ใครจะไปคาดคิดได้ว่าเจ้าอ้วนผู้ไม่มีอะไรดีผู้นี้นั้นมันจะได้ครอบครองสัตว์อสูรระดับ 8 ต่อให้พูดเป็นพันเป็นหมื่นครั้งก็ย่อมไม่มีใครเชื่อถืออย่างเด็ดขาด พวกที่ครอบครองสัตว์อสูรระดับ 8 นี้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ของทวีปทั้งสิ้นก่อนที่พวกมันจะจบชีวิตลงล้วนแล้วแต่ฝากชื่อเสียงทิ้งไว้เป็นตำนาน แม้แต่ตัวตนที่ครอบครองสัตว์อสูรระดับ 8 ในยุคปัจจุบันนี้นั้นพวกมันแล้วแต่เป็นตัวตนที่น่าหวาดกลัวทั้งสิ้นไม่ว่าใครต่างก็มองไม่ออกเลยว่าหากปล่อยให้เจ้าอ้วนผู้นี้เติบใหญ่ขึ้นมันจะเป็นตัวตนระดับใด เจ้าห่าวอู๋ผู้นี้นั้นเป็นผู้ที่ไม่ได้มีพรสวรรค์โดดเด่นอะไรมากนัก ตัวของมันนั้นจืดจางอย่างถึงที่สุดไม่ต่างอะไรศิษย์รุ่นเยาว์คนอื่น ใครจะไปคาดคิดได้ว่าตระกูลพ่อค้าที่ไม่ได้เก่งกาจในการสู้รบอะไรมากนักจะสร้างบุตรหลานเช่นนี้ได้“เจ้าเด็กนี่ก็เกี่ยวข้องกับหลินเทียนอีกแล้วอย่างงั้นเหรอ” ผู้อำนวยการชิงหลงกล่าวออกมาด้วยความแปลกใจ มันจะไม่ดูผิดปกติไม่หน่อยเหรอที่ผู้มีความสามารถแฝงนั้นล้วนแล้วแต่เป็นคนใกล้ชิดกับหลินเทียนทั้งสิ้น“ใช่เจ้าอ้วนผู้นี้มันคือสหายสนิทของเจ้าหนุ่มหลินเทียน ข้าเคยพบเห็นมันมาหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรกับมันมากมายนักใครจะไปคาดคิดได้ว่าสัตว์อสูรในพันธสัญญาจะเป็นถึงสัตว์อสูรระดับ 8” ฉินอู๋โหย่วนั้นเคยพบเจ้าอ้วนห่าวอู๋อยู่หลายครั้งในช่วงเวลาที่ตนเองไปพบกับหลินเทียน“อะไรกันก่อนหน้านี้ก็จูหยวนจาง แล้วมาตอนนี้ยังจะมาเป็นเจ้าอ้วนอีก” จูหยวนจางนั้นเป็นถึงผู้ครอบครองกายาอสูรในตำนาน ส่วนเจ้าอ้วนผู้นี้เป็นถึงผู้ครอบครองสัตว์อสูรระดับ 8 ไม่ว่าใครหากมันเติบใหญ่คน ตัวของมันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าพวกนี้มันจะต้องเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่เป็นแน่“มันอาจจะเป็นชะตาฟ้าลิขิต หลินเทียนเป็นถึงผู้มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาว ในเมื่อตัวของเขาเป็นผู้ถือเลือกบรรดามิตรสหายที่ตัวเขารู้จักจะเป็นบุคคลธรรมดาไปได้อย่างไร” ฉินอู๋โหย่วนั่นมีความเชื่อในเรื่องโชคชะตาอย่างถึงที่สุด และสิ่งนี้เองก็เป็นตัวอธิบายหลักการและเหตุผลได้ดีที่สุดแล้ว“โรงเรียนดาราสวรรค์ของพวกเรานั้นตกต่ำมานาน ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าเด็กพวกนี้มันจะช่วยกอบกู้ชื่อเสียงของทางโรงเรียนเราหากข้าต้องตกตายไปนับว่าไม่เสียดายแล้ว” ยิ่งวันเวลาผ่านไปนานวันเท่าไหร่ผู้อำนวยการชิงหลงยิ่งจะมีแต่อยากที่จะฝากความหวังไว้กับหลินเทียน เพราะเจ้าเด็กแสบผู้นี้นั้นสร้างเรื่องเหลือเชื่อมากมาย
พิธีพันธสัญญาอสูรเป็นไปอย่างต่อเนื่องเด็กรุ่นเยาว์น้อยคนนักที่จะได้สัตว์อสูรระดับ 5 ขึ้นไป ผู้คนโดยส่วนมากจะได้ครอบครองสัตว์อสูรเพียงแค่ระดับ 1-2 เสียมากกว่าเรื่องพวกนี้นั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ปกติอย่างถึงที่สุด และโรงเรียนจอมเวทที่อื่นนั้นก็มีสภาพที่ไม่แตกต่างกันมากนักหลินเทียนในยามนี้นั้นพยายามอย่างถึงที่สุดที่จะทำให้จิตใจของตนเยือกเย็นในความคิดของตนนั้นผู้ที่จะสามารถครอบครองสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งได้นั้นจำเป็นที่จะต้องมีพลังจิตที่แข็งแกร่ง“คนต่อไป หลินเทียน” ผู้อาวุโสกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เนิบช้าดูเหมือนว่าสภาพของมันในยามนี้นั้นเหนื่อยอ่อนอยู่มิใช่น้อย เพราะตัวของผู้อาวุโสท่านนี้นั้นเป็นผู้ควบคุมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ตลอดทั้งวัน“ขอรับ” หลินเทียนค่อยๆก้าวเดินอย่างช้าๆที่ด้านหน้าของตนในยามนี้นั้นมีแท่นอักขระที่ดูเก่าแก่โบราณ พร้อมทั้งมีวัตถุที่แหลมคมตัวของหลินเทียนนั้นกรีดอย่างบรรจงไปที่มือของตนจนเลือดของเด็กหนุ่มนั้นหลั่งไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย เขาค่อยๆหยดเลือดไปที่แท่นอักขระอย่างช้าๆ หลังจากนั้นไม่นานเกิดแสงสีเหลืองทองสว่างจร้าไปทั่วทั้งห้องโถงผู้คนบริเวณโดยรอบถึงกับเอามือปิดตาตัวเองก็เต็มไปหมดเพราะแสงสว่างในครั้งนี้นั้นมันสว่างไสวมากจนเกินไปจนไม่สามารถที่จะมองภาพที่เบื้องหน้าของตนได้
ทางด้านของหลินเทียนในยามนี้นั้นดวงจิตของเขาถูกดึงดูดมายังสถานที่แห่งหนึ่งมันเป็นสถานที่ห่างไกลที่ไม่มีผู้ทำพันธสัญญาคนไหนที่จะเคยมีโอกาสเหยียบเท้าเข้ามาตัวของหลินเทียนผู้นี้นั้นนับว่าเป็นคนแรกในรอบหลายแสนปี ภาพที่เบื้องหน้าของหลินเทียนในยามนี้นั้นมีน้ำตกขนาดยักษ์พร้อมทั้งมีเหล่ารูปปั้นสัตว์อสูรมากมายหลายสิบตนความสูงของพวกมันนั้นเกือบจะถึง 10 เมตรได้ใบหน้ารูปลักษณ์ของพวกมันแต่ละตัวตนนั้นน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมากแม้แต่ตัวของหลินเทียนเองดวงจิตของมันถึงกับสั่นคลอน“กร๊ากกก ฮ่า ฮ่า ในที่สุด ในที่สุด ตัวของข้านั้นจะได้มีอิสระ” น้ำเสียงหัวเราะที่ชั่วร้ายที่สุดเท่าที่หลินเทียนจะเคยค้นพบหรือจะเคยได้ยิน นี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่ตัวของหลินเทียนนั้นเคยได้ยินเสียงนี้ มันดังออกมาจากรูปร่างตนหนึ่งรูปลักษณ์ของมันนั้นไม่ต่างอะไรไปจากมนุษย์เลยแต่ร่างกายของมันนั้นสูงใหญ่เป็นอย่างมาก รูปปั้นหินตนนี้นั้นค่อยๆเปราะแตกขึ้นมาอย่างช้าๆหลังจากนั้นไม่นานจึงๆค่อยๆปรากฏกายเป็นร่างเนื้อของมัน“เจ้าเป็นใคร” หลินเทียนกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความตึงเครียดอย่างถึงที่สุด“ผู้คนต่างเรียกข้าว่า อสูรรัตติกาล” น้ำเสียงที่มันกล่าวออกมานั้นเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจสูงสุดอายุของมันในยามนี้นั้นไม่ต่ำกว่า 1 แสนปี ก่อนที่ตัวของมันจะถูกผนึกนั้นเจ้าสัตว์อสูรตัวนี้นั้นติด 1 ในรายนามที่เป็นตัวตนที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติที่ศาสตร์ไม่มีผู้ใดที่จะสามารถสับสังหารมันได้ ผู้คนภายในยุคโบราณนั้นทำได้แต่ผนึกมันเท่านั้นแต่คาดไม่ถึงว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะเกิดขึ้นอีกครั้ง“เจ้าบัดซบ เป็นเจ้าไปได้อย่างไร ทำไมเจ้าตัวตนที่เน่าเหม็นเช่นเจ้าทำไมถึงยังไม่ตาย นี่เจ้าจะจองล้างจองผลาญข้าไปถึงไหนเจ้าสารเลว” ยังไม่ทันที่ตัวของหลินเทียนจะได้ตอบสนองอะไร เจ้าสัตว์อสูรร้ายตนนี้ถึงกับสติแตกขึ้นมาอย่างชัดเจน เพราะดูเหมือนว่าใบหน้าของหลินเทียนนั้นจะเหมือนคนผู้หนึ่งที่มันรู้จักและดูเหมือนว่าคนผู้นั้นจะผนึกมันไว้ภายในสถานที่แห่งนี้มานานนับแสนปี ไม่ว่าอย่างไรตัวของมันนั้นก็ไม่ยอมที่จะถูกกักขังอย่างเด็ดขาด เจ้าสัตว์อสูรตัวร้ายที่เคยสับสังหารผู้คนมานับแสนนับล้านคนมาบัดนี้ตัวของมันกลับมาหวาดกลัวเด็กรุ่นเยาว์ผู้หนึ่ง“เจ้าพูดอะไรของเจ้ากันข้าไม่เห็นรู้เรื่อง” ถึงแม้ว่าเจ้าสัตว์อสูรตนนี้จะดูแล้วน่าสะพรึงกลัวอยู่บ้างแต่ตัวหลินเทียนนั้นก็ไม่เข้าใจตัวเองเช่นกันเวลาผ่านไปชั่วอึดใจความรู้สึกหวาดกลัวภายในใจเขาล้วนแล้วแต่ดับหายไปจนหมดสิ้น แต่ก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่ตนเองรู้สึกคุ้นเคยกับเจ้าสัตว์อสูรตนนี้ทั้งที่ตนเองพบกับมันเป็นครั้งแรก“ไอ้บัดซบ ทำข้าเจ็บแสบถึงขนาดนี้แต่ตัวเจ้ากับจำข้าไม่ได้อย่างงั้นเหรอ” อสูรรัตติกาลกล่าวออกมาด้วยความโกรธเคืองอย่างถึงขีดสุด“อ๊ากกก แล้วไอ้เจ้าอักขระอัปลักษณ์นี่มาอยู่บนกายข้าตั้งแต่ตอนไหน บัดซบที่สุด บัดซบที่สุด ดีข้าจะบดขยี้ดวงจิตของเจ้าซ่ะ” เจ้าสัตว์อสูรตนนี้นั้นพยายามที่จะบดขยี้ดวงจิตของหลินเทียนแต่มันก็ไร้ผล สัตว์อสูรที่ทำพันธสัญญาต่อผู้เป็นนายนั้นไม่สามารถที่จะทำร้ายผู้เป็นนายได้อย่างเด็ดขาดมิเช่นนั้นดวงจิตของมันจะต้องแตกเป็นเสี่ยงๆ เจ้าสัตว์อสูรที่ชั่วร้ายตนนี้ถึงกับนอนไปชักดิ้นชักงอกองไปลงกับพื้น“ข้าไม่รู้ว่าข้าเคยไปทำให้เจ้าโกรธเคืองตั้งแต่ตอนไหน เอาเป็นว่าข้าขอโทษเจ้าก็แล้วกันถึงข้าจะไม่รู้ว่าตนเองนั้นทำความผิดอะไร” หลินเทียนนั้นอดที่จะตื่นตะลึงมิได้ที่เจ้าสัตว์อสูรตนนี้นั้นถึงกับทรงพลังมากถึงขนาดนี้เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความสามารถของมันนั้นอยู่ที่ระดับใดกันแน่“ขอโทษอย่างงั้นเหรอ กร๊ากกก ฮ่า ฮ่า ฮ่า ได้…ข้ายินดีรับคำขอโทษจากเจ้า ข้าไม่ยอมเน่าตายอยู่ที่นี่อีกเป็นอันขาด การเป็นอสูรรับใช้ของเจ้านั้นเป็นเรื่องที่ตัวของข้านั้นรังเกียจอย่างถึงที่สุด แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นมันก็ทำให้ข้าได้ออกไปสู่โลกภายนอกบ้าง” ที่โลกภายนอกนั้นกลิ่นอายพลังอันชั่วร้ายนั้นออกมาจากที่ร่างของหลินเทียนทำให้ผู้คนนั้นถึงกับอึดอัดและหวาดกลัว“ฮ่า ฮ่า ในที่สุด ในที่สุดข้าก็ออกมาจากโลกภายนอกแล้ว จงขุกเข่าต่อหน้าข้าซ่ะเจ้าพวกสวะ” ท่ามกลางความมืดมิดเสียงกู่ร้องของเจ้าสัตว์อสูรตนนี้ดังขึ้นมาจากที่ข้างกายของหลินเทียนอึก อึก ตู๊มมม ตู๊มมมม เหล่าศิษย์รุ่นเยาว์และผู้อาวุโสเป็นจำนวนไม่น้อยที่ถึงกับต้องคุกเข่าลงอย่างไม่ทันตั้งใจมวลมีพลังอันมหาศาลกดทับมาที่ร่างของตนมีเพียงแต่มหาเวทที่เก่งกาจเท่านั้นที่จะสามารถฝืนรั้งแรงกดดันนี้ได้“หลินเทียนเจ้ารีบสั่งหยุดเจ้าสัตว์อสูรตนนี้ซ่ะ” ผู้อำนวยการชิงหลงรีบบอกกล่าวกับหลินเทียน ตัวของเขานั้นไม่รู้เลยว่าเจ้าสัตว์อสูรที่อยู่ด้านข้างของหลินเทียนนั้นเป็นตัวอะไรหรืออยู่ระดับใดกันแน่แต่ที่ตัวของเขาสามารถสัมผัสได้อย่างมันคือตัวตนที่ชั่วร้ายและเป็นอันตรายเป็นอย่างมาก“หยุดการกระทำของเจ้าซ่ะมิเช่นนั้นเจ้าจะไม่ได้ออกมาสู่โลกภายนอกอีก” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เงียบขรึมอย่างถึงขีดสุด“อย่าโกรธกันซิ ข้าเพียงแค่ทักทายพวกมันเท่านั้น นายท่านผู้ยิ่งใหญ่เช่นข้าออกมาสู่โลกภายนอกทั้งทีจะไม่ให้ข้าประกาจตัวอย่างยิ่งใหญ่ได้อย่างไร หื่อ….ไอ้บัดซบ ไอ้บัดซบ เจ้าหนู ทำไมตัวตนที่สง่างามเช่นข้าทำไมถึงมีตัวเล็กจิ๋วเช่นนี้” หลังจากที่มันกล่าวอย่างอารมณ์ดีได้ไม่นานหลังจากนั้นตัวของมันก็ต้องมาตื่นตกใจกับสภาพร่างของตัวเองตัวตนของมันเป็นตัวตนที่สง่างามแท้ๆแต่สภาพของมันในยามนี้นั้นไม่ต่างอะไรไปจากภูติตัวน้อยที่มีขนาดเล็กจิ๋วเท่าฝ่ามือเท่านั้น ที่พลังของมันลดลงถึงขนาดนี้นั้นเป็นผลมาจากพลังของหลินเทียนในยามนี้นั้นน้อยนิดจนเกินไปจนทำให้ตัวของมันที่เป็นสัตว์อสูรในพันธสัญญามีระดับความแข็งแกร่งลดน้อยลงด้วยมันจะกลับมาแข็งแกร่งขึ้นได้อีกครั้งก็ต่อเมื่อหลินเทียนมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นหวืดดด หวืดดด หลินเทียนส่งมันกลับเข้าไปภายในดวงจิตของตนในทันที“นี่มันเกิดอะไรขึ้น เจ้าภูตตัวจิ๋วนั่นมันเป็นคนทำอย่างงั้นเหรอ” เหล่าศิษย์รุ่นเยาว์และผู้อาวุโสนั้นกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แตกตื่นอย่างถึงที่สุดพลังแรงกดดันเมื่อครู่นั้นช่างน่าสะพรึงกลัวนัก ช่างขัดกับรูปร่างที่เล็กจิ๋วของมัน