แม้ว่าร่างกายของทีมผู้บริหารจะยังคงอยู่บนดาวโซเลนเดลที่ห่างไกล แต่ด้วยเทคโนโลยี 'โฮโลฟอร์ม' (Holoform) ร่างแสงจำลองที่ควบคุมด้วยจิตสำนึกของซาเรียและเซ็นก็ได้มาปรากฏตัวที่สำนักงานบนดาว Aerysia เพื่อทำการคัดเลือกบุคลากรกลุ่มใหม่ด้วยตนเอง
"คุณสมบัติของคุณยอดเยี่ยมมากค่ะคุณเฮนริก" ซาเรียในร่างโฮโลฟอร์มกล่าวกับชายวัยกลางคนตรงหน้า "แต่ดิฉันอยากจะถามว่า...คุณไม่กลัวเทคโนโลยีหรือพลังที่พวกเรามีเหรอคะ?"
ชายคนนั้นยิ้มอย่างอบอุ่น "ผมเห็นแต่ 'โอกาส' ครับท่าน...โอกาสที่ลูกชายของผมจะได้ใช้ชีวิตในโลกที่ดีกว่า...และผมอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างโลกใบนั้น"
การคัดเลือกดำเนินไปอย่างเข้มข้น ในท้ายที่สุด พนักงานธรรมดาที่ไร้พลังพิเศษแต่เปี่ยมด้วยทักษะและ "ศรัทธา" กลุ่มแรก ก็ถูกส่งตัวผ่านยานของเอจิส อินดัสทรีส์ เพื่อเดินทางมายังดาวโซเลนเดล และเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์
ณ ดาวโซเลนเดล, พื้นที่ก่อสร้าง 'Runic Gate'...
ภาพของการหลอมรวมระหว่างผู้มีพลังและผู้ไม่มีพลังอย่างแท้จริงได้เกิดขึ้น เหล่าพนักงานใหม่ที่เพิ่งมาถึงกำลังช่วยงานด้านเทคนิคและการจัดการต่างๆ ร่วมกับพนักงานเก่าผู้ตื่นพลังอีก 50 ชีวิต ภายใต้การควบคุมของทีมหลัก
คาเรสในชุดปฏิบัติการเต็มยศลอยตัวอยู่ใจกลางประตูวงแหวน เขาใช้แขนกลที่มีความแม่นยำสูงทำการติดตั้งแผงวงจร Resonexium ชิ้นสุดท้ายเข้ากับแกนกลางอย่างระมัดระวัง
และที่ยอดของประตู เซ็นกำลังยืนอยู่...เขาไม่ได้สร้างรูนขึ้นจากความว่างเปล่า แต่เขากำลังจะทำในสิ่งที่สำคัญที่สุด...การปลุก "เจตจำนง" ของรูนที่ถูกสลักเสลาไว้อย่างงดงามแล้ว
เขาวางฝ่ามือลงบนสัญลักษณ์ ᚱ (Raidho) ที่ถูกจารึกไว้อย่างยิ่งใหญ่บนยอดของประตู หลับตาลง แล้วส่ง "เจตจำนง" แห่งการเดินทางและความปรารถนาที่จะเชื่อมต่อสองฟากฟ้าเข้าสู่แก่นกลางของมัน
วูมมมมมมมมม!!!
ทันใดนั้น...รูนทุกตัวบนโครงสร้างทั้งหมดก็ส่องสว่างขึ้นพร้อมกัน! แสงสีทองไหลไปตามวงจรที่ซับซ้อนราวกับเส้นเลือดของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ พลังงานมหาศาลจากโซร่าถูกดูดเข้าไปยังแกนกลาง
พื้นที่ว่างใจกลางประตูวงแหวนเริ่มบิดเบี้ยว...อากาศสั่นไหวรุนแรงจนเกิดเป็นระลอกคลื่นที่มองเห็นได้ ก่อนที่มันจะฉีกออก...กลายเป็นพื้นผิวที่ราบเรียบเหมือนผิวน้ำในอวกาศที่สะท้อนภาพหมู่ดาวอันไกลโพ้น...และใจกลางของภาพนั้นคือดาวเคราะห์สีนิลกาฬที่คุ้นตา...ดาวไวรีเลีย
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ก่อสร้าง...ทุกคนต่างจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความทึ่งและอ้าปากค้าง ไม่มีใครกล้าขยับหรือแม้แต่จะหายใจแรง...
"ดาวบ้านเกิดข้า..." เสียงของคาเรสพึมพำลอดหน้ากากออกมา ทำลายความเงียบ "ได้เห็นมุมนี้อีกครั้ง...ช่างสวยงามและมืดมิดจริงๆ"
ความลังเลฉายชัดอยู่ในแววตาของทุกคน...มันสำเร็จแล้ว...แต่มันจะปลอดภัยจริงหรือ?
คาเรสหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งคลื่นความคิดผ่านระบบไบโอ-โซร่าของเขาไปหาโซร่าโดยตรง<โซร่า...ระบบพร้อมใช้งานแล้วใช่ไหม? ปลอดภัยแน่นะ?>
เสียงที่นุ่มนวลของโซร่าตอบกลับมาในช่องสื่อสารของทีมหลักทุกคนทันที<แน่นอนค่ะ ฉันได้ทำการวิเคราะห์และจำลองสถานการณ์ไปแล้วหนึ่งล้านเจ็ดแสนสองหมื่นรูปแบบ ระบบมีความเสถียร 100% และเชื่อมต่อกับพิกัดปลายทางอย่างสมบูรณ์แล้วค่ะ>
สิ้นเสียงของโซร่า...คาเรสก็ลืมตาขึ้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว"ปะ...ขึ้นยาน"
"เดี๋ยวก่อน!" ลีน่าร้องขึ้น "ถ้าจะไป...ก็ต้องทำให้โลกจำสิ!"
เธอหันไปยังแผงควบคุมของเธออย่างรวดเร็ว "โซร่า...เตรียมถ่ายทอดสดภาพจากยานของคาเรส...ส่งสัญญาณตรงไปยังทุกช่องทางของ 'โซเลนเดล เน็ตเวิร์ก' บนดาว Aerysia เดี๋ยวนี้เลย!"
[ข่าวด่วน! ถ่ายทอดสดจากทุกช่องทางของ SOLENDEL NETWORK!]
ยังไม่ทันที่เหล่าผู้บริหารของ Cygnus Dynamics จะได้วางแผนรับมือใดๆ จอโฮโลแกรมทั้งหมดก็ตัดภาพไปยังการถ่ายทอดสดฉุกเฉิน
ภาพที่ปรากฏคือยานอวกาศของคาเรสที่กำลังบินทะลุผ่านประตูวงแหวนขนาดยักษ์ ก่อนที่ภาพจะตัดไปที่ห้องนักบิน...คาเรสในชุดปฏิบัติการและหน้ากากโอนิเต็มยศ กำลังมองภาพของดาวไวรีเลียที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
เสียงที่ลอดผ่านลำโพงของหมวกเกราะนั้นแผ่วเบา แต่ก็ชัดเจน...
"ถึงบ้านแล้ว..."
ข้อความปรากฏขึ้นบนหน้าจอ: "Solendel Corporation ขอประกาศเปิดตัว 'Runic Gate' อย่างเป็นทางการ...ลดระยะเวลาการเดินทางระหว่างดาว Aerysia และ Virelya จาก 2.1 ปี...เหลือเพียง 2.1 นาที...ยุคใหม่ของการเดินทางได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมของ Cygnus Dynamics...แผนการสกัดกั้นที่พวกเขาวางไว้...บัดนี้ดูช่างไร้เดียงสาและน่าหัวเราะ
ในขณะที่พวกเขากำลังวางแผนจะสร้าง "กำแพง"...โซเลนเดลกลับสร้าง "ถนน" ที่ไม่มีใครตามทันได้อีกต่อไป
จากผู้เขียน:
ในโลกที่ทุกคนกำลังแข่งขันกันเพื่อสร้างอาวุธที่ดีที่สุด...บางที...การสร้าง "เส้นทาง" ที่ดีที่สุดอาจจะเป็นไพ่ตายที่เหนือกว่า นี่ไม่ใช่แค่การโชว์เทคโนโลยี แต่คือการประกาศวิสัยทัศน์ที่ก้าวไปไกลกว่าจินตนาการของคู่แข่งทุกคน!
เมื่อการเดินทางข้ามดวงดาวใช้เวลาเพียงชั่วพริบตา...โลกจะเล็กลง...แต่ความขัดแย้ง...อาจจะใหญ่ขึ้น
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ!