หลังจากเหตุการณ์ที่มีการพบศพในห้องน้ำของบริษัท ข่าวสารเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมก็แพร่กระจายไปทั่วออฟฟิศอย่างรวดเร็ว ทุกคนในที่ทำงานเริ่มรู้สึกหวาดระแวงและไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน
ธันวาและภูมิยังคงทำงานร่วมกัน แต่บรรยากาศในออฟฟิศก็เปลี่ยนไป ธันวารู้สึกได้ถึงสายตาของเพื่อนร่วมงานที่มองเขาและภูมิด้วยความสงสัย
“ธันวา เราต้องหาทางพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพี่ให้ได้” ภูมิพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ครับพี่ภูมิ ผมจะช่วยพี่อย่างเต็มที่” ธันวาตอบด้วยความมุ่งมั่น
ทั้งสองเริ่มต้นจากการสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับพนักงานที่เสียชีวิต พวกเขาพบว่าพนักงานคนนั้นชื่อ “สมชาย” เป็พนักงานฝ่ายบัญชีที่ทำงานมาเกือบสิบปี แต่ไม่มีใครรู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งหรือความขัดแย้งระหว่างสมชายกับภูมิเลย
“ทำไมถึงต้องเป็สมชาย? แล้วทำไมพี่ภูมิถึงถูกสงสัย?” ธันวาตั้งคำถาม
ภูมิพยักหน้า “พี่เองก็ไม่เข้าใจ แต่เราต้องหาหลักฐานที่ยืนยันความบริสุทธิ์ของพี่ให้ได้”
ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม เมย์ก็เริ่มปฏิบัติการใส่ร้ายธันวา เธอเริ่มพูดให้เพื่อนร่วมงานฟังว่าเห็นธันวาเดินออกจากห้องน้ำก่อนเวลาที่สมชายถูกพบว่าเสียชีวิต
“ฉันเห็นธันวาเดินออกมาจากห้องน้ำตอนเย็นวันนั้น” เมย์พูดกับพนักงานคนหนึ่ง
“จริงเหรอ? แล้วทำไมเขาถึงอยู่ที่นั่น?” พนักงานคนนั้นถามด้วยความสงสัย
ข่าวลือเริ่มแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ธันวารู้สึกถึงสายตาที่ไม่ไว้วางใจจากเพื่อนร่วมงานมากขึ้น แต่เขายังคงยืนยันว่าจะต้องหาความจริงและช่วยภูมิให้ได้
ในขณะเดียวกัน ธันวาและภูมิก็ได้รับความช่วยเหลือจาก “มิว” พนักงานสาวฝ่ายไอทีที่มีทักษะในการสืบค้นข้อมูล มิวเป็เพื่อนสนิทของธันวาั้แ่สมัยเรียน และเธอก็ไม่เชื่อว่าธันวาจะเป็คนร้าย
“ธันวา ฉันเชื่อในตัวนาย เรามาหาทางสืบหาความจริงด้วยกันเถอะ” มิวพูดด้วยความมั่นใจ
ทั้งสามคนร่วมมือกันค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม พวกเขาพบว่าในวันที่สมชายเสียชีวิต มีกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพบางส่วนไว้ได้ แต่ภาพนั้นถูกลบไปอย่างลึกลับ
“มีใครบางคนพยายามซ่อนความจริง” ภูมิกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เราต้องหาทางกู้ภาพนั้นกลับมาให้ได้” มิวจึงเริ่มทำการกู้ข้อมูลจากระบบกล้องวงจรปิด เธอใช้ทักษะและความรู้ทางด้านไอทีเพื่อหาทางดึงข้อมูลที่ถูกลบกลับมา ในขณะเดียวกัน ธันวากับภูมิก็เริ่มสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเพื่อนร่วมงานเกี่ยวกับสมชาย
“นายเคยสังเกตเห็นอะไรผิดปกติในพฤติกรรมของสมชายไหม?” ธันวาถามพนักงานคนหนึ่ง
“ไม่เคยนะ สมชายเป็คนเงียบๆ ไม่ค่อยยุ่งกับใคร” พนักงานตอบด้วยความคิดนิดหน่อย
ธันวาและภูมิพยายามสอบถามจากเพื่อนร่วมงานหลายคน แต่ก็ยังไม่ได้ข้อมูลที่เป็ประโยชน์มากนัก ทั้งสองคนเริ่มรู้สึกว่าทางข้างหน้ามืดมนและเต็มไปด้วยความยากลำบาก
เย็นวันนั้น ขณะที่ธันวาและภูมิกลับมาที่ออฟฟิศเพื่อดูความคืบหน้าของมิว พวกเขาพบว่าเมย์กำลังพูดคุยกับพนักงานคนอื่นๆ อย่างสนิทสนม
“ธันวา ฉันรู้ว่านายไม่ได้ทำผิด แต่พวกเราต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็น” ภูมิกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ใช่ครับพี่ภูมิ เราต้องทำให้สำเร็จ” ธันวาตอบด้วยความมุ่งมั่น
มิวกู้ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดได้สำเร็จ ภาพที่ได้มานั้นแสดงให้เห็นว่ามีคนแปลกหน้าคนหนึ่งเข้ามาในออฟฟิศในวันเกิดเหตุและออกจากห้องน้ำในเวลาที่ใกล้เคียงกับเวลาที่สมชายเสียชีวิต
“นี่คือหลักฐานที่เรา้า” มิวกล่าวด้วยความดีใจ “เราต้องหาตัวคนนี้ให้เจอ”
ธันวาและภูมิจึงตัดสินใจที่จะส่งภาพนี้ไปให้ตำรวจเพื่อให้พวกเขาช่วยหาตัวคนร้าย แต่ก่อนที่พวกเขาจะทำได้ ก็มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
ในคืนนั้น เมย์แอบเข้ามาที่ออฟฟิศและพยายามลบข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ของมิว แต่ธันวาและภูมิกลับมาที่ออฟฟิศทันเวลาพอดี
“เมย์! เธอกำลังทำอะไร?” ธันวาะโด้วยความใ
เมย์หันมามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ “ฉันไม่้าให้พวกนายพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของภูมิ!”
ธันวาและภูมิรีบเข้าไปจับตัวเมย์และหยุดการกระทำของเธอ พวกเขาเรียกตำรวจมาที่ออฟฟิศเพื่อรายงานเหตุการณ์
“ทำไมเธอถึงทำแบบนี้?” ภูมิถามด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
“เพราะฉันรักเธอภูมิ แต่เธอกลับไม่เคยมองฉันเลย ฉัน้าให้ธันวาออกไปจากชีวิตของเธอ” เมย์พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเ็ป
ตำรวจมาถึงและทำการจับกุมเมย์ เมย์ถูกตั้งข้อหาพยายามลบหลักฐานและทำให้คดีซับซ้อนมากขึ้น
ธันวาและภูมิรู้สึกโล่งใจที่สามารถป้องกันไม่ให้หลักฐานถูกทำลาย แต่คดียังไม่จบ ทั้งสองยังคงต้องหาตัวคนร้ายที่แท้จริงและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของภูมิให้ได้
“เรายังมีงานที่ต้องทำอีกมาก” ภูมิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ใช่ครับพี่ภูมิ เราจะสู้ไปด้วยกัน” ธันวาตอบด้วยความตั้งใจ
ทั้งสองคนจับมือกันและสัญญาว่าจะไม่ยอมแพ้ในการสืบหาความจริง...
เช้าวันต่อมา ธันวาและภูมิเริ่มทำงานด้วยความรู้สึกที่ยังคงตึงเครียดจากเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา พวกเขา้าที่จะพบกับตำรวจเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับหลักฐานที่ได้มาและหารือเกี่ยวกับการสืบสวนต่อไป
“ธันวา วันนี้เรามีนัดกับสารวัตรวินัยที่สถานีตำรวจ ตอนสิบโมงเช้า” ภูมิกล่าวขณะที่ทั้งสองกำลังเดินทางไปที่ทำงาน
“ครับพี่ภูมิ ผมเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว” ธันวาตอบด้วยความพร้อม
เมื่อถึงสถานีตำรวจ ทั้งสองได้พบกับสารวัตรวินัย ซึ่งเป็เ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้
“สวัสดีครับสารวัตรวินัย นี่คือหลักฐานที่เรากู้คืนมาได้จากกล้องวงจรปิด” ภูมิยื่นแฟ้มให้กับสารวัตรวินัย
สารวัตรวินัยเปิดแฟ้มและดูภาพที่ได้มา “นี่เป็ข้อมูลที่สำคัญมาก พวกคุณทำได้ดีมาก”
“เราหวังว่าจะสามารถหาตัวคนร้ายและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพี่ภูมิได้” ธันวากล่าวด้วยความหวัง
สารวัตรวินัยพยักหน้า “เราจะทำการสืบสวนเพิ่มเติมจากหลักฐานที่ได้มา และเราจะติดต่อพวกคุณอีกครั้งเมื่อมีความคืบหน้า”
หลังจากที่ได้พบกับตำรวจ ธันวาและภูมิจึงกลับมาที่ออฟฟิศเพื่อทำงานตามปกติ แต่พวกเขาก็ยังคงไม่หยุดค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อหาความจริง
ใน่บ่ายของวันนั้น ธันวาได้รับโทรศัพท์จากมิว “ธันวา ฉันพบข้อมูลบางอย่างที่อาจจะช่วยเราได้ ฉันเจออีเมลลึกลับที่สมชายได้รับก่อนวันที่เขาเสียชีวิต”
“ขอบคุณมากมิว เราจะไปหาคุณทันที” ธันวาตอบด้วยความตื่นเต้น
ธันวาและภูมิรีบไปหามิวที่ฝ่ายไอที มิวเปิดคอมพิวเตอร์และแสดงอีเมลลึกลับที่สมชายได้รับ
“ดูนี่สิ อีเมลนี้มีเนื้อหาที่บอกว่าสมชาย้าพบกับใครบางคนในคืนวันที่เขาเสียชีวิต” มิวอธิบาย
“ใครเป็คนส่งอีเมลนี้?” ภูมิถามด้วยความสงสัย
“อีเมลนี้ถูกส่งจากบัญชีที่ไม่ทราบตัวตน เราต้องหาทางสืบหาว่าใครเป็คนส่ง” มิวตอบ
ธันวาและภูมิตัดสินใจที่จะตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอีเมลนั้น และพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่อาจจะเกี่ยวข้อง
“เรา้าเวลาและความพยายามมากกว่านี้ แต่เราจะไม่ยอมแพ้” ภูมิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ
“ใช่ครับพี่ภูมิ เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อหาความจริง” ธันวาตอบด้วยความมุ่งมั่น
ทั้งสามคนทำงานร่วมกันอย่างเหนียวแน่นเพื่อสืบหาความจริงในคดีฆาตกรรมนี้ ท่ามกลางเงามืดที่ซ่อนอยู่ พวกเขาเชื่อมั่นว่าความยุติธรรมจะปรากฏในที่สุด...