ในขณะที่เจียงฉิงฟางกำลังคิดถึงเรื่องการตายของเสิ่นหว่านอวี๋และกำลังคิดว่าจะจัดการกับฉินซิงเหยาอย่างไรดี ทางจ้าวถิงฟงก็กำลังครุ่นคิดว่าเขาควรจะเล่าให้เจียงฉิงฟางฟังหรือไม่ว่าเสิ่นไทเฮาตั้งใจจะส่งสตรีเข้ามาในจวน เจียงฉิงฟางกำลังครุ่นคิดจึงไม่ได้เห็นท่าทีของสามีของนาง ส่วนจ้าวถิงฟงที่กำลังจะเอ่ยเรื่องนี้ให้ฮูหยินของตนเองฟังแต่ก็มัวแต่ลังเลจนสาวใช้เข้ามารายงาน เขาจึงคิดได้ว่าเมื่อครู่นี้ไม่น่ามัวแต่อ้ำอึ้งอยู่เลย
“เรียนท่านแม่ทัพ ฮูหยิน คุณหนูแปดจวนชิ่งกั๋วกงมาขอเข้าพบท่านแม่ทัพและฮูหยินเจ้าค่ะ” ถ้อยคำรายงานของซางผิงทำให้สีหน้าของจ้าวถิงฟงพลันมืดครึ้ม เขาพลันขยับกายลุกขึ้นแล้วเอ่ยออกมาในทันที
“ไม่ให้เข้าพบ บอกกับคุณหนูแปดสกุลเสิ่นว่าข้าและฮูหยินต้องการพักผ่อน หากนางกล้ามาวุ่นวายในจวนข้าจะทำให้นางได้ลิ้มรสคมดาบของข้า” คำพูดและน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจของจ้าวถิงฟงทำให้เจียงฉิงฟางเลิกคิ้วขึ้นแล้วจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดุดัน
“ให้นางเข้ามา! เกิดเรื่องใหญ่กับท่านหญิงเสิ่นเช่นนี้แต่คุณหนูแปดจวนชิ่งกั๋วกงกลับไม่เพียงไม่ไปเคารพศพพี่สาวต่างมารดาแต่นางกลับวิ่งโร่มาจนถึงที่นี่ข้าเองก็อยากจะรู้เช่นกันว่านางมาที่นี่ด้วยเรื่องใด” คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้จ้าวถิงฟงหันมาเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความออดอ้อน
“ฮูหยิน ข้าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ข้าปฏิเสธองค์ไทเฮาไปแล้วและยืนยันกับพระนางไปว่าข้าไม่คิดจะรับสตรีคนใดเข้าจวน คิดไม่ถึงว่าคุณหนูแปดจวนชิ่งกั๋วกงจะใจกล้ามาที่จวนของพวกเราในเวลาเช่นนี้” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็พยักหน้าพลางร้องอ่อ! ออกมา
หากเป็นไปตามเนื้อหาในนิยายจ้าวถิงฟงไม่ได้รับสตรีอื่นเข้ามาในจวนแม้แต่สาวใช้ห้องข้างก็ยังไม่มีสักคน ดังนั้นคำพูดที่เขาเอ่ยออกมานางจึงเชื่อคำโดยไม่คิดจะซักถามต่อ แต่เพราะยามนี้เรื่องราวและตัวละครในนิยายที่นางเคยอ่านได้มีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว นางที่ระมัดระวังความปลอดภัยของคนในครอบครัวมาโดยตลอดย่อมไม่กล้าปล่อยให้มีสิ่งใดผ่านเลยไปโดยที่นางไม่คิดจะสนใจ
“ให้นางเข้ามาเถิด ข้าก็แค่อยากจะรู้ว่าทั้งตัวนาง จวนชิ่งกั๋วกง รวมไปถึงองค์ไทเฮามีจุดประสงค์ใดกันแน่ ทั้งท่านและข้าจะได้ช่วยกันรับมือได้ทันท่วงที” น้ำเสียงที่อ่อนลงของเจียงฉิงฟางทำให้จ้าวถิงฟงพลันใจชื้นขึ้นมา เขารีบส่งสัญญาณให้ซางผิงออกไปเชิญคนเข้ามาในทันที
เสิ่นหว่านหรูเป็นสตรีที่มีใบหน้างดงาม ดวงตากลมโตดุจผลซิ่ง รูปร่างอรชรบอบบางแทบจะปลิวลม เมื่อมองเผินๆ แล้วดูคล้ายกับเจียงฉิงฟางอยู่หลายส่วน ยามที่เจียงฉิงฟางได้เห็นใบหน้าของเสิ่นหว่านหรูในใจก็ได้แต่แอบคิดว่า
‘เหม็นกลิ่นชาเขียวมาแต่ไกลเชียว ตาเฒ่าสกุลเจียงแอบหลบจากหมู่บ้านต้าหนิวมาไข่ทิ้งไว้ในเมืองหลวงหรือไร เหตุใดคุณหนูคนที่แปดของจวนชิ่งกั๋วกงจึงได้มีใบหน้าละม้ายคล้ายข้าได้เช่นนี้’ แต่แน่นอนว่านางทำได้แค่เพียงคิดอยู่ในใจไม่ได้เอ่ยอันใดออกมา ยามนี้สายตาของนางนอกจากจะจับจ้องเสิ่นหว่านหรูแล้วยังแอบเหลือบมองกิริยาของคนเป็นสามีด้วย ในนิยายไม่มีคนอย่างเสิ่นหว่านหรู นางเชื่อว่าหากในนิยายมีเสิ่นหว่านหรูคนอย่างจ้าวถิงฟงคงจะไม่ปล่อยให้ตนเองต้องตกพุ่มม่ายไร้สตรีมาคอยดูแลหรอก
“หว่านหรู คารวะท่านแม่ทัพและฮูหยิน ก่อนหน้านี้เสด็จป้าทรงมีรับสั่งให้ข้าเตรียมตัวเข้าจวนแม่ทัพมาเป็นอนุเพื่อคอยรับใช้ดูแลท่านแม่ทัพและฮูหยิน แต่ในเมื่อยามนี้เกิดเรื่องกับพี่หญิง เสด็จป้าจึงไม่มีพระทัยที่จะจัดพิธีประทานอนุเช่นข้าให้ท่านแม่ทัพ ยามนี้จึงมีเพียงพระเสาวนีย์มอบข้าให้เป็นบ่าวรับใช้ในเรือนแทนเจ้าค่ะ” เสิ่นหว่านหรูเอ่ยพลางยื่นม้วนพระเสาวนีย์ขององค์ไทเฮาขึ้นเหนือศีรษะ หยดน้ำตาเพียงสองหยดที่หลั่งออกมาทำให้ใบหน้างดงดงามของนางดูน่าสงสาร ท่าทีน้อยเนื้อต่ำใจของนางที่แสดงออกมาพอประมาณทำให้เจียงฉิงฟางอดชื่นชมนางไม่ได้ ‘แสดงได้ดี หากอยู่ในโลกของข้าสตรีผู้นี้ต่อให้เป็นตัวประกอบก็คงจะเป็นตัวประกอบที่มีบทบาทสำคัญของเรื่อง’
“บ่าวและสาวใช้ในจวนของข้ามีมากพอแล้ว ข้าไม่รับสาวใช้เพิ่ม ยิ่งเป็นอนุข้ายิ่งไม่คิดจะมี ดังนั้นเจ้ากลับไปทูลองค์ไทเฮาเถิดว่าข้าจ้าวถิงฟงจะขอไปรับโทษที่กล้าขัดพระเสาวนีย์ขององค์ไทเฮา แต่ข้าผู้นี้ไม่คิดจะรับสตรีอื่นเข้าจวนอย่างเด็ดขาด ยิ่งใบหน้าเช่นนี้ข้าขอบอกตามตรงว่ายิ่งไม่มีทาง” จ้าวถิงฟงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ทำให้เจียงฉิงฟางอดรู้สึกชื่นชมท่าทีเช่นนี้ของเขาอยู่ในใจไม่ได้
‘สตรีที่งดงามเช่นนี้มีในจวนแค่เพียงคนเดียวก็พอแล้ว หากมีอีกข้าเกรงว่าจะรับปัญหาที่พวกเจ้าสร้างให้ข้าไม่ไหว’ นี่คือความคิดของจ้าวถิงฟงตอนที่มองเสิ่นหว่านหรู ยิ่งนางมีใบหน้าเหมือนเจียงฉิงฟางมากเพียงใดในใจก็เขาก็ยิ่งรู้สึกต่อต้าน แม้ว่าเขาจะมีความคิดตื้นเขินมากเพียงใดแต่เขาก็ไม่คิดจะเอ่ยออกมาอย่างเด็ดขาด ดังนั้นคำพูดที่เขาเอ่ยออกมาให้ผู้อื่นได้ยินก็มีเพียงแค่คำว่า
“ในใจของข้ามีแค่เพียงฮูหยินของข้าเพียงผู้เดียว ไม่คิดจะรับสตรีอื่นเข้ามาอีก แม้ว่าเจ้าจะเข้ามาเป็นสาวใช้ก็ไม่ได้ ข้าไม่อยากให้เรื่องนี้กระทบกับจิตใจอันบอบบางของฮูหยินของข้า” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็ไม่ยอมให้เสียหน้าอาชีพเดิมของตนเองรีบแสดงสีหน้าและท่าทางที่ทั้งซาบซึ้ง ชื่นชมและหวั่นเกรงว่าจะทำให้สามีของตนต้องเดือดร้อน
“ท่านพี่ ท่านไม่กลัวว่าจะต้องได้รับพระอาญาโทษฐานที่ขัดพระเสาวนีย์ขององค์ไทเฮาหรือเจ้าคะ อีกอย่างคุณหนูเสิ่นผู้นี่ก็หน้าตางดงามมาก แม้ว่าจะยังเทียบเคียงกับใบหน้าของข้าไม่ได้ แต่ก็มีความคล้ายคลึงระดับหนึ่งน่าเสียดายหากจะต้องมอบนางให้ไปเป็นอนุของจวนอื่น” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางปรายสายตามามองใบหน้าของเสิ่นหว่านหรูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งร้ายทำให้เสิ่นหว่านหรูรีบเสแสร้งทำเนื้อตัวสั่นเทาอย่างน่าสงสารในทันที
“หากฮูหยินรังเกียจใบหน้าของข้า ข้าก็ยินดีจะทำลายรูปโฉมของตนเองเพื่อท่านเจ้าค่ะ” เสิ่นหว่านหรูเอ่ยพลางดึงปิ่นของตนเองออกมาทำท่าทางราวกับว่าจะกรีดใบหน้าของตนเองให้เสียโฉม เจียงฉิงฟางรีบส่งสายตาให้ซางผิงไปแย่งปิ่นปักผมในมือของเสิ่นหว่านหรู ซางผิงที่ระมัดระวังเสิ่นหว่านหรูอยู่แล้วรีบขยับเข้าไปแย่งปิ่นมาถือเอาไว้อย่างง่ายดายแล้วรีบถอยห่างออกมาเพื่อไม่ให้เสิ่นหว่านหรูสบโอกาสใส่ร้ายว่าตนเองถูกสาวใช้อย่างตนทำร้ายเข้า
“ซางผิง นั่นเลือดใช่หรือไม่!” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางชี้นิ้วมาที่ซางผิง นางอยู่กับเจียงฉิงฟางมานานย่อมจะเข้าใจความต้องการของเจ้านายดี เมื่อเจียงฉิงฟางบอกว่ามีเลือดนางก็รีบทำให้มีเลือดในทันที ฝ่ามือที่กำปิ่นปักผมเอาไว้พลันขยับเล็กน้อยเพื่อให้ปลายอันแหลมคมของปิ่นก่อให้เกิดบาดแผลที่ฝ่ามือ
“บาดแผลเพียงเล็กน้อยเจ้าค่ะ” ซางผิงเอ่ยพลางยื่นฝ่ามือออกมาบาดแผลบนฝ่ามือของนางทำให้เจียงฉิงฟางพลันมีสีหน้าเจ็บปวดในทันที
“ใครก็ได้พาซางผิงไปทำแผลให้ข้า เลือด! โอย ยามนี้ข้าทนเห็นเลือดไม่ได้ผู้ใดก็ได้ไปตามหมอหลวงมาให้ข้าที ข้าทนเห็นเลือดไม่ได้...” เมื่อเอ่ยจบเจียงฉิงฟางก็แสร้งหมดสติลงในทันทีจ้าวถิงฟงที่อยู่ใกล้ๆ รีบคว้างร่างของนางเอาไว้ เขามีท่าทีตื่นตกใจหากไม่ใช่เพราะเห็นว่ามุมปากของนางมีรอยยิ้มอยู่เขาคงจะสั่งฆ่าเสิ่นหว่านหรูไปแล้ว แต่เพราะคิดได้ว่าเจียงฉิงฟางน่าจะอยากทำให้เป็นเรื่องใหญ่เขาจึงรีบให้ความร่วมมือในทันที
“คุณหนูแปดสกุลเสิ่น แค่เจ้าย่างเท้าเข้ามาในจวนก็ทำให้ฮูหยินของข้าตกใจจนสิ้นสติไปแล้ว หากข้ายังกล้ารับเจ้าเข้าจวนมาอีกก็ไม่รู้ว่าวันหน้าจวนของข้าเกิดเรื่องสักเพียงใด หานตง เจ้าควบคุมตัวคุณหนูเสิ่นไปที่วังหลวงแล้วไปร้องเรียนกับฝ่าบาทว่าองค์ไทเฮาคิดจะก่อกวนเรือนหลังของข้า พระนางส่งตัวปัญหาผู้นี้มาเพื่อหวังทำร้ายสุขภาพร่างกายและจิตใจของฮูหยินของข้า หากฝ่าบาททรงไม่จัดการเรื่องนี้ให้ข้า ข้าจะขอออกหน้าจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้มุมปากของเจียงฉิงฟางก็พลันกระตุก เดิมทีนางแค่จะเสแสร้งสร้างความวุ่นวายเพื่อข่มขู่เสิ่นหว่านหรู แต่ในเมื่อจ้าวถิงฟงคิดจะออกหน้าขัดแย้งกับองค์ไทเฮาอย่างใหญ่โตเช่นนี้ นางก็ทำได้แค่เพียงต้องแสร้งหมดสติยาวๆ จนกว่าคนของสำนักแพทย์หลวงจะมาถึงเพียงเท่านั้น