บรรยากาศบนเวทีประลองในตอนนี้เต็มไปด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบ มันไม่เหมือนการประลองเลยแม้แต่น้อย มันคล้ายกับพวกมันทั้งสองกำลังจะฆ่าฟันกันให้ตกตายไปเสียมากกว่า ความแค้นในจิตใจของพวกมันทั้งสองลุกโชนราวกับเปลวเพลิงที่ไม่อาจจะมอดดับลงได้ แม้พวกมันจะมาจากตระกูลเดียวกันแต่มันไม่มีความรู้สึกเป็นมิตรต่อกันเลยแม้แต่น้อย มันมีเพียงความเคียดแค้นและความเกลียดชังเท่านั้นที่อยู่ในจิตใจของพวกมัน
“ ข้ารอวันนี้มานานแล้ว วันที่จะได้กำจัดเศษสวะแบบเจ้าให้หมดไปจากตระกูลสการ์เชียซะ “
เสียงของมาเชลที่พูดออกมาด้วยความเกลียดชังที่มีต่อแอเรียส
“ เจ้ารู้ไหมการที่ข้าจะเด็ดหัวเจ้าออกมามันง่ายซะยิ่งกว่าการที่ข้าหายใจเสียอีก“
แอเรียสแสยะยิ้มพร้อมพูดออกไปด้วยความน้ำเสียงเย็นชา ดวงตาคู่นั้นยามที่จ้องมองไปยังคู่ต่อสู้เต็มไปด้วยรังสีสังหาร
“ เจ้าคิดว่าเพียงแค่เจ้าเป็นระดับผู้ใช้มนตราแล้วจะทำให้ข้าหวาดกลัวอย่างนั้นรึ ฮ่าๆๆ อย่าลำพองไปนักแอเรียส ในการต่อสู้มันไม่ได้วัดกันแค่เพียงระดับของพลังเวทหรอก แล้วข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงมันเป็นยังไง ไปตายซะเจ้าเศษสวะ !! “
มาเชลหัวเราะออกมาคล้ายกับผู้เสียสติตอนนี้ความโกรธแค้นครอบงำมันจนจะกลืนกินสติมันไปเสียแล้ว เพียงแค่มันเห็นใบหน้าของแอเรียสมันก็ย้อนนึกไปถึงวันที่มันต้องถูกคุมขังอยู่ในครานั้น ความเกลียดชังที่บ่มเพาะอยู่ในจิตใจของมันราวกับปีศาจร้ายที่พร้อมจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาได้ทุกเมื่อ ตอนนี้ภายในใจมันมีเพียงความโกรธแค้นและความต้องการล้างแค้นเท่านั้น
ทันใดนั้นมาเชลก็นำของบางสิ่งออกมาจากแหวนมิติ มันเป็นหอกยาวสีแดงเพลิงเล่มหนึ่ง เพียงสัมผัสไอพลังของมันก็สามารถรับรู้ได้ว่านี่คืออาวุธเวทระดับกลาง นี่ไม่ใช่อาวุธที่มาเชลเคยใช้ประลองในรอบก่อนๆที่ผ่านมา เดิมทีนี่คือเป็นไพ่ตายที่มันซุกซ่อนเอาไว้เพื่อจะใช้ต่อกรกับนักเวทที่เก่งกาจอย่างลูเซียสหรืออามันโด้ แต่เมื่อมีแอเรียสที่อยู่ดีๆก็โผล่เข้ามาเป็นม้ามืดในงานประลองเป้าหมายของมาเชลก็เปลี่ยนไปทันที ในรอบที่ผ่านมาแม้จะต่อสู้อย่างยากลำบากเพียงใดมันก็ไม่นำหอกเล่มนี้ออกมาใช้เลยแม้แต่น้อย ในที่สุดก็ถึงเวลาที่มันจะได้ใช้เสียที
หอกสีแดงเพลิงในมือของมาเชลเรียกเสียงฮือฮาจากงานประลองได้ไม่น้อย นี่เป็นอาวุธเวทระดับกลางอีกชิ้นหนึ่งแล้วที่ปรากฏในงานประลอง มันเป็นอาวุธเวทระดับกลางเหมือนกันกับดาบของอามันโด้หนำซ้ำมันยังเป็นหอกธาตุอัคคีเหมือนกันกับดาบของอามันโด้อีกด้วย นี่สร้างความไม่พอใจให้กับอามันโด้อยู่ไม่น้อยที่มีผู้มาแย่งความโดดเด่นไปจากมัน
“ ที่เจ้าพล่ามออกมาเมื่อครู่ก็เพราะว่าเจ้ามีไอ้ของเด็กเล่นพรรค์นี้น่ะรึ เพียงแค่หอกเส็งเคร็งที่หยิบยืมมาจากบิดาเจ้าคิดว่ามันจะใช้จัดการกับข้าได้รึอย่างไรมาเชล ช่างน่าขัน “
แอเรียสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงดูถูก หอกในมือของมาเชลแอเรียสเองก็เคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่ง มันเป็นหอกที่เมอร์สันเคยใช้เมื่อตอนที่ใช้ต่อสู้กับอัลเบิร์ตเมื่อคราก่อน และหอกนี้ก็ยังฝากรอยแผลไว้ให้กับอัลเบิร์ตอีกด้วย
“ หึแล้วแกจะได้รู้ว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงมันเป็นยังไง “
มาเชลตะโกนออกมาด้วยความโกรธก่อนจะจุดเปลวเพลิงลุกท่วมตัวหอก มันพุ่งเข้ามาโจมตีแอเรียสทันที หอกยาวฟาดฟันเข้าหาแอเรียสด้วยความดุดัน แอเรียสสัมผัสได้ถึงความร้อนจากเปลวเพลิงที่ลุกโชนอยู่บนตัวหอก แต่สำหรับเขาแล้วมันก็เพียงกลเด็กเล่นเท่านั้น แม้อาวุธจะแข็งแกร่งเพียงใดแต่หากโจมตีไม่โดนมันก็ไม่ต่างจากสิ่งไร้ค่า
ปั๊กกก !!
เท้าของแอเรียสเตะเข้าไปที่ลำตัวของมันอย่างจัง ลูกเตะที่สองเตะซ้ำเข้าไปอย่างรวดเร็ว ประกายสายฟ้ากระจายตัวอยู่ทั่วฝ่าเท้าของแอเรียส พลังเวทถูกใช้ออกไปโดยไปได้ออมเอาไว้อีกต่อไป รอยไหม้ดำปรากฏอยู่บนเสื้อผ้าจนไปถึงบนร่างของมาเชล ร่างของมันกระเด็นออกไปไกลกว่าสองเมตร
“ สายฟ้าที่ฝ่าเท้าของเจ้าเด็กนั่นคือสิ่งใดกัน“
“ ทำไมแอเรียสจึงเรียกสายฟ้าออกมาได้ล่ะ หรือว่าพลังเวทของมันจะเป็นธาตุสายฟ้า แต่ทำไมข้าจึงไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีผู้ที่ควบคุมพลังสายฟ้าได้ “
“ บางทีนั่นอาจจะเป็นพลังของอาวุธเวทบางอย่างก็เป็นได้ จะมีใครที่ไหนมีธาตุสายฟ้ากันล่ะ เกิดมาข้ายังไม่เคยได้ยินเลย “
เสียงวิจารณ์และพูดคุยด้วยความแตกตื่นดังอยู่ทั่วงานประลอง การที่มีผู้ใช้เวทสายฟ้าได้สำหรับพวกมันแล้วนี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ไม่เคยแม้แต่จะได้ยินเรื่องราวเช่นนี้ด้วยซ้ำไป เดิมทีแม้แอเรียสจะใช้พลังเวทออกมาแต่เขาก็ไม่ได้แสดงออกมาชัดเจนนัก แต่ในครั้งนี้ประกายสายฟ้าที่ปรากฏอยู่บนเท้าของแอเรียสสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน พลังที่แอเรียสใช้ออกมานับว่าแข็งแกร่งกว่ารอบที่ผ่านมามากนัก แม้ไม่ได้คิดจะสังหารมาเชลต่อหน้าผู้คนแต่แอเรียสก็ต้องการจะเอาคืนมันอย่างสาสม
มาเชลกุมไปที่ท้องด้วยความเจ็บปวด ความรู้สึกที่โดนสายฟ้าโจมตีนั้นเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย มันกัดฟันใช้หอกในมือประคองร่างของมันไม่ให้เซล้มลง มันไม่สนใจรอยบาดแผลใดๆบนร่างมันแม้แต่น้อย ดวงตาของมันแดงกล่ำด้วยความโกรธ ร่างของมันเตรียมจะพุ่งเข้าโจมตีแอเรียสอีกครั้ง
“ ต้องให้ได้แบบนี้สิ หากเจ้าแพ้ไปง่ายๆข้าคงเบื่อแย่ที่ไม่ได้ตอบแทนเจ้าสำหรับเรื่องที่ผ่านมา “
แอเรียสยิ้มออกมาอย่างเย็นชา สายตาที่มองไปยังมาเชลเต็มไปด้วยความแค้น เขาไม่รอที่จะให้มันมาโจมตีเขาอีกต่อไป ร่างของแอเรียสพุ่งเข้าไปโจมตีมาเชลอย่างรวดเร็ว ริ้วประกายสายฟ้าปรากฏอยู่ในทิศทางที่เขาเคลื่อนไป
หอกในมือของมาเชลฟาดฟันเขามายังทิศทางด้านหน้า การโจมตีของมาเชลนั้นแม้จะมีความดุดันแต่วิถีหอกยังขาดซึ่งการชำนาญ มันทำได้เพียงเฉียดร่างของแอเรียสไปเท่าทั้น ลูกเตะของแอเรียสกับสายฟ้าโจมตีโหมกระหน่ำไปที่มาเชลอย่างรวดเร็ว ธาตุอัสนีนั้นโดดเด่นทั้งเรื่องความเร็วและการโจมตีอันรุนแรง การโจมตีของแอเรียสแม้จะเป็นเพียงฝ่าเท้าก็ยากที่มาเชลจะรับมือ
กร็อบ !!
เสียงกระดูกข้อมือข้างขวาของมาเชลที่พึ่งจะหักออกจากฝ่าเท้าของแอเรียส รอยไหม้ดำยังคงปรากฏอยู่บนร่องรอยนั้น มันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจากกระดูกที่หักออก หอกในมือมันร่วงหล่นลงไปที่พื้นในทันที
ปั๊กกก !! กร็อบ !
แม้มาเชลจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแต่แอเรียสไม่ได้ปล่อยให้มันมีโอกาสพักผ่อนใดๆ ฝ่าเท้ายังคงโหมกระหน่ำโจมตีไปที่ร่างของมาเชลอีกครั้ง เสียงของกระดูกที่ขาข้างหนึ่งของมันที่พึ่งจะถูกหักออกก่อนที่ร่างของมันจะล้ม
“ พอได้แล้ว หมายเลข.. “
เสียงของร็อกโก้ที่ตะโกนออกเพื่อประกาศผลแพ้ชนะ ไม่ว่าจะมองยังไงมาเชลก็ไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย
“ ไม่ !!ข้ายังไม่แพ้“
แต่แล้วเสียงของร็อกโก้ก็ถูกขัดด้วยคำพูดของมาเชล มันกัดฟันประคองร่างอันสะบักสะบอมของมันลุกขึ้นมาอีกครั้ง ทันใดนั้นพลังเวทในร่างของมันก็พลันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มันเกือบที่จะทัดเทียมกับระดับผู้ใช้มนตราขั้นที่หนึ่งด้วยซ้ำ มันหยิบหอกเล่มนั้นขึ้นมาก่อนจะมองมาทางแอเรียสด้วยความเคียดแค้น
“ คาดไม่ถึงจริงๆว่าเจ้าจะบ้าบิ่นถึงขั้นที่ยอมเผลาผลาญพลังชีวิตเช่นนี้ ดูเหมือนตั้งแต่เจ้าย้ายไปอยู่ที่ห้องท้ายตระกูลจะทำให้เจ้าเปลี่ยนไปไม่น้อย อย่าลืมข้าขอบใจข้าซะล่ะที่ช่วยส่งให้เจ้าให้ไปอยู่ที่นั่น“
แอเรียสเอ่ยคำยั่วยุออกมาคล้ายกับต้องการกระตุ้นเปลวเพลิงความแค้นในจิตใจของมาเชลให้ร้อนแรงขึ้น สายตาที่มองไปยังมาเชลไม่มีแม้แต่ความหวาดกลัวใดๆ มันมีแต่ความดูถูกเท่านั้น ด้วยพลังเวทที่เพิ่มขึ้นและอาวุธเวทระดับกลางในมือของมาเชลหากเป็นนักเวทระดับผู้ใช้มนตราขั้นที่สองคนอื่นอาจจะตกอยู่ในที่นั่งลำบาก แต่นั่นไม่ใช่สำหรับแอเรียส
“ ข้าจะฆ่าเจ้าซะแอเรียส!! “
มาเชลตะโกนออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว คำพูดของแอเรียสยิ่งจุดความแค้นในจิตใจของมันให้ลุกโชนขึ้นมากขึ้น ตลอดเวลาที่มันถูกขังอยู่ห้องท้ายตระกูล ทุกวันที่มันแทบจะไม่เห็นแม้แสงเดือนแสงตะวัน ความแค้นในจิตใจของมันก่อตัวขึ้นราวกับปีศาจ ทุกวันที่มันถูกคุมขังมันไม่เคยกล่าวโทษตัวมันเองเลยแม้แต่น้อย ผู้ที่ผิดมีเพียงตัวการที่ทำให้มันต้องถูกคุมขังเพียงเท่านั้น หากแอเรียสสงบวาจาไม่กล่าวสิ่งใดออกมามันเองก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น สำหรับมันแล้วมีเพียงการสังหารแอเรียสลงเท่านั้นที่จะทำให้จิตใจของมันสงบลงได้
อสรพิษอัคคี !!
เปลวเพลิงขนาดใหญ่รวมตัวอยู่บนหอกในมือของมาเชล มันรวมกันเป็นรูปร่างคล้ายกับอสรสีแดงเพลิงที่เลื้อยอยู่รอบตัวหอก นี่เป็นทักษะระดับกลางที่มันได้รับมอบมาจากเมอร์สัน และนี่เป็นอีกหนึ่งไพ่ตายของมัน
อสรพิษสีแดงเพลิงที่ถูกสร้างขึ้นจากเปลวเพลิงอันร้อนแรงพุ่งเข้ามาโจมตีแอเรียสอย่างรวดเร็ว ความเร็วและความรุนแรงในการโจมตีของมันนับว่าเหนือกว่าการโจมตีที่ผ่านมากว่าสองเท่า การที่มาเชลเผาไหม้พลังชีวิตที่อัดแน่นในแก่นเวทมันทำให้พลังของมาเชลนั้นพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ผลกระทบที่ตามมานับมาเลวร้ายนัก ความแข็งแกร่งชั่วคราวที่แลกมาด้วยระดับพลังที่จะต้องเสื่อมถอยลงกว่าเดิม ทั้งพรสวรรค์ด้านบ่มเพาะพลังเวท และในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือมันมีโอกาสที่มันจะต้องติดอยู่ในขั้นนักเวทฝึกหัดไปชั่วชีวิต การเผาไหม้พลังชีวิตเพียงเพื่อการประลองเช่นนี้นับว่าเป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่าอย่างแท้จริง
“ ไปลงนรกซะแอเรียส!! “
อสรพิษอัคคีโจมตีมาพร้อมกับคมหอก เป้าหมายของมันอยู่ที่ร่างของแอเรียส หากโดนโจมตีเข้าตรงๆแม้จะเป็นขั้นผู้ใช้มนตราก็อาจจะถึงตายได้ มาเชลไม่ได้สนกฎในการประลองอีกต่อไป สิ่งที่มันต้องการมีเพียงสังหารแอเรียสให้ตกตายไปเท่านั้น
“ เพลิงอัสนีคลั่ง!! “
แอเรียสแสยะยิ้มด้วยความดูถูกก่อนจะใช้ทักษะเพลิงอัสนีออกมา ประกายสายฟ้าปรากฏอยู่ทั่วฝ่ามือของแอเรียส มันกระจายออกด้วยความเกรี้ยวกราด ริ้วสายฟ้าปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของแอเรียสอย่างชัดเจน มันเป็นดั่งเปลวเพลิงสีฟ้าที่กำเนิดขึ้นจากสายฟ้า
เสียงปะทะระหว่างแอเรียสและมาเชลดังสนั่นบนเวทีการประลอง หนึ่งคือเปลวเพลิงอันร้อนแรง หนึ่งคือสายฟ้าอันเกรี้ยวกราดและแข็งแกร่ง เมื่อสิ้นเสียงปะทะร่างหนึ่งล้มลงไปออกกับพื้นเวทีประลอง ความรู้สึกเจ็บปวดจากสายฟ้าแล่นอยู่ทั่วร่าง บาดแผลเป็นรอยไหม้ดำขนาดใหญ่ปรากฏอยู่บนร่างของมัน โลหิตไหลรินออกมาจากปากของมัน กระดูกซี่โครงหลายซี่หักออก ร่างของมาเชลล้มลงอย่างหมดสภาพ
“ อะ..แอเรียส..“
มันกัดฟันแน่นพยายามจ้องมองไปยังแอเรียสด้วยความเคียดแค้น แต่ภาพเบื้องหน้าของมันกลับมืดมัวลงก่อนที่จะกลายเป็นภาพเบลอ ในที่สุดมันก็สลบลงไปด้วยอาการบาดเจ็บ
“ นี่น่ะเหรอฝีมือของคนที่บังอาจเรียกข้าว่าสวะ ..ครั้งหน้ามันจะไม่จบลงเพียงเท่านี้แน่มาเชล “
แอเรียสเหลือบสายตาไปมองร่างที่ไร้สติของมาเชลด้วยความดูถูกก่อนที่จะก้าวลงเวทีไป บนชายผ้าคลุมของแอเรียสมีเพียงรอยไหม้เล็กๆปรากฏอยู่เพียงเท่านั้น ทั่วร่างของแอเรียสไร้ซึ่งร่องรอยบาดแผลใดๆ มันช่างแตกต่างกับมาเชลที่พึ่งถูกหามลงไปจากเวทีมากนัก
ในที่สุดแอเรียสก็กลายเป็นผู้ที่กำชัยชนะไว้ในมือได้อีกครั้ง เสียงตะโกนชื่อของแอเรียสดังก้องอยู่ทั่วงานประลอง ตอนนี้แอเรียสกลายเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคนไปเสียแล้ว ในตอนนี้เขากลายเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย