[จบ] เกิดใหม่เป็นภรรยาปากร้ายในยุค 70

    ตอนที่ 33 พวกเราเข้ากันไม่ได้

    ตอนที่ 33 พวกเราเข้ากันไม่ได้


    ความลับที่จูกุ้ยฮวาปิดเอาไว้ทั้งสองเรื่องทำให้นางนอนไม่หลับ ดังนั้นนางจึงไม่ต้องการที่จะให้โจวสือซวินกลับมา

    โจวฉางอวิ้นไม่ได้รับรู้ว่ามีคนพบเห็นการกระทำเลวทรามของตน เมื่อเห็นจูกุ้ยฮวานั่งกระสับกระส่ายไม่เป็นสุขจึงเข้าไปปลอบผู้เป็นแม่ของตน “แม่อย่าคิดเรื่อยเปื่อยเลย จะว่าไปพี่รองก็แต่งงานแล้ว เขาคงไม่ได้กลับมาเพราะเรื่องของหลัวไฉ่เสียหรอก”


    เมื่อพูดถึงหลัวไฉ่เสีย หลังจากได้เสียกับหล่อนในครั้งนั้นแล้ว ชายหนุ่มก็รู้สึกไม่พอใจเมื่อเห็นว่าหลัวไฉ่เสียกลับมาโดยไม่มีท่าทางอะไรและยังคงออกไปทำงานตามปกติ ต่อมาเมื่อมีโอกาสเข้าไปพบหลัวไฉ่เสีย ก็ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะซ่อนมีดไว้กับตัว เพียงอีกนิดก็เกือบจะคร่าชีวิตของเขาไปแล้ว


    หลังจากนั้นเป็นต้นมาโจวฉางอวิ้นก็เลิกล้มความคิดที่จะไปหาหลัวไฉ่เสีย


    เมื่อจูกุ้ยฮวาได้ยินคำพูดของลูกชายคนเล็ก ไม่เพียงแต่จะไม่รู้สึกเบาใจ นางกลับยิ่งรู้สึกเป็นทุกข์มากกว่าเก่า ถ้าหากว่าโจวสือซวินรู้เรื่องที่นางทำลงไปแล้วล่ะ?


    ชายหนุ่มจะตัดความสัมพันธ์กับที่บ้านหรือไม่? จากนี้ไปก็คงจะไม่ส่งเงินกลับมาสักเหมาเดียวแล้วหรือเปล่า?


    แต่โจวหม่านชางกลับสงบนิ่งเป็นอย่างมาก “คุณอย่าคิดมากไปเลย ลูกก็กลับมาแล้ว พรุ่งนี้เช้าก็เชือดไก่สักตัว จากนั้นก็ไปยืมน้ำมันกลับมา ตอนเที่ยงก็ทำแป้งทอดกินกัน”


    เมื่อได้ฟังเช่นนั้น จูกุ้ยฮวาก็ยิ่งไม่มีความสุข “ไก่ก็มีแค่สองตัว ออกไข่มายังทำเงินให้กับเราได้ เชือดไปแล้วจะหาเงินจากที่ไหน”


    โจวหม่านชางไอขึ้นเบา ๆ พลางตำหนิ “คุณนี่จริง ๆ เลย เจ้ารองเพิ่งพาเมียกลับมาครั้งแรก ทำแบบนี้มันขี้เหนียวไปหรือเปล่า ถ้าลูกรู้เขาคิดยังไง?”


    เอ่ยเสร็จชายชราก็ไออย่างรุนแรง รู้สึกราวกับว่าหายใจไม่ออกอย่างไรอย่างนั้น  ทำให้จูกุ้ยฮวาตกใจจนต้องรีบปีนขึ้นไปบนเตียงเตาและตบหลังให้กับเขา


    เซิ่งอันหนิงล้างเท้าเสร็จแล้วจึงไปที่ลานบ้านเพื่อเทน้ำ เธอได้ยินเสียงไอที่รุนแรงของโจวหม่านชางดังออกมา จึงกลับห้องไปถามโจวสือซวิน “พ่อของคุณดีกับคุณหรือเปล่า?”


    โจวสือซวินตกตะลึงไปครู่หนึ่ง “ก็ปกตินะ มีอะไรหรือเปล่า? ”


    เซิ่งอันหนิงรีบส่ายหน้า “ไม่มีอะไร ก็แค่ถามไปเรื่อยเปื่อย”

    เมื่อมองดูท่าทางซื่อตรงของโจวหม่านชาง หากเขาปฏิบัติต่อโจวสือซวินดี เซิ่งอันหนิงก็จะช่วยรักษาอาการไอของเขา หากว่าปฏิบัติต่อโจวสือซวินไม่ดี เธอก็จะปล่อยไป


    เมื่อได้ยินโจวสือซวินเอ่ยออกมาแบบนี้ ก็คิดว่าน่าจะไม่ดี


    เซิ่งอันหนิงเช็ดมือและยืนข้าง ๆ เตียงขณะมองดูโจวสือซวิน “คุณถอดเสื้อและนอนลงไป ฉันจะดูแผลให้คุณ เร็วหน่อยสิ ฉันหนาวจะตายอยู่แล้ว”

    โจวสือซวินไม่อาจเขินอายได้อีกต่อไป ชายหนุ่มถอดเสื้อออกและนอนลงไป ผ้าพันแผลที่พันรอบ ๆ ท้องของเขาปรากฏสีแดงจาง ๆ


    เซิ่งอันหนิงขมวดคิ้ว “เลือดออกแล้ว คุณไม่รู้สึกเจ็บเลยหรือ?”


    ว่าแล้วเธอก็ค่อย ๆ ดึงผ้าพันแผลออก ก็พบกับแผลที่เกือบจะหายดีแล้วเปิดออกเล็กน้อย และมีเนื้อปลิ้นออกมา


    เซิ่งอันหนิงสะกิดรอบ ๆ บาดแผล “ไม่เจ็บเลยหรือ? พรุ่งนี้คุณอย่าขยับบ่อยนะ”


    โจวสือซวินส่ายหน้าและเม้มปาก ปลายนิ้วเย็น ๆ กระทบกับผิวหนังของชายหนุ่มแต่กลับทำให้โจวสือซวินรู้สึกว่ามีกองไฟวิ่งอยู่ในร่างกายของเขาจนจะปะทุออกมา


    เซิ่งอันหนิงตรวจสอบบาดแผลและไปหยิบยาแดงและยาแก้อักเสบมา จากนั้นค่อย ๆ ทารอบบาดแผลและโรยผงยาแก้อักเสบลงไป และพันแผลด้วยความชำนาญ


    โจวสือซวินนอนหงาย แม้เขาจะไม่เห็นการเคลื่อนไหวของเซิ่งอันหนิง แต่ก็สัมผัสได้ว่าเธอทำด้วยความชำนาญ ถึงขนาดที่ว่าชำนาญกว่าพยาบาลที่คอยมาเปลี่ยนยาให้กับเขาเสียอีก


    เมื่อคิดว่าเซิ่งอันหนิงผู้นี้ไม่ใช่เซิ่งอันหนิง ก็สามารถอธิบายเรื่องทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย


    แต่ท้ายที่สุดแล้วเธอเป็นใครกันแน่?


    ชายหนุ่มมัวแต่ครุ่นคิดกระทั่งเซิ่งอันหนิงพันผ้าจนเสร็จ “เสร็จแล้ว พรุ่งนี้ห้ามเดินไปเดินมานะ ดีที่สุดคือพักอยู่บ้านสักสองวัน”


    โจวสือซวินตอบกลับอย่างเชื่อฟัง “ได้”


    เซิ่งอันหนิงอยากจะเอ่ยขึ้นว่าถึงเวลาเข้านอนแล้ว ก็ได้มีเสียงดังขึ้นจากด้านนอกประตู “เจ้ารอง นายหลับหรือยัง?”


    ฟังเสียงแล้วก็รู้ว่าเป็นโจวฉางหลินพี่คนโตของที่บ้าน


    โจวสือซวินตอบกลับ และลุกขึ้นนั่งเพื่อที่จะสวมเสื้อผ้า


    เซิ่งอันหนิงก็สังเกตดูจากข้าง ๆ เขามีไหล่กว้างและเอวสอบ ผิวสีเข้มแต่เรียบเนียน มองทุกสัดส่วนก็ดูแข็งแรงไปเสียทุกส่วน

    ก่อนหน้านี้เธอรู้ว่าโจวสือซวินนั้นมีรูปร่างที่ดี แต่ด้วยอาการป่วยของเขา เธอจึงไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้ เมื่อครู่ที่ชายหนุ่มถอดเสื้อผ้านั้นเธอก็มัวสนใจแต่แผลของเขา ไม่ได้สนใจเรื่องรูปร่างเลย


    เมื่อได้พิจารณามองแล้วก็นับว่าดีเลยทีเดียว

    ใบหน้าของโจวสือซวินร้อนผ่าว ชายหนุ่มสวมเสื้อผ้าภายใต้การจับจ้องของเซิ่งอันหนิง “พี่ใหญ่มาหาผม ผมจะออกไปดูหน่อย คุณหลับไปก่อนก็ได้”

    เซิ่งอันหนิงรู้สึกสบายใจ หลังจากที่โจวสือซวินออกไป เธอก็ได้ขึ้นไปบนเตียงและและจัดแจงที่นอน ถอดเสื้อและกางเกงออก แล้วสวมเสื้อแขนยาวกับกางเกงขายาว


    ผ้าห่มที่ไม่ได้ถูกใช้มาเป็นเวลานาน เมื่อได้ห่มก็ทำให้เซิ่งอันหนิงหนาวไปทั้งตัว เธอจึงขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มนั้นพลางคิดนู่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย ไม่นานนักก็เข้าสู่ภวังค์


    ……


    โจวฉางหลินเรียกโจวสือซวินให้ไปที่ห้องของตนเอง “พี่สะใภ้ใหญ่ของนายพาลูก ๆ กลับบ้านแม่ไปแล้ว หลานชายของแม่เขาแต่งงาน นายมานั่งที่ห้องของฉันสักเดี๋ยวสิ”

    โจวสือซวินนั่งลงข้างเตียงเตา และมองห้องที่เป็นระเบียบ “ช่วงนี้พวกพี่สบายดีไหม”


    โจวฉางหลินหัวเราะออกมา “ก็ดีนะ สองปีมานี้ก็ดีกว่าปีก่อน ๆ เยอะมาก ตอนนี้ได้กินข้าวจนอิ่มก็ดีมาก ๆ แล้ว นายล่ะ? ได้ยินมาว่าวันข้างหน้าจะไปอยู่ที่เมืองแล้วหรือ?”


    โจวสือซวินพยักหน้า “ก็ไม่เท่าไหร่”

    โจวฉางหลินพยักหน้า “ถ้างั้นก็ดีมาก ๆ เลย วันข้างหน้าก็จะเป็นคนในเมืองแล้ว ไม่ต้องกลับมาทำนาบนภูเขาแบบพวกเรา”


    ว่าพลางก็หยิบถุงผ้าที่มีใบยาสูบและกระดาษฟางออกมา แล้วฉีกชิ้นเล็ก ๆ ก่อนจะยื่นให้โจวสือซวิน “สูบบุหรี่ไหม?”

    โจวสือซวินส่ายหน้า “ไม่เอา ผมไม่ถนัดเรื่องแบบนี้”


    โจวฉางหลินยืดตัวขึ้นราวกับว่าเขานั้นกำลังคิดอะไรอยู่ ผ่านไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยถามขึ้น “ทำไมจู่ ๆ นายถึงแต่งงานล่ะ? มีเรื่องอะไรหรือเปล่า? นายกับไฉ่เสียก็ดี ๆ กันอยู่ ทำไมไม่แต่งกับหล่อนล่ะ?”


    โจวสือซวินขมวดคิ้ว “ผมกับไฉ่เสียเข้ากันไม่ได้”


    โจวฉางหลินตกตะลึง “ทำไมถึงเข้ากันไม่ได้ล่ะ สามปีก่อนตอนที่นายบาดเจ็บ ไฉ่เสียลงไปดูแลตั้งครึ่งเดือนนะ กลับมาหล่อนผอมลงไปมากเลยนะ”


    โจวสือซวินไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ชายหนุ่มนึกถึงตอนที่อยู่ในร้านบะหมี่ที่ตำบลหลังจากที่เซิ่งอันหนิงออกไป “อาซวิน ฉันมีความสุขไม่ได้แล้ว คุณต้องมีความสุขเข้าไว้นะ”


    ชายหนุ่มไม่เข้าใจเรื่องนี้ ทำไมทุก ๆ คนจึงต้องคิดว่าเขากับหลัวไฉ่เสียเป็นอะไรกันด้วย?


    ตอนโจวสือซวินอยู่ที่ชายแดน ผู้คนต่างก็รู้ว่าชายหนุ่มมีคู่ครอง ตอนที่อยู่หน่วยใหม่ คนพวกนั้นก็รู้ว่าเขามีคนรักที่บ้านเกิด

    เขาเองก็ไม่เข้าใจมาโดยตลอด และก็ไม่มีทางที่จะเข้าใจ


    โจวฉางหลินเห็นว่าโจวสือซวินไม่พูดไม่จา ก็นึกว่าตนนั้นพูดอะไรผิดไป จึงได้รีบเอ่ยต่อ “ถึงอย่างไรนายก็แต่งงานแล้ว ไม่พูดถึงเรื่องของไฉ่เสียแล้ว แต่ว่าคนในหมู่บ้านต่างก็มีความคิดต่าง ๆ มากมายเกี่ยวกับนาย พวกเขาคิดว่านายได้ใหม่แล้วลืมเก่า ถ้าวันพรุ่งนี้คนในหมู่บ้านพูดอะไรกับนาย ก็อย่าเอามาใส่ใจเลย”


    โจวสือซวินยังคงไม่พูดอะไรเช่นเคย ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่งและนั่งฟังโจวฉางหลินพูดถึงการเก็บเกี่ยวในช่วงสองปีที่ผ่านมา หลังจากเห็นว่าดึกมากแล้วเขาก็กลับไปที่ห้อง


    เซิ่งอันหนิงที่อยู่ในห้องได้หลับไปแล้ว เธอขดอยู่ในผ้าห่มเพราะอากาศที่หนาวเย็น


    โจวสือซวินมองอยู่สักพัก จากนั้นจึงจัดที่นอนเบา ๆ ก่อนจะปิดไฟและนอนลงข้าง ๆ เซิ่งอันหนิง


    นี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาได้นอนกับหญิงสาวบนเตียงเดียวกัน

    ………………………………………………………………………………………………………………………….

    สารจากผู้แปล


    ฉางอวิ้นนี่น่าจะจิตไม่ปกติ ทำผิดแต่ไม่รู้สึกเลยว่าผิด ปล่อยให้แม่ร้อนตัวไปสิ 

    สรุปในบรรดาคนบ้านเก่านี่มีพี่ใหญ่แหละมั้งที่จิตปกติที่สุด


    ไหหม่า(海馬)