ตอน 26 รักแรง แคลงใจ
ในเมื่อกระจ่างใจต่อเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งปวง เว่ยกวงทิ้งจอกสุรา ผลักไสนารี กระเสือกกระสนเข้าเขตวัง หวังพบหลินอีภรรยายอดรัก
**********
ณ ตำหนักเย็น วังหลวง
"หลินอี!! ออกมาพบข้า... " เสียงะโลั่นของเขาดังไกล ราวกับว่านี่มิใช่วังหลวง สถานที่ที่ทุกคนต้องวางตัวบนธรรมเนียม
"ข้าผิด ข้าผิดทั้งหมด ผิดที่ข้าเป็คนโง่เขลาเบาปัญญา แยกแยะถูกผิดไม่ได้ ใจเสาะไม่สมเป็มหาบุรุษ" เว่ยกวงง้อเมียหนักมาก กระทั่งเขายอมคุกเข่าหน้าตำหนักแบบนั้นไม่ไปไหน โดยไม่สนคำซุบซิบนินทาของบ่าวข้าทาส
"เว่ยกวง ในที่สุดท่านก็เข้าใจข้า..." หลินอีรีบออกมาประคองเขาขึ้นโดยไม่หวงตัวเช่นกัน
"ยอดรักของข้ากลับจวนฉือของเรากันเถอะ ข้าไม่อาจมองภรรยาและบุตรอยู่ในวังหลวงในตำแหน่งกุ้ยเฟยได้" เว่ยกวงหัวใจร้อนรุ่ม
หลังจากที่โอบกอดนางนานสองนานจนหายคิดถึง เขาจงใจกุมมือนางพาหนีออกจากเขตวังไปพร้อมๆกัน
"หยุดนะ!! แม่ทัพใหญ่ฉือ ไม่คิดเลยว่า... เ้าจะวู่วามโผงผางมิรู้ความเช่นนี้" ฝ่าาเร่งทิ้งงานราชการ เสด็จมาระงับเหตุอันน่าอับอายนี้ที่วังหลัง
"ทูลฝ่าา นางเป็ภริยาข้า สถานที่นางควรจะรั้งอยู่ คือจวนฉือ มิใช่วังหลัง"
"ได้โปรด... เห็นแก่ข้าด้วยเถิด" เว่ยกวงคุกเข่าคำนับฝ่าา หน้าผากกระทบพื้นดินหลายหน
"กงกง จงกักกันคนทั้งหมดออกจากบริเวณนี้ ห่างออกไป 10 ลี้ ดังเดิม อย่าให้มีผู้ใดรับรู้เื่น่าอับอายนี้!!! " ฝ่าากระซิบกงกง เพราะเขาเริ่มฉุกคิดขึ้นได้ว่า เื่นี้ไม่จบลงง่ายๆแน่ ฝ่าาทำเพื่อปกปิดผู้คนให้ได้มากที่สุด จำต้องออกคำสั่งอย่างเฉียบพลัน
"เื่นี้เ้าออกจะทำเกินไปแล้ว... ระหว่างข้ากับนางยังต้องมีส่วนได้ส่วนเสียแก่กัน ความลับของราชสำนัก ข้า้าให้มีผู้ล่วงรู้น้อยที่สุด "
"หากเ้าไม่อยากเดือดร้อน จงถอยไป "
"จงทำหน้าที่แม่ทัพใหญ่ผู้เชื่องดังเดิมเสีย!!! " ฝ่าายื่นคำขาดต่อเว่ยกวง
"ครั้งนี้จะหาว่าข้าเป็ฏ ก็ตามที...."เว่ยกวงไม่อาจทน เขาขบฟันพูด ส่อแววตาพร้อมห้ำหั่นกับคนทั้งโลกได้เพื่อนาง
"หากทำเช่นนั้น ก็ย่อมได้ "
"เพียงแต่ว่า เ้าอย่าเสียใจภายหลัง" คำเตือนสุดท้ายของฝ่าาถือเป็อันสิ้นสุด
"ข้ามิเสียใจแน่ ที่ได้ปลดปล่อยนาง" เว่ยกวงยังคงดื้อรั้น เสียงแข็ง
"ทหาร!! ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป สกุลฉือถือเป็ฏ จงรวบรวมพลเข้าสังหารคนสกุลฉือ ล้างโคตรอย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว" ฝ่าาผู้ไร้ความปรานี ไม่รอช้า สั่งสังหารคนเยี่ยงผักปลา
"ฝ่าา... เื่นี้สกุลฉือไม่ข้องเกี่ยว มีเพียงข้าที่ขัดคำสั่งท่าน หากจะไล่ล่าสังหารคน ควรมาลงที่ข้าเพียงผู้เดียว" เว่ยกวงถึงขั้นหยุดชะงัก ผาย-อกผึ่งรับทุกผลที่จะตามมาเพื่อภรรยา
เว่ยกวงเดินขึงขังกลับมาพูดต่อกรนายเหนือหัว โดยไม่กลัวตาย
บัดนี้เส้นทางแตกออกเป็สองสาย เว่ยกวงจำต้องเลือกสักทาง
"ชั่วชีวิต ข้าเลือกอยู่ข้างท่าน ปกป้องท่านมาหลายสิบปี ครานี้ข้าฉือเว่ยกวงจะขอทำตามใจ สกุลฉือ ข้าจะแบกรับไว้เอง" เว่ยกวงใจใหญ่หนักแน่น ในที่สุดเขาก็เลือกพาภรรยาและลูกจากไป
**********
หลังจากที่เขาจากวังหลวงมาได้เพียงครึ่งชั่วยาม ( 1 ชั่วโมง )
ฝ่าากริ้วจัด จากสุนัขรับใช้ผู้เชื่อฟังอย่างเว่ยกวงเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้ ต่อจากนี้ฝ่าาจะคอยควบคุมและบงการได้อย่างไร
ฝ่าาเริ่มรู้สึกร้อนๆหนาวๆ เนื่องจากเว่ยกวงยากจะควบคุม และในครานี้เขาเป็แม่ทัพใหญ่ผู้กุมกำลังพลนับแสนนับล้าน ฝ่าาแสนหวั่นใจ ระแวงแม้กระทั่งผู้ภักดีอย่างเขา โดยไม่ลืมตามองว่าผู้ร้ายตัวจริง คือไอ้สุนัขรับใช้จางขุยอิงที่ฝ่าาเอ็นดูราวบุตรบุญธรรม
และแล้ว กำลังพลนับสิบโอบล้อมจวนฉือ พร้อมปิดตาย หวังควบคุมสตรีและบ่าวรับใช้ เตรียมรับโทษปะาในเขตคุกหลวง โชคดีที่เว่ยกวงและหลินอีมาได้ทันเวลา อพยพคนทั้งจวนหาที่หลบซ่อน
"ท่านแม่... ข้าอยู่กับท่านไม่ได้อีกแล้ว จะหาว่าข้าไม่รู้จักทดแทนคุณไม่ได้ เพราะระหว่างข้ากับท่าน...ความสัมพันธ์ตัดขาด จบสิ้นลงนับั้แ่วันนี้" ซ่างจี้จู ภรรยาเอกของจวนไหวตัวทัน เห็นท่าว่าลาดเลาไม่ดี
นางรู้แล้วว่าต้องเกิดเื่คอขาดบาดตายกับจวนฉือแน่ นางผู้นี้ไม่อยู่ให้เสียโง่ เร่งเก็บข้าวของเท่าที่จำเป็ หนีออกทางท้ายจวนกลับจวนซ่างอย่างทุลักทุเล ถึงกระนั้นก่อนจากไปนางยังมีใจกตัญญู กล่าวลาแม่ผัว ด้วยถ้อยคำแสนเจ็บแสบ
ต่างจากสะใภ้รองที่แม่ผัวเกลียดชัง นางกลับรู้ความมิทอดทิ้ง... หลินอีพร่ำพูดกับฮูหยินใหญ่ฉือ
"ท่านแม่... เื่ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะข้า มีข้าเป็ต้นเหตุ... ท่านแม่โปรดวางใจ ข้าจะหาทางช่วยสกุลฉือให้กลับมา" หลินอีผู้ฉลาดหลักแหลม เริ่มอยู่เป็ กล่าวปลอบใจแม่ผัวและอนุทั้งสาม ก่อนจะปลีกตัว บากหน้าไปยังหอคณิกาเตียนอี๋เพื่อรอพบจางอี้ฉาง สหายสนิท
**********
ณ หอคณิกาเตียนอี๋
หลินอีเข้าไปด้วยสีหน้าแววตารุ่มร้อนใจดั่งไฟเผา
"หยุดก่อนแม่นาง หากมิใช่บุรุษ จะเข้าออกเตียนอี๋ของเราต้องมีป้ายผ่านทาง" ผู้เฝ้าประตูมัวแต่ไถ่ถาม ราวกับว่ากำลังถ่วงเวลา
"ข้าไม่มีป้ายผ่านทางอะไรทั้งนั้น ข้า้าพบนายหญิงแห่งเตียนอี๋ เหมยยีฝู" หลินอีพยายามยื้อยุดกับผู้เฝ้าประตูอยู่นานสองนาน
"พวกเ้าเสียมารยาทกับนางแล้ว กล้าขวางแขกของข้าได้อย่างไร" โชคดีที่ความยุ่งเหยิงนี้เริ่มวุ่นวายจนเป็จุดสังเกต เหมยยีฝูเพ่งมองลงมาจากเบื้องบน เห็นว่าเป็หลินอีสหายเก่า นางไม่รอช้าที่จะลงมารับหลินอีด้วยตัวเอง
"ขออภัยนายหญิง" ชายผู้เฝ้าประตู หันกลับไปคำนับเพื่อขอโทษขอโพยต่อผู้เป็นาย
"แม่นางเชิญด้านใน โปรดยกโทษให้ข้า" นอกจากนี้เขายังหันเข้าหาหลินอี โค้งคำนับอ่อนยวบ
"ช่างเถอะๆๆ ข้ารีบร้อนนัก ไม่มีเวลารับน้ำใจของพวกเ้านัก" หลินอีรีบพุ่งตัวเข้าไปยังเตียนอี๋ ถามหาจางอี้ฉางกับแม่นางเหมยยีฝู
"หากจะตามตัวชายเสเพลเช่นเขา ท่านมาถูกที่แล้ว... จางอี้ฉางเคล้านารีอยู่บนห้องหอ ไว้ข้าจะให้คนนำทาง" เหมยยีฝูเต็มใจที่จะเปิดทางให้แก่นางได้สมหวังทุกความปรารถนา โดยไม่สอดรู้สอดเห็นธุรของนางแม้แต่น้อย
"จางออี้ฉาง!!! " หลินอียกกำปั้นน้อยๆ ทุบประตูไม้เบาๆ
"ห่ะ... นั่นมันเสียงนาง... หรือว่าข้าหูฝาด" ออี้ฉางหยุดทุกการกระทำ ไล่สาวงามออกจากห้องหอ สวมห่มผ้าอาภรณ์โดยเร็ว
"หลินอี... เป็เ้าจริงๆด้วย ข้าคิดถึงเ้าเหลือเกิน " ทันทีที่เปิดประตูออกมาพบหน้า สบแววตา อี้ฉางก็รู้ได้ทันทีว่านางมีเื่เพื่อที่จะขอความช่วยเหลือ เขาแสร้งทำสีหน้าชื่นบานเพื่อเบี้ยงประเด็นไม่ให้นางกลายเป็จุดสนใจ
กระทั่งเชื้อเชิญนางเข้าไปยังด้านใน อี้ฉางถึงกล้าวางตัวตนหนุ่มเ้าสำราญทิ้งไป ตั้งใจไถถ่ถามทุกข์สุขของนาง
"จางอี้ฉาง อย่าหาว่าข้ารบกวนท่านเลย นอกจากท่านแล้ว ข้าก็ไม่มีผู้ใดให้พึ่งพา บัดนี้สกุลฉือรับโทษใหญ่ อีกไม่กี่วัน ฝ่าาเตรียมสังหารล้างสกุล สาเหตุทั้งหมดมีข้าเป็ต้นเหตุ ผู้ที่สมควรตายควรเป็ข้า " หลินอีกล่าวด้วยน้ำตา
"เหลวไหล!!! ข้าจะยอมให้เ้า ตายแทนผู้อื่นได้อย่างไร " ยิ่งเห็นน้ำตาของนาง อี้ฉางยิ่งปวดใจ เขาทนไม่ไหวที่จะปล่อยให้น้ำตาของนางไหลหยดโดยที่ไม่มีที่รองรับ เขาใช้หัวไหล่ของตนรับลน้ำตาของนางไว้เอง
อี้ฉางช่างโรแมนติก เขาค่อยๆดึงนางเข้าใกล้ จับเอียงหัวสหายพักพิงอิงไหล่ปล่อยให้นางร้องไห้ให้พอ
"ในเมื่อเื่มาถึงขั้นนี้แล้ว จะไม่ช่วยเหลือก็คงไม่ได้ ข้าเองคงรู้สึกผิดบาปไปชั่วชีวิต " อี้ฉางรับปากจะช่วยเหลือนางทุกทางด้วยใจ เขาเองรักนางมาก ยอมทำทุกอย่างได้เพื่อนางไม่แพ้ฉือเว่ยกวง เพียงแต่วาสนาเล่นตลกมิให้ได้ครองรัก เขาเองก็คงต้องยอมรับชะตา อี้ฉางผ่านระยะเวลาทำใจ เขาจึงไม่้าที่จะกายนางเฉกเช่นเมื่อก่อน เขาเพียงปรารถนาให้นางสุขกายสบายใจก็เป็พอ