ปราบมาถึงยังห้องเอ เขากวาดตามองยังส่วนที่พักที่เรียงรายไปตามสองข้างทางเดิน เขาแปลกใจยิ่งที่มีพลังฟ้าดินเล็ดลอดออกมาจากห้องพัก เมื่อเหล่าครูฝึกเล่าให้ฟังเขาจึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วทุกห้องนั้นล้วนแล้วแต่มีพลังฟ้าดินที่ถูกปล่อยออกมาให้ได้ฝึกฝน มากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับความเก่งกาจของแต่ละคน
ปราบยืนอยู่ที่หน้าประตูครูฝึกทั้งสองนายพลันเหยียดร่างถอยไปอย่างรวดเร็ว เขายิ้มออกแล้วแสร้งทำเป็นมิรู้เรื่อง
เมื่อเขาวางฝ่ามือลงยังแท่นสแกนลายมือ “ วี้ด “ ประตูเลื่อนหน้าห้องพักถูกเปิดออก
“ โฮกก “ อสูรระดับสิบเอ็ดที่ถูกขังอยู่ในห้องร้องคำรามลั่นแล้วกระโจนร่างออกมาอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มถึงกับแข็งทื่อมิขยับเขยื้อนเคลื่อน “ คว้ากก “
กรงเล็บของอสูรระดับสิบเอ็ดฉีกกระชากร่างของเขาจนเลือดสาดกระเซ็น
“ อ้ากก “ ชายหนุ่มทิ้งร่างดีดดิ้นส่งเสียงร้องออกอย่างโหยหวน
“ ยิงมัน “ ครูฝึกคนหนึ่งร้องลั่น
“ ฟิ้ว “ปืนเลเซอร์ที่ติดตั้งตามทางเดินปลดปล่อยลำแสงพิฆาตออกในทันใด
“ ตูมม “ ร่างอสูรระดับสิบเอ็ดระเบิดออกในทันใด
“ พยาบาล “ ครูฝึกร้องออก
“ วิ้ง “ พลันปรากฏเปลพยาบาลลอยออกมาจากที่ใดก็มิอาจทราบได้
เปลพยาบาลสาดแสงห่อหุ้มร่างของชายหนุ่มแล้วยกเข้าสู่เปลก่อนที่จะลอยไปยังห้องพยาบาลอย่างรวดเร็ว
“ ตี้ด ตี้ด “ เสียงสัญญาณเตือนความรุนแรงดังลั่นทั่วเขตที่พัก
เหล่านักเรียนต่างออกจากห้องแล้วมองยังร่างของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยเลือด พวกเขามองยังบาดแผลของชายหนุ่มแล้วพากันสะท้านทั่วร่าง เมื่อรอยกรงเล็บนั้นมันกรีดผ่านผิวหนังของเขากรีดผ่ากระดูกซี่โครงแลเกือบถึงหัวใจห่างไปเพียงมิลฯเดียว
“ ฮื่อห์ “ หลายคนสูดหายใจเข้าลึกเพราะเรื่องราวนี้พวกเขาย่อมรู้ดีว่าเป็นฝีมือของผู้ใด
“ หวังว่าครั้งนี้จะมีการสั่งสอนสตีฟให้รู้สำนึกบ้าง “
“ ใช่ มันถือว่าพ่อของมันเป็นบุคคลระดับสูงของกองบัญชาการฯแล้วมันจะกลั่นแกล้งผู้ใดก็ได้ “
“ น่าสงสารแต่เด็กใหม่ “
“ ใช่ อีกเพียงแค่มิลฯเดียวก็ได้ไปพบยมบาลแล้ว “
เหล่านักเรียนทั้งหลายต่างส่งเสียงผ่านจิตพูดคุยกัน
ปราบถูกนำเข้ามาในห้องพยาบาล เหล่าแพทย์ทั้งหลายต่างเร่งทำการรักษาอย่างรวดเร็ว
เรื่องราวถูกส่งไปยังหัวหน้าศูนย์ เขาเร่งทำการสอบสวนอย่างรวดเร็ว
เรื่องราวเช่นนี้แม้นเกิดขึ้นบ่อยแต่ก็ไม่ได้ถึงกับเลือดตกยางออกเช่นนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดความรุนแรงขึ้น ถึงกับเกือบพรากชีวิตของเด็กใหม่
“ มันเป็นอสูรขั้นสิบเอ็ด “ ชายชราผู้นำปราบเข้ามาเอ่ย
ชายชราพลันยิ้มออกอย่างเงียบๆเมื่อมีการเปิดภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขารู้สึกว่าชายหนุ่มนั้นสามารถหลบหลีกแลสังหารอสูรตนนั้นได้อย่างง่ายดาย แต่เขากลับไม่ได้ทำเขาทำเพียงหลบกรงเล็บของมันออกเพียงหนึ่งมิลฯ นั่นจึงทำให้กรงเล็บของอสูรมันขาดไปเพียงหนึ่งมิลฯ
“ นี่คงเป็นแผนการสั่งสอนของเจ้าสินะ “ ชายชราพูดในใจ
“ ยอดเยี่ยม “ เขาพูดในใจ
หลังจากที่ทำการไต่สวนแล้วเสร็จ ก็พบว่างานนี้มีหลายคนต้องติดคุกเพราะร่วมมือกันทำร้ายนักเรียน
กระทั่งตัวการก็ยังถูกลงโทษด้วย เพราะนี่ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎเหล็กของกองบัญชาการป้องกันจักรวาล
การหยอกล้อหรือรับน้องนั้นกองบัญชาการป้องกันจักรวาลไม่ได้สนใจหากมันไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น เพราะหลายครั้งก็แค่เพียงหยอกล้อให้อับอายขายขี้หน้า แต่ครั้งนี้เล่นกับความตายนั่นทำให้กองบัญชาการฯไม่สามารถรับได้ พวกเขาจึงต้องสั่งลงโทษอย่างหนักกับผู้ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้บงการ
ทุกคนต่างแปลกใจกับเรื่องการลงโทษในครั้งนี้ เพราะว่าบทลงโทษนี้มันหนักหนาสาหัสยิ่ง เพราะต้องไปทำงานที่แดนกันดารนานถึงร้อยปี
ที่บ้านของปีเตอร์ เขานั่งที่เก้าอี้นวมนุ่มสบายในมือของเขามีแก้วสุราชั้นเลิศ เขามองยังสตีฟบุตรของตนที่คุกเข่าที่พื้น
“ เจ้ารู้หรือไม่ว่าพ่อต้องใช้ตำแหน่งการันตีตัวเจ้า “ ปีเตอร์เอ่ย
“ การกระทำของเจ้าในครั้งนี้ถือว่าล้ำเส้นของกองบัญชาการฯมากนัก “ ปีเตอร์เอ่ยแล้วยกแก้วสุราขึ้นจิบ
“ หนึ่งนำอสูรเข้ามาเขตในที่พัก สองติดสินบนครูฝึกและเจ้าหน้าที่ สามใช้อสูรหมายฆ่านักเรียนร่วมสถาบัน “ ปีเตอร์เอ่ย
“ โทษของเจ้าหนักหนายิ่งนัก “ ปีเตอร์เอ่ย
“ พ่อต้องยอมลดสถานะของตนเองเพื่อให้เจ้าได้สามารถอยู่ในเมืองได้ และเจ้ายังสามารถฝึกฝนได้ที่เดิม “ ปีเตอร์เอ่ย
“ เวลานี้พ่อไม่ได้มีตำแหน่งระดับสูงในกองบัญชาการฯอีกแล้ว และไม่สามารถปกป้องเจ้าจากการกระทำของเจ้าได้อีกแล้ว “ ปีเตอร์เอ่ย
“ หลังจากนี้เวลาจะทำอะไรก็ระวังตัวเองให้ดี และอย่าได้ก่อเรื่องเช่นนี้อีก “ ปีเตอร์เอ่ย
“ ครับ “ สตีฟ
สตีฟพ่นลมหายใจออกอย่างแรงแล้วลุกขึ้นยืนเขามองยังใบหน้าที่อิดโรยของผู้บิดาแล้วได้แต่ถอนหายใจ
แมรี่ผู้มารดาเร่งเข้ามาปลอบใจบุตรชายทั้งยังให้ท้ายบุตรชายของตนว่าทำดีแล้ว แล้วหากอยากแก้แค้นก็ให้วางแผนให้รัดกุมและทำด้วยตัวคนเดียวอย่าให้ใครรู้เรื่อง
ปีเตอร์ได้ถอนหายใจกับการกระทำของภรรยาตนเพราะมันเป็นสิ่งที่ผิด แทนที่จะพูดให้บุตรชายสำนึกผิดแต่กลับพูดยุยงบุตรชายของตน
“ หวังว่าหัวหงอกจะไม่ได้ฝังหัวดำ “ ปีเตอร์เอ่ยแล้วเดินจากไป
สองแม่ลูกมองค้อนผู้เป็นสามีแลบิดา
ชายชราหวงซิ่วเดินเข้ามาในห้องพักของชายหนุ่มแล้วยิ้มออก
“ เจ้าทำได้ดีเยี่ยม “ เขาส่งเสียงผ่านจิตหา
“ แค่นี้เอง มิได้มีอะไรที่ยอดเยี่ยม “ ชายหนุ่มตอบกลับ
“ เจ้ารู้อยู่แล้ว “ หวงซิ่วเอ่ย
“ ครั้งแรกก็ไม่ได้ล่วงรู้แต่พวกมันเผยพิรุธก่อน “ ปราบเอ่ย
“ เมื่อถึงหน้าห้องพวกมันเหยียดเท้าไปไกลทำให้ผมรู้ได้ในทันใดว่าในห้องต้องมีอะไรบางอย่าง “ ปราบเอ่ย
“ อืม “ ชายชราพยักหน้าช้าๆ
“ เอ็งหลบกรงเล็บของมันหรือว่ามันมีแค่นั้น “ หวงซิ่วเอ่ย
“ ท่านคิดว่าเช่นใด “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ คนที่สู้กับอสูรมากมายเช่นเอ็งการหลบหลีกนั้นย่อมสามารถทำได้ “ ชายชราเอ่ย
“ หึ หึ “ ปราบหัวเราะ
“ ข้าต้องไปแล้ว เมื่อเอ็งพักผ่อนจนพอก็เร่งไปฝึกฝน “ ชายชราเอ่ย
“ ผมพักมามากพอแล้วผมหายแล้ว “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ พรุ่งนี้ก็เข้าสู่การฝึกฝน “ ชายชราเอ่ย
“ ผู้เฒ่าทำไมต้องฝึกฝนผมเลื่อนระดับเลยไม่ได้รึ “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ มันเป็นกฎของผู้มาใหม่ “ ชายชราเอ่ย
“ เจ้าอย่ารีบร้อน ยอดฝีมือเช่นเจ้าหากโดดเด่นเกินไปจะถูกหมายหัว “ ชายชราเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ ทำอะไรก็แอบซ่อนพลังไว้บ้าง “ ชายชราเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ ข้าไปแล้ว “ ชายชราเอ่ยแล้วจากไป
ปราบหันกลับมาจ้องมองยังบันทึกเรื่องราวในอดีต เพราะเขานั้นอยากความเป็นมาเป็นไปว่าทำไมต้องมีการฝึกฝน แล้วฝึกฝนไปเพื่อสิ่งใด
รุ่งเช้าอีกวัน
ชายหนุ่มออกจากห้องของตนแล้วไปรวมพลที่ลานกว้าง
เหล่านักเรียนทั้งหลายนั้นต่างเหลียวมองชายหนุ่มเป็นตาเดียว ทั้งยังแปลกใจว่าเหตุใดชายหนุ่มจึงหายเร็วนัก
“ มันเป็นแผนรึ “
“ ใช่ ข้าว่ามันรู้แต่มันแกล้ง “
“ ไอ้สัตว์ปราบ มึงกับกูอย่าได้อยู่ร่วมโลกกันอีกเลย “ สตีฟกัดกรามแน่น