“โอ๊ะ!...ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับคุณลูกค้า วันนี้พาแฟนมาด้วยเหรอครับเนี้ย”
ไม่ได้เจอกันนานคำพูดคำจาชวนให้ถูกตัดลิ้นเหลือเกิน
โนอาห์มองเจ้าของเสียงด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายไม่คิดจะโต้เถียงแต่อย่างใด ในขณะที่เซเรน่าก้มหน้างุดๆด้วยเหตุผลที่โนอาห์ต้องเก็บงำความคิดนั้นไว้ ในตอนนี้พวกเขาทั้งสองยืนอยู่ภายในร้านขายอุปกรณ์เวทมนตร์แห่งหนึ่งที่โนอาห์เคยมากับอารันเมื่อครั้งก่อนจะสอบเข้า บรรยากาศภายในร้านยังคงเงียบสงบเหมือนเดิม ดูเหมือนว่าทั้งร้านจะมีคนแค่สามคนเท่านั้นก็คือเขา เซเรน่า แล้วก็เจ้าของร้านที่ชื่อราเวนกำลังยืนยิ้มต้อนพวกเขาอยู่
จะว่าร้านมันไม่ดังหรือเพราะเงียบอย่างนี้ตลอดกันแน่
“คนที่จะมาซื้อน่ะไม่ใช่ฉันหรอกนะ นี้....คนนี้ต่างหาก” เขายกมือขึ้นโบกปัดหย็อยๆ มุ่ยหน้าไปทางหญิงสาวที่คนอยู่ข้างๆซึ่งตอนนี้เหมือนจะตื่นตาตื่นตาใจกับสินค้าในร้านนี้มากพอดู นัยต์ตากลมโตสีฟ้ามองไปรอบๆด้วยความสนอกสนใจ และนั้นเองทำให้โนอาห์ลอบถอนหายใจด้วยความยินดี
อย่างน้อยเธอก็ไม่เรื่องมากไปซะทีเดียว
“อย่างนี้นี้เองสินะครับ แล้วไม่ทราบว่าสนใจสินค้าประเภทอะไรอยู่ล่ะครับ ทางเราสามารถจัดหามาได้หมดเลยถ้าคุณลูกค้าต้องการ” ราเวนพยักหน้าอย่างรู้งาน สาวเท้าเข้าไปหาเซเรน่าพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มน่าฟัง โนอาห์ที่เหลือบมองอยู่จึงวางใจก่อนจะหันไปสังเกตสังกาอุปกรณ์เวทมนตร์ที่เรียงรายอยู่เต็มร้าน
“อ๊ะ!...คทาน่ะค่ะ” เซเรน่าสะดุ้งเล็กน้อยหันหน้ามาหาราเวน เธอยืนนิ่งอยู่ชั่วครู่แล้วจึงค่อยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม อย่างไรซะเซเรน่าไม่เคยต้องมาซื้อของเองแบบนี้มาก่อน เรื่องของที่จำเป็นในการเข้าเรียนพ่อของเธอจะจัดการหาให้อยู่แล้ว จะเรียกว่าไม่มีประสบการณ์ในด้านนี้เลยก็ได้
เพราะฉะนั้นตอนนี้เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องออกมาซื้อเองด้วย!!
“คทาสินะครับ ไม่ทราบว่าต้องการให้ผมแนะนำให้เลยไหม? หรือจะลองเดินดูเองก่อน” เจ้าของร้านขยับรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย รู้ได้โดยทันทีว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ค่อยสันทัดเรื่องพวกนี้เท่าไหร่
“ขอเดินดูเองดีกว่าค่ะ” เซเรน่าตอบ ผงกหัวก้มลงเล็กน้อย
“ถ้ามีอะไรสงสัยก็สอบถามผมได้ทุกเมื่อเลยนะครับ” ราเวนส่งยิ้มไปให้พร้อมผายมือไปยังมุมหนึ่งของร้านที่เหมือนจะมีแต่คทาหรือไม้เท้าเวทมนตร์เต็มไปหมด เซเรน่ามองตามแล้วค่อยสาวเท้าไปยังบริเวณตรงนั้น
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตาของโนอาห์ทั้งสิ้น
เขานึกไม่ถึงเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อซักครู่จะเป็นผู้หญิงคนเดียวกับที่เขาเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คำพูดคำจารวมถึงน้ำเสียงแตกต่างกับที่เห็นในตอนปกติลิบลับ โนอาห์เองที่หันขวับมาตั้งแต่ประโยคแรกที่หญิงสาวพูดขึ้นตั้งแต่ก้าวเข้ามาในร้านแห่งนี้ได้แต่เกาหัวแกรกๆ หันมายิ้มให้ราเวนและเดินตามเซเรน่าไปด้วยความสนอกสนใจอย่างปิดไม่มิด
“นึกไม่ถึงเลยนะว่าคนเมื่อกี้จะเป็นเธอน่ะ” โนอาห์เปิดบทสนทนา หันไปมองเซเรน่าที่ตอนนี้กำลังหยิบคทาจากชั้นวางมาลูบๆคลำๆ
“คนเรามันก็ต้องมีมารยาทบ้างไม่ใช่เหรอ เรื่องแบบนี้ฉันฝึกมาตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะ...ไม่เหมือนใครบางคน ทำตัวกวนประสาทได้เกือบตลอดทั้งวัน” เซเรน่าตอบกลับทันควันโดยที่ยังจดๆจ้องๆอยู่ที่คทาอันใหม่บนชั้นวาง
“คนๆนั้นนี้คงจะแย่น่าดูเลยนะ ลำบากใจแทนจริงๆ” ชายหนุ่มพูดเองเออเองลงท้ายด้วยเสียงหัวเราะเบาๆชวนน่าโยนออกจากร้านเป็นอย่างยิ่ง เซเรน่าเองก็ได้แต่หันมามองค้อนแต่ก็ดูไม่ได้ผลกับชายหนุ่มซักเท่าไหร่ในเมื่อตอนนี้เขายังยืนยิ้มอยู่ได้โดยไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด
จากนั้นบทสนทนาก็เป็นไปเชิงถามตอบปกติซึ่งความเป็นจริงแล้วเหมือนโนอาห์พูดอยู่คนเดียว เพราะเซเรน่าเองเอาแต่จับคทาอันนี้คลำไปมา ลองยกไม้เท้าอันหนึ่งขึ้นๆลงๆ หรือไม่ก็เอาแต่มองคทาอันหนึ่งจนกินเวลาไปเกือบๆหนึ่งนาที ในที่สุดโนอาห์ที่ทนไม่ไหวจึงเอ่ยถามขึ้นมา
“ทำไมถึงพิรี้พิไรขนาดนี้ด้วยล่ะ เลือกมาซักอันไม่ได้เหรอ” โนอาห์สะกิดถามเบาๆ
“จะทำแบบนั้นได้ไงเล่า ก็ในเมื่อคทาน่ะ...เดี๋ยวสิ นี่นายไม่รู้เรื่องนี้เหรอเนี้ย...” เธอทำหน้าเหมือนไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่พึ่งพูดไปซักเท่าไหร่ หรี่ตามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเธอมองตั้งแต่หัวจรดเท้าจนคนถูกมองได้แต่ยิ้มแหยๆเกาหัวแกรกๆแก้เก้อ
ก็ไม่รู้น่ะสิถึงได้ถาม
“เอาเถอะ ฉันก็ไม่คิดว่านายจะรู้เรื่องพวกนี้อยู่แล้ว อารันนี้ก็แย่จริงๆที่ไม่ได้บอกนายน่ะ” เซเรน่าส่ายหัวไปมาบ่นพึมพำ เธอคิดไว้ตั้งแต่ได้รู้เรื่องที่โนอาห์ไม่ใช่คนจากโลกนี้แล้วว่าชายคนนี้ยังไม่ประสีประสาเกี่ยวกับสิ่งที่คนทั่วไปควรรู้ในโลกใบนี้อีกมากต่อมากนัก
“คทาหรือไม้เท้าเนี้ยถือเป็นหัวใจของสำคัญของจอมเวทอย่าง...เราๆเลยนะ เพราะงั้นแล้วไม่ใช่ว่าใครที่ไหนจะมาหยิบไปใช้กันได้มั่วๆ เคยได้ยินบ้างไหมเรื่องที่คทาจะเลือกเจ้าของแทนที่เจ้าของจะเลือกคทาน่ะ ที่ฉันกำลังทำก็คือการทดสอบว่ามีอันไหนที่เข้ากันได้ดีกับฉันบ้าง ไม่งั้นต่อให้เป็นถึงคทาในตำนานหรือไม้เท้าวิเศษแต่ถ้าแกนวิญญาณไม่เข้ากันมันก็เท่านั้น จำใส่หัวสมองเอาไว้ซะด้วยล่ะ!!” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะทำตัวประดุจอาจารย์ของเขาก็ไม่ปาน จ้องมาที่เขาเขม็งเหมือนจะบอกว่าให้จำใว้ดีๆ ในขณะที่โนอาห์ก็ได้แต่ผงกหัวฟังแต่โดยดีทั้งที่ในใจกลับคิดไปอีกอย่าง
แต่หัวใจเธอคงเปราะบางมากเลยล่ะมั้งนี้ เล่นทำพังไปตั้งแต่สอบเข้าน่ะ
แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน เจ้าอารันมันไม่รู้หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้กันแน่
กลับไปคงต้องมีคุยกันหน่อย
แล้วเวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไปได้ซักระยะ ในที่สุดเซเรน่าก็เลือกได้ซักทีว่าคทาอันที่คู่ควรกับเจ้าหล่อน โนอาห์มองดูภายนอกก็แทบไม่แตกต่างกับอันเก่าที่เธอเคยใช้จนหลงคิดไปว่าบางทีเซเรน่าอาจจะยึดติดกับคทาอันเก่า ไม่ก็รูปลักษณ์ภายนอกอาจจะมีส่วนไม่มากก็น้อยสำหรับความเข้ากันแล้วแต่ตัวบุคคลที่ตัวเขาคงต้องทำความเข้าใจไปอีกซักระยะ
ถึงอย่างไรก็ดีพวกเขาใช้เวลามาขลุกอยู่กับร้านขายอุปกรณ์เวทมนตร์นานเกินไป แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่น้อยสำหรับเซเรน่าที่เหมือนกับยกภูเขาออกจากอก เธอจ่ายเงินและทำให้คทาหายไปจนโนอาห์โหวกเหวกโวยวายซึ่งได้รับการอธิบายทีหลังว่าเป็นเวทมนตร์เคลื่อนย้ายชนิดหนึ่ง หลังจากเดินออกนอกร้านเซเรน่าเองมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปจนโนอาห์ต้องเงยหน้าขึ้นมองฟากฟ้าเบื้องบนว่าเกิดอาเพศอะไรหรือไม่ ก่อนจะเบือนหน้าไปหาเซเรน่าที่หุบยิ้มลงหลังจากรู้ตัวว่ากำลังถูกมองอยู่
สำหรับเขาเองถ้าเซเรน่ามีความสุขเขาก็พลอยมีความสุขไปด้วยไม่น้อย
เพราะเจ้าหล่อนอาสาเลี้ยงข้าวกลางวันหลังจากที่ใครซักคนท้องร้องยังไงล่ะ!!!
“นายคิดว่าจะสอบผ่านหรือสอบตก”
คำถามที่เกือบทำเอาโนอาห์สำลักน้ำเปล่า
ร้านที่เซเรน่าเลือกเป็นร้านอาหารระดับกลางๆที่ราคาค่อนข้างเป็นมิตรกับประชาชนทั่วไป ภายในตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลเกือบทั้งร้านให้ความรู้สึกดีไปอีกแบบ ในตอนแรกโนอาห์ก็นึกว่าลูกสาวคนสำคัญจากตระกูลขุนนางจะพาไปภัตตาคารหรูที่ไหนซักแห่งซะอีก จนเผลอพลั้งปากถามเซเรน่าไปว่าทำไมถึงเป็นร้านนี้ คำตอบที่ได้ถึงกับเขาเลิกคิ้วขึ้นความประหลาดใจเลยทีเดียว
‘ประหยัดได้ก็ต้องประหยัดใช่ไหมล่ะ อีกอย่างร้านนี้ยูกิเคยแนะนำมาด้วย มาลองนิดหน่อยก็ไม่เสียหายนี่นาจริงไหม’ คำตอบที่จะดูดีขึ้นมากถ้าเมื่อซักครู่คนพูดไม่จ่ายเงินค่าคทาที่ตัวเลขแทบจะทำให้เขาใจคว่ำ
ผู้หญิงแต่ละคนที่วนเวียนมาในชีวิตเขามีบ้างไหมที่จะเป็นคนธรรมดากับชาวบ้านเขาบ้างน่ะ!!
“อ้าว ไหงทำหน้าแบบนั้นล่ะ หรืออาหารที่นี่ไม่ถูกปากนาย?” เธอเลิกคิ้วขึ้นหลังจากเห็นว่าโนอาห์ทำหน้าพะอืดพะอมไม่ฮื้อไม่อือกับคำถามของเธอเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย ทั้งที่จริงแล้วชายหนุ่มกำลังใช้ความพยายามอย่างมากไม่ให้น้ำสำรอกออกจากปาก
หลังจากทั้งคู่รับประทานอาหารกันเสร็จโนอาห์เองก็ไม่ได้คาดคิดไว้แม้แต่น้อยว่าเซเรน่าจะเป็นฝ่ายชวนเขาคุย แถมเป็นเรื่องที่จี้จุดเขาได้ตรงเผง แต่ยังดีที่ไม่ถามอะไรแผลงๆไม่งั้นเขาคงได้พ่นน้ำออกมาจริงๆ โนอาห์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยอ่อนก่อนตอบกลับไปโดยเอาหลังเอนสุดตัวจนพิงเก้าอี้
“ขอยอมรับกันตามตรงว่าถ้าฉันสอบผ่านหิมะคงตกที่อัลเทร่าแล้วล่ะ” น้ำเสียงที่ดูห่อเหี่ยวไร้เรี่ยวแรงที่ไม่น่าจะมาจากคนที่ชื่อโนอาห์ในตอนนี้ได้ถูกเอื้อนเอ่ยอย่างเชื่องช้า สีหน้าและแววตาดูสิ้นหวังซะยิ่งกว่าอะไร หนำซ้ำโนอาห์ยังเผลอมองไปออกหน้าต่างเพื่อความรันทดเข้าไปอีกเท่าทวี
“นายรู้ไหมว่าเวลาเข้าถึงหน้าหนาวหิมะจะตกที่อัลเทร่าด้วยนะ” เธอพูดพร้อมกับหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นว่าโนอาห์หันขวับมามองเซเรน่าตาแทบถลน
งั้นแสดงว่าเขาก็มีโอกาสตอบผ่านงั้นสิ
หรือบางทีก็อาจจะเป็นแค่ความฝันลมๆแล้งๆ
“เธอก็รู้ว่าฉันมันห่วยเรื่องนี้ขนาดไหน บอกตามตรงร่ายบอลธาตุได้นี่ขนาดตัวเองยังตกใจเลยนะเอ้อ! แล้วไหนจะห้ามใช้อย่างอื่นนอกจากเวทมนตร์อีก...เฮ้อ แทบจะไม่มีหวังเลยไม่ใช่เหรอไงกัน” โนอาห์ถอนหายใจด้วยความสิ้นหวัง ถึงตอนแรกจะทำเป็นร่าเริงกลบเกลื่อนแต่ยังไงซะความจริงก็คือความจริง ต่อให้ไปจับคู่ประลองเวทย์กับใครโอกาสชนะแทบเป็นศูนย์
เขาถนัดประลองยุทธ์ไม่ใช่ประลองเวทย์
เรื่องที่จะให้หยิบไม้เท้ามาบริกรรมคาถาซัดใส่กันน่ะขอทีเถอะ
“แบบนี้ไม่เห็นจะสมกับเป็นนายเลยนะ ปกติโนอาห์ที่ฉันรู้จักจะต้องทำหน้าตาไม่รู้ร้อนรู้หนาวแล้วก็ยิ้มสู้จนผ่านมันไปได้น่ะ มานั่งอมทุกข์แบบนี้รู้สึกขัดใจแปลกๆ” หญิงสาวเดาะลิ้นขัดใจดวงหน้างอง้ำ แต่นานๆที่เซเรน่าจะพูดจาดูดีมีสาระแบบนี้ในสายตาของโนอาห์ แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะสวนกลับไปด้วยความเคยชิน
“นานๆทีคุณหนูเซเรน่าจะมีสาระกับเขาบ้างนะเนี้ย...แต่ก็นั้นแหละ ในเมื่อความจริงมันเห็นกันอยู่ทนโท่จะให้ฝืนไปมันก็ใช่เรื่องถูกไหม แถมฉันเองก็พยายามในส่วนที่พอทำได้ไปบ้างแล้ว น่าเสียดายที่เส้นทางที่ว่ายังไม่เปิดออกซักที” โนอาห์ไหวไหล่วืดไม่หยี่ระ หลับตารอประโยคที่เซเรน่าจะโต้เถียงกลับมา แต่ก็ไม่มีสัญญาณใดมาจากหญิงสาวหัวทองเลยแม้แต่น้อย จนเขาลืมตาขึ้นมาเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น
ชิบหายแล้ว เธอยิ้ม
โนอาห์ผงะตกใจจนเกือบตกเก้าอี้ ทั้งนี้เพราะไม่เคยเห็นเซเรน่ายิ้มเลยแม้ซักครั้งเดียวตอนคุยกับคนอื่นถ้าไม่ใช่เพื่อนๆของเธอ และถึงแม้จะเป็นรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่ไม่รู้ทำไมตัวเขาถึงรู้สึกแปลกๆขึ้นมา
“ผิดแล้วล่ะ นายยังไม่ได้พยายามเต็มที่ซะหน่อยนึง เรื่องเวทมนตร์สู้คนอื่นไม่ได้แล้วมันยังไง ในเมื่อตัวนายเองก็มีเรื่องอื่นๆที่ทำได้ดีกว่านั้นตั้งเยอะ ไม่จำเป็นต้องไปฝืนเลย ก็ในเมื่อมีแต่ตัวนายเองนั้นแหละที่ทำเหมือนกำลังฝืนตัวเองอยู่น่ะ นายน่ะ...มีดีเกินกว่าจะต้องมาอดอาลัยตายอยากขนาดนี้ ลองนึกให้ดีๆสิว่าจุดเด่นของนายคืออะไร ตอนนั้นเส้นทางที่ควรเดินนายก็จะมองเห็นเองแหละน่า” เซเรน่าพูดเสียงหวานเจื้อยแจ้วจนดูแปลกตาไปจากเคย โนอาห์เองก็ไม่ได้ตอบอะไรเอาแต่มองเซเรน่าอยู่อย่างนั้นราวกับว่ากำลังค้นหาอะไรบางอย่าง จนฝ่ายนั้นเหมือนรู้ตัวว่ากำลังถูกมองจึงโพล่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างจากเมื่อครู่
“อ...อื้ม!! ก็ประมาณนั้นแหละ เลิกทำหน้าเหมือนปวดท้องซะที เห็นแล้วมันรกหูรกตาน่ะนะ ไม่ใช่ว่าอะไรนักหรอก!!” หญิงสาวพูดจารัวเร็วจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ในขณะที่โนอาห์เหมือนจะได้สติตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มพลางโคลงหัวไปมา
“เธอเนี้ย...มีดีกว่าที่ฉันคิดเยอะเลยนะ นึกว่าจะเอาแต่จิกกัดชาวบ้านเขาไปทั่วซะอีก” โนอาห์ที่เหมือนจะกลับมาเป็นโนอาห์คนเดิมพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ส่อเค้าของความสิ้นหวังอย่างเมื่อซักครู่เลยแม้แต่น้อย
ถึงส่วนมากคนที่โดนจิกกัดจะเป็นเขาคนเดียวก็เถอะ
จะให้โวยวายก็ใช่ที่เพราะทางเขาเองก็ใช่เล่นเหมือนกัน
“เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ฉันน่ะมีดีกว่าที่นายอีกคิดเยอะ” เซเรน่าเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างอวดภูมิ ดูเหมือนเจ้าหล่อนจะตั้งสติได้แล้วเช่นกัน
หลังจากนั้นบทสนทนาก็เข้าสู่ช่วงของความไร้สาระพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยมากกว่าจะเข้าสู่บรรยากาศจริงจัง เสียงกลั้วหัวเราะของทั้งสองผสมกันไปมาจนแยกไม่ออกว่าฝ่ายไหนเป็นคนเริ่มก่อนกันแน่ เมื่อได้เวลาอันสมควรพวกเขาจึงเรียกพนักงานมาเก็บเงินก่อนจะเดินออกจากร้านไป
แต่โนอาห์เองก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอะไรต่อไป
หรือพูดให้ถูกก็คือเขายังไม่รู้ว่าจะเอาจุดเด่นอะไรไปสู้รบปรบมือกับจอมขมังเวทย์ในชั้นเรียน
หรือบางทีเขาอาจจะคิดมากไปเอง
การได้มาเที่ยวกับผู้หญิงนี้มันมีความรู้สึกแบบนี้นี่เอง
หลังจากที่โนอาห์และเซเรน่าเดินออกจากร้าน แทนที่จะได้กลับโรงเรียนตามที่โนอาห์หมายมั่นปั้นมือไว้ในใจ กลับต้องมาระเห็จกับแม่สาวน้อยที่ดูจะมากฤทธิ์ขึ้นทุกที ก็ในเมื่อเธอเล่นออกปากว่าเพื่อเป็นค่าตอบแทนที่เลี้ยงข้าวไป วันนี้เขาจะต้องมาเดินเที่ยวในเมืองกับเธอ และแน่นอนว่าไม่ทันที่เขาจะคิดหาคำพูดเหมาะๆเกลี้ยกล่อม ร่างทั้งร่างก็โดนฉุดกระชากให้เดินตามเธอมาติดๆ
อันที่จริงได้เดินกับสาวงามมันก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีอยู่หรอก
ถ้าไม่ติดว่าเจ้าหล่อนเหมือนจะมีอะไรบางอย่างแปลกไปจนตัวเขาเองยังต้องสงสัย
ก็ในเมื่อสาวเจ้าเล่นแวะเข้าร้านนั้นที ร้านนี้ทีจนไม่เป็นอันทำอะไร ในช่วงแรกก็พอรู้สึกสนุกเดินตามไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นนักว่าร้านค้าพวกนี้มีอะไรน่าสนใจมากนัก และเป็นที่แน่นอนว่าส่วนมากร้านที่เธอแวะถ้าไม่เป็นร้านเสื้อผ้าก็เครื่องประดับ แต่ที่แปลกใจก็คือเธอใช้เวลาอยู่ที่ร้านหนังสือนานซะกว่าร้านพวกนั้นเสียอีก
ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าไหนไม่ว่าร้านไหนๆเธอเดินเข้าไปตัวเปล่ายังไง ตอนออกก็ตัวเปล่าอย่างนั้น เว้นก็แต่ร้านหนังสือที่หอบหิ้วสัมภาระมาถุงใหญ่ พร้อมกับพยักเพยิดกึ่งยัดเยียดให้เขาถือ ก็อยากจะเถียงอยู่หรอกว่าทำไมถึงไม่ใช่เวทย์เคลื่อนย้ายเหมือนที่ทำกับคทาอันใหม่ หญิงสาวก็ดันอธิบายตัดหน้าว่าเวทมนตร์บทนั้นมันใช้ได้กับสิ่งของเพียงชิ้นเดียว เพราะงั้นกับหนังสือที่สิริรวมมีมากกว่าสามเล่มจึงตกเป็นหน้าที่ของเขาโดยปริยาย
พวกเขาเดินเอ้อระเหยจนดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า เซเรน่าก็ชิงบอกทันทีในทำนองที่ว่าอยากจะตอบแทนที่เขาอุตส่าห์เหนื่อยมาทั้งวัน พอเขาถามไปว่ามันคืออะไรก็เอาแต่อมยิ้มไม่พูดอะไรปล่อยให้เขาต้องเดาไปเอง
ที่แท้ก็สวนสาธารณะนี้เอง
“นึกครึ้มอะไรถึงมาที่แบบนี้ตอนช่วงหัวค่ำเนี้ย พวกที่โรงเรียนคงบ่นหากันระงมไปหมดแล้วมั้งแบบนี้” โนอาห์พูดกลั้วหัวเราะเดินตามเซเรน่าไป
“ประตูโรงเรียนจะปิดตอนสามทุ่ม นี่ก็พึ่งทุ่มกว่าๆเอง ไม่ต้องรีบหรอกน่า อ๊ะ! ตรงนี้แหละ” เซเรน่าพูดด้วยน้ำเสียงเริงร่า ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นหญ้าบริเวณนั้นพร้อมกับกวักมือเรียกเขาหย็อยๆ โนอาห์เลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยก่อนจะเดินลงไปนั่งข้างๆ
“สวยมากเลยใช่ไหมล่ะ” เธอพูดพร้อมกับแหงนหน้ามองท้องฟ้า จนโนอาห์ต้องเผลอมองตามจนพบรางวัลที่เธอมั่นใจนักมั่นใจหนาว่าเขาจะต้องชอบ
หรือเธอจะรู้ว่าเขาชอบดวงดาว
เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าอัลเทร่าตอนกลางคืนท้องฟ้าจะโปร่งถึงขนาดเห็นพระจันทร์และดวงดาวได้ชัดเจนถึงขนาดนี้ ละลานตาจนแม้แต่คำว่าทะเลดาวยังไม่อาจเทียบเท่ากับสิ่งที่เขาเห็นในวันนี้ ดูท่ารางวัลที่ได้จะพอคุ้มค่าเหนื่อยในระดับหนึ่งจนเขาเผลอตอบกลับไป
“อื้ม สวย...สวยมากเลย” โนอาห์พึมพำอย่างเหม่อเลย ไม่ได้สังเกตเลยซักนิดว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆมีปฏิกิริยาอะไรบ้าง
โนอาห์ตั้งแต่เด็กๆชื่นชอบดวงดาวและท้องฟ้ายามค่ำคืนเป็นพิเศษ ถึงขนาดวิชาที่เขาคิดค้นยังมีชื่อเกี่ยวกับดวงดาว จะว่าชายหนุ่มได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่ตนเองชอบก็ว่าได้ ทั้งท่าเท้าล่องนภาและฝ่ามือนวดาราทุกกระบวนท่าล้วนสัมพันธ์กับการเคลื่อนย้ายของหมู่ดาวแทบทั้งสิ้น และนั้นเองทำให้โนอาห์รู้สึกว่ามีความคิดๆหนึ่งแล่นผ่านมาในหัว
“ตอนเด็กๆฉันชอบมาดูดาวกับท่านแม่มากเลยล่ะ...” เจ้าของเสียงเหม่อมองไปบนท้องฟ้าอย่างเหม่อเลย แค่ดูแววตาและฟังเสียงโนอาห์ก็รับรู้ได้ในทันทีว่าหญิงสาวรู้สึกยังไง
“ฉันเสียใจด้วยนะ” โนอาห์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา จากประสบการณ์ที่ใช้ชีวิตในยุทธภพมานานสอนเขาในเรื่องพวกนี้เป็นอย่างดี มีไม่บ่อยนักที่เขาจะอ่านคนไม่ออก และครั้งนี้ก็เป็นเช่นเดียวกับหลายๆครั้งที่ผ่านมา
บางทีเธอคงจะน่าสงสารกว่าที่คิด
“ไม่เป็นอะไรหรอก เรื่องมันก็ผ่านมานานมากแล้วล่ะ...อีกอย่างอยู่กับท่านพ่อก็มีความสุขดี” เซเรน่าหันมายิ้มให้กับเขา
“เธอคงจะชอบดูดาวมาก” โนอาห์กล่าวขึ้นในขณะที่ยังยังคงกวาดสายตาไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
“มันทำให้ฉันนึกถึงท่านน่ะ บางที...ท่านอาจจะมองฉันมาจากข้างบนก็ได้นะ และสิ่งที่ฉันพอจะทำได้ก็คือมองขึ้นไปหาท่านล่ะมั้ง...” เซเรน่าพึมพำขึ้นมาเบาๆ จนโนอาห์ต้องร้องทักเข้าให้
“นี่น่ะเหรอคนที่บอกให้ฉันไม่ต้องมานั่งอมทุกข์น่ะฮะ ตัวเองก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่เลยไม่ใช่เหรอไง...เลิกตีหน้าเศร้าได้แล้ว ท่านแม่คงไม่ชอบลูกสาวที่หน้าบูดไปวันๆหรอกจริงไหม” โนอาห์ยิ้มร่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริง และนั้นถือเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ เพราะตอนนี้หญิงสาวผลักเขาจนเซไปด้านข้างเกือบจะเสียหลักล้มลงไปนอนอยู่กับพื้นหญ้า
“เฮอะ!! คราวหน้าคราวหลังหัดมีมารยาทกับผู้หญิงบ้างนะนายน่ะ” เธอเท้าสะเอวมองมาที่เขาอย่างเอาเรื่อง แต่ถึงแม้จะโดนผลักแต่เขาก็รู้ได้ว่าตอนนี้เธอเริ่มผ่อนคลายจนกลับมาเป็นเซเรน่าคนเดิมได้ซักที
มีแรงได้ถึงขนาดนี้คงไม่มีอะไรต้องห่วง
“มันก็ต้องดูกันเป็นคนๆไปน่ะนะ ว่าผู้หญิงแบบไหนควร...โอ๊ย!!” ไม่ทันพูดได้จบประโยค โนอาห์กลับต้องร้องเสียงหลงหลังจากถูกหยิกที่แขนเต็มแรงโดยหัวหน้าชั้นปีที่ตอนนี้เหมือนจะแปลงร่างเป็นปิศาจเอามือตีระรานเขาไปทั่ว
ปิศาจที่กำลังยิ้มอยู่อย่างมีความสุข
แต่คนที่กำลังมีความทุกข์น่ะมันคือตัวเขาเองไม่ใช่เหรอไง!!
คราวหลังขอสาบานเลยว่าจะไม่ปลอบด้วยวิธีนี้อีกเป็นครั้งที่สอง
“นายอยากกลับไปโลกเดิมที่นายจากมาบ้างไหม” เซเรน่าเอ่ยขึ้นทิ้งตัวลงนอนพร้อมกับโนอาห์ที่เหนื่อยเกินจะตอบโต้แม่สาวมากฤทธิ์ตรงหน้า เพราะจะให้ทำร้ายร่างกายผู้หญิงมันก็ใช่ที่
“ถ้ากลับได้ก็น่าจะกลับ ถ้ากลับไม่ได้ก็อยู่ที่นี้ต่อไปไม่เห็นจะยากอะไรเลยนี่นา” โนอาห์ตอบ ยกแขนที่เริ่มมีรอยจ้ำเล็กๆอยู่เต็มไปด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาตนเองยิ่งนัก
“ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ ที่นั้นนายไม่มีครอบครัวเลยหรือไง” เธอหันหน้ามาเขาถามขึ้นด้วยความสงสัย
โนอาห์ไม่ตอบเอาแต่มองท้องฟ้ายามราตรี ดวงตาสีดำกวาดมองไปเรื่อยๆราวกับจะมองหาอะไรบางสิ่ง จนหญิงสาวต้องรบเร้าขึ้นเรื่อยๆหนักเข้าหน่อยก็เขย่าแขนจนโนอาห์ต้องหัวเราะออกมาเบาๆ
“ไม่เข้าเธอเลยจริงๆว่าอยากรู้ไปทำไม....ที่นั้นฉันไม่มีครอบครัวหรอก เป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่เกิด โชคดีนะที่มีหลวงจีนท่านหนึ่งมารับฉันไปเลี้ยง พวกวิชาอะไรทำนองนี้ก็ได้ท่านนี้แหละช่วยฝึก” ชายหนุ่มกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คาดเดาความรู้สึกได้ยาก ถึงอย่างนั้นในใจของเขาไม่เสียใจที่เกิดมาโดยไม่มีใคร เรื่องพ่อแม่ที่แท้จริงตัวเขาเองก็คิดว่าปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตาฟ้าลิขิต และความสุขที่เขามีก็ใช่ว่าจะน้อยกว่าคนอื่น เผลอๆอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำถ้าบวกกับนิสัยของเขาเข้าไปด้วย
“ฉันล่ะสงสารหลวงจีนท่านนั้นจริงๆที่ต้องมาเลี้ยงคนอย่างนายน่ะ ว่าแต่...พวกท่าเท้าพิศดารนั้นกับลมปราณมหาเมฆาก็เป็นหลวงจีนท่านนั้นเหรอที่สอนให้น่ะ?” เซเรน่าเลิกคิ้วด้วยความสงสัย ลำพังแค่ลูกศิษย์ยังมีฝีมือมากถึงขนาดนี้ บางทีคนที่เป็นอาจารย์อาจจะเก่งชนิดที่ว่าจินตนาการไม่ถึงเลยก็ว่าได้
“เปล่าหรอก ลมปราณมหาเมฆาฉันบังเอิญไปเจอเคล็ดวิชาเข้าน่ะ ก็เลยฝึกมาจนได้ถึงขนาดนี้ ส่วนท่าเท้านั้นชื่อว่าท้าเท่านวดารา เป็นวิชาที่คิดค้นอีกทีจากผลพวงของการสำเร็จลมปราณมหาเมฆานั้นแหละ” โนอาห์ตั้งใจบอกแค่บางส่วนไม่บอกทั้งหมด ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อใจเธอ แต่ปัญหามันอยู่ที่จะอธิบายยังไงให้เธอเข้าใจง่ายๆมากกว่า
“เฮ...มีความคิดสร้างสรรค์มากเลยนะนายเนี้ย หายากนะที่ฉันจะเห็นคนอายุเท่านี้คิดค้นวิชาฝีมือที่เป็นของตัวเอง นึกไม่ถึงเลยว่านายจะทำได้กับเขาด้วย ผิดกับนิสัยลิบลับเลยนะ” เซเรน่าพูดขึ้นขณะที่มองไปบนท้องฟ้าเช่นเดียวกัน ในขณะที่โนอาห์พลันเด้งตัวขึ้นมาหันขวับมองเซเรน่าเขม๊ง ยิ่งกว่านั้นยังจับตัวเธอขึ้นมาแล้วจ้องหน้าไม่พูดอะไร
“อ..อะไรเล่า!! คนเขาดูดาวอยู่ดีๆมาจับไหล่กันทำไม!!” เซเรน่าร้องเสียงหลงหน้าขึ้นสี พยายามดันคนตรงหน้าให้ออกห่างไปจากตัว ติดที่ว่ามือที่ยึดอยู่กับไหล่ของเธอนั้นเหนียวใช่เล่น
“เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ!?” น้ำเสียงที่ดูร้อนรนระคนไปกับความยินดีเอ่ยออกมาจากปากของชายหนุ่ม จนหญิงสาวต้องขมวดคิ้วผ่อนแรงผลักลง
“ก..ก็ประมาณว่า นึกไม่ถึงว่านายจะทำได้...” เธอทวนเสียงขึ้นอย่างงงๆไม่รู้ว่าโนอาห์ตั้งใจจะสื่ออะไรกับเธอกันแน่
“ไม่ๆ! ตอนแรกเลย ที่เธอพูดขึ้นม่านะ!” โนอาห์พูดขึ้นด้วยสีหน้าดีใจชนิดที่ว่าเธอไม่เคยเห็นมาก่อน หญิงสาวชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะเผลอตอบกลับไปเสียงดัง
“ความคิดสร้างสรรค์!! ใช่แล้ว!!...ฉันบอกนายว่ามีความคิดสร้างสรรค์!!...แล้วมันยังไงล่ะ?” เซเรน่ายังคงชักสีหน้าไม่เข้าใจ พริบตาต่อมาเธอเองถึงกับผงะทำอะไรไม่ถูก
ผู้ชายตรงหน้าดึงเธอเข้าไปกอดได้อย่างหน้าตาเฉย
“ใช่แล้ว!! เนี้ยแหละ!! ขอบคุณมากเลยนะ นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้ แบบนี้คงสอบ...อ๊อก!!” โนอาห์ผละออกก่อนจะร้องเสียงหลงด้วยความดีใจ แต่แล้วหลังจากนั้นเขาก็ถูกผลังล้มลงไปกับพื้นเพราะดูเหมือนว่าเซเรน่าจะได้สติหลังจากสูญเสียมันไปเพียงชั่วครู่ เธอลุกขึ้นก่อนจะเดินจ้ำอ้าวออกไปจากบริเวณนั้นโดยทันที
“เดี๋ยวๆ!!..รอกันก่อนด้วยเซ่ เกิดลืมหนังสือพวกนี้มาขึ้นมาจะว่ายังไง ให้ตายเถอะ...นี่ๆ!!” โนอาห์ร้องตามไล่หลังลุกขึ้นหยิบถุงหนังสือวิ่งตามไปด้วย และถ้าได้ยินไม่ผิดเหมือนเซเรน่าจะตะโกนกลับว่าอะไรบ้าๆซักอย่าง แต่ในตอนนี้เขาไม่มีเวลามาใส่ใจซักเท่าไหร่เพราะเขากำลังดีใจอย่างสุดขีดที่เข้าใจซักทีว่าจะสอบผ่านได้ยังไง
คิดไม่ผิดจริงๆที่ออกมานอกโรงเรียนในวันนี้
ในเรื่องความรู้เรื่องเวทมนตร์ตัวเขาในตอนนี้อาจจะไม่เทียบเท่าเพื่อนคนอื่นๆในชั้นปี
แต่ถ้าเป็นความคิดสร้างสรรค์ คิดค้นอะไรที่มันแปลกใหม่แล้วล่ะก็
เหนือฟ้าและใต้ฟ้า ไม่มีใครโดดเด่นเท่าเขาอีกแล้ว
แบบนี้ล่ะก็สนุกแน่!!!