ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่760 ทดสอบ จินซู

      ไม่นานที่อี้เฉินเดินทางกลับมายังดินแดนเบื้องล่าง คาดหวังว่าเขาจะไม่ทำผิดต่อหลินเฟย สตรีที่เขารัก ก่อนร่างอี้เฉินจะมาหยุดนิ่ง อยู่บริเวณหมู่บ้านลมหวน หมู่บ้านที่เขาเกิด พร้อมความรู้สึกอบอุ่น ราวกับถูกท้องฟ้าที่คุ้นเคย โอบกอดร่างของเขาไว้ อี้เฉินสลัดความคิดฟุ้งซ่าน ออกจากหัวสมองทันใด ครั้นคิดจะสืบฝีเท้าลงไป ภายในหมู่บ้านลมหวน บัดนี้กลายเป็นหมู่บ้านใหญ่ ราวกับเป็นตระกูลเล็กๆ ตระกูลหนึ่งไปแล้ว

 


      แต่จู่ ๆ อี้เฉินก็ต้องกัดกรามกรอด เมื่อกำปั้นเรียวเล็กของสตรีนางหนึ่ง พุ่งปราดมาด้วยความรวดเร็ว พุ่งเป้าหมายมาใส่ใบหน้าอี้เฉิน อย่างฉับพลัน เผยเจตนาฆ่าสังหาร ของนางอย่างไม่มีเก็บออม ส่งให้เกิดเสียงปัง!!ดังออกมาก้องสนั่น พร้อมร่างอี้เฉินที่ปลิวกระเด็น ออกไปสุสานท้ายหมู่บ้าน ด้วยความรวดเร็ว ริมฝีปากภายใต้ผ้าคลุมดำ มีโลหิตไหลซึมออกมาน้อยๆ ก่อนอี้เฉินจะเหยียบอากาศ ยันกายขึ้นมายืน

 


      “หืม!! ไม่ตายตกเป็นไปได้อย่างไร” จินซู นางแค่นเสียงขึ้นมา ด้วยความไม่อยากเชื่อ จริงๆ นางกะจะระเบิดหัวชายลึกลับ ให้ระเบิดเป็นแตงโมโดนทุบ ครั้นรับรู้ว่ามีชายลึกลับ สืบฝีเท้าเข้ามาภายในหมู่บ้านลมหวน แต่ไม่คิดว่าชายผู้นี้ จะร้ายกาจขนาดนี้ ถึงกับรับหมัดของนางเข้าไปตรงๆ แล้วไม่ตายตก

 


       ทันใดที่นางสืบฝีเท้าไปท้ายหมู่บ้าน ไปพร้อมกับร่างเงาทับซ้อนเป็นทางยาว นางไต่ถามชายลึกลับ ที่อยู่เบื้องหน้าในทันใด “เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่ เหตุใดถึงมายังหมู่บ้านลมหวนเล็กๆ แห่งนี้ด้วย”
 


       อี้เฉินที่เห็น จินซู สตรีที่เขาสั่งให้นางคุ้มกันหลินเฟย ทำให้อี้เฉินถอนลมหายใจออกมายาว ก่อนอี้เฉินจะเล่นละครกับนางสักฉาดดู อยากจะรู้ แม่นางจินซูผู้นี้ ไว้ใจได้มากน้อยถึงเพียงใด

 


       อี้เฉินโบกฝ่ามือ เรียกให้นางเข้ามาโจมตีในทันใด หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้น นางขมวดคิ้วขึ้นมาจนเป็นปม ก่อนจะส่งกระบวนท่าฝ่ามือ หยั่งเชิงกับอี้เฉินดูก่อน   ท่วงท่าที่ร่ายรำ ส่งฝ่ามืออัดกระแทกอี้เฉิน จนเกิดเสียงปัง! ปัง! ดังออกมาก้องกัมปนาท จากเสียงต่อสู้ที่ดังออกมาก้อง จากท้ายหมู่บ้าน หมู่ชนต่างก็รับรู้ว่า บัดนี้มีการต่อสู้กันของผู้ยิ่งใหญ่

 


        ทว่าจินซู นางก็ต้องกัดกรามเอาไว้แน่น เมื่อฝ่ามือที่นางอัดกระแทกออกไป ถูกฝ่ามือชายลึกลับ หยุดเอาไว้ได้ทั้งหมด แถมร่างกายที่แข็งแกร่ง ของเขาก็ราวกับหินผาที่ตั้งตระหง่าน ไม่มีทีท่าว่าจะสะเทือนแม้แต่น้อย จนนางต้องกัดกราม ส่งเสียงชิ!เล็ดลอดไรฟันออกมาด้วยความไม่พอใจ

 


       หมู่ชนไม่น้อยที่มองชม ฉากการต่อสู้ อยู่บริเวณสุสานท้ายหมู่บ้าน พวกเขาต่างก็ไม่อยากเชื่อว่า ผู้อาวุโสจินซู จะไม่สามารถทำอะไรชายลึกลับได้ “เขาเป็นใคร ถึงได้ต่อสู้กับผู้ยิ่งใหญ่ของเราได้” นายกองท่านหนึ่ง กล่าวพูดขึ้นมาด้วยความไม่อยากเชื่อ แม่นางจินซู ถือเป็นจอมยุทธ์ที่มีพลังสูงสุด ภายในดินแดนเบื้องล่าง ไม่คิดว่าบัดนี้จะมีชายลึกลับ ปรากฏตัวมาอีกคน หากข่าวคราวการปะทะนี้ แพร่งพรายออกไป ได้เป็นข่าวใหญ่ ภายในดินแดนเบื้องล่างแน่
 


          ด้านของหลินเฟยที่รักษาคนไข้ นางยังเลิกหน้ามอง ไปยังเสียงการต่อสู้ คิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากันเป็นปม ครั้นรับรู้ว่า พี่จินซู บัดนี้กำลังต่อสู้กับใครบางคน อย่างหนักหน่วงอยู่ “ไม่ได้การ ข้าต้องไปดูสถานการณ์ เป็นอย่างไรแล้วบ้างตอนนี้” ก่อนที่นางจะรักษาคนไข้คนสุดท้าย แล้วเร่งสืบฝีเท้าไปดูอย่างฉับไว

 


         ภาพในเสี้ยววินาทีที่ดาบคู่ของจินซู ตวัดคลื่นดาบ กากบาท เฉียดหัวอี้เฉินออกไปในเสี้ยววินาที นางถึงกับแค่นเสียงออกมา ด้วยความไม่อยากเชื่อ เนื่องด้วยมันเป็นกระบวนท่า ฆ่าสังหารที่นางใช้บั่นคอ เหล่าจอมยุทธ์มานักต่อนัก ไม่มีทางที่ชายลึกลับ จะหลบมันได้อย่างง่ายดาย เกรงว่าเขาต้องรู้ กระบวนท่าของนางมาก่อนแล้ว

“เจ้าเป็นใครกันแน่ เปิดเผยตัวออกมาเสีย!”

 


        อี้เฉิน กวักมือท้าทายหญิงสาวเบื้องหน้า อย่างไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน เกรงว่าเขาจะหลบ กระบวนท่าการโจมตีของ จินซูง่ายเกินไป จนบัดนี้นางเริ่มเคลือบแคลงใจ

 


        แม้แต่หลินเฟย นางยังรู้สึกแปลกๆ กับชายลึกลับผู้นี้ ครั้นเห็นความโอหังของเขา มีความคลับคล้ายคลับคลา อี้เฉินอยู่ไม่น้อย ก่อนนางจะสลัดความคิดเหล่านั้น ออกจากหัวสมองนางไป
 


        จินซู นางกลอกกลิ้งดวงตาไปมาในทันใด ครั้นเห็นความโอหังของชายลึกลับ เลือดลมที่พลุ่งพล่าน ราวกับมังกรที่ตื่นจากการหลับใหล หวดฟาดฟันดาบคู่ ออกไปเบื้องหน้าอย่างบ้าคลั่ง คลื่นรัศมีดาบที่รุนแรง พุ่งปราดออกไปหาอี้เฉิน ในทุกทิศทุกทาง พร้อมเสียงร้อง ย๊าก!! ของนางที่ดังออกมาก้อง

 


       ก่อนร่างวิถีอาชูร่า ที่ซ่อนเร้นของอี้เฉินจะกระแทกหมัดลงมา ระเบิดคลื่นดาบของจินซู จนเกิดเสียง เคร้ง!! ของการปะทะ ดังออกมาสนั่นก้องฟ้า เศษปราณพลังที่แตกกระจัดกระจาย ส่งให้เกิดลมพายุพัดไหว แตกซ่านออกไปทั่วอาณาอย่างบ้าคลั่ง พร้อมเศษไม้ ใบหญ้าที่ปลิวว่อนออกไปทั่ว

 


       หมู่ชนที่เห็นฉากการปะทะกัน ของผู้ยิ่งใหญ่ในขั้นราชันสวรรค์ ที่ยากจะเห็นภายในดินแดนเบื้องล่าง พวกเขาต่างก็สูดลมหายใจเย็น เข้าไปจนเต็มปอด กายารู้สึกเย็นเยือก หนาวสั่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว แม้แต่กลุ่มมหาอำนาจ ภายในดินแดนเบื้องล่าง พวกเขายังส่งหูตา มาจับตาดูสถานการณ์ต่อสู้ของพวกอี้เฉิน

 


       ด้านของจินซู นางไม่เข้าใจ แม้แต่ร่างวิถีธรรม เหตุใดชายลึกลับ ยังต้องปกปิดมันไว้ด้วย ‘หรือว่าเขาจะเป็นคนที่นางรู้จักมาก่อน นางอดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดเช่นนั้น’ ครั้นนางเอ่ยเสียงเรียบออกมา

 


       “เจ้าเปิดเผยตัวตนของเจ้าออกมาเสีย หากไม่แล้วละก็ เจ้าได้ตายตกภายใต้คมดาบข้าแน่” น้ำเสียงจินซูที่เอ่ยเตือน ปลดปล่อยอายสังหาร ออกมาท่วมท้นท้องฟ้า ทว่าเมื่อเห็นชายลึกลับ ยังคิดจะรับการโจมตีของนาง

 


       เต๋าแห่งดาบพร้อมด้วยอายสังหารเหี้ยมโหด ของนาง ถูกปลดปล่อย ปะทุออกมาทันใด เมื่อร่างฉายปราณจิตนาง ถือดาบพุ่งปราดออกมาจากร่าง กลางหน้าผากเปล่งแสงสีขาว ของปราณจิตออกมาพร่างพราว

 


       อายคลื่นดาบที่เย็นยะเยือก แผ่ซ่านออกมาจากร่างปราณจิต จินซู มองเห็นด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจน เมื่อมันฉายรัศมี ความเฉียบคมออกมา แม้แต่หมู่ชนที่มองชมการปะทะด้วยปราณจิต   ทะเลความรู้ของพวกเขา ยังเกิดการสั่นไหว รับรู้ถึงความตายอย่างหนัก จากกระบวนท่าที่แม่นางจินซู ปลดปล่อยออกมา

 


       อี้เฉินเขาถึงกับหรี่ดวงตา จนเล็กแคบ ครั้นรับรู้ว่ามันเป็นวิชาโจมตีปราณจิต ที่พุ่งปราดเข้ามาหาตัวเขา หมายมั่นจะปลิดชีพตัวเขาลง ในทันใดที่อี้เฉินขับเคลื่อนปราณจิต ของเขาออกมา ร่างอี้เฉินน้อยที่นั่งขัดสมาธิ ก็มาปรากฏบนหน้าผาก บริเวณห่างคิ้วของอี้เฉิน รับการโจมตีที่บ้าคลั่งเอาไว้ในทันใด

 


       เสียง เคร้ง!!ที่ดังออกมาสนั่นก้องฟ้า กลับถูกร่างปราณจิตกลางหว่างคิ้ว ของอี้เฉินหยุดไว้ได้ในเสี้ยวพริบตา แม้แต่คลื่นปราณจิตที่รุนแรงของ จินซูยังไม่อาจกล้ำกราย ทำอันตรายร่างกายของอี้เฉินได้

 


       ถึงแม้จินซู นางจะขับเคลื่อนปราณจิตเต็มกำลัง พยายามจะดันดาบ ทะลวงทะเลปราณจิตของอีกฝ่ายก็ตาม แต่เหมือนว่า ร่างที่ขัดสมาธิอยู่กลางหว่างคิ้ว ไม่มีทีท่าว่าจะแตกเสียหายเลยแม้แต่น้อย
 


        ครั้นร่างปราณจิต จินซูกลับเข้าร่างไปได้นางถึงกับกลอกตา กล่าวพูดออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ เป็นไปได้อย่างไรปราณจิตของเจ้าไม่เสียหาย มันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้นี่”

 


        สีหน้าจินซู นางครุ่นคิดขึ้นมาไม่ตก ก่อนจะกล่าวพูดออกมาอีกครา ด้วยความตกตะลึงสุดแสน ครั้นครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ บางอย่างขึ้นมา “หรือว่าปราณจิตของเจ้าไปอยู่ในขั้นผู้ไม่ดับสูญ เจ้าเป็นใครกันแน่?”

 


         ด้านของหลินเฟยนางเองยังจ้องมอง ร่างปราณจิตที่นั่งขัดสมาธิ อยู่กลางหว่างคิ้วของอี้เฉินอย่างไม่วางตา พร้อมด้วย จู่ๆ น้ำตาของนางก็ไหลลิน ร่วงเผละลงมาเป็นสาย สะอื้นไห้ออกมาน้อยๆ สายตานางมองไม่ผิดแน่
 


        แล้วยิ่งเห็นช่วงเวลาที่ชายลึกลับ รับรู้ถึงคลื่นอารมณ์ของนางที่แปรปรวน ชำเลืองมองสายตา มามองนางอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะละสายตาจากนางไป ยิ่งทำให้หลินเฟยยิ่งมั่นใจ ว่าชายลึกลับ จะต้องเป็นอี้เฉินอย่างไม่ต้องสงสัย คำสัญญาที่อี้เฉินเคยให้ไว้กับนาง นางยังคงจดจำมันได้ดี


คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน