เคอหลิ่งหลินตามนักพรตหญิงมายังกระท่อมที่พักบนูเา นางไม่เคยขึ้นเขามาถึงที่นี่ มาไกลที่สุดก็แค่บึงมรกตเท่านั้น หญิงสาวเดินตามแผ่นหลังของผู้ที่เรียกตนเองว่าป้าเข้ามาในกระท่อมไม้ไผ่ที่เรียบง่ายและสงบเงียบ
หญิงต่างวัยนั่งที่เก้าอี้กลางห้องขนาดเล็ก เคอหลิ่งหลินปรายตามองไปทางมุมหนึ่งของห้องนางรู้ทันทีว่านางต้องเตรียมน้ำชาให้ อึดใจต่อมาจึงยกกาน้ำชามารินให้นักพรตหญิง
“เคอหลิ่งหลินคาราวะท่านป้าเ้าค่ะ”
“ข้าบอกว่าข้าเป็ป้าของเ้าเ้าก็เชื่อแล้วเรอะ” น้ำเสียง
กระด้างดุแต่ยื่นมือมารับถ้วยน้ำชาขึ้นดื่ม
หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อยแต่แย้มยิ้มออกมา “ข้าน้อยไร้ญาติขาดมิตร หากท่านเมตตานับข้าน้อยเป็ลูกหลานข้าน้อยยอมดีใจจนไม่ถามสิ่งใด”
“พูดได้ดี พ่อเ้าคงสอนมาละซิ”
“ท่านพ่อสั่งสอนให้อ่อนน้อมถ่อมตน ให้ดูต้นหญ้าเป็ตัวอย่างที่ยอมเอนลู่ไปพื้นดินไม่เสมอตนแม้จะเกิดอยู่บนูเาสูงเทียมฟ้า”
“เหอะ…แล้วพ่อเ้าพูดอะไรถึงแม่เ้าบ้างล่ะ”
“ท่านพ่อเล่าแต่เื่ดีๆ ของท่านแม่”
“แล้วบอกไหม?ว่าเจอแม่เ้าได้อย่างไร”
“ท่านพ่อบอกว่า ท่านไปหาของป่าแล้วเจอท่านแม่...” บิดาไม่ได้เล่ารายละเอียดมากนักในเื่นี้
“พ่อเ้ามันเป็โจร! มันตั้งใจมาขโมยเอากระบี่ผงาดฟ้า แต่แม่เ้ามันใจอ่อนอ่อนแอไม่เข้าเื่ถึงได้หลงกลพ่อของเ้าไงล่ะ”
“แล้วข้าควรเรียกท่านว่าท่านป้าหรือนักพรตหญิงเ้าคะ” ถามด้วยดวงตาใสซื่อ
“แม่ของเ้าเป็ศิษย์น้องของข้าข้าก็ต้องเป็ป้าของเ้า!” นางเอานี้ชี้จิ้มหน้าผากหญิงสาวอย่างแรง “อย่ามาทำตาใสซื่อข้า
ไม่หลงกลเ้าหรอกนะ”
เคอหลิ่งหลินเม้มปากแน่นกลั้นยิ้มท่าทางท่านป้าอารมณ์ร้อน ปากร้าย ทว่าจิตใจดี ไม่เช่นนั้นนางคงถูกไม่ได้มานั่งอยู่เบื้องหน้าเช่นนี้
“แต่ข้าไม่เคยเห็นท่านพ่อมีกระบี่อะไรนั้น”นางอยู่บิดาตลอดเวลา ตัวติดกันอย่างกับอะไรดี ไม่เคยเห็นท่านพ่อมีกระบี่วิเศษอะไรเสียหน่อย
“ก็พ่อเ้าไม่ได้เอากระบี่ไปแต่เอาไป๋ลู่ไปแทนไงเล่า”
“อ่า...ท่านป้ายิ่งเล่าข้าก็ยิ่งงง”
“ข้ากับไป๋ลู่-แม่ของเ้ามีหน้าที่ดูแลไม่ให้ผู้ใดมา่ชิงกระบี่ผงาดฟ้าแต่พ่อของเ้าก็แอบเข้ามาหวังจะเอากระบี่ไป ทว่าพ่อเ้าหลงใหลความงามของไป๋ลู่และนางเองก็มีใจให้พ่อของเ้า ไป๋ลู่จึงยอมทำผิดกฏหนีไปอยู่พ่อของเ้าไงล่ะ”
“ถ้าแม่ของข้ายินยอมพร้อมใจจากที่นี่ไปเช่นนั้นแล้ว พ่อข้าก็ไม่ได้เป็โจรมาขโมยสิ่งใดจากท่านป้าไปใช่หรือไม่”
นางถอนแสร้งทำเป็หายใจอย่างโล่งอกออกหน้าออกตา คราวนี้เป็นักพรตหญิงที่มีอาการอึกอักท่าทางนี้ทำให้ เคอหลิ่งหลินยิ้มออกมาได้
“ท่านป้า... เื่เป็เช่นนี้แล้วจะเรียกว่าพ่อข้าเป็โจรได้อย่างไรในเมื่อทั้งพ่อและแม่ของข้ารักกัน จนยอมทิ้งทุกสิ่งทุก
อย่างได้ ที่สำคัญทำให้ข้าได้เกิดมาเป็ตัวตนบนโลกใบนี้”
“ความรัก! ข้าละเกลียดคำนี้เสียจริง แม่เ้าก็เอาแต่พร่ำคำๆ นี้” นางทำเสียงไม่พอใจแต่เหลือบตามองหญิงสาวที่อยู่ในวัยสะพรั่ง ใบหน้าไม่ได้งดงามโดดเด่นแต่ก็หมดจดโครงหน้ารูปไข่สวยได้แม่มาทั้งหมดแล้วดวงตาคู่นั้นก็หรี่มองผู้เป็หลาน
“อย่าบอกว่าเ้ามาที่นี่ก็เพราะคำว่ารักนี่อีกคน”
“เอ่อ...”คราวนี้หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง นางชอบเขาแต่คำว่ารักดูเหมือนจะมากไปเกินกว่าจะเอ่ยออกมาได้นางชอบเขาเพียงฝ่ายเดียว แค่นี้มันชัดเจนแก่ใจก็พอแล้ว
“ถ้าไม่ได้มาเอากระบี่ผงาดฟ้าเ้ามาเอาสิ่งใดกัน”
“ข้า้าไข่มุกหมื่นราตรีเ้าค่ะ”
คำตอบของเคอหลิ่งหลินทำเอานักพรตหญิงถึงกับแหงนหน้าหัวเราะเสียงดังท่าทางนั้นทำให้หญิงสาวลงจากเก้าอี้กลมแล้วคุกเข่าเบื้องหน้าหญิงต่างวัยด้วยความเคารพยำเกรงหญิงสาวไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแม่และพ่อก็ไม่อยู่ให้ถามแล้วหากนางบอกว่านางเป็ป้าก็เรียกได้ว่านางจะเป็เพียงญาติคนเดียวที่นางเหลืออยู่
“ข้า้านำสิ่งนั้นไปช่วยชีวิตผู้อื่น”
“คงเป็คนสำคัญที่เ้ายอมแลกชีวิตเพื่อนำสิ่งนั้นไป” นักพรตหญิงหัวเราะแบบเย้ยเยาะในลำคอ“เ้ารักคนผู้นั้นถึงขนาดยอมเอาชีวิตตนเองเข้าแลกงั้นรึ”
“...”
การนิ่งเงียบไปของเคอหลิ่งหลินทำให้นักพรตหญิงหัวเราะอีกครั้งเป็การหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเวทนาและสงสารอยู่ในที
“ไข่มุกหมื่นราตรีมีสรรพคุณแก้พิษรักษาชีวิตคนได้แต่การจะนำไข่มุกหมื่นราตรีขึ้นจากบึงมรกตนั้น ก็ต้องรับพิษที่เปลือกหอยด้วยเช่นกันยิ่งไข่มุกมีคุณในการรักษามากเท่าใด พิษที่อยู่เปลือกหอยก็ร้ายแรงยิ่งนักเ้าอาจไม่รอดชีวิตก็เป็ได้ เ้าจะยอมแลกชีวิตกับสิ่งนั้นเพื่อผู้อื่นงั้นเรอะ”
เคอหลิ่งหลินฟังทุกถ้อยคำที่เอ่ยเตือนสตินางหญิงสาวครุ่นคิดแล้วแย้มยิ้มออกมา อย่างไรก็ตามนางตัดสินใจแล้วและจะไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนใจนางได้เช่นกัน
“คนที่ข้าช่วยเป็คนดี หากเขามีชีวิตอยู่ต้องทำสิ่งดีเพื่อผู้อื่นเช่นนั้นแล้วการกระทำของข้าก็ไม่สูญเปล่าแต่อย่างใด”
“แต่เ้าจะตาย!”
หญิงสาวหัวเราะราวกับเป็เื่ตลก“ตายแล้วอย่างไร ข้าก็แค่ได้ไปพบหน้าพ่อกับแม่อีกครั้งในปรโลก”
“บ๊ะ!พ่อเ้านี่มันสอนเ้าอย่างไรกัน” นักพรตหญิงส่ายหน้าไปมา “พ่อแม่เ้าตายจากไปแล้วแล้วตอนนี้เ้าอยู่ที่ใดกัน”
“ข้าอยู่กับแม่ทัพจ้าวเ้าค่ะ”
“งั้นแม่ทัพจ้าวใช้ให้เ้ามาเอาไข่มุกหมื่นราตรีงั้นเรอะ”
“มิใช่เ้าค่ะ” นางส่ายหน้าไปมา
“พ่อของข้าหลังจากออกจากหุบเขาชิงซานก็ติดตามแม่ทัพจ้าวร่วมรบจนตายจากไปเมื่อหลายปีก่อนจากนั้นแม่ทัพจ้าวก็รับข้าเป็บุตรบุญธรรมให้ความเป็อยู่สุขสบายแต่การที่ข้ามาเอาไข่มุกหมื่นราตรีครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับแม่ทัพจ้าวข้าเพียงนำไปให้คนผู้หนึ่ง...”
“ซึ่งเ้าก็จะไม่ปริปากว่าคนผู้นั้นเป็ใคร?”
“ขออภัยที่ข้าไม่อาจเอ่ยถึงเขาได้”
“อย่างน้อยก็เป็บุรุษ”เข่นเสียงหัวเราะในลำคอ “ไม่ว่าจะพูดอย่างไรข้าคงเปลี่ยนใจไม่ได้แล้วใช่ไหม”
“ย่อมเป็เช่นนั้น”
“เอาเถอะหน้าที่ของข้าคือปกป้องกระบี่ผงาดฟ้าหาได้มีหน้าที่ดูแลไข่มุกหมื่นราตรีข้าได้เตือนเ้าแล้ว เ้าจะได้สิ่งนั้นมาแต่เ้าจะสูญเสียทุกอย่างในตัวของเ้าไปข้าเพียงบอกเ้าได้เท่านี้ ทุกอย่างล้วนเป็เวรกรรมและชะตาฟ้าลิขิต”
“ขอบคุณท่านป้า”
“เ้าพักผ่อนเสียหน่อยเพราะเ้าต้องดำน้ำลงไปเอาไข่มุกหมื่นราตรียามหลังเที่ยงคืน ต้องรอให้จันทร์กระจ่างฟ้าเพราะมีแต่แสงจันทร์เท่านั้นที่นำทางให้เ้าได้”
“ถ้าเป็เช่นนั้นข้าน้อยอยากขอความเมตตาจากท่านป้า ช่วยเล่าเื่ท่านแม่ให้ข้ารู้สักหน่อยเถิด ข้าไม่เคยรู้ว่าท่านแม่เป็มาอย่างไรก่อนเจอท่านพ่อ”
นักพรตหญิงมองหญิงสาวด้วยหางตาแล้วหัวเราะในลำคอ
“ได้ซิ ไหนๆ เ้าก็จะได้ไปพบพ่อกับแม่เ้าในปรโลกอยู่แล้วจะให้เล่าเื่แม่ของเ้าเสียหน่อยก็ไม่เสียเวลาอะไรนักหรอก”
ค่ำคืนคืบคลานเข้ามาอย่างเชื่องช้า แม้ว่าเคอหลิ่งหลินจะนั่งตั้งสติมานานหลายชั่วยามไม่อาจมีสิ่งใดมาเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจครั้งนี้ได้อีกแล้วนางใช้ชีวิตในสนามรบได้พบเห็นสายตาที่จ้องมองนางราวกับปีศาจตนหนึ่งก็ไม่ป่านจะกล่าวว่าชินชาก็ไม่อาจเรียกได้เต็มปาก เพราะนางยังคงเ็ปกับสิ่งเ่าั้
มือที่เปื้อนเืและเสียงร้องโหยหวนยังดังในหัวน้อยๆของนางแม้ในยามหลับใหลทว่ามีเพียงสายตาของเขาเท่านั้นที่มองนางอย่างอ่อนโยนและไม่มีความรังเกียจใด อาจเป็เพราะเขาไม่รู้ว่านางเป็ใครและเข้าใจว่านางเป็คนเลี้ยงม้าในจวนแม่ทัพจ้าวก็นั้นแหละ นางไม่ได้โฉมสะคราญให้ผู้คนหลงใหลได้นี่ นางหัวเราะให้กับตนเอง เพียงแค่นี้ก็พอแล้วแค่สายตาของเขาทำให้นางระลึกได้ว่าตนเองเป็เพียงคนธรรมดาที่ไม่ใช่มารปีศาจตนใดก็พอแล้ว
นักพรตหญิงหายไปที่ใดนางไม่อาจรู้ได้ มีเพียงถุงมือหนังสัตว์ที่วางไว้ให้นี่อาจเป็ของขวัญที่มอบให้นางก่อนตายได้รับรู้เื่ราวของท่านพ่อและท่านแม่ หญิงสาวเหยียดตัวขึ้นแล้วเดินตามแสงสว่างของจันทราคืนนี้พระจันทร์เต็มดวงงดงามนัก ผิวน้ำในบึงมรกตสะท้อนดวงจันทร์ราวกับกระจก เคอหลิ่งหลินหยิบถุงมือหนังสัตว์มาสวมกลั้นใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนสูดลมหายใจเก็บอากาศไว้เต็มปอดแล้วกระโจนลงไปในน้ำด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยว
ผิวน้ำเยียบเย็นกว่าที่นางคาดคิด ราวกับถูกผ้าแพรสีเขียวมรกตรัดรึงทำให้นางต้องรีบเตะปลายเท้าแล้วแหวกว่ายดำดิ่งลงไป เป็จริงเช่นคำของนักพรตหญิงกล่าวไว้แสงจันทร์กระจ่างทำให้นางมองเห็นใต้ผิวน้ำได้แจ่มชัดมองเห็นคล้ายถ้ำตามที่นักพรตหญิงบอกนางว่ายเข้าไปแล้วโผล่หน้าขึ้นในช่องแคบเล็กได้อากาศอีกอึดใจก่อนจะดำลงไปหากไม่เพราะนาง้ามาเพื่อนำเอาไข่มุกหมื่นราตรีไปนางคงชื่นชมความงามในถ้ำใต้น้ำเช่นนี้
ทว่าเวลานี้นางต้องตั้งมั่นทำในสิ่งที่้า นางไม่ได้ใส่ใจสิ่งอื่นเพียงสิ่งเดียวที่้าคือไปให้ที่หอยมุกหมื่นราตรีที่เวลานี้อยู่เบื้องหน้านางแล้วมองเพียงผิวเผินคล้ายก้อนหินขนาดใหญ่หลายก้อนซ้อนทับไร้ระเบียบ แต่เมื่อสังเกตดีๆ จะเห็นว่าเป็หอยมุกขนาดใหญ่กว่าเด็กเจ็บแปดขวบด้วยซ้ำแม้มีถุงมือหนังแต่นางต้องระวังอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพื่อตัวเองแต่เพื่อนำไข่มุกกลับไปให้จงได้ มือเรียวหยิบมีดสั้นที่พกไว้ออกมาแล้วงัดปากเปลือกหอยให้เปิดอ้าหอยมุกขนาดใหญ่นางต้องใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีงัดมันให้เปิดออก เพียงปากหอยเปิดอ้าแม้จะเห็นไข่มุกสีดำแวววาวอยู่เบื้องหน้า ทว่านางรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่พุ่งตรงเข้าใส่ผิวกายปะทะกับคราบเมือกลื่นที่อยู่รายล้อมไข่มุก นางรีบใช้คว้าไข่มุกสีนิลใส่ถุงผ้าคล้องคอตนเองแล้วถีบตัวแหวกสายน้ำไปให้ถึงผิวน้ำโดยเร็ว
สติของนางเลือนลางทุกขณะแต่กระนั้นก็เพ่งมองแสงจันทร์ที่ทอแสงราวกับจะนำทางในนางโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาได้ ร่างบางทะลึ่งกายจากบึงมรกต นางตะเกียดตะกายแหวกว่ายมาถึงฝั่งสำลักน้ำอยู่ครู่ใหญ่ ทว่าเมื่ออากาศเข้าปอดนางกลับรู้สึกปวดร้าวไปทั่วร่างเ็ปจนกรีดร้องไร้เสียงทิ้งร่างลงไปดิ้นทุรนทุรายบนพื้นดิน
“ไม่ได้ ข้าจะเป็อะไรตอนนี้ไม่ได้” นางเรียกสติตัวเองยันตัวขึ้นจากพื้นดินแล้วรอยยิ้มก็ปรากฏเมื่อเห็นลิงั์โหนเถาวัลย์ลงมาหาราวกับจะรอรับนางอยู่แล้ว
“พี่วานร พาข้ากลับไปกระท่อมทีเถิดข้าต้องไปเอาม้าที่นั้น”
ลิงั์พยักหน้าอย่างเข้าใจ แบกนางขึ้นบ่าแล้วห้อยโหนเถาวัลย์ไปถึงกระท่อมอย่างรวดเร็วความเ็ปที่บีดรัดหัวใจทำให้นางยังมีสติอยู่ ลิงั์มองหน้าดวงแววตาห่วงใยมือนางสั่นระริกแต่ก็ยื่นไปแตะใบหน้าของ ‘พี่วานร’ จะเอ่ยปากบอกลาก็กลายเป็กระอักเืสีสดออกมาแต่กระนั้นก็ฝืนยิ้มให้ทั้งที่มุมปากยังมีเืเปื้อนเปรอะลิงั์ผงกศีรษะราวกับเข้าใจส่งที่หญิงจะเอื้อนเอ่ยมันช่วยพยุงนางขึ้นหลังม้า
‘ท่านป้าข้าเคอหลิ่งหลินขอลาก่อน’
เคอหลิ่งหลินได้แต่รำพึงอยู่ในใจเมื่อร่างของหญิงสาวขึ้นหลังเมฆเหินที่รอเหมือนรู้ล่วงหน้า นางพยายามหยัดตัวยืนขึ้นบนหลังม้ากระทุ้งเท้าเป็สัญญาณให้เมฆเหินทะยานออกไป
ทว่าร่างของหญิงต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อหนึ่งฝ่ามือกระแทกแผ่นหลังนางอย่างแรงแรงจนนางกระอักเอาลิ่มเืออกจากปาก แต่ครั้งนี้โลหิตนั้นเป็สีดำร่างของนางโงนเงนอยู่บนหลังม้าครู่หนึ่งก่อนจะซบลงไปแต่กระนั้นเคอหลิ่งหลินตวัดมือให้สายบังเหียนนั้นพันรอบข้อมือแน่นราวกับเป็สิ่งเดียวที่นางจะยึดเหนี่ยวไว้โดยไม่สนใจว่ามันจะรัดจนข้อมือนางเป็รอยช้ำ
ดวงตาที่เกือบจะปิดสนิทพร้อมสติที่กำลังจะหลุดลอย มองเห็นเงาร่างของนักพรตหญิงสายลมูเาพัดเส้นผมสีเงินยวงท่ามแสงจันทร์
“ทะ..ท่าน...ท่านป้า”
หญิงสาวไม่เข้าใจเหตุใดท่านป้าจึงซัดฝ่ามือใส่นางจนกระอักลิ่มเืและไม่มีเวลาจะเอ่ยถามเมื่อนางเองก็รู้ตัวว่าาเ็ครั้งนี้ไม่น้อยกว่าที่ต้าซื่อได้รับ
“เคอหลิ่งหลิน” น้ำเสียงเยียบเย็นดังอยู่เื้ัมองดูอาชาสง่างามพาร่างาเ็สาหัสวิ่งไปตามเส้นทางออกจากหุบเขาชิงซาน
“มันคือชะตากรรมที่เ้าเลือก...และจากนี้ไปชีวิตเ้าไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว”.