ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 66 : รับน้อง

    ปราบมาถึงยังห้องเอ เขากวาดตามองยังส่วนที่พักที่เรียงรายไปตามสองข้างทางเดิน เขาแปลกใจยิ่งที่มีพลังฟ้าดินเล็ดลอดออกมาจากห้องพัก เมื่อเหล่าครูฝึกเล่าให้ฟังเขาจึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วทุกห้องนั้นล้วนแล้วแต่มีพลังฟ้าดินที่ถูกปล่อยออกมาให้ได้ฝึกฝน มากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับความเก่งกาจของแต่ละคน

     

    ปราบยืนอยู่ที่หน้าประตูครูฝึกทั้งสองนายพลันเหยียดร่างถอยไปอย่างรวดเร็ว เขายิ้มออกแล้วแสร้งทำเป็นมิรู้เรื่อง

     

    เมื่อเขาวางฝ่ามือลงยังแท่นสแกนลายมือ “ วี้ด “ ประตูเลื่อนหน้าห้องพักถูกเปิดออก

     

    “ โฮกก “ อสูรระดับสิบเอ็ดที่ถูกขังอยู่ในห้องร้องคำรามลั่นแล้วกระโจนร่างออกมาอย่างรวดเร็ว

     

    ชายหนุ่มถึงกับแข็งทื่อมิขยับเขยื้อนเคลื่อน “ คว้ากก “

     

    กรงเล็บของอสูรระดับสิบเอ็ดฉีกกระชากร่างของเขาจนเลือดสาดกระเซ็น

     

    “ อ้ากก “ ชายหนุ่มทิ้งร่างดีดดิ้นส่งเสียงร้องออกอย่างโหยหวน

     

    “ ยิงมัน “ ครูฝึกคนหนึ่งร้องลั่น

     

    “ ฟิ้ว “ปืนเลเซอร์ที่ติดตั้งตามทางเดินปลดปล่อยลำแสงพิฆาตออกในทันใด

     

    “ ตูมม “ ร่างอสูรระดับสิบเอ็ดระเบิดออกในทันใด

     

    “ พยาบาล “ ครูฝึกร้องออก

     

    “ วิ้ง “ พลันปรากฏเปลพยาบาลลอยออกมาจากที่ใดก็มิอาจทราบได้

     

    เปลพยาบาลสาดแสงห่อหุ้มร่างของชายหนุ่มแล้วยกเข้าสู่เปลก่อนที่จะลอยไปยังห้องพยาบาลอย่างรวดเร็ว

     

    “ ตี้ด ตี้ด “ เสียงสัญญาณเตือนความรุนแรงดังลั่นทั่วเขตที่พัก

     

    เหล่านักเรียนต่างออกจากห้องแล้วมองยังร่างของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยเลือด พวกเขามองยังบาดแผลของชายหนุ่มแล้วพากันสะท้านทั่วร่าง เมื่อรอยกรงเล็บนั้นมันกรีดผ่านผิวหนังของเขากรีดผ่ากระดูกซี่โครงแลเกือบถึงหัวใจห่างไปเพียงมิลฯเดียว

     

    “ ฮื่อห์ “ หลายคนสูดหายใจเข้าลึกเพราะเรื่องราวนี้พวกเขาย่อมรู้ดีว่าเป็นฝีมือของผู้ใด

     

    “ หวังว่าครั้งนี้จะมีการสั่งสอนสตีฟให้รู้สำนึกบ้าง “

     

    “ ใช่ มันถือว่าพ่อของมันเป็นบุคคลระดับสูงของกองบัญชาการฯแล้วมันจะกลั่นแกล้งผู้ใดก็ได้ “

     

    “ น่าสงสารแต่เด็กใหม่ “

     

    “ ใช่ อีกเพียงแค่มิลฯเดียวก็ได้ไปพบยมบาลแล้ว “

     

    เหล่านักเรียนทั้งหลายต่างส่งเสียงผ่านจิตพูดคุยกัน

     

    ปราบถูกนำเข้ามาในห้องพยาบาล เหล่าแพทย์ทั้งหลายต่างเร่งทำการรักษาอย่างรวดเร็ว

     

    เรื่องราวถูกส่งไปยังหัวหน้าศูนย์ เขาเร่งทำการสอบสวนอย่างรวดเร็ว

     

    เรื่องราวเช่นนี้แม้นเกิดขึ้นบ่อยแต่ก็ไม่ได้ถึงกับเลือดตกยางออกเช่นนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดความรุนแรงขึ้น ถึงกับเกือบพรากชีวิตของเด็กใหม่

     

    “ มันเป็นอสูรขั้นสิบเอ็ด “ ชายชราผู้นำปราบเข้ามาเอ่ย

     

    ชายชราพลันยิ้มออกอย่างเงียบๆเมื่อมีการเปิดภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขารู้สึกว่าชายหนุ่มนั้นสามารถหลบหลีกแลสังหารอสูรตนนั้นได้อย่างง่ายดาย แต่เขากลับไม่ได้ทำเขาทำเพียงหลบกรงเล็บของมันออกเพียงหนึ่งมิลฯ นั่นจึงทำให้กรงเล็บของอสูรมันขาดไปเพียงหนึ่งมิลฯ

     

    “ นี่คงเป็นแผนการสั่งสอนของเจ้าสินะ “ ชายชราพูดในใจ

     

    “ ยอดเยี่ยม “ เขาพูดในใจ

     

    หลังจากที่ทำการไต่สวนแล้วเสร็จ ก็พบว่างานนี้มีหลายคนต้องติดคุกเพราะร่วมมือกันทำร้ายนักเรียน

     

    กระทั่งตัวการก็ยังถูกลงโทษด้วย เพราะนี่ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎเหล็กของกองบัญชาการป้องกันจักรวาล

     

    การหยอกล้อหรือรับน้องนั้นกองบัญชาการป้องกันจักรวาลไม่ได้สนใจหากมันไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น เพราะหลายครั้งก็แค่เพียงหยอกล้อให้อับอายขายขี้หน้า แต่ครั้งนี้เล่นกับความตายนั่นทำให้กองบัญชาการฯไม่สามารถรับได้ พวกเขาจึงต้องสั่งลงโทษอย่างหนักกับผู้ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้บงการ

     

    ทุกคนต่างแปลกใจกับเรื่องการลงโทษในครั้งนี้ เพราะว่าบทลงโทษนี้มันหนักหนาสาหัสยิ่ง เพราะต้องไปทำงานที่แดนกันดารนานถึงร้อยปี

     

    ที่บ้านของปีเตอร์ เขานั่งที่เก้าอี้นวมนุ่มสบายในมือของเขามีแก้วสุราชั้นเลิศ เขามองยังสตีฟบุตรของตนที่คุกเข่าที่พื้น

     

    “ เจ้ารู้หรือไม่ว่าพ่อต้องใช้ตำแหน่งการันตีตัวเจ้า “ ปีเตอร์เอ่ย

     

    “ การกระทำของเจ้าในครั้งนี้ถือว่าล้ำเส้นของกองบัญชาการฯมากนัก “ ปีเตอร์เอ่ยแล้วยกแก้วสุราขึ้นจิบ

     

    “ หนึ่งนำอสูรเข้ามาเขตในที่พัก สองติดสินบนครูฝึกและเจ้าหน้าที่ สามใช้อสูรหมายฆ่านักเรียนร่วมสถาบัน “ ปีเตอร์เอ่ย

     

    “ โทษของเจ้าหนักหนายิ่งนัก “ ปีเตอร์เอ่ย

     

    “ พ่อต้องยอมลดสถานะของตนเองเพื่อให้เจ้าได้สามารถอยู่ในเมืองได้ และเจ้ายังสามารถฝึกฝนได้ที่เดิม “ ปีเตอร์เอ่ย

     

    “ เวลานี้พ่อไม่ได้มีตำแหน่งระดับสูงในกองบัญชาการฯอีกแล้ว และไม่สามารถปกป้องเจ้าจากการกระทำของเจ้าได้อีกแล้ว “ ปีเตอร์เอ่ย

     

    “ หลังจากนี้เวลาจะทำอะไรก็ระวังตัวเองให้ดี และอย่าได้ก่อเรื่องเช่นนี้อีก “ ปีเตอร์เอ่ย

     

    “ ครับ “ สตีฟ

     

    สตีฟพ่นลมหายใจออกอย่างแรงแล้วลุกขึ้นยืนเขามองยังใบหน้าที่อิดโรยของผู้บิดาแล้วได้แต่ถอนหายใจ

     

    แมรี่ผู้มารดาเร่งเข้ามาปลอบใจบุตรชายทั้งยังให้ท้ายบุตรชายของตนว่าทำดีแล้ว แล้วหากอยากแก้แค้นก็ให้วางแผนให้รัดกุมและทำด้วยตัวคนเดียวอย่าให้ใครรู้เรื่อง

     

    ปีเตอร์ได้ถอนหายใจกับการกระทำของภรรยาตนเพราะมันเป็นสิ่งที่ผิด แทนที่จะพูดให้บุตรชายสำนึกผิดแต่กลับพูดยุยงบุตรชายของตน

     

    “ หวังว่าหัวหงอกจะไม่ได้ฝังหัวดำ “ ปีเตอร์เอ่ยแล้วเดินจากไป

     

    สองแม่ลูกมองค้อนผู้เป็นสามีแลบิดา

     

    ชายชราหวงซิ่วเดินเข้ามาในห้องพักของชายหนุ่มแล้วยิ้มออก

     

    “ เจ้าทำได้ดีเยี่ยม “ เขาส่งเสียงผ่านจิตหา

     

    “ แค่นี้เอง มิได้มีอะไรที่ยอดเยี่ยม “ ชายหนุ่มตอบกลับ

     

    “ เจ้ารู้อยู่แล้ว “ หวงซิ่วเอ่ย

     

    “ ครั้งแรกก็ไม่ได้ล่วงรู้แต่พวกมันเผยพิรุธก่อน “ ปราบเอ่ย

     

    “ เมื่อถึงหน้าห้องพวกมันเหยียดเท้าไปไกลทำให้ผมรู้ได้ในทันใดว่าในห้องต้องมีอะไรบางอย่าง “ ปราบเอ่ย

     

    “ อืม “ ชายชราพยักหน้าช้าๆ

     

    “ เอ็งหลบกรงเล็บของมันหรือว่ามันมีแค่นั้น “ หวงซิ่วเอ่ย

     

    “ ท่านคิดว่าเช่นใด “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ คนที่สู้กับอสูรมากมายเช่นเอ็งการหลบหลีกนั้นย่อมสามารถทำได้ “ ชายชราเอ่ย

     

    “ หึ หึ “ ปราบหัวเราะ

     

    “ ข้าต้องไปแล้ว เมื่อเอ็งพักผ่อนจนพอก็เร่งไปฝึกฝน “ ชายชราเอ่ย

     

    “ ผมพักมามากพอแล้วผมหายแล้ว “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ พรุ่งนี้ก็เข้าสู่การฝึกฝน “ ชายชราเอ่ย

     

    “ ผู้เฒ่าทำไมต้องฝึกฝนผมเลื่อนระดับเลยไม่ได้รึ “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ มันเป็นกฎของผู้มาใหม่ “ ชายชราเอ่ย

     

    “ เจ้าอย่ารีบร้อน ยอดฝีมือเช่นเจ้าหากโดดเด่นเกินไปจะถูกหมายหัว “ ชายชราเอ่ย

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้า

     

    “ ทำอะไรก็แอบซ่อนพลังไว้บ้าง “ ชายชราเอ่ย

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ

     

    “ ข้าไปแล้ว “ ชายชราเอ่ยแล้วจากไป

     

    ปราบหันกลับมาจ้องมองยังบันทึกเรื่องราวในอดีต เพราะเขานั้นอยากความเป็นมาเป็นไปว่าทำไมต้องมีการฝึกฝน แล้วฝึกฝนไปเพื่อสิ่งใด

     

    รุ่งเช้าอีกวัน

     

    ชายหนุ่มออกจากห้องของตนแล้วไปรวมพลที่ลานกว้าง

     

    เหล่านักเรียนทั้งหลายนั้นต่างเหลียวมองชายหนุ่มเป็นตาเดียว ทั้งยังแปลกใจว่าเหตุใดชายหนุ่มจึงหายเร็วนัก

     

    “ มันเป็นแผนรึ “

     

    “ ใช่ ข้าว่ามันรู้แต่มันแกล้ง “

     

    “ ไอ้สัตว์ปราบ มึงกับกูอย่าได้อยู่ร่วมโลกกันอีกเลย “ สตีฟกัดกรามแน่น

    คล้ายกับเรื่องปราบพิภพสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน