กำเนิดราชันย์แห่งจอมเวท

    ตอนที่ 45 เพลิงความแค้น

         บรรยากาศบนเวทีประลองในตอนนี้เต็มไปด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบ  มันไม่เหมือนการประลองเลยแม้แต่น้อย มันคล้ายกับพวกมันทั้งสองกำลังจะฆ่าฟันกันให้ตกตายไปเสียมากกว่า ความแค้นในจิตใจของพวกมันทั้งสองลุกโชนราวกับเปลวเพลิงที่ไม่อาจจะมอดดับลงได้  แม้พวกมันจะมาจากตระกูลเดียวกันแต่มันไม่มีความรู้สึกเป็นมิตรต่อกันเลยแม้แต่น้อย มันมีเพียงความเคียดแค้นและความเกลียดชังเท่านั้นที่อยู่ในจิตใจของพวกมัน 

     

         “ ข้ารอวันนี้มานานแล้ว วันที่จะได้กำจัดเศษสวะแบบเจ้าให้หมดไปจากตระกูลสการ์เชียซะ “

     

          เสียงของมาเชลที่พูดออกมาด้วยความเกลียดชังที่มีต่อแอเรียส

     

         “ เจ้ารู้ไหมการที่ข้าจะเด็ดหัวเจ้าออกมามันง่ายซะยิ่งกว่าการที่ข้าหายใจเสียอีก“

     

         แอเรียสแสยะยิ้มพร้อมพูดออกไปด้วยความน้ำเสียงเย็นชา ดวงตาคู่นั้นยามที่จ้องมองไปยังคู่ต่อสู้เต็มไปด้วยรังสีสังหาร  

     

         “ เจ้าคิดว่าเพียงแค่เจ้าเป็นระดับผู้ใช้มนตราแล้วจะทำให้ข้าหวาดกลัวอย่างนั้นรึ  ฮ่าๆๆ อย่าลำพองไปนักแอเรียส ในการต่อสู้มันไม่ได้วัดกันแค่เพียงระดับของพลังเวทหรอก แล้วข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงมันเป็นยังไง  ไปตายซะเจ้าเศษสวะ !! “

     

          มาเชลหัวเราะออกมาคล้ายกับผู้เสียสติตอนนี้ความโกรธแค้นครอบงำมันจนจะกลืนกินสติมันไปเสียแล้ว เพียงแค่มันเห็นใบหน้าของแอเรียสมันก็ย้อนนึกไปถึงวันที่มันต้องถูกคุมขังอยู่ในครานั้น  ความเกลียดชังที่บ่มเพาะอยู่ในจิตใจของมันราวกับปีศาจร้ายที่พร้อมจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาได้ทุกเมื่อ ตอนนี้ภายในใจมันมีเพียงความโกรธแค้นและความต้องการล้างแค้นเท่านั้น 

     

         ทันใดนั้นมาเชลก็นำของบางสิ่งออกมาจากแหวนมิติ  มันเป็นหอกยาวสีแดงเพลิงเล่มหนึ่ง เพียงสัมผัสไอพลังของมันก็สามารถรับรู้ได้ว่านี่คืออาวุธเวทระดับกลาง  นี่ไม่ใช่อาวุธที่มาเชลเคยใช้ประลองในรอบก่อนๆที่ผ่านมา เดิมทีนี่คือเป็นไพ่ตายที่มันซุกซ่อนเอาไว้เพื่อจะใช้ต่อกรกับนักเวทที่เก่งกาจอย่างลูเซียสหรืออามันโด้  แต่เมื่อมีแอเรียสที่อยู่ดีๆก็โผล่เข้ามาเป็นม้ามืดในงานประลองเป้าหมายของมาเชลก็เปลี่ยนไปทันที  ในรอบที่ผ่านมาแม้จะต่อสู้อย่างยากลำบากเพียงใดมันก็ไม่นำหอกเล่มนี้ออกมาใช้เลยแม้แต่น้อย  ในที่สุดก็ถึงเวลาที่มันจะได้ใช้เสียที

     

        หอกสีแดงเพลิงในมือของมาเชลเรียกเสียงฮือฮาจากงานประลองได้ไม่น้อย นี่เป็นอาวุธเวทระดับกลางอีกชิ้นหนึ่งแล้วที่ปรากฏในงานประลอง  มันเป็นอาวุธเวทระดับกลางเหมือนกันกับดาบของอามันโด้หนำซ้ำมันยังเป็นหอกธาตุอัคคีเหมือนกันกับดาบของอามันโด้อีกด้วย นี่สร้างความไม่พอใจให้กับอามันโด้อยู่ไม่น้อยที่มีผู้มาแย่งความโดดเด่นไปจากมัน 

     

         “ ที่เจ้าพล่ามออกมาเมื่อครู่ก็เพราะว่าเจ้ามีไอ้ของเด็กเล่นพรรค์นี้น่ะรึ เพียงแค่หอกเส็งเคร็งที่หยิบยืมมาจากบิดาเจ้าคิดว่ามันจะใช้จัดการกับข้าได้รึอย่างไรมาเชล   ช่างน่าขัน “

     

         แอเรียสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงดูถูก หอกในมือของมาเชลแอเรียสเองก็เคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่ง มันเป็นหอกที่เมอร์สันเคยใช้เมื่อตอนที่ใช้ต่อสู้กับอัลเบิร์ตเมื่อคราก่อน และหอกนี้ก็ยังฝากรอยแผลไว้ให้กับอัลเบิร์ตอีกด้วย

     

         “ หึแล้วแกจะได้รู้ว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงมันเป็นยังไง “

     

          มาเชลตะโกนออกมาด้วยความโกรธก่อนจะจุดเปลวเพลิงลุกท่วมตัวหอก  มันพุ่งเข้ามาโจมตีแอเรียสทันที  หอกยาวฟาดฟันเข้าหาแอเรียสด้วยความดุดัน แอเรียสสัมผัสได้ถึงความร้อนจากเปลวเพลิงที่ลุกโชนอยู่บนตัวหอก แต่สำหรับเขาแล้วมันก็เพียงกลเด็กเล่นเท่านั้น  แม้อาวุธจะแข็งแกร่งเพียงใดแต่หากโจมตีไม่โดนมันก็ไม่ต่างจากสิ่งไร้ค่า 

     

     

         ปั๊กกก !!

     

         เท้าของแอเรียสเตะเข้าไปที่ลำตัวของมันอย่างจัง  ลูกเตะที่สองเตะซ้ำเข้าไปอย่างรวดเร็ว ประกายสายฟ้ากระจายตัวอยู่ทั่วฝ่าเท้าของแอเรียส  พลังเวทถูกใช้ออกไปโดยไปได้ออมเอาไว้อีกต่อไป รอยไหม้ดำปรากฏอยู่บนเสื้อผ้าจนไปถึงบนร่างของมาเชล   ร่างของมันกระเด็นออกไปไกลกว่าสองเมตร

     

         “ สายฟ้าที่ฝ่าเท้าของเจ้าเด็กนั่นคือสิ่งใดกัน“

     

          “ ทำไมแอเรียสจึงเรียกสายฟ้าออกมาได้ล่ะ  หรือว่าพลังเวทของมันจะเป็นธาตุสายฟ้า แต่ทำไมข้าจึงไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีผู้ที่ควบคุมพลังสายฟ้าได้ “

     

          “ บางทีนั่นอาจจะเป็นพลังของอาวุธเวทบางอย่างก็เป็นได้  จะมีใครที่ไหนมีธาตุสายฟ้ากันล่ะ  เกิดมาข้ายังไม่เคยได้ยินเลย “

     

         เสียงวิจารณ์และพูดคุยด้วยความแตกตื่นดังอยู่ทั่วงานประลอง การที่มีผู้ใช้เวทสายฟ้าได้สำหรับพวกมันแล้วนี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน  ไม่เคยแม้แต่จะได้ยินเรื่องราวเช่นนี้ด้วยซ้ำไป  เดิมทีแม้แอเรียสจะใช้พลังเวทออกมาแต่เขาก็ไม่ได้แสดงออกมาชัดเจนนัก แต่ในครั้งนี้ประกายสายฟ้าที่ปรากฏอยู่บนเท้าของแอเรียสสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน พลังที่แอเรียสใช้ออกมานับว่าแข็งแกร่งกว่ารอบที่ผ่านมามากนัก แม้ไม่ได้คิดจะสังหารมาเชลต่อหน้าผู้คนแต่แอเรียสก็ต้องการจะเอาคืนมันอย่างสาสม      

     

          มาเชลกุมไปที่ท้องด้วยความเจ็บปวด ความรู้สึกที่โดนสายฟ้าโจมตีนั้นเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย มันกัดฟันใช้หอกในมือประคองร่างของมันไม่ให้เซล้มลง  มันไม่สนใจรอยบาดแผลใดๆบนร่างมันแม้แต่น้อย  ดวงตาของมันแดงกล่ำด้วยความโกรธ  ร่างของมันเตรียมจะพุ่งเข้าโจมตีแอเรียสอีกครั้ง

     

          “ ต้องให้ได้แบบนี้สิ หากเจ้าแพ้ไปง่ายๆข้าคงเบื่อแย่ที่ไม่ได้ตอบแทนเจ้าสำหรับเรื่องที่ผ่านมา “

     

         แอเรียสยิ้มออกมาอย่างเย็นชา  สายตาที่มองไปยังมาเชลเต็มไปด้วยความแค้น  เขาไม่รอที่จะให้มันมาโจมตีเขาอีกต่อไป ร่างของแอเรียสพุ่งเข้าไปโจมตีมาเชลอย่างรวดเร็ว ริ้วประกายสายฟ้าปรากฏอยู่ในทิศทางที่เขาเคลื่อนไป 

     

       หอกในมือของมาเชลฟาดฟันเขามายังทิศทางด้านหน้า การโจมตีของมาเชลนั้นแม้จะมีความดุดันแต่วิถีหอกยังขาดซึ่งการชำนาญ  มันทำได้เพียงเฉียดร่างของแอเรียสไปเท่าทั้น ลูกเตะของแอเรียสกับสายฟ้าโจมตีโหมกระหน่ำไปที่มาเชลอย่างรวดเร็ว ธาตุอัสนีนั้นโดดเด่นทั้งเรื่องความเร็วและการโจมตีอันรุนแรง  การโจมตีของแอเรียสแม้จะเป็นเพียงฝ่าเท้าก็ยากที่มาเชลจะรับมือ 

     

         กร็อบ !!

     

          เสียงกระดูกข้อมือข้างขวาของมาเชลที่พึ่งจะหักออกจากฝ่าเท้าของแอเรียส  รอยไหม้ดำยังคงปรากฏอยู่บนร่องรอยนั้น มันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจากกระดูกที่หักออก  หอกในมือมันร่วงหล่นลงไปที่พื้นในทันที 

     

         ปั๊กกก !! กร็อบ !

     

         แม้มาเชลจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแต่แอเรียสไม่ได้ปล่อยให้มันมีโอกาสพักผ่อนใดๆ ฝ่าเท้ายังคงโหมกระหน่ำโจมตีไปที่ร่างของมาเชลอีกครั้ง เสียงของกระดูกที่ขาข้างหนึ่งของมันที่พึ่งจะถูกหักออกก่อนที่ร่างของมันจะล้ม 

     

         “ พอได้แล้ว  หมายเลข.. “

     

         เสียงของร็อกโก้ที่ตะโกนออกเพื่อประกาศผลแพ้ชนะ  ไม่ว่าจะมองยังไงมาเชลก็ไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย 

     

         “ ไม่ !!ข้ายังไม่แพ้“

     

         แต่แล้วเสียงของร็อกโก้ก็ถูกขัดด้วยคำพูดของมาเชล มันกัดฟันประคองร่างอันสะบักสะบอมของมันลุกขึ้นมาอีกครั้ง ทันใดนั้นพลังเวทในร่างของมันก็พลันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  มันเกือบที่จะทัดเทียมกับระดับผู้ใช้มนตราขั้นที่หนึ่งด้วยซ้ำ มันหยิบหอกเล่มนั้นขึ้นมาก่อนจะมองมาทางแอเรียสด้วยความเคียดแค้น 

     

         “ คาดไม่ถึงจริงๆว่าเจ้าจะบ้าบิ่นถึงขั้นที่ยอมเผลาผลาญพลังชีวิตเช่นนี้ ดูเหมือนตั้งแต่เจ้าย้ายไปอยู่ที่ห้องท้ายตระกูลจะทำให้เจ้าเปลี่ยนไปไม่น้อย  อย่าลืมข้าขอบใจข้าซะล่ะที่ช่วยส่งให้เจ้าให้ไปอยู่ที่นั่น“

     

         แอเรียสเอ่ยคำยั่วยุออกมาคล้ายกับต้องการกระตุ้นเปลวเพลิงความแค้นในจิตใจของมาเชลให้ร้อนแรงขึ้น สายตาที่มองไปยังมาเชลไม่มีแม้แต่ความหวาดกลัวใดๆ  มันมีแต่ความดูถูกเท่านั้น ด้วยพลังเวทที่เพิ่มขึ้นและอาวุธเวทระดับกลางในมือของมาเชลหากเป็นนักเวทระดับผู้ใช้มนตราขั้นที่สองคนอื่นอาจจะตกอยู่ในที่นั่งลำบาก  แต่นั่นไม่ใช่สำหรับแอเรียส

     

         “ ข้าจะฆ่าเจ้าซะแอเรียส!! “

     

         มาเชลตะโกนออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว คำพูดของแอเรียสยิ่งจุดความแค้นในจิตใจของมันให้ลุกโชนขึ้นมากขึ้น  ตลอดเวลาที่มันถูกขังอยู่ห้องท้ายตระกูล  ทุกวันที่มันแทบจะไม่เห็นแม้แสงเดือนแสงตะวัน ความแค้นในจิตใจของมันก่อตัวขึ้นราวกับปีศาจ ทุกวันที่มันถูกคุมขังมันไม่เคยกล่าวโทษตัวมันเองเลยแม้แต่น้อย  ผู้ที่ผิดมีเพียงตัวการที่ทำให้มันต้องถูกคุมขังเพียงเท่านั้น หากแอเรียสสงบวาจาไม่กล่าวสิ่งใดออกมามันเองก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น  สำหรับมันแล้วมีเพียงการสังหารแอเรียสลงเท่านั้นที่จะทำให้จิตใจของมันสงบลงได้ 

     

         อสรพิษอัคคี !!

     

         เปลวเพลิงขนาดใหญ่รวมตัวอยู่บนหอกในมือของมาเชล  มันรวมกันเป็นรูปร่างคล้ายกับอสรสีแดงเพลิงที่เลื้อยอยู่รอบตัวหอก  นี่เป็นทักษะระดับกลางที่มันได้รับมอบมาจากเมอร์สัน  และนี่เป็นอีกหนึ่งไพ่ตายของมัน 

     

         อสรพิษสีแดงเพลิงที่ถูกสร้างขึ้นจากเปลวเพลิงอันร้อนแรงพุ่งเข้ามาโจมตีแอเรียสอย่างรวดเร็ว ความเร็วและความรุนแรงในการโจมตีของมันนับว่าเหนือกว่าการโจมตีที่ผ่านมากว่าสองเท่า  การที่มาเชลเผาไหม้พลังชีวิตที่อัดแน่นในแก่นเวทมันทำให้พลังของมาเชลนั้นพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  แต่ผลกระทบที่ตามมานับมาเลวร้ายนัก  ความแข็งแกร่งชั่วคราวที่แลกมาด้วยระดับพลังที่จะต้องเสื่อมถอยลงกว่าเดิม  ทั้งพรสวรรค์ด้านบ่มเพาะพลังเวท และในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือมันมีโอกาสที่มันจะต้องติดอยู่ในขั้นนักเวทฝึกหัดไปชั่วชีวิต การเผาไหม้พลังชีวิตเพียงเพื่อการประลองเช่นนี้นับว่าเป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่าอย่างแท้จริง 

     

         “ ไปลงนรกซะแอเรียส!! “

     

         อสรพิษอัคคีโจมตีมาพร้อมกับคมหอก  เป้าหมายของมันอยู่ที่ร่างของแอเรียส  หากโดนโจมตีเข้าตรงๆแม้จะเป็นขั้นผู้ใช้มนตราก็อาจจะถึงตายได้  มาเชลไม่ได้สนกฎในการประลองอีกต่อไป สิ่งที่มันต้องการมีเพียงสังหารแอเรียสให้ตกตายไปเท่านั้น

     

         “ เพลิงอัสนีคลั่ง!! “

     

         แอเรียสแสยะยิ้มด้วยความดูถูกก่อนจะใช้ทักษะเพลิงอัสนีออกมา  ประกายสายฟ้าปรากฏอยู่ทั่วฝ่ามือของแอเรียส   มันกระจายออกด้วยความเกรี้ยวกราด  ริ้วสายฟ้าปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของแอเรียสอย่างชัดเจน มันเป็นดั่งเปลวเพลิงสีฟ้าที่กำเนิดขึ้นจากสายฟ้า   

     

        เสียงปะทะระหว่างแอเรียสและมาเชลดังสนั่นบนเวทีการประลอง  หนึ่งคือเปลวเพลิงอันร้อนแรง  หนึ่งคือสายฟ้าอันเกรี้ยวกราดและแข็งแกร่ง เมื่อสิ้นเสียงปะทะร่างหนึ่งล้มลงไปออกกับพื้นเวทีประลอง ความรู้สึกเจ็บปวดจากสายฟ้าแล่นอยู่ทั่วร่าง  บาดแผลเป็นรอยไหม้ดำขนาดใหญ่ปรากฏอยู่บนร่างของมัน  โลหิตไหลรินออกมาจากปากของมัน  กระดูกซี่โครงหลายซี่หักออก  ร่างของมาเชลล้มลงอย่างหมดสภาพ 

     

         “ อะ..แอเรียส..“

     

         มันกัดฟันแน่นพยายามจ้องมองไปยังแอเรียสด้วยความเคียดแค้น  แต่ภาพเบื้องหน้าของมันกลับมืดมัวลงก่อนที่จะกลายเป็นภาพเบลอ  ในที่สุดมันก็สลบลงไปด้วยอาการบาดเจ็บ 

     

         “ นี่น่ะเหรอฝีมือของคนที่บังอาจเรียกข้าว่าสวะ  ..ครั้งหน้ามันจะไม่จบลงเพียงเท่านี้แน่มาเชล “

     

         แอเรียสเหลือบสายตาไปมองร่างที่ไร้สติของมาเชลด้วยความดูถูกก่อนที่จะก้าวลงเวทีไป บนชายผ้าคลุมของแอเรียสมีเพียงรอยไหม้เล็กๆปรากฏอยู่เพียงเท่านั้น  ทั่วร่างของแอเรียสไร้ซึ่งร่องรอยบาดแผลใดๆ  มันช่างแตกต่างกับมาเชลที่พึ่งถูกหามลงไปจากเวทีมากนัก

     

         ในที่สุดแอเรียสก็กลายเป็นผู้ที่กำชัยชนะไว้ในมือได้อีกครั้ง เสียงตะโกนชื่อของแอเรียสดังก้องอยู่ทั่วงานประลอง  ตอนนี้แอเรียสกลายเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคนไปเสียแล้ว ในตอนนี้เขากลายเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย