    ในตอนนั้นเองที่มีเสียงดัง [กะฉึกกะฉักปู้น ๆ] มาแต่ไกล

    เสียงอะไรกันงับ?

    ปมยืนมองบางสิ่งที่วิ่งมาบนราง

    แรงสั่นน่ากลัวได้สะเทือนมาถึงหนวดรับสัมผัสตรงหัว

    “เหวอ? ”

    บางสิ่งที่เป็นโลหะขนาดยักษ์ได้วิ่งพุ่งตรงเข้ามา

    มันส่งควันสีดำพวยพุ่งขึ้นท้องฟ้าพร้อมเสียงดังกังวาล

    มันเร็วมากจนปมหลบไม่ทัน

    แล้วร่างของปมก็แหลกเป็นชิ้น ๆ ไปบนรางพร้อมกับสัมภาระที่ปลิวกระจาย

    แง~ ขอโทษด้วยงับท่านราชินีแฟต



    ***นักรบไร้นินทรา [สเลบ]

    “เป็นยังไงบ้าง? ”

    “เส้นทางใต้ดินถูกสร้างเชื่อมไปถึงเมืองหลวงพวกปีศาจน้อยแล้ว กองทัพมดทหารเลวหนึ่งพันนาย พร้อมลงมือปฎิบัติการแล้วครับ”

    “ดีมาก”

    หลังจากที่ฝ่ายแพ้ในศึกตั้งรับอย่างหมดท่าที่ป้อมปราการแฟต ผมก็รีบดำดินหนีออกมาจากสนามรบในทันที

    ผู้โชคดีที่รอดชีวิตกลับมาจากวันนั้นมีเพียงหนึ่งพันคนเท่านั้น

    คำถามคือกองทัพแค่นี้จะเอาไปทำอะไรได้?

    หากฆ่าตัวตายกลับไปเมืองหลวง มันก็แค่เป็นการเพิ่มกองทัพป้องกันหนึ่งพันคนเท่านั้น

    ดังนั้นผมจึงใช้กองทัพนี้เล่นแผนกองโจรในดินแดนของศัตรูแทน

    ผมให้ลูกน้องกระจายตัวสร้างเส้นทางใต้ดินจนกระทั้งพบกับเมืองหลวงของพวกปีศาจน้อย

    และในคืนนี้ผมคิดว่าจะเริ่มแผนการโจมตีศูนย์หลักของพวกมัน

    ความจริงสามารถลงมือทำได้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ผมคิดว่าอย่างท่านราชินีแฟตคงรู้ว่าผมจะทำอะไร เลยรอเวลามาอีกหนึ่งวัน เพื่อว่าจะมีความช่วยเหลือสักอย่างมาจากท่าน

    แต่กลายเป็นว่าไม่มีเลย

    ผมคงมองโลกในแง่ดีไปหน่อย

    “แขนด้วยข้างหนึ่งที่ด้วยไป จะไปได้ไกลแค่ไหนกันนะ? ”

    ผมรู้ว่ากองทัพที่ใหญ่ล้นขอบฟ้าเมื่อหลายวันก่อน มีเป้าหมายที่เมืองหลวงของพวกผม

    ในช่วงวิกฤติเช่นนี้ อาจเป็นโอกาสอันดี ที่จะหาทางลอบเข้าฐานของศัตรู

    ผมต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์พวกเรา!

    “เอาละ ทุกหน่วย เริ่มลงมือปฏิบัติการลอบโจมตีได้! ”

    “โอ้! ”

    คล้ายกับเรื่องAge of war ที่คุณอ่าน